
เกริ่นนำ.
ยินดีต้อนรับผู้อ่านทุกท่านเข้าสู่บทสรุปของอีกหนึ่งสุดยอดเกม RPG ระดับตำนานอย่าง “Tales of Phantasia” (เทลส์อ็อฟแฟนตาเซีย) ครับ…
ย้อนกลับไปในวันที่ 15 ธันวาคม ปี ค.ศ. 1995 บนเครื่อง Super Famicom ค่ายเกม Namco (ร่วมกับทีมพัฒนา Wolf Team) ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้แก่วงการวิดีโอเกม ด้วยการปล่อยเกม RPG ที่ทะลุขีดจำกัดของตลับเกมยุคนั้นด้วยความจุสูงถึง 48 เมกะบิต ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นในยุคนั้นต้องอ้าปากค้าง คือการที่ตัวเกมสามารถใส่ “เพลงร้องที่มีเสียงคนจริง ๆ” (เพลง Yume wa Owaranai) ลงไปในฉากเปิดของเกม รวมถึงมีเสียงพากย์ของตัวละครในระหว่างการต่อสู้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับเทคโนโลยีในยุคนั้น…
แต่สิ่งที่ทำให้ Tales of Phantasia ไม่ได้มีดีแค่ลูกเล่นทางเทคนิค คือ “ระบบการต่อสู้” ที่ปฏิวัติวงการอย่างสิ้นเชิง ในยุคที่เกม RPG ส่วนใหญ่ยังเป็นแบบผลัดกันตี (Turn-based) เกมนี้กลับนำเสนอระบบ Linear Motion Battle System (LMBS) ซึ่งเปลี่ยนสนามรบให้กลายเป็นเกม Action 2D กึ่งไฟท์ติ้ง ผู้เล่นสามารถบังคับตัวละครฟัน แทง กระโดด และกดใช้ท่าไม้ตายได้แบบ Real-time ผสมผสานกับการวางแผนออกคำสั่งเวทมนตร์ของเพื่อนร่วมทีมอย่างลงตัว…
เสน่ห์ที่สำคัญอีกประการคือ “เนื้อเรื่องที่ลึกซึ้งและการเดินทางข้ามกาลเวลา” อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เรื่องราวไม่ได้มีแค่การปราบจอมมารแบบสูตรสำเร็จทั่วไป แต่กลับแฝงไปด้วยมิติของตัวร้ายอย่าง “ดาร์คฮาล์ฟ ดาโอส (Dhaos)” ที่มีเหตุผลและอุดมการณ์อันน่าเห็นใจ จนทำให้ผู้เล่นต้องตั้งคำถามกับความถูกต้อง การออกแบบตัวละครที่มีชีวิตชีวาโดย อ.โคสุเกะ ฟูจิชิมะ (Kosuke Fujishima) และดนตรีประกอบอันทรงพลัง ทั้งหมดนี้หลอมรวมให้เกมนี้กลายเป็น “จุดกำเนิด” ของซีรีส์ Tales of ที่ยิ่งใหญ่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับผู้อ่านที่รักในเกมแนว JRPG ยุคคลาสสิก นี่คือหนึ่งในเกม “ระดับขึ้นหิ้ง” ที่ชีวิตนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ
(ผู้เขียนแนะนำให้เล่นเวอร์ชั่นอัพเกรดรีเมกบน PlayStation1 เพอร์เฟ็คที่สุดครับ.. สีสันสดใสขึ้นมากและเพิ่มโลกสามมิติเข้าไป)…..
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเล่นเกม.
ก่อนที่ผู้อ่านจะออกเดินทางร่วมไปกับ เคลส(Cless)และเพื่อนๆ มีระบบสำคัญและข้อควรระวังหลายประการที่ผู้เขียนอยากแนะนำให้ทราบล่วงหน้า เพื่อไม่ให้พลาดเนื้อหาสำคัญหรือติดขัดระหว่างการเล่นครับ…
• ทำความเข้าใจกับระบบ Linear Motion Battle System (LMBS)
การกดปุ่มโจมตีธรรมดาจะเปลี่ยนไปตามทิศทางและระยะห่างของศัตรู (เช่น ฟันใกล้, แทงไกล, โจมตีกลางอากาศ).. แต่ก็อย่ารัวปุ่มเพลินจนลืมป้องกัน การกดการ์ดให้ถูกจังหวะสำคัญมากในการลดความเสียหายจากการโจมตีหนักของบอสได้…
• ระบบท่าไม้ตายและท่าประสาน (Skills & Ougi)
ท่าไม้ตายของเครสจะมีค่าเปอร์เซ็นต์ความชำนาญ ยิ่งใช้บ่อยเปอร์เซ็นต์จะยิ่งเพิ่มจนเต็ม 100%.. เมื่อความชำนาญของสองท่าที่กำหนดเต็ม 100% และเลเวลถึงเกณฑ์ เครสจะสามารถเรียนรู้ “ท่าประสาน” (Ougi) ที่รุนแรงขึ้นได้ ดังนั้นพยายามสลับใช้ท่าไม้ตายต่าง ๆ ให้ชำนาญ อย่าใช้เพียงท่าเดียวตลอดเกม…
• ระวังสิ่งของและเนื้อเรื่องที่ “พลาดแล้วพลาดเลย” (Missables)
เนื่องจากเกมมีระบบเดินทางข้ามเวลา (อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต) แผนที่และเมืองบางแห่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา.. ไอเทมในหีบสมบัติบางชิ้น, สกิลบางท่า, คาถาเวทมนตร์บางบทของอาร์เช่ (Arche) หรือแม้แต่การรับเพื่อนลับอย่าง ซูซุ (Suzu) อาจจะไม่สามารถย้อนกลับมาเก็บได้อีกเลยหากดำเนินเนื้อเรื่องข้ามยุคไปแล้ว ขอให้ผู้อ่านตรวจสอบคู่มือในแต่ละฉากอย่างรอบคอบครับ…
• การบริหารค่า TP (Technical Points) และถุงอาหาร (Food Sack)
การใช้ท่าไม้ตายและเวทมนตร์จะผลาญ TP เร็วมาก โดยเฉพาะเวทมนตร์ฟื้นพลังของมินต์(Mint).. ไอเทม “ถุงใส่อาหาร” (Food Sack) ควรซื้อวัตถุดิบใส่ไว้ให้เต็มอยู่เสมอ เพราะระบบจะฟื้นฟู HP ให้เราอัตโนมัติขณะเดินบนแผนที่โลก ช่วยประหยัด TP และไอเทมฟื้นพลังได้มหาศาล…
• การตั้งค่าปัญญาประดิษฐ์ของเพื่อนร่วมทีม (Strategy)
ในการต่อสู้ ผู้เล่นจะบังคับได้ทีละ 1 ตัวละคร(โดยปกติคือเครส) ดังนั้นควรเข้าไปตั้งค่ากลยุทธ์(Tactics)ให้เพื่อน เช่น สั่งให้มินต์เน้นฟื้นฟูพลังเป็นหลัก หรือสั่งให้อาร์เช่และเคลาสประหยัด TP ในการสู้กับศัตรูตามทางและใช้เวทมนตร์เต็มที่เฉพาะตอนเจอศัตรูตัวใหญ่หรือบอส…
1. ระบบการวางแผนกลยุทธ์ (Strategy)
เลือกคำสั่ง Strategy ในเมนูเพื่อตั้งค่าการทำงานของระบบ AI ให้แก่ตัวละครในระหว่างการต่อสู้(คำสั่งนี้จะไม่มีผลต่อตัวละครในช่องแรกที่ผู้อ่านควบคุมเอง เว้นแต่ผู้อ่านจะตั้งค่าตัวละครนั้นไว้เป็นโหมด Auto) ทั้งนี้ตัวละครแต่ละตัวจะมีรูปแบบการตั้งค่า AI ที่แตกต่างกันออกไปตามบทบาทหน้าที่คร่าวๆดังนี้…
1.1 กลยุทธ์สำหรับ เคลส (Cless), เชสเตอร์ (Chester) และ ซูซุ (Suzu)
Go All-Out หรือ Don’t hold back (ลุยเต็มที่ ไม่ต้องยั้ง): “ลืมเรื่องการประหยัด TP ไปได้เลย! ปลดปล่อยวิชาการต่อสู้ที่รุนแรงและทรงพลังที่สุดออกมาจัดการศัตรูทันที!”
Conserve Artes หรือ Conserve TP (เน้นประหยัด TP): “เน้นการต่อสู้ด้วยการโจมตีธรรมดาเป็นหลักและจะเลือกใช้วิชาโจมตีพิเศษก็ต่อเมื่อศัตรูที่เผชิญหน้ามีค่า HP สูงเท่านั้น”
Keep Watch หรือ Hold your position (ตรึงตำแหน่งเอาไว้): “ไม่ต้องบุกประชิดตัวศัตรูโดยไม่จำเป็น
ให้เน้นตั้งรับและโจมตีเฉพาะศัตรูที่ก้าวล้ำเข้ามาในระยะเท่านั้น”
Don’t Use Artes หรือ Don’t use TP (ห้ามใช้ TP เด็ดขาด): “ห้ามใช้วิชาที่ต้องสูญเสีย TP อย่างเด็ดขาด
ให้ต่อสู้ด้วยการโจมตีปกติเท่านั้น”
Defend หรือ Defend yourself (เน้นการป้องกันตัว): “ไม่ต้องกังวลเรื่องการทำความเสียหายหรือการเข้าโจมตี
ให้เน้นการตั้งการ์ดป้องกันตนเองเป็นสำคัญ”
1.2 กลยุทธ์สำหรับ มินต์ (Mint)
Focus on healing (เน้นการฟื้นฟูพลัง): “ละเว้นการใช้วิชาสนับสนุนชั่วคราว แล้วมุ่งความสำคัญทั้งหมดไปที่การรักษาค่า HP ให้แก่ทุกคนในปาร์ตี้อย่างต่อเนื่อง”
Focus on support (เน้นการสนับสนุนเต็มกำลัง): “ไม่ต้องพะวงเรื่องการประหยัด TP ให้ใช้เวทมนตร์และวิชาสนับสนุนทุกอย่างที่มีเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ปาร์ตี้อย่างสุดความสามารถ”
Support as needed (สนับสนุนตามสถานการณ์): “ใช้เวทมนตร์สนับสนุนในระดับที่พอเหมาะตามความจำเป็นของรูปเกม หากสถานการณ์คับขันจึงค่อยร่ายเวทเต็มที่”
Don’t use TP (ห้ามใช้ TP เด็ดขาด): “ห้ามใช้วิชาหรือเวทมนตร์ใดๆ ที่ต้องผลาญค่า TP
โดยเด็ดขาด”
Defend yourself (เน้นการป้องกันตัว): “ไม่ต้องเสี่ยงเข้าไปโจมตีศัตรู
ให้เน้นการตั้งรับและป้องกันตนเองให้ปลอดภัย”
1.3 กลยุทธ์สำหรับ คลาร์ธ (Klarth) และ อาร์เช่ (Arche)
Go All-Out หรือ Don’t hold back (ปลดปล่อยมนตราเต็มกำลัง): “ร่ายเวทมนตร์ขั้นสูงสุดที่ทรงพลังที่สุดออกมา
นี่ไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาออมมืออีกต่อไป!”
Conserve Artes หรือ Conserve TP (ใช้เวทอย่างประหยัด): “เน้นใช้เวทมนตร์โจมตี แต่ต้องคอยคำนวณและระมัดระวังการใช้ค่า TP ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในการรบ”
Target nearby enemies (เล็งเป้าหมายที่อยู่ใกล้ที่สุด): “ใช้เวทมนตร์โจมตีเน้นไปที่ศัตรูตัวที่ประชิดเข้ามาใกล้ที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก”
Don’t Use Artes หรือ Don’t use TP (ห้ามใช้ TP เด็ดขาด): “ห้ามใช้เวทมนตร์หรือความสามารถใดๆที่ต้องสูญเสียค่า TP”
Defend หรือ Defend yourself (เน้นการป้องกันตัว): “ไม่ต้องกังวลเรื่องการทำดาเมจ ให้เน้นการป้องกันตัวจากการโจมตีของศัตรูเท่านั้น”
2. ระบบการจัดขบวนทัพ (Formation)
ระบบนี้ใช้สำหรับปรับเปลี่ยนตำแหน่งยืนของสมาชิกในปาร์ตี้ระหว่างการต่อสู้ ผู้อ่านสามารถกดปุ่ม O (วงกลม) เพื่อเลือกตัวละครที่ต้องการ จากนั้นกดเลื่อนตำแหน่งไปทางซ้ายหรือขวา แล้วกดปุ่ม O ซ้ำอีกครั้งเพื่อสลับตำแหน่งยืน เมื่อจัดตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ผู้อ่านสามารถกดปุ่ม O เพื่อยืนยัน หรือกดเลื่อนขึ้นแล้วเลือกคำสั่ง “Undo” เพื่อยกเลิกการเปลี่ยนแปลง และใกล้กับคำสั่ง Undo จะมีคำสั่ง “Replace” ซึ่งใช้สำหรับสับเปลี่ยนรายชื่อตัวละครที่จะนำลงสนามต่อสู้จริงเมื่อผู้อ่านมีสมาชิกในกลุ่มเกินกว่า 4 คนขึ้นไป นอกจากนี้ ผู้อ่านยังสามารถเข้าถึงคำสั่ง Replace ได้โดยการกดปุ่มลงในหน้าจอ Formation ได้เช่นกัน…
3. ระบบการโจมตี การป้องกัน และการใช้วิชาพิเศษ (Attacking, Guarding, and Special
Abilities)
แน่นอนว่าหนทางเดียวในการคว้าชัยชนะจากการต่อสู้ ผู้อ่านจำเป็นต้องบุกเข้าโจมตีเพื่อกำจัดศัตรูให้สิ้นซาก
3.1 การโจมตีปกติ (Normal Attacks)
การกดปุ่ม O จะทำให้ตัวละครออกท่าโจมตีปกติ ซึ่งเป็นการโจมตีพื้นฐานที่มีพลังทำลายไม่สูงนัก แต่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการใช้เชื่อมต่อไปยังวิชาพิเศษที่รุนแรงกว่า สำหรับตัวละครสายประจัญบานระยะประชิดจะสามารถเชื่อมโยงท่าโจมตีปกติได้หลากหลายรูปแบบ โดยการกดปุ่ม O ร่วมกับปุ่มทิศทาง (D-Pad) ในทิศทางต่างๆ ในขณะที่ตัวละครสายสนับสนุนจะมีท่าโจมตีธรรมดาเพียงท่าเดียวสั้นๆ ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ขัดจังหวะศัตรูเท่านั้น
3.2 วิชาพิเศษและเวทมนตร์ (Special Abilities)
การกดปุ่ม X จะเป็นการออกคำสั่งใช้วิชาพิเศษหรือเวทมนตร์ซึ่งมีอานุภาพรุนแรงกว่าแต่จะต้องแลกด้วยค่า TP
โดยผู้อ่านสามารถติดตั้งวิชาที่ต้องการได้สูงสุด 4 วิชาเพื่อกดใช้งานผ่านปุ่ม X ร่วมกับปุ่มทิศทาง สำหรับตัวละครสายต่อสู้ระยะประชิดจะสามารถใช้วิชาพิเศษต่อเนื่องจากการโจมตีธรรมดาได้ทันทีและหากเลือกจับคู่วิชาได้อย่างเหมาะสม ผู้อ่านยังสามารถกดเชื่อมโยงวิชาพิเศษหลายท่าเข้าด้วยกันเพื่อสร้างคอมโบต่อเนื่องที่ยาวนานและทรงพลังได้อีกด้วย…
สำหรับตัวละครสายผู้ใช้เวทมนตร์ การร่ายเวทแต่ละบทจะต้องอาศัยการยืนร่ายนิ่งๆโดยไม่ถูกโจมตีขัดจังหวะเป็นเวลา 2-3 วินาที ความรุนแรงของเวทมนตร์จะเป็นตัวกำหนดระยะเวลาในการร่าย ยิ่งเวทรุนแรงยิ่งต้องใช้เวลานานขึ้น และเมื่อร่ายสำเร็จเวทมนตร์ส่วนใหญ่จะทำการหยุดเวลาของฉากต่อสู้ชั่วขณะเพื่อแสดงภาพแอนิเมชันอันตระการตา
นอกจากนี้ หากผู้อ่านควบคุมตัวละครสายเวท ผู้อ่านสามารถกดปุ่มคำสั่งใช้วิชาค้างไว้เพื่อหน่วงเวลาการปล่อยเวทได้
โดยเมื่อร่ายเสร็จสมบูรณ์จะมีคำว่า “READY” ปรากฏขึ้นเหนือแถบ TP ของตัวละครจากนั้นเพียงแค่ปล่อยปุ่มเมื่อใดก็ตามที่ผู้อ่านต้องการ เวทมนตร์ก็จะถูกปลดปล่อยออกมาใส่ศัตรูในทันที…
3.3 ค่าสถานะพลังโจมตีและการติดคริติคอล (The Attack Stat and Critical Hits)
การโจมตีธรรมดาและวิชาทางกายภาพจะสร้างความเสียหายโดยอิงจากค่าสถานะพลังโจมตี(Attack) เป็นหลัก โดยเฉพาะในส่วนของเคลสนั้น ค่าพลังโจมตีจะถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 ค่าอย่างชัดเจน คือ ค่าพลังฟัน (Slash) และค่าพลังแทง (Thrust) ผู้อ่านสามารถสังเกตได้ว่าการออกดาบแต่ละครั้งเป็นการฟันหรือการแทงจากเสียงเอฟเฟกต์และสีของกราฟิกการโจมตีที่แสดงบนหน้าจอ นอกจากนี้การโจมตีทางกายภาพยังมีโอกาสติดคริติคอล(Critical Hit) ซึ่งจะเพิ่มพลังทำลายล้างให้สูงขึ้นอย่างมาก พร้อมทั้งมีผลกระแทก งัดร่างหรือซัดศัตรูให้กระเด็นลอยออกไปไกลกว่าเดิม จุดสังเกตเมื่อเกิดคริติคอลคือจะมีเสียงเอฟเฟกต์การฟันที่ดังกึกก้องขึ้นและมีประกายแสงสีส้มสว่างวาบขึ้นขณะปะทะ…
3.4 การตั้งการ์ดป้องกัน (Guarding)
การป้องกันตัวถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การกดปุ่ม สี่เหลี่ยมค้างไว้จะทำให้ตัวละครยกการ์ดขึ้นมาป้องกัน ซึ่งช่วยลดทอนความเสียหายที่ได้รับลงได้อย่างมาก ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้ตัวละครของเราเกิดอาการชะงักงัน (Stagger)จากการโจมตีของศัตรูอีกด้วย หากผู้อ่านสังเกตเห็นว่าศัตรูกำลังจะโจมตีเข้ามาหรือคาดการณ์ว่าศัตรูกำลังจะสวนกลับ ขอให้รีบกดป้องกันทันที อย่างไรก็ตามผู้เขียนขอเตือนว่าอย่ายกการ์ดค้างไว้ตลอดเวลาจนเคยตัว เนื่องจากศัตรูสามารถโจมตีทำลายการ์ดให้แตกได้หากเราป้องกันต่อเนื่องนานเกินไป อีกทั้งเวทมนตร์ทุกชนิดรวมถึงท่าโจมตีพิเศษของศัตรูบางประเภทก็ไม่สามารถป้องกันได้ นอกจากนี้หากผู้อ่านกำลังควบคุมตัวละครสายเวท ผู้อ่านสามารถกดปุ่มตั้งการ์ดเพื่อยกเลิกการร่ายเวทกลางคันได้ทันที…
4. รูปแบบการควบคุมตัวละคร (Control Modes)
เลือกคำสั่ง Artes ในเมนูจะช่วยให้ผู้อ่านสามารถเปลี่ยนรูปแบบการบังคับตัวละครได้ ซึ่งการเลือกโหมดควบคุมนี้มีความสำคัญต่ออรรถรสและยุทธวิธีในการเล่นทั้งหมดในช่วงเริ่มต้นเกม ผู้อ่านจะถูกจำกัดให้ใช้ได้เพียงโหมด Semi-Auto เท่านั้น.. และจะสามารถปลดล็อกโหมด Manual ได้ในภายหลัง(บน SFC แต่บน PlayStation1 สามารถเลือกได้ทันที)…
4.1 โหมดอัตโนมัติ (Auto)
โหมดแรกคือ Auto หรือระบบควบคุมอัตโนมัติ ตัวละครที่ตั้งค่าโหมดนี้ไว้จะเคลื่อนไหวและตัดสินใจต่อสู้ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ของเกมอย่างสมบูรณ์ โดยจะปฏิบัติตามคำสั่งกลยุทธ์ (Strategy) ที่ผู้อ่านตั้งไว้ และเลือกใช้วิชาต่างๆ
ตามที่ผู้อ่านเปิดอนุญาตให้ใช้ อย่างไรก็ตามผู้อ่านยังสามารถกดเข้าเมนูเพื่อสั่งให้ใช้ท่าเฉพาะเจาะจงได้ตามต้องการ โดยปกติแล้วเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่ผู้เล่นไม่ได้จับจะถูกตั้งเป็นโหมด Auto ไว้ตั้งแต่เริ่มต้น แต่ผู้อ่านก็สามารถตั้งตัวละครในช่องที่ 1 ให้เป็น Auto ได้เช่นกันหากต้องการให้ระบบเล่นให้…
4.2 โหมดกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Auto)
โหมดต่อมาคือ Semi-Auto ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับตัวละครหลักในช่องที่ 1 ในโหมดนี้ เมื่อผู้อ่านกดคำสั่งโจมตี
ตัวละครจะวิ่งพุ่งเข้าไปประชิดศัตรูเพื่อออกท่าโจมตีหรือใช้วิชาโดยอัตโนมัติ จากนั้นจะวิ่งถอยกลับมายังจุดยืนเดิมทันที
พฤติกรรมการวิ่งถอยกลับนี้อาจสร้างความรำคาญใจให้แก่ผู้อ่านได้ในบางจังหวะ แต่ผู้อ่านสามารถแก้ทางได้โดยการกดปุ่มทิศทางดันไปข้างหน้าค้างไว้เพื่อตรึงตัวละครให้อยู่ติดกับศัตรู ทว่าในอีกแง่หนึ่งการวิ่งถอยกลับมาเองก็มีประโยชน์ในการช่วยฉากหลบการสวนกลับของศัตรูได้ดี ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามจุดนี้ไป แม้ว่า Semi-Auto จะมีความสะดวกสบาย แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่มาก เพราะระบบจะอนุญาตให้ผู้อ่านพุ่งแดชหรือกระโดดได้ก็ต่อเมื่อกำลังโจมตีศัตรูที่อยู่ห่างไกลหรือศัตรูที่บินอยู่บนฟ้าเท่านั้น…
4.3 โหมดควบคุมอิสระ (Manual)
โหมดสุดท้ายคือ Manual ซึ่งมอบอิสระในการควบคุมตัวละครอย่างสมบูรณ์แบบ ผู้อ่านสามารถสั่งพุ่งแดชไปข้างหน้า กระโดด หลบหลีก หรือเลือกยืนออกอาวุธและใช้วิชาพิเศษอยู่กับที่ได้ตามใจนึกน่าเสียดายที่โหมดนี้ไม่ได้เปิดให้ใช้ตั้งแต่ต้นเกม ผู้อ่านจำเป็นต้องตามหาและสวมใส่เครื่องประดับชิ้นสำคัญเสียก่อน ซึ่งไอเทมชิ้นนี้จะปรากฏในช่วงกลางเกมไปแล้ว ทำให้ผู้อ่านจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับโหมด Semi-Auto ไปพลางๆ ก่อน แม้ว่าโหมด Manual จะต้องใช้ทักษะการจัดตำแหน่งยืนที่แม่นยำและการควบคุมที่ซับซ้อนกว่า แต่ความอิสระที่ได้รับจะทำให้การต่อสู้ในเกมนี้ง่ายและลื่นไหลขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อผู้อ่านฝึกฝนจนชำนาญ ผู้เขียนขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งว่าทันทีที่ได้เครื่องประดับชิ้นนี้มา ให้รีบเปลี่ยนมาใช้โหมด Manual ทันที…
• ระบบการหยุดเวลาของเวทมนตร์ (Spell Pause)
ในเวอร์ชันดั้งเดิม เมื่อมีการร่ายเวทมนตร์ระดับสูง หน้าจอจะหยุดนิ่งชั่วขณะเพื่อให้แสดงผลอนิเมชั่นของเวทนั้น ๆ ผู้อ่านสามารถใช้จังหวะนี้ในการสังเกตสถานการณ์บนสนามรบ หรือใช้เวทมนตร์หยุดการโจมตีของศัตรูได้เช่นกันครับ…
ข้อมูลตัวละครหลัก. (Characters)

1. เคลส อัลเวน. (Cless Alvein)
อายุ: 17 ปี ส่วนสูง: 170 เซนติเมตร น้ำหนัก: 59 กิโลกรัม อาวุธประจำตัว: ดาบ (Swords), ดาบเรเปียร์ (Rapiers), ขวาน (Axes), หอก (Spears), ง้าว (Halberds)
ค่าสถานะเริ่มต้น: เลเวล: 1 HP: 144 TP: 10 Strength (พลังกาย): 10 Stamina (ความอดทน): 2 Agility (ความคล่องแคล่ว): 16
อุปกรณ์เริ่มต้น: ดาบยาว (Long Sword), เกราะหนัง (Leather Armor)
ค่าเฉลี่ยสถานะที่เพิ่มขึ้นต่อเลเวล: HP: 84.6 TP: 8 Strength: 1.3 Stamina: 0.7 Agility: 1.0
ตัวเอกของเรื่อง ชายหนุ่มจาก หมู่บ้านโททิส (Totis Village) ผู้ฝึกฝนวิชาดาบ สำนักอัลเวน (Alvein Style) ภายใต้การเคี่ยวเข็ญของผู้เป็นบิดา.. เคลสเป็นคนจิตใจดี อัธยาศัยดี และเข้ากับคนง่าย แต่เขาจะระเบิดโทสะออกมาอย่างน่ากลัวหากคนสำคัญที่เขารักตกอยู่ในอันตราย.. เคลสอาจจะมีมุมที่ซื่อบื้ออยู่บ้างในบางครา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความรู้สึกและเรื่องความรัก…
ในสมรภูมิ เคลสสามารถใช้อาวุธได้มากถึง 5 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ ดาบ (ค่าพลังสมดุล), ดาบเรเปียร์ (เน้นพลังแทงสูง), ขวาน (เน้นพลังฟันสูง), หอก (ระยะโจมตีไกลและมีพลังแทงสูง) และง้าว (ระยะโจมตีไกลและมีพลังสมดุล)
เคลสคือตัวละครสายนักดาบตามแบบฉบับดั้งเดิม มีบทบาทที่ดีที่สุดในการยืนแถวหน้าเพื่อพิทักษ์และป้องกันไม่ให้ศัตรูหลุดเข้าไปถึงตัวละครสายสนับสนุน.. ด้วยค่า HP, พลังโจมตี และพลังป้องกันที่สูงลิ่วประกอบกับมีวิชาดาบมากมายที่สามารถผสานคอมโบได้หลากหลาย เคลสจึงเป็นกำลังหลักที่ขาดไม่ได้ในทุกการปะทะ…
รูปแบบการควบคุม. (Controls)
สำหรับการโจมตีทั้งหมดของเคลส ผู้อ่านสามารถกดปุ่มเพียงครั้งเดียวเพื่อออกท่าโจมตีเดี่ยวๆ ได้
การกดโจมตีเป็นจังหวะแบบนี้มีประโยชน์อย่างมากในการทำให้ศัตรูบางชนิดติดสถานะชะงักงันอย่างต่อเนื่อง
(Stunlock)
โหมด Semi-Auto:
(ระยะประชิด) กด O, O: ฟันลงด้านล่างตามด้วยแทงตรง
(ระยะประชิด) กดขึ้น + O, O: ฟันเสยขึ้นตามด้วยฟันกดลง
(ระยะประชิด) กด ลง + O, O: แทงตรงตามด้วยฟันเสยขึ้น
(ระยะไกล) กด O: กระโดดพุ่งฟัน
(ระยะไกล) กด ลง + O: กระโดดพุ่งแทงกดลงพื้น
(ระยะไกล) กด ขึ้น + O: กระโดดพุ่งฟันเสยขึ้น
โหมด Manual:
แตะ ซ้าย หรือ ขวา สองครั้งติดกัน: พุ่งแดช
กด ขึ้น, ขึ้น-ซ้าย, หรือ ขึ้น-ขวา: กระโดด
กด O, O: ฟันลงด้านล่างตามด้วยแทงตรง
กด ขึ้น + O, O: ฟันเสยขึ้นตามด้วยฟันกดลง
กด ลง + O, O: แทงตรงตามด้วยฟันเสยขึ้น
(ขณะอยู่กลางอากาศ) กด O: กระโดดฟันลง
(ขณะอยู่กลางอากาศ) กด ลง + O: กระโดดแทงกดลงพื้น
(ขณะกำลังพุ่งแดช) กด ขึ้น + O: กระโดดฟันเสยขึ้น

2. เชสเตอร์ บาร์กไลท์ (Chester Barklight)
อายุ: 17 ปี ส่วนสูง: 175 เซนติเมตร น้ำหนัก: 62 กิโลกรัม อาวุธประจำตัว: ธนู (Bows)
ค่าสถานะเริ่มต้น: เลเวล: 1 HP: 137 TP: 12 Strength: 9 Stamina: 3 Agility: 17
อุปกรณ์เริ่มต้น: คันธนูสั้น (Short Selfbow), เกราะหนัง (Leather Armor)
ค่าเฉลี่ยสถานะที่เพิ่มขึ้นต่อเลเวล: HP: 79 TP: 7 Strength: 1.3 Stamina: 0.7
Agility: 1.0
เพื่อนสนิทที่สุดของเคลส.. เชสเตอร์เป็นเด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ร่วมกับเอมิ(Ami)น้องสาวตัวน้อยของเขา
เชสเตอร์ฝึกฝนเพลงธนูและมักจะออกไปล่าสัตว์กับเคลสอยู่เป็นนิจเพื่อขัดเกลาฝีมือ.. แม้เชสเตอร์จะเป็นคนขยันขันแข็งเอาการเอางาน ทว่าเขากลับเป็นคนเลือดร้อนและมีอารมณ์โกรธที่จุดติดง่ายในบางเวลา…
ในการต่อสู้ เชสเตอร์ใช้คันธนูและทักษะการยิงอันแม่นยำในการมอบความตายให้แก่ศัตรูจากระยะไกล เชสเตอร์จะเรียนรู้วิชาต่อสู้ทั้งหมดได้จากการเก็บเลเวล เขาเป็นตัวละครสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง ด้วยทักษะการยิงที่มีคุณสมบัติธาตุอันหลากหลาย ซึ่งดีเลิศในการยิงขัดจังหวะศัตรูและสร้างความเสียหายจากระยะปลอดภัย อีกทั้งวิชาบางท่ายังสามารถกดยิงรัวได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาเป็นสมาชิกที่ทรงคุณค่ามากเมื่อนำมาร่วมทีมในช่วงหลังของเกม…
รูปแบบการควบคุม. (Controls)
โหมด Semi-Auto:
(ระยะประชิด) กด ลง + O: ใช้ท่อนแขนผลักศัตรูออกไป
(ระยะประชิด / ระยะไกล) กด O: ยิงศรตรงไปข้างหน้า
(ระยะประชิด / ระยะไกล) กด ขึ้น + O: ยิงศรเฉียงขึ้นฟ้า
(ระยะไกล) กด ลง + O: กระโดดพุ่งไปข้างหน้าแล้วเตะลง
โหมด Manual:
แตะ ซ้าย หรือ ขวา สองครั้งติดกัน: พุ่งแดช
กด ขึ้น, ขึ้น-ซ้าย, หรือ ขึ้น-ขวา: กระโดด
กด O: ยิงศรตรงไปข้างหน้า
กด ขึ้น + O: ยิงศรเฉียงขึ้นฟ้า
(ขณะอยู่กลางอากาศ) กด O: กระโดดเตะ

3. มินต์ อัดเนด. (Mint Adenade)
อายุ: 18 ปี ส่วนสูง: 162 เซนติเมตร น้ำหนัก: 42 กิโลกรัม
อาวุธประจำตัว: ไม้เท้า (Staves)
ค่าสถานะเริ่มต้น: เลเวล: 3 HP: 192 TP: 35 Strength: 9 Stamina: 3 Agility: 11
อุปกรณ์เริ่มต้น: ไม้เท้ากายสิทธิ์ (Rod), ผ้าคลุม (Cloak)
ค่าเฉลี่ยสถานะที่เพิ่มขึ้นต่อเลเวล: HP: 70.0 TP: 10 Strength: 0.9 Stamina: 0.5
Agility: 0.8
หญิงสาวแสนอ่อนหวานที่เคลสได้พบในช่วงแรกของการผจญภัย มินต์คือผู้สืบทอดศาสตร์แห่งการภาวนาศักดิ์สิทธิ์ (Methodism).. เธอเป็นคนที่มีกิริยามารยาทเรียบร้อย อ่อนโยน และมีสัมมาคารวะต่อทุกคนที่พานพบเสมอ.. ในการต่อสู้ มินต์จะถือไม้เท้าเป็นอาวุธคู่กาย ทว่าพลังโจมตีกายภาพของเธอนั้นต่ำมาก.. จึงมีประโยชน์เพียงแค่การใช้เคาะเพื่อขัดจังหวะการบุกของศัตรูเท่านั้น…
เวทมนตร์แห่งการภาวนาของมินต์จะเน้นการฟื้นฟูพลังชีวิต ชุบชีวิต และร่ายมนตร์บัฟเสริมพลังให้แก่เพื่อนร่วมทีม
ควบคู่ไปกับการร่ายคำสาปดีบัฟตัดทอนพลังหรือสร้างสถานะผิดปกติให้แก่ศัตรู.. ในฐานะผู้รักษาเพียงหนึ่งเดียว มินต์จึงเป็นสมาชิกที่มีค่าประเมินมิได้ตลอดทั้งเกม…
รูปแบบการควบคุม. (Controls)
สำหรับการร่ายเวทมนตร์สนับสนุนของมินต์ ผู้อ่านสามารถกดปุ่ม R1 ในขณะที่กำลังร่ายเวทเพื่อเลือกเปลี่ยนเป้าหมายตัวละครที่ต้องการฮีลได้
โหมด Semi-Auto:
(ระยะประชิด) กด O: โจมตีธรรมดา
(ระยะประชิด) กด ขึ้น + O: ฟาดไม้เท้าขึ้นโจมตีศัตรูกลางอากาศ
(ระยะไกล) กด ขึ้น + O: วิ่งเข้าไปฟาดโจมตีกลางอากาศ
(ระยะไกล) กด O: วิ่งเข้าไปตีธรรมดา
โหมด Manual:
แตะ ซ้าย หรือ ขวา สองครั้งติดกัน: พุ่งแดช
กด O: โจมตีธรรมดา
กด ขึ้น+O: ฟาดไม้เท้าขึ้นโจมตีศัตรูกลางอากาศ

4. คลาร์ธ เอฟ. เลสเตอร์ (Klarth F. Lester)
อายุ: 29 ปี ส่วนสูง: 176 เซนติเมตร น้ำหนัก: 62 กิโลกรัม
อาวุธประจำตัว: คัมภีร์เวท (Books)
ค่าสถานะเริ่มต้น: เลเวล: 9 HP: 545 TP: 89 Strength: 19 Stamina: 8 Agility: 16
อุปกรณ์เริ่มต้น: คัมภีร์เนโครโนมิคอน (Necronomicon), ผ้าคลุม (Cloak)
ค่าเฉลี่ยสถานะที่เพิ่มขึ้นต่อเลเวล: HP: 75.5 TP: 9 Strength: 1 Stamina: 0.6
Agility: 0.9
คลาร์ธเป็นนักวิชาการด้านเวทมนตร์ผู้พำนักอยู่ในเมืองยูคลิด (Euclid) ร่วมกับมิรัลด์ผู้เป็นผู้ช่วย.. ในระหว่างที่เขากำลังศึกษาวิจัยเพื่อค้นหาวิธีการให้มนุษย์ทั่วไปสามารถใช้เวทมนตร์ได้ คลาร์ธก็ได้ค้นพบศาสตร์โบราณที่สาบสูญอย่าง “ศาสตร์แห่งการอัญเชิญ” (Summoning) เขาตกลงที่จะร่วมเดินทางและช่วยเหลือกลุ่มของเคลส โดยมีเงื่อนไขว่าทุกคนต้องช่วยเขาตามหาภูตอัญเชิญ.. คลาร์ธคือผู้ที่มีวุฒิภาวะและประสบการณ์สูงที่สุดในกลุ่ม ทำให้เขามักจะรับหน้าที่เป็นผู้เจรจาต่อรองเสมอ…
ในฉากต่อสู้ คลาร์ธจะใช้คัมภีร์ที่อัดแน่นด้วยไอเวทเป็นอาวุธ.. จุดเด่นคือมีความแม่นยำสูงและมีคุณสมบัติของธาตุต่างๆแฝงอยู่ ทั้งยังมีพลังโจมตีกายภาพสูงกว่าอาวุธของนักเวทคนอื่นๆ ทำให้คลาร์ธสามารถทำหน้าที่เป็นโล่มนุษย์คอยชนศัตรูในยามฉุกเฉินได้ หากเคลสกำลังติดพันอยู่กับศัตรูกลุ่มอื่น คลาร์ธสามารถเรียกภูตอัญเชิญโบราณออกมาเพื่อสร้างความเสียหายทางเวทมนตร์ตามธาตุอย่างหนักหน่วงและขัดขวางศัตรูเป็นวงกว้าง.. การจะได้ภูตมาใช้งานนั้น คลาร์ธจำเป็นต้องเดินทางไปทำพันธสัญญาตามเนื้อเรื่องหรือในเควสต์เสริมต่างๆ คลาร์ธจะโดดเด่นและทรงพลังมากในช่วงแรกถึงกลางเกม ทว่าในช่วงท้ายเกมท่าอัญเชิญของเขาอาจจะเริ่มถูกบดบังด้วยความรวดเร็วและวิชาใหม่ๆของตัวละครอื่น…
รูปแบบการควบคุม. (Controls)
โหมด Semi-Auto:
(ระยะประชิด) กด O: โจมตีธรรมดา
(ระยะไกล) กด ขึ้น + O: โจมตีศัตรูกลางอากาศ
โหมด Manual:
แตะ ซ้าย หรือ ขวา สองครั้งติดกัน: พุ่งแดช
กด O: โจมตีธรรมดา
กด ขึ้น+O: โจมตีศัตรูกลางอากาศ

5. อาร์เช่ ไคลน์ (Arche Klaine)
อายุ: 17 ปี ส่วนสูง: 157 เซนติเมตร น้ำหนัก: 39 กิโลกรัม
อาวุธประจำตัว: ไม้กวาดเวทมนตร์ (Brooms)
ค่าสถานะเริ่มต้น: เลเวล: 12 HP: 660 TP: 133 Strength: 20 Stamina: 10 Agility: 20
อุปกรณ์เริ่มต้น: ไม้กวาด (Broom), ผ้าคลุม (Cloak), ริบบิ้นสีฟ้า (Blue Ribbon)
ค่าเฉลี่ยสถานะที่เพิ่มขึ้นต่อเลเวล: HP: 71.1 TP: 9.0 Strength: 1.0 Stamina: 0.6
Agility: 0.9
สาวน้อยลูกครึ่งเอลฟ์ (Half-Elf) ผู้ร่าเริง เธออาศัยอยู่กับบิดาในหุบเขาโลนวัลเลย์(Lone Valley) แม้เธอจะเป็นคนสดใสร่าเริง แต่นิสัยไม่ค่อยสำรวม.. วางตัวเป็นกันเองกับทุกคน และมักจะแสดงพฤติกรรมเหมือนเด็กเอาแต่ใจอยู่บ่อยครั้งในการต่อสู้ อาร์เช่จะขี่ไม้กวาดเวทมนตร์ลอยตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้เธอสามารถบินหลบหลีกการโจมตีภาคพื้นดินส่วนใหญ่ได้อย่างง่ายดาย.. นอกจากนี้เธอยังเป็นตัวละครเพียงตัวเดียวที่สามารถพุ่งแดชและบินเข้าไปโจมตีได้อย่างอิสระแม้จะอยู่ในโหมด Semi-Auto.. ท่าโจมตีปกติของเธอยังสามารถกดรัวได้เร็วและดีมากในการขัดจังหวะการเคลื่อนไหวของศัตรู…
อาร์เช่เชี่ยวชาญการใช้เวทมนตร์โจมตีธาตุต่างๆเพื่อกวาดล้างศัตรู ในตอนที่เธอเข้าร่วมกลุ่มแรกๆ เธอจะมีมนตร์ติดตัวมาเพียงไม่กี่บท ผู้อ่านจำเป็นต้องเสาะหาตำราเวทมนตร์เพิ่มเติมจากเนื้อเรื่องและที่ซ่อนอยู่ตามสถานที่ต่างๆทั่วโลก เวทของอาร์เช่นั้นทรงพลังอย่างมากตลอดการเดินทาง แม้ว่าช่วงท้ายเกมนักรบสายกายภาพจะทำดาเมจได้ต่อเนื่องกว่า
แต่พลังเวททำลายล้างของเธอก็ยังทรงคุณค่าในการหยุดศัตรูทั้งหน้าจอให้อยู่หมัด…
รูปแบบการควบคุม (Controls)
โหมด Semi-Auto และ Manual:
แตะ ซ้าย หรือ ขวา สองครั้งติดกัน: พุ่งแดชลอยตัว
กดขึ้น หรือ ลง ค้างไว้: ปรับระดับความสูงของการบิน
กด O: โจมตีธรรมดา

6. ซูซุ ฟูจิบายาชิ (Suzu Fujibayashi)
อายุ: 11 ปี ส่วนสูง: 135 เซนติเมตร น้ำหนัก: 28 กิโลกรัม
อาวุธประจำตัว: ดาบนินจา หรือ นินโต (Ninto)
ค่าสถานะเริ่มต้น: เลเวล: 31 HP: 1699 TP: 221 Strength: 42 Stamina: 21
Agility: 39
อุปกรณ์เริ่มต้น: ดาบนินจาโบตัน (Ninto Botan), เสื้อนินจาคิซารากิ (Kisaragi)
ค่าเฉลี่ยสถานะที่เพิ่มขึ้นต่อเลเวล: HP: 77.0 TP: 7.0 Strength: 1.0 Stamina: 0.6
Agility: 1.1
นินจาสาวน้อยแห่งหมู่บ้านนินจาที่กลุ่มของเคลสจะได้พบพานในช่วงท้ายเกม ด้วยการฝึกฝนวิถีนินจามาอย่างเข้มงวดตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทำให้นิสัยของเธอดูสำรวม สุภาพ พูดจาเป็นทางการจนแทบจะเข้าขั้นเย็นชา ซูซุเคยเป็นเพียงตัวละคร NPC ในเวอร์ชันดั้งเดิมบนเครื่อง Super Famicom แต่ในเวอร์ชัน PlayStation 1 นี้ เธอได้รับการอัปเกรดให้กลายมาเป็นตัวละครที่สามารถนำเข้ากลุ่มมาบังคับเล่นได้อย่างสมบูรณ์ หากผู้อ่านดำเนินตามเงื่อนไขที่ถูกต้อง…
ซูซุใช้ดาบนินจาคู่เป็นอาวุธหลัก จุดเด่นคือระยะฟันที่ค่อนข้างสั้นแต่ชดเชยด้วยความเร็วระดับพายุและแฝงคุณสมบัติธาตุไว้หลากหลาย.. ซูซุจะมีวิชานินจาติดตัวมาเพียงไม่กี่ท่าเมื่อเริ่มเข้ากลุ่ม ผู้อ่านต้องตามหาคัมภีร์นินจาที่ซ่อนอยู่หรือซื้อจากนินจาพเนจรตามสถานที่ต่างๆ.. แม้แรกเริ่มเธออาจจะยังไม่โดดเด่นสะดุดตานัก แต่หากผู้อ่านจัดหาอุปกรณ์ชั้นยอดและวิชาขั้นสูงมาให้ ซูซุจะกลายเป็นจักรกลสังหารที่น่าสะพรึงกลัวตัวหนึ่งในสนามรบเลยทีเดียว…
รูปแบบการควบคุม (Controls)
เช่นเดียวกับเคลส ผู้อ่านสามารถกดปุ่มโจมตีเพียงครั้งเดียวเพื่อออกท่าเดี่ยวๆ ได้
โหมด Semi-Auto:
(ระยะประชิด) กด O, O, O: คอมโบโจมตีปกติ 3 จังหวะ
(ระยะประชิด) กดขึ้น + O สามครั้ง: คอมโบโจมตีเสยกลางอากาศ 3 จังหวะ
(ระยะไกล) กด O สามครั้ง: วิ่งพุ่งเข้าฟันคอมโบ 3 จังหวะ
(ระยะไกล) กด ขึ้น + O สามครั้ง: วิ่งพุ่งเข้าฟันคอมโบกลางอากาศ 3 จังหวะ
(ระยะไกล) กด ลง + O: ปามีดคุไน
โหมด Manual:
แตะ ซ้าย หรือ ขวา สองครั้งติดกัน: พุ่งแดช
กด ขึ้น, ขึ้น-ซ้าย, หรือ ขึ้น-ขวา: กระโดด
กด O, O, O: คอมโบโจมตีปกติ 3 จังหวะ
กด ขึ้น + O, O, O: คอมโบโจมตีเสยกลางอากาศ 3 จังหวะ
กด ลง + O: ปามีดคุไนแนวตรง
กด ลง + O, แล้วกดขึ้น หรือ หน้า: ปามีดคุไนแนวเฉียง
(ขณะอยู่กลางอากาศ) กด O: โจมตีกลางอากาศจังหวะเดียว


บทสรุปเกม Tales Of Phantasia. (เทลส์อ็อฟแฟนตาเซีย)
บทสรุปเนื้อเรื่อง: ส่วนที่ 1 (Walkthrough: Part 1)



หมู่บ้านโททิสและป่าแห่งจิตวิญญาณ. (Totis Village and the Forest of the Spirits)
เมื่อผู้อ่านเลือกคำสั่ง New Game จะสามารถตั้งชื่อตัวเอก “เคลส” ใหม่ได้ตามใจชอบ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในวันที่แสนสงบสุข เคลสได้รับของขวัญวันเกิดครบรอบอายุ 17 ปีจาก “มิเกล” (Miguel) ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นจี้สร้อยคอโบราณประจำตระกูล.. หลังจากเหตุการณ์เปิดเรื่องและบทสนทนาจบลง “มาเรีย” (Maria) มารดาของเคลสจะมอบไอเท็มให้ผู้อ่านจำนวน 2 ชิ้น จากนั้นเชสเตอร์เพื่อนสนิทจะเข้าร่วมกลุ่มปาร์ตี้กับเรา ซึ่งผู้อ่านสามารถตั้งชื่อให้เขาใหม่ได้เช่นกัน โดยทั้งสองได้นัดหมายกันว่าจะออกไปล่าสัตว์ในป่าเพื่อนำเนื้อกลับมาเป็นอาหาร..



เดินเข้าไปในคฤหาสน์อัลเวน(บ้านของเคลส).. นักดาบที่ยืนอยู่ด้านในจะสอนระบบการโจมตีการตั้งการ์ดป้องกัน และการจัดขบวนทัพ และหากผู้อ่านเดินขึ้นไปบนชั้นสองจะสามารถกดสำรวจที่เตียงนอนของเคลสเพื่อพักผ่อนฟื้นฟูค่า HP และ TP ให้เต็มได้ฟรีตลอดเวลาที่ต้องการ
แจ้งเตือนสิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาด : หากผู้อ่านแวะไปที่บ้านของเชสเตอร์ ผู้อ่านสามารถเข้าไปพูดคุยกับ “เอมิ” น้องสาวของเขา เพื่อรับไอเทมสำคัญซึ่งเป็นตุ๊กตาเครื่องรางนำโชคที่เธอตั้งใจเย็บให้แก่พี่ชาย นอกจากนี้ ผู้อ่านจะได้รับเครื่องประดับมาด้วย.. อุปกรณ์ชิ้นนี้มีไว้เพื่อให้ผู้เล่นคนที่ 2 สามารถเข้ามาควบคุมตัวละครในช่องที่ 2 ถึง 4 ได้ หากผู้อ่านมีไอเทม “Channeling” ครบ 3 ชิ้นและมีอุปกรณ์ต่อพ่วง “PlayStation Multitap” เกมนี้จะสามารถรองรับผู้เล่นพร้อมกันได้สูงสุดถึง 4 คนเลยทีเดียว เพียงแต่ก่อนใช้งาน ขอให้ผู้อ่านเข้าไปในเมนู Abilities แล้วปรับตัวละครที่เพื่อนต้องการบังคับให้เป็นโหมด Semi-Auto เสียก่อน…
ให้ผู้อ่านเข้าไปคุยกับนักดาบในร้านขายอาวุธ 2 ครั้งเพื่อเรียนรู้เรื่องการใช้วิชาพิเศษ.. จากนั้นแวะไปที่โรงแรม
คุยกับเจ้าของโรงแรมและช่วยเธอขยับรูปปั้น ผู้อ่านจะได้รับเงินรางวัลตอบแทนมา 10 Gald…
เดินเข้าไปในร้านขายของชำแล้วคุยกับเจ้าของร้าน เขาจะมอบ Apple ให้เรามา 1 ผล จากนั้นให้เดินเข้าไปในคอกม้า สำรวจถุงผ้าเพื่อเก็บ Apple Gummi แล้วเปิดหีบสมบัติที่อยู่ใต้ถุงผ้าลงมาเพื่อรับ Spectacles…
ข้อแนะนำเกี่ยวกับไอเทม Spectacles เป็นไอเทมที่ใช้กดในฉากต่อสู้เพื่อเปิดเผยข้อมูล, สถิติ, และจุดอ่อนของศัตรู ในช่วงหลังของเกม ผู้อ่านจะได้รับไอเทม สารานุกรมมอนสเตอร์ (Monster Encyclopedia) ซึ่งจะบันทึกรายชื่อและข้อมูลของศัตรูทั้งหมดที่เราเคยพบเจอ ดังนั้นหากผู้อ่านเป็นผู้เล่นสายเก็บรายละเอียดครบ 100% ผู้เขียนขอแนะนำให้ใช้ Spectacles ส่องมอนสเตอร์สายพันธุ์ใหม่ทุกตัวที่พบเจอ ผู้อ่านสามารถหาซื้อไอเทมนี้ได้ในราคาถูกมากจากร้านค้าและศัตรูทั่วไปก็ดรอปให้บ่อยครั้ง เนื่องจากศัตรูหลายชนิดในเกมจะหายไปอย่างถาวรเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินผ่านพ้นจุดใดจุดหนึ่งไปแล้ว หากผู้อ่านไม่อยากพลาดการสะสมข้อมูลลงสารานุกรม ขอให้จำไว้ว่าต้องส่องแว่นขยายนี้ทุกครั้งที่เจอศัตรูใหม่
แจ้งเตือนสิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาด : หากผู้อ่านนำผลแอปเปิล(Apple) ที่ได้จากคนขายของชำ เดินกลับไปมอบให้แก่หนูน้อยเอมิที่บ้านของเชสเตอร์.. เชสเตอร์จะได้รับฉายาพิเศษว่า Kind Brother (พี่ชายแสนดี) มาทันที หลังจากทำเหตุการณ์นี้เสร็จแล้ว ผู้อ่านจึงค่อยกลับไปซื้อเสบียงที่ร้านค้าตามปกติ…
เมื่อพร้อมแล้ว ให้ลองเดินออกจากหมู่บ้าน อาจารย์ทริสตัน (Master Tristan) จะเข้ามาทักทายและพูดคุยกับเรา และเมื่อก้าวพ้นประตูหมู่บ้านออกมาสู่แผนที่โลก ระบบจะแนะนำการสนทนาระหว่างเดินทางหรือระบบ Skits ให้ผู้อ่านได้ทราบ…



การเตรียมความพร้อมและสร้างความคุ้นเคยกับระบบการต่อสู้: ผู้เขียนขอแนะนำให้ผู้อ่านสละเวลาเดินวนเวียนสู้กับศัตรูบนแผนที่โลกรอบๆหมู่บ้านสักครู่หนึ่ง เพื่อทำความเข้าใจกับจังหวะของระบบการต่อสู้และเก็บเลเวลไปในตัว จงสังเกตการเคลื่อนไหวของศัตรูแต่ละชนิดและทดลองออกท่าดาบแบบต่างๆของเคลส สำหรับศัตรูที่บินได้ เช่น ฝูงผึ้งหรือนกฮูก ผู้อ่านสามารถวิ่งพุ่งเข้าไปฟันจากระยะไกลแล้วปล่อยให้ตัวละครถอยฉากกลับมาเพื่อหลบการโจมตีสวนกลับ หากมีศัตรูตัวอื่นยืนขนาบอยู่ แต่หากศัตรูบินอยู่ตามลำพัง ให้กดปุ่มทิศทางดันไปข้างหน้าค้างไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เคลสถอยหลังกลับ แล้วกระหน่ำโจมตีด้วยคอมโบระยะประชิดทันที ในจังหวะที่เชสเตอร์ยิงธนูเข้าใส่ศัตรู ให้ผู้อ่านอาศัยจังหวะนั้นบุกประชิดเข้าไปซ้ำในขณะที่มันกำลังชะงัก หากพบว่าศัตรูยกการ์ดขึ้นมาป้องกัน ให้ผู้อ่านเตรียมกดตั้งรับทันทีเพื่อลดความเสียหายจากการโจมตีสวนกลับ และในทำนองเดียวกัน หากเห็นศัตรูกำลังง้างการโจมตี ให้กดการ์ดป้องกันก่อนแล้วจึงค่อยหาจังหวะสวนกลับไป…
พยายามเก็บเลเวลและค่าความชำนาญจนเคลสได้วิชา Demonic Blade (ดาบมารกระหน่ำ หรือ มาจินเคน) และเชสเตอร์ได้วิชา Crimson Lotus (ศรบัวเพลิง หรือ กุเรนเซน) ซึ่งวิชาทั้งสองนี้จะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการสยบบอสตัวแรกของเกม หากผู้อ่านเก็บเงินได้มากพอ การแวะกลับไปซื้อดาบ Rapier หรือธนู Long Selfbow จากร้านค้ามาใส่ก็เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยม.. แม้ว่าการเล่นในระดับความยากปกติอาจไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวหนักขนาดนี้ แต่หากผู้อ่านกำลังเล่นในระดับความยากที่สูงขึ้น ทุกการเตรียมความพร้อมจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้อย่างมาก และจำไว้เสมอว่าหากพลังชีวิตเริ่มร่อยหรอ ผู้อ่านสามารถเดินกลับมานอนพักที่เตียงในห้องนอนของเคลสได้ฟรีเสมอ…
เมื่อผู้อ่านพร้อมสำหรับการเดินทางแล้ว ให้มุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้ของหมู่บ้านโททิส เพื่อเข้าสู่ “ป่าแห่งจิตวิญญาณ” (Forest of the Spirits).. ทันทีที่ก้าวล้ำเข้าไปในผืนป่า ทั้งสองจะสังเกตเห็นหมูป่ายักษ์ตัวหนึ่งวิ่งหนีเตลิดลงไปด้านล่าง
ให้ผู้อ่านเลี้ยวไปทางขวาจะพบหีบสมบัติบรรจุ Apple Gummi จากนั้นเดินขึ้นไปด้านบนจะพบหีบสมบัติอีกใบที่มี Life Bottle ซ่อนอยู่.. จากนั้นให้เดินย้อนกลับลงมาด้านล่างเพื่อไล่ตามรอยของหมูป่าไปเรื่อยๆจนสุดทางเดิน ผู้อ่านจะสามารถเปลี่ยนฉากขึ้นไปด้านบนและได้พบกับมหาพฤกษาขนาดยักษ์อันศักดิ์สิทธิ์หรือ ต้นไม้ยิกดราซิล (Yggdrasil) ซึ่งในเวลานี้ พลังวิญญาณของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะแห้งแล้งและเริ่มส่งสัญญาณความผิดปกติบางอย่าง ทว่ายังไม่ทันได้คิดสิ่งใดต่อ เคลสและเชสเตอร์ก็สามารถต้อนหมูป่าจนจนมุมและเปิดฉากการต่อสู้ระดับมินิบอสขึ้นในทันที…
ข้อมูลบอส: Boar (หมูป่าตัวแม่) และ Boar Child (ลูกหมูป่า) x3
Boar HP: 175 TP: 0 EXP: 45 Gald: 80 พลังโจมตี: 35 พลังป้องกัน: 9 ความคล่องแคล่ว: 40
การป้องกันธาตุ: ธาตุไฟ (แพ้ปานกลาง) ไอเทมที่ดรอป: เนื้อหมู (Pork)
Boar Child HP: 40 TP: 0 EXP: 5 Gald: 8 พลังโจมตี: 15 พลังป้องกัน: 8 ความคล่องแคล่ว: 50
การป้องกันธาตุ: ธาตุไฟ(แพ้รุนแรงมาก) ไอเทมที่ดรอป: เนื้อหมู (Pork), หนังสัตว์ (Pelt)
ระดับเลเวลที่แนะนำ: 1 – 3
บอสตัวแรกตัวนี้ถือว่าง่ายมาก เว้นแต่ว่าผู้อ่านจะเล่นในระดับความยากระดับสูง ผู้อ่านจะต้องรับมือกับหมูป่ายักษ์ 1 ตัวและลูกหมูป่าอีก 3 ตัวที่คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง.. ลูกหมูป่าพวกนี้จะวิ่งหนีเตลิดออกจากฉากไปเองหลังจากเวลาผ่านไปสักครู่หนึ่ง เหลือทิ้งไว้เพียงแม่หมูป่าตัวเดียวให้จัดการ.. แต่หากผู้อ่านต้องการเก็บไอเทมและค่าประสบการณ์เพิ่มเป็นพิเศษ ก็สามารถเล็งสังหารพวกลูกหมูป่าก่อนได้.. ทันทีที่การต่อสู้เปิดฉากขึ้น แม่หมูป่าจะพุ่งชาร์จเข้าใส่ทันที ขอให้ผู้อ่านรีบกดปุ่มการ์ดตั้งรับการพุ่งชนของมันให้ดี หลังจากนั้นให้เปลี่ยนเป้าหมายไปล็อกที่ลูกหมูป่าตัวใดตัวหนึ่งด้านหลัง แล้วกดสั่งโจมตีเพื่อให้เคลสวิ่งพุ่งทะลุตัวแม่หมูป่าไปอยู่ด้านหลังของมัน จากนั้นให้ปล่อยลูกหมูไว้แล้วหันกลับมาล็อกเป้าที่แม่หมูป่าตัวใหญ่อีกครั้ง การทำเช่นนี้จะทำให้เคลสและเชสเตอร์ยืนขนาบหน้าหลังประกบแซนด์วิชแม่หมูป่าเอาไว้ตรงกลาง เมื่อถูกเคลสฟันสลับกับเชสเตอร์ยิงสกัดจากสองทิศทางพร้อมๆกัน แม่หมูป่าจะไม่สามารถขยับตัวหรือหันมาโจมตีตอบโต้ได้เลย และจะพ่ายแพ้ไปอย่างรวดเร็ว…
หลังจากจบการต่อสู้ ทั้งสองกำลังยินดีกับผลการล่าสัตว์.. ทว่าจู่ๆเสียงระฆังเตือนภัยจากหมู่บ้านโททิสดังก้องสะท้อนมาตามสายลมอย่างผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายให้ทั้งคู่ต้องรีบละทิ้งทุกสิ่งแล้ววิ่งกลับไปที่หมู่บ้านทันที เมื่อผู้อ่านกลับมาถึง ภาพเบื้องหน้ากลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมอันน่าสลดใจ หมู่บ้านอันเงียบสงบถูกเปลวเพลิงเผาผลาญจนราบเป็นหน้ากลอง ชาวบ้านถูกสังหารอย่างไร้ความปราณี เคลสได้พบกับมารดาของตนที่นอนหายใจรวยรินก่อนจะสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตา โดยทิ้งคำเตือนสุดท้ายไว้ให้เขารีบหนีไป.. ส่วนเชสเตอร์ต้องทรุดตัวลงด้วยความสะเทือนใจอย่างแสนสาหัสเมื่อพบว่าเอมิ น้องสาวสุดที่รักของเขาได้กลายเป็นศพไร้วิญญาณไปพร้อมกับซากปรักหักพัง เชสเตอร์ตัดสินใจขออยู่เบื้องหลังเพื่อฝังศพน้องสาวและคนในหมู่บ้าน พร้อมทั้งคะยั้นคะยอให้เคลสรีบมุ่งหน้าหนีไปยัง เมืองยูคลิด เพื่อขอความช่วยเหลือและสืบหาความจริงว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้ โดยหลังจากเหตุการณ์จบลงผู้อ่านจะได้บังคับเคลสเพียงลำพัง…
ก่อนออกจากซากคฤหาสน์ของเคลส ให้เดินขึ้นไปสำรวจที่ชั้นสอง ผู้อ่านจะสามารถเก็บอาวุธ Knight’s Sabre มาได้
ดาบเล่มนี้เป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยมและทรงพลังมากสำหรับช่วงเวลานี้ของเกม เนื่องจากมีค่าสถานะโจมตีที่สูงมากและมีคุณสมบัติเป็น ธาตุไฟ ซึ่งมอนสเตอร์ในแถบนี้ส่วนใหญ่ล้วนแพ้ทางธาตุไฟทั้งสิ้น…
เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว ให้ผู้อ่านออกเดินทางขึ้นไปทางทิศเหนือเพื่อมุ่งหน้าสู่นครหลวงยูคลิดตามคำแนะนำของเชสเตอร์ ซึ่งระหว่างการเดินทาง ผู้อ่านจะต้องฟันฝ่าผ่านช่องเขาแอลเบเนีย (Mountain Pass) ไปให้ได้เสียก่อน…
ช่องเขา. (Mountain Pass)
ทันทีที่ผู้อ่านก้าวเข้าสู่บริเวณนี้ จะมีบทสนทนาสั้นๆเกิดขึ้นเพื่อให้เรียนรู้ระบบการดันและดึงวัตถุต่างๆภายในฉาก
บริเวณนี้จะมีพ่อค้าเร่คอยจำหน่ายไอเทมอยู่ด้วย.. หากต้องการดำเนินเนื้อเรื่องต่อทันที ให้มุ่งหน้าไปทางซ้าย
แต่ถ้าต้องการเก็บไอเทมในพื้นที่นี้ ให้ดึงรูปปั้นที่ขวางทางอยู่ออกแล้วเดินไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นไปทางทิศเหนือเพื่อไปยังยอดเขา ไม่ว่าจะเลือกไปทางใดทั้งสองเส้นทางจะนำพาไปสู่ทางออกเช่นเดียวกัน…
ศัตรูในบริเวณนี้จะไม่สร้างปัญหาให้ผู้อ่านมากนักหากตัดสินใจเดินขึ้นเขา หากผู้อ่านติดตั้งดาบ Knight’s Saber ให้แก่เคลส ศัตรูจะล้มลงด้วยการฟันเพียงไม่กี่ครั้งและหากมีเลเวลอยู่ที่ 3 หรือ 4 ศัตรูก็แทบจะโจมตีไม่เข้า ที่ยอดเขาผู้อ่านจะพบหีบสมบัติบรรจุ Life Bottle และ Orange Gummi จากนั้นให้ออกจากเขตภูเขาแล้วมุ่งหน้าขึ้นเหนือเพื่อไปยังเมือง ยูคลิด(Euclid)
เมืองยูคลิด. (Euclid)
แจ้งเตือนสิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาด : สูตรอาหาร Cabbage Roll Recipe (สามารถเก็บได้จนถึงช่วงสิ้นสุดของเนื้อเรื่องพาร์ตที่ 1 เท่านั้น).
เมื่อเข้ามาในเมืองให้คุยกับทหารที่ยืนอยู่ใกล้ทางเข้าเพื่อเรียนรู้ระบบการปรับซูมมุมกล้องในการต่อสู้ เข้าไปคุยกับพนักงานในร้านขายอาหารเพื่อทำความเข้าใจ ระบบการทำอาหาร (Cooking) และวัตถุดิบ จากนั้นให้คุยกับเชฟและเลือกตอบตกลง (Yes) เพื่อรับสูตรอาหาร Cabbage Roll นอกจากนี้เชฟจะอธิบายระบบเลเวลของสูตรอาหารให้ฟังอีกด้วย
ผู้อ่านสามารถตามหาและพูดคุยกับเขาตามเมืองต่างๆตลอดทั้งเกมเพื่อรับสูตรอาหารเพิ่มเติมได้…
หลังจากนั้นให้มุ่งหน้าไปยังบ้านทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่มีกังหันบอกทิศทางลมเพื่อพบกับ ลุงโอลสัน(Olson) ลุงแท้ๆของเคลส หลังจากคุยจบให้คุยกับลุงโอลสันอีกครั้งแล้วตอบตกลงเพื่อพักค้างคืนดำเนินเนื้อเรื่อง ทว่าในคืนนั้นลุงโอลสันซึ่งถูกทหารของจักรวรรดิข่มขู่ได้หักหลังเคลสและแจ้งเบาะแสให้ทางการทราบ ส่งผลให้ อัศวินดำมาร์ส (Mars) นำกองกำลังเข้าจับกุมตัวเคลสพร้อมทั้งยึดจี้ห้อยคอซึ่งเป็นของดูต่างหน้าของบิดามารดาและริบอาวุธทั้งหมดไป จากนั้นนำตัวเคลสไปขังไว้ในคุกใต้ดินของปราสาทยูคลิด…
ให้ยืนรออยู่สักครู่ เคลสจะได้ยินเสียงหญิงสาวปริศนาเรียก.. ให้สำรวจรูที่ผนังห้องขังแล้วเลือกตอบตกลง ผู้อ่านจะได้รับคีย์ไอเทม Earring(ต่างหู) จากนั้นให้มุดผ่านรูบนผนังเข้าไปสำรวจศพแล้วตอบ ตกลง จะได้รับดาบ Long Sword ติดตั้งดาบเล่มนี้แล้วเคลสจะสามารถฟันทำลายประตูห้องขังได้ เดินไปเปิดหีบสมบัติและถุงทางขวาบนจะได้รับ Battle Axe และ Cheese จากนั้นเดินไปยังห้องขังใกล้ๆ เพื่อพูดคุยกับหญิงสาวปริศนา หลังจบบทสนทนา มิ้นต์(Mint Adnade) นักบวชสาวจะเข้าร่วมกลุ่ม(ซึ่งผู้อ่านสามารถเปลี่ยนชื่อของเธอได้ในจุดนี้)…
ให้สวมใส่ Battle Axe แล้วไปสำรวจที่ตะแกรงท่อระบายน้ำ ตอบ ตกลง เพื่อพังมันออกซึ่งขวาน Battle Axe จะพังเสียหายไปในกระบวนการนี้.. จากนั้นให้มุดผ่านท่อเข้าไปยังทางระบายน้ำใต้ดิน ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ทางระบายน้ำ ผู้อ่านจะได้รับฟังคำอธิบายระบบการเปิด-ปิดการใช้งานทักษะของเพื่อนร่วมทีม เดินขึ้นไปด้านบนจะพบ Wood Shield.. เดินต่อไปทางซ้ายจะได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับวงแหวนความทรงจำหรือ จุดเซฟ(Save Point) ถัดลงมาจากจุดเซฟจะมีหีบสมบัติบรรจุแหวน Channeling อีกหนึ่งวง…
กลยุทธ์การรับมือศัตรูทั่วไปในท่อระบายน้ำ ในดันเจี้ยนนี้ผู้อ่านมักจะได้เผชิญหน้ากับ ค้างคาว(Giant Bat) ซึ่งสามารถปล่อยคลื่นเสียงทะลุผ่านตัวละครไปโดนเพื่อนด้านหลังได้ วิธีหลบคือการยืนอยู่ใต้ตัวมันพอดี วิธีกำจัดค้างคาวที่ดีที่สุดคือใช้ท่าฟันเสยขึ้นด้านบน เมื่อมันร่วงลงสู่พื้นและไร้ทางสู้ ให้กระหน่ำคอมโบซ้ำเข้าไป ส่วนพวก ทากยักษ์(Giant Slug) ผู้อ่านสามารถประชิดตัวแล้วก้มลงแทงซ้ำๆจนกว่ามันจะตายได้อย่างง่ายดาย แต่หากศัตรูป้องกันการโจมตีได้ควรรีบถอยฉากออกมาหรือกดยกการ์ดป้องกันทันทีเพื่อไม่ให้ถูกสวนกลับ…
ในการเล่นระดับความยากสูงๆผู้อ่านจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากศัตรูโจมตีหนักมาก การโดนโจมตีโดยไม่ป้องกันอาจถึงตายได้ แนะนำให้ใช้การวิ่งฟันใส่ค้างคาวเพื่อให้มันล้มลงแล้วรีบถอยกลับมา สำหรับพวกทากและสไลม์ให้ใช้การวิ่งแทงเพื่อผลักพวกมันให้กระเด็นถอยหลังไป จากนั้นถอยออกมาแล้วทำซ้ำหรือจะตามด้วยท่า ดาบผ่ามาร(Demonic Blade / Majinken) เพื่อช่วยดันศัตรูออกไปให้ไกลขึ้น หากโจมตีติดคริติคอลหรือทำให้ศัตรูติดสตั๊น ผู้อ่านสามารถลุยโจมตีต่อเนื่องได้เต็มที่แต่ต้องคอยระวังศัตรูตัวอื่นที่อยู่ใกล้เคียงด้วย…
ในกรณีที่ถูก ลอบโจมตี(Ambush) ให้ตั้งสมาธิจัดการกับศัตรูที่อยู่ด้านหลังก่อนเป็นอันดับแรก หากต้อนมันเข้ามุมได้
ให้กระหน่ำใช้ท่า ลูกเตะนางแอ่น(Swallow Kick / Hienrenkyaku) เพื่อข้ามไปอยู่ด้านหลังของมันให้ศัตรูทั้งหมดกลับมารวมอยู่ฝั่งเดียวกันหรือพยายามกำจัดมันให้เร็วที่สุดก่อนที่ศัตรูอีกฝั่งจะเดินมาประชิดตัว.. จากนั้นให้เดินตามทางขึ้นไปจนถึงทางแยก เปิดหีบรับ Apple Gummi แล้วเลี้ยวไปทางซ้ายเปิดหีบรับ Orange Gummi แล้วเดินย้อนกลับมา เลี้ยวขวาเพื่อไปยังหน้าจอถัดไป…
เดินไปทางขวาต่อจะพบหีบที่มี Apple Gummi อีกหนึ่งชิ้นจากนั้นเดินขึ้นด้านบนเข้าสู่หน้าจอถัดไป จะพบทางแยกอีกจุด เริ่มด้วยการไปทางขวาจะพบบันไดและหีบสมบัติ เปิดหีบเพื่อรับ Orange Gummi แล้วลงบันไดทางขวาไปจะพบทางแยก เดินลงด้านล่างจะพบถุงใส่สมุนไพร Savory ซึ่งช่วยเพิ่มค่าพลังอย่างถาวร(ผู้เขียนขอแนะนำให้เก็บไว้ก่อน อย่าเพิ่งรีบใช้ในตอนนี้ เนื่องจากสามารถนำไปเปลี่ยนเป็นสมุนไพรระดับสูงกว่าได้ในภายหลัง)…
เดินย้อนกลับมาแล้วขึ้นไปตามทางด้านบน จะพบหีบสมบัติและทางแยกไปทางซ้าย เปิดหีบรับดาบ Rapier แล้วเดินไปทางซ้ายจะพบจุดเซฟ ผู้อ่านจะมองเห็นมอนสเตอร์ปรากฏตัวอยู่บนหน้าจอใกล้ๆ.. อย่าเพิ่งเดินเข้าไปหา ให้เดินไปทางซ้ายแล้วขึ้นไปตามทางเพื่อเปิดหีบรับ เงิน 1000 Gald เสียก่อน.. ตอนนี้ให้ย้อนกลับมาที่จุดเซฟ ฟื้นฟูค่า HP และ TP ให้เต็มและอย่าลืมเซพก่อน.. จากนั้นเดินขึ้นไปเผชิญหน้ากับกลุ่มมอนสเตอร์เพื่อเข้าสู่การต่อสู้กับบอส…
การต่อสู้กับบอส: Clay Demon, Giant Slug x2, Giant Bat x2
Clay Demon HP: 250, TP: 0, EXP: 77, Gald: 420 พลังโจมตี: 75, พลังป้องกัน: 13, ความเร็ว: 70 การป้องกันธาตุ: แสง(แพ้ทางอย่างรุนแรง), ความมืด(อาจไร้ผล) การโจมตีธาตุ: ความมืด ไอเทมที่ดรอป: Panacea Bottle, Spectacles.
Giant Slug HP: 75, TP: 0, EXP: 5, Gald: 5 พลังโจมตี: 35, พลังป้องกัน: 10, ความเร็ว: 10 การป้องกันธาตุ: น้ำ (อาจไร้ผล), ไฟ (แพ้ทางอย่างรุนแรง), สายฟ้า (ค่อนข้างแพ้ทาง), ความมืด (ค่อนข้างทนทาน) การโจมตีธาตุ: น้ำ
Giant Bat HP: 60, TP: 0, EXP: 4, Gald: 12 พลังโจมตี: 33, พลังป้องกัน: 8, ความเร็ว: 80 การป้องกันธาตุ: แสง (แพ้ทางอย่างรุนแรง), ความมืด (มีโอกาสสูงที่จะไร้ผล) การโจมตีธาตุ: ความมืด
ระดับเลเวลที่แนะนำ: 3-5
เน้นการโจมตีแล้วถอยฉากกลับมาเพื่อไม่ให้ศัตรูรุมล้อม.. AI ของศัตรูกลุ่มนี้ไม่ฉลาดนักและมักจะยืนนิ่งอยู่ฝั่งของพวกมันเองเป็นส่วนใหญ่ ผู้อ่านจึงสามารถใช้วิธีวิ่งเข้าไปโจมตีตามด้วยดาบผ่ามารแล้วถอยกลับมารอจังหวะได้อย่างปลอดภัยจนกว่าจะกำจัดลิ่วล้อทั้งหมดได้ เมื่อเหลือ Clay Demon เพียงตัวเดียว ค่อยเข้าไปประชิดตัว.. ผู้อ่านสามารถรับมือมันได้เหมือนค้างคาวตัวใหญ่ โจมตีกลางอากาศให้มันร่วงลงมาแล้วทำคอมโบบนพื้น หากเคลสเรียนรู้ท่าลูกเตะนางแอ่นมาแล้วจะสามารถต้อนมันเข้ามุมได้ด้วยการโจมตีปกติ 2 ครั้งต่อด้วยลูกเตะนางแอ่น แม้ว่า TP จะหมดลง การใช้ท่าฟันเสยขึ้นธรรมดาในระยะประชิดซ้ำๆ ก็เพียงพอต่อการเอาชนะ.. ในระดับความยากสูง การต่อสู้นี้อาจต้องพึ่งพาจังหวะและโชคเล็กน้อยเพื่อไม่ให้โดนรุม แต่เมื่อกำจัดสมุนรอบข้างหมดแล้ว หากใจเย็นพอที่จะเข้าทำแล้วถอยออกมารวมถึงตั้งการ์ดป้องกัน บอสตัวนี้จะจัดการได้ไม่ยากเลย…
หลังจบการต่อสู้ ผู้อ่านจะได้รับอาวุธทั้งหมดที่ถูกยึดไปกลับคืนมา.. เดินขึ้นไปด้านบนเพื่อหาทางออกและชมเหตุการณ์สำคัญ เคลสและมิ้นต์จะได้รับการช่วยเหลือจาก ทรีนิคัส ดี. มอร์ริสัน (Trinicus D. Morrison) สหายเก่าแก่ของบิดามารดาเคลส และพามาพักรักษาตัวที่คฤหาสน์ของเขา…
บ้านของมอร์ริสัน. (Morrison’s House)
มิ้นต์จะสอนสูตรอาหาร Steamed Egg Custard และมอบ Monster Encyclopedia ให้แก่ผู้อ่าน.. จากนั้นระบบจะส่งมอบการควบคุมเคลสกลับคืนมา…
คำแนะนำเกี่ยวกับสมุดภาพมอนสเตอร์สำหรับผู้เล่นสายเก็บครบ เมื่อได้รับ Monster Encyclopedia มาแล้ว ผู้อ่านจะสามารถตรวจสอบรายชื่อมอนสเตอร์ทั้งหมดที่เคยเผชิญหน้ามาได้.. ตามที่เคยอธิบายไปก่อนหน้านี้ ผู้อ่านจำเป็นต้องใช้ไอเทม Spectacles เพื่อสแกนข้อมูลมอนสเตอร์.. แต่ที่สำคัญคือต้องทำให้ทราบด้วยว่ามอนสเตอร์ตัวนั้นดรอปไอเทมอะไร
ข้อมูลในสมุดจึงจะถือว่า “สมบูรณ์แบบ 100%” ในกรณีมอนสเตอร์ที่มีอัตราการดรอปไอเทมหายาก ผู้อ่านอาจต้องสู้กับพวกมันซ้ำๆจนกว่าไอเทมจะดรอป.. โชคดีที่ไอเทมเหล่านี้ไม่ได้หายากจนเกินไปและผู้อ่านมักจะได้รับข้อมูลครบจากการเล่นไปตามเนื้อเรื่องปกติ เพียงแต่ต้องสร้างความเคยชินในการเปิดเช็กสมุดภาพหลังจบการต่อสู้กับมอนสเตอร์หน้าใหม่ๆ
อยู่เสมอ…
เดินออกไปนอกบ้าน ผู้อ่านจะได้พบกับ เชสเตอร์ (Chester Barklight) เพื่อนสนิทที่รอดชีวิตมาจากหมู่บ้านโทโทสของเรา.. หลังชมเหตุการณ์ เชสเตอร์จะกลับเข้าร่วมกลุ่มอีกครั้ง…
คำแนะนำในการจับจ่ายซื้อของ จะมีพ่อค้าเร่เข้ามาประจำอยู่ที่ห้องโถงด้านหน้า ผู้เขียนขอแนะนำให้ซื้อ Long Selfbow ให้เชสเตอร์, Round Shield ให้เคลส, Leather Gloves ให้ทั้งเคลสและเชสเตอร์, Beret ให้มิ้นต์และเชสเตอร์ รวมถึงซื้อ Mantle จำนวน 6 ชิ้น(สวมใส่คนละ 2 ชิ้น).. สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มค่าพลังได้มากพอสำหรับช่วงเวลานี้ แต่หากมีเงินเหลือเฟือสามารถเลือกซื้อชุดเกราะ Chain Mail หรือ Ring Mail ให้เคลสและเชสเตอร์ได้ แต่หากมีเงินพอซื้อได้เพียงชุดเดียว แนะนำให้ซื้อแค่ชุดเดียวพอ เพราะผู้อ่านจะเก็บ Chain Mail ฟรีได้อีกหนึ่งชุดในดันเจี้ยนถัดไปและด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ ให้ข้ามการซื้อหมวก Leather Helm ไปก่อนได้เลย…
เมื่อเตรียมความพร้อมเรียบร้อยให้มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกของบ้านมอร์ริสันเพื่อเข้า สู่สุสานใต้ดิน (Underground Crypt)…
สุสานใต้ดิน. (Underground Crypt)
หากผู้อ่านพลาดการเก็บข้อมูลของ Slime, Giant Slug หรือ Giant Bat จากท่อระบายน้ำ
สามารถตามเก็บข้อมูลของพวกมันได้อีกครั้งที่นี่…
จากทางเข้า ให้เดินขึ้นด้านบนเพื่อเปิดหีบรับ Apple Gummi โดยให้มองข้ามมอนสเตอร์ตัวที่ยืนอยู่ด้านบนไปก่อนในเวลานี้.. เดินต่อไปทางขวาเพื่อพบกับ ทริสตัน (Tristan) อาจารย์ผู้สอนวิชาดาบ เขาจะอธิบายระบบท่าไม้ตายประสาน หรือ “โออิกิ” (Ogi) ให้ฟังและเคลสจะได้รับท่าโออิกิ Demonic Kick พร้อมกับฉายา Swordsman จากนั้นให้คุยกับทริสตันอีกครั้งเพื่อรับคำอธิบายเกี่ยวกับระบบ ปุ่มคีย์ลัด(Shortcuts) ด้านล่างจุดที่ทริสตันยืนอยู่จะมีหีบสมบัติที่ซ่อนอยู่อย่างมิดชิด ให้สำรวจเพื่อเก็บ Orange Gummi…
ระบบท่าไม้ตายโออิกิและการเตรียมความพร้อม.
ท่าไม้ตายโออิกิคือการผสมผสานสองทักษะพื้นฐานของเคลสเข้าด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น ท่า Demonic Kick เกิดจากการประสานท่า ดาบผ่ามาร (Demonic Blade) และท่า ลูกเตะนางแอ่น (Swallow Kick) เข้าด้วยกัน.. เงื่อนไขในการใช้งานท่าโออิกิคือผู้อ่านจะต้องใช้ทักษะพื้นฐานทั้งสองท่านั้นจนชำนาญครบ 100 ครั้งเสียก่อน จึงจะสามารถนำท่าโออิกิมาใช้ในการต่อสู้จริงได้.. ซึ่งสามารถตรวจสอบจำนวนครั้งการใช้งานของแต่ละทักษะได้จากเมนู ทักษะ (Abilities)…
หากผู้อ่านมีเวลาว่าง แนะนำให้ใช้เวลาเก็บเลเวลและฝึกฝนท่าดาบผ่ามารกับลูกเตะนางแอ่นรอบๆบ้านของมอร์ริสันให้ครบ 100 ครั้ง.. การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะปลดล็อกท่า Demonic Kick มาใช้เท่านั้น.. แต่ยังช่วยสะสมค่า EXP, เงิน Gald, เสบียงอาหาร รวมถึงเก็บเสบียงเยลลี่แอปเปิลและส้มจากมอนสเตอร์ ซึ่งจะช่วยให้การลุยสุสานใต้ดินราบรื่นขึ้นอย่างมาก…
เดินย้อนกลับมายังจุดที่มีมอนสเตอร์เฝ้าหีบสมบัติเพื่อเข้าสู่การต่อสู้กับ Skeleton 2 ตัว ให้ตั้งค่าท่า Crimson Lotus (โกเร็นเซ็น) ของเชสเตอร์ไว้ที่ปุ่มคีย์ลัด จากนั้นกดค้างไว้เพื่อให้เขายิงธนูใส่ Skeleton ตัวหนึ่งอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตั้งค่าให้มิ้นต์ใช้ท่า Toy Hammer (ค้อนของเล่น) ก่อกวน Skeleton อีกตัวหนึ่ง เมื่อใดที่ Skeleton ตัวใดตัวหนึ่งเริ่มเดินเข้าใกล้กลุ่ม ให้เปลี่ยนเป้าหมายไปที่มันแล้วใช้คอมโบโจมตีปกติร่วมกับลูกเตะนางแอ่นเพื่อผลักมันออกไป เมื่อกำจัดโครงกระดูกตัวแรกได้แล้ว ตัวที่เหลือจะจัดการได้ง่ายดายมาก หลังชนะการต่อสู้ให้เปิดหีบรับ Mixed Gummi…
เมื่อพร้อมที่จะลงลึกเข้าไปในดันเจี้ยน ให้เดินขึ้นเหนือจากจุดที่คุยกับทริสตัน เดินไปทางขวาแล้วลงมายังหน้าจอถัดไป ผู้อ่านจะพบกับโถงทางเดินยาวที่มีแอ่งน้ำและหนูวิ่งไปมาพร้อมประตูเรียงรายอยู่ตลอดแนวกำแพงด้านทิศเหนือ ให้เข้าประตูบานแรกนับจากซ้ายมือแล้วสำรวจโลงศพ ตอบตกลงเพื่อเปิดโลง ผู้อ่านจะต้องสู้กับ มัมมี่ (Mummy) กลยุทธ์ที่ได้ผลดีที่สุดในการรับมือมัมมี่คือการสลับไปบังคับตัวเชสเตอร์แล้วกดยิงธนูใส่รัวๆ เนื่องจากมัมมี่เคลื่อนที่ช้ามากมันจึงไม่มีทางเดินเข้าถึงตัวผู้อ่านได้เลย และหากต้อนมันเข้ามุมได้ อัตราการยิงและขึ้นสายธนูจะทำได้เร็วขึ้นช่วยให้จบการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว.. เมื่อเอาชนะได้ ผู้อ่านจะได้รับ Leather Mantle ซึ่งเป็นผ้าคลุมเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม…
ประตูห้องอื่นๆที่เหลือในโถงทางเดินนี้จะมีโลงศพมัมมี่อยู่ทุกห้อง ยกเว้นประตูบานที่สาม(นับจากซ้ายมือ).. มัมมี่เหล่านี้ให้ค่าประสบการณ์ที่ดี ไอเทมคุ้มค่า และสู้ได้ไม่ยาก ผู้เขียนจึงแนะนำให้เปิดสู้ให้ครบทุกห้องโดยเรียงจากซ้ายไปขวา (ไม่นับบานที่สาม) จะได้รับไอเทมดังนี้: Charm Bottle, Hourglass, Leather Helm และ Rune Bottle.. ไอเทม Charm Bottle
จะช่วยลดราคาสินค้าในร้านค้าถัดไปที่ผู้อ่านแวะซื้อ ส่วน Hourglass จะทำให้ศัตรูทั้งหมดในสนามหยุดนิ่งชั่วขณะ.. ไอเทมเหล่านี้จัดเป็นของหายากมาก ผู้เขียนแนะนำให้เก็บไว้ใช้ในจังหวะวิกฤตจริงๆเท่านั้น Leather Helm เป็นหมวกสำหรับเคลส และท้ายสุด Rune Bottle คือไอเทมพิเศษที่สามารถเปลี่ยนไอเทมชิ้นหนึ่งให้กลายเป็นอีกชิ้นที่ทรงพลังกว่าได้ เช่น สามารถใช้เปลี่ยน Charm Bottle หรือ Hourglass ให้กลายเป็นเวอร์ชันที่ทรงพลังยิ่งขึ้น หรือนำไปเปลี่ยนสมุนไพร Savory ที่ได้จากดันเจี้ยนก่อนหน้าให้กลายเป็นสมุนไพรระดับสูง.. ในเวลานี้ Rune Bottle ยังหาได้ยากมาก จึงควรใช้อย่างประหยัดจนกว่าจะถึงช่วงที่หาซื้อได้ง่ายขึ้น…
เดินลงบันไดทางขวาสุดของโถงทางเดินเพื่อไปต่อ ผู้อ่านจะต้องลงบันไดสามช่วงก่อนจะถึงชั้นถัดไปอย่างแท้จริง.. ในชั้นนี้จะเริ่มมีศัตรูกลุ่มใหม่ปรากฏออกมาแบบสุ่ม Clay Demon, Skeleton และ Mummy จะกลายมาเป็นศัตรูทั่วไปที่พบเจอได้ Clay Demon นั้นต้อนเข้ามุมได้ง่ายและให้เงิน Gald สูงมาก(ผู้อ่านอาจใช้จุดนี้ฟาร์มเงินเพื่อซื้อของเตรียมไว้ได้) สำหรับโครงกระดูกและมัมมี่ ให้ใช้ยุทธวิธีเดิมที่เคยใช้ก่อนหน้านี้รับมือ…
เดินต่อไป เมื่อถึงทางแยกสองทางจุดแรกให้เดินลงด้านล่างจากนั้นเลี้ยวขึ้นไปจะพบถุงใส่ Cheese เดินลงด้านล่างต่อจะพบหีบใส่ Apple Gummi จากนั้นเดินย้อนกลับมาที่ทางแยกสองทางจุดแรก.. แล้วเลือกไปทางขวาผ่านประตูเข้าสู่หน้าจอถัดไป…
ในห้องนี้จะมีทางเดินขึ้นด้านบน 2 ทางและมีประตูทางขวาที่มุ่งหน้าลงไปชั้นล่าง.. ให้เลือกทางเดินขึ้นด้านบนฝั่งซ้ายก่อนเพื่อเปิดหีบรับ Saber.. สำหรับเคลสผู้เขียนไม่แนะนำให้ใช้อาวุธนี้แทน Knight’s Saber หรือ Rapier ให้เดินย้อนลงมาแล้วขึ้นทางเดินฝั่งขวา เดินตามทางไปจนพบหีบใส่ชุดเกราะ Chain Mail สำหรับเคลสหรือเชสเตอร์.. ตอนนี้ให้เดินย้อนกลับมาทั้งหมดแล้วเข้าประตูด้านล่างขวาเพื่อเข้าสู่หน้าจอถัดไป…
ทางขวาจะพบจุดเซฟและ ถุงบรรจุนม (Milk) ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้บันทึกข้อมูลแล้ว.. จากนั้นให้เข้าไปสำรวจรูปปั้นหินใกล้จุดเซฟเพื่อเปิดศึกมินิบอสกับ โกเลม (Golem) มันเปรียบเสมือนมัมมี่รุ่นอัปเกรดที่มีพลังโจมตี พลังป้องกัน และค่า HP สูงขึ้นมาก แต่ความเร็วไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าใดนัก.. การใช้เชสเตอร์กระหน่ำยิงธนูจากระยะไกลจึงยังคงได้ผลดีเยี่ยม โกเลมมีโอกาสเล็กน้อยที่จะสะท้อนการโจมตีกายภาพ ให้เคลสยืนคุมเชิงอยู่ด้านหน้าเพื่อคอยกันไม่ให้มันหลุดมาหาตัวยิง…
เมื่อกำจัดรูปปั้นหินลงได้ ผู้อ่านจะสามารถดันรูปปั้นไปมาได้อย่างอิสระ.. ให้เลื่อนมันลงมาทางมุมตะวันตกเฉียงใต้ของห้องแล้วดันไปทับสวิตช์บนพื้น ซึ่งจะช่วยปลดล็อกประตูใกล้ๆ.. ก่อนจะก้าวผ่านประตูไป ให้แวะเข้าไปในห้องทางขวาเพื่อเก็บ Cheese, Orange Gummi และ Panacea Bottle.. เมื่อเดินผ่านประตูที่ปลดล็อกเข้าไป จะพบกับมอนสเตอร์เฝ้าสมบัติอีกครั้ง ครั้งนี้คือ Clay Demon 2 ตัว.. ให้เคลื่อนย้ายปาร์ตี้ไปฝั่งหนึ่งแล้วต้อนพวกมันให้อยู่รวมกันอีกฝั่ง เมื่อชนะแล้วให้เปิดหีบรับคีย์ไอเทม Wraith Ruby.. จากนั้นให้เดินย้อนกลับไปยังโถงทางเดินที่มีมัมมี่จำนวนมาก ผู้อ่านจะสามารถใช้
Wraith Ruby เปิดประตูบานที่สามที่เคยปิดตายอยู่ได้.. ด้านในจะมีวงเวทที่จะพาผู้อ่านวาร์ปไปยังพื้นที่ถัดไป
และสามารถสำรวจรูปปั้นด้านบนเพื่อฟื้นฟูค่า HP และ TP จนเต็มได้ทันที..
*** หากเสบียงไอเทมเริ่มร่อยหรอ อย่าลังเลที่จะเดินกลับไปยังบ้านของมอร์ริสัน ผู้อ่านสามารถนำเงินที่ได้จากการต่อสู้ไปเติมเสบียงยาและอาหาร รวมถึงซื้อเกราะ Ring Mail ให้เคลสและเชสเตอร์สวมใส่ได้…
พื้นที่ถัดไปนี้จะเต็มไปด้วยธารลาวาและแท่นลอย ผู้อ่านจะเริ่มพบกับ Lizardfly ซึ่งรับมือได้ง่ายเหมือนค้างคาวหรือต่อทั่วไป.. รวมถึง Ghoul ที่สามารถกำจัดได้ง่ายดายเช่นกัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือยืนรอแท่นลอยปรากฏตัวทางซ้าย ขึ้นแท่นลอยไปเปิดหีบสีฟ้าเพื่อรับ Elixir แล้วขึ้นแท่นกลับมา.. จากนั้นเดินลงบันไดด้านล่างเข้าสู่ห้องที่เต็มไปด้วยแมกมา ทุกย่างก้าวที่เดินบนแมกมาจะลดทอนค่า HP ของตัวละครอย่างต่อเนื่อง โปรดใช้ความระมัดระวังอย่างมาก.. คอยเปิดเมนูตรวจสอบพลังชีวิตและให้มิ้นต์ใช้เวท First Aid ฟื้นฟูเลือดเป็นระยะ ที่มุมล่างขวา ผู้อ่านจะพบมอนสเตอร์เฝ้าสมบัติเป็น Clay Demon อีก 2 ตัว เอาชนะพวกมันแล้วเปิดหีบรับสมุนไพร Lavender…
เดินย้อนกลับขึ้นมาแล้วขึ้นแท่นลอยไปยังฝั่งขวาบน ผู้อ่านจะเห็นแท่นลอยอีกตัวอยู่ด้านล่าง แต่ยังไม่สามารถข้ามไปได้ในตอนนี้ เมื่อข้ามไปถึงอีกฝั่งให้เหยียบสวิตช์ทางซ้าย จากนั้นขึ้นแท่นลอยด้านบนเพื่อไปเปิดหีบ 2 ใบที่บรรจุ Milk และ Rabbit’s Foot ซึ่งเป็นเครื่องรางช่วยเพิ่มค่า โชค (Luck) ขึ้น 10%…
จากนั้นให้ย้อนกลับไปยังจุดที่แท่นลอยตัวล่างเคยข้ามไม่ได้ การเหยียบสวิตช์เมื่อครู่จะช่วยให้ข้ามไปได้แล้ว ขณะที่กำลังลอยข้ามลาวา เคลสจะทำอัญมณี Wraith Ruby หลุดมือตกลงไป.. เมื่อข้ามถึงฝั่งให้เดินลงบันไดและเดินเข้าใกล้อัญมณี มันจะถูกแรงกระแทกกระเด็นตกลงไปยังชั้นล่าง.. ให้เดินขึ้นด้านบนแล้วก้าวเข้าไปในแสงสีฟ้า ร่างของเคลสจะเริ่มลอยตัวขึ้น ซึ่งสภาวะนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ได้รับความเสียหายเมื่อเดินบนแมกมา จากนั้นให้เดินย้อนข้ามลาวากลับไป แล้วลงบันไดไปยังห้องแมกมาด้านล่าง ผู้อ่านจะพบ Wraith Ruby ตกอยู่บนพื้น เก็บกู้มันขึ้นมาแล้วเดินย้อนข้ามลาวากลับมาอีกครั้ง เดินขึ้นประตูด้านบนและอย่าลืมบันทึกข้อมูลที่จุดเซฟ จากนั้นเดินขึ้นไปข้างหน้าเพื่อเข้าสู่ศึกบอสโกเลมพร้อมกัน 2 ตัว…
การต่อสู้กับบอส: Golem x2
Golem HP: 4770, TP: 0, EXP: 188, Gald: 410 พลังโจมตี: 95, พลังป้องกัน: 25, ความเร็ว: 15 การป้องกันธาตุ: ดิน (อาจไร้ผล), ลม (แพ้ทางอย่างรุนแรง) การโจมตีธาตุ: ดิน ไอเทมที่ดรอป: Holy Bottle, Orange Gummi
ระดับเลเวลที่แนะนำ: 9-12
คุณสมบัติของพวกมันเหมือนกับโกเลมตัวก่อนหน้าทุกประการ แต่ความท้าทายในครั้งนี้คือพวกมันจะปรากฏตัวขนาบข้างทั้งซ้ายและขวาพร้อมกัน.. ซึ่งอาจสร้างความปั่นป่วนได้มากหากผู้อ่านคุมสถานการณ์ไม่ได้ การที่เคลสมีเลเวลอย่างน้อยระดับ 9 มีความสำคัญยิ่ง เพราะทักษะ กรงเล็บอัสนี (Thunder Claw / Shuruiha) ที่ได้รับในเลเวลนี้จะเป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้…
เริ่มแรกให้ปรับรูปแบบขบวนทัพในเมนู โดยวางตำแหน่งให้เคลสอยู่ขวาสุด แล้วจัดให้เชสเตอร์กับมิ้นต์อยู่ชิดซ้ายสุด เมื่อเริ่มการต่อสู้.. ให้เคลสพุ่งเข้าใส่โกเลมตัวทางซ้าย กระหน่ำใช้ท่า Thunder Claw อย่างต่อเนื่องเพื่อทะลวงผ่านไปอยู่ด้านหลังของมัน วิธีนี้จะช่วยให้เชสเตอร์และมิ้นต์วิ่งหลบไปอยู่ทางฝั่งซ้ายของจอได้อย่างปลอดภัย.. เมื่อต้อนให้โกเลมทั้งสองตัวไปรวมอยู่ฝั่งขวาทางเดียวกันได้แล้ว สถานการณ์จะควบคุมได้ง่ายขึ้นมาก ใช้คอมโบโจมตีปกติ ต่อด้วยลูกเตะนางแอ่น และปิดท้ายด้วย Demonic Kick (หากฝึกสำเร็จแล้ว).. เพื่อผลักดันพวกมันทั้งสองตัวให้ถอยร่นไปติดขอบจอ จากนั้นกระหน่ำใช้ท่า Thunder Claw เพื่อขัดจังหวะการโจมตีและสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ผสานกับการสนับสนุนของมิ้นต์ด้วยเวท Toy Hammer และ Deep Mist ควบคู่ไปกับการตั้งปุ่มคีย์ลัดให้เชสเตอร์ใช้ท่า Crimson Lotus หรือ Ice Fang โกเลมทั้งสองตัวจะพ่ายแพ้ในเวลาไม่นาน.. หากค่า TP เริ่มลดต่ำลง ให้สั่งการให้มิ้นต์ใช้ Orange Gummi
ฟื้นฟูให้เคลสหรือเชสเตอร์เพื่อรักษาระดับการบุกกดดันอย่างต่อเนื่อง…
หลังจบการต่อสู้ให้เดินย้อนกลับไปเซฟเกมที่จุดเซฟ และหากผู้อ่านต้องการ ให้ถอดชุดเกราะและเครื่องประดับทั้งหมดของเชสเตอร์ออก เนื่องจากเขากำลังจะต้องแยกจากกลุ่มในอีกไม่ช้า…
แจ้งเตือนสิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาด : โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้อ่านได้รวบรวมสิ่งเหล่านี้ครบถ้วนก่อนจะเดินหน้าต่อ
เพราะจะไม่สามารถย้อนกลับมาเก็บได้อีกหลังเหตุการณ์ถัดไป…
• ข้อมูลใน Monster Encyclopedia ทุกตัวจนถึงจุดนี้ ยกเว้น #067 Golem, #097
Skeleton, #175 Boar และ #176 Boar Child
• สูตรอาหาร Cabbage Roll Recipe จากเชฟในร้านขายของชำเมืองยูคลิด
หากผู้อ่านทำตามคู่มือนี้มาตั้งแต่ต้น ก็น่าจะมีของเหล่านี้ครบถ้วนแล้ว แต่ให้ตรวจสอบซ้ำเพื่อความรอบคอบเท่านั้นครับ…
เมื่อพร้อมแล้ว ให้เดินผ่านประตูด้านบนขึ้นไปเพื่อรับชมเนื้อเรื่อง มอร์ริสันและกลุ่มของเคลสจะเดินทางมาถึงห้องผนึกส่วนลึกที่สุด ทว่าพวกเขากลับมาสายเกินไปเมื่ออัศวินดำมาร์สได้ใช้จี้ห้อยคอของตระกูลเคลสและมิ้นต์ปลดปล่อย ดาโอส (Dhaos) ราชันย์แห่งความมืดที่เคยถูกบรรพบุรุษสะกดไว้เมื่อหลายปีก่อนให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา…
มาร์ส จะถูก ดาโอส สังหารอย่างง่ายดาย.. มอร์ริสันตระหนักดีว่าพลังของพวกตนในปัจจุบันไม่สามารถต่อกรกับดาโอสได้ จึงตัดสินใจใช้พลังเวทมนตร์ต้องห้ามผ่านแหวนข้ามเวลาเพื่อส่งตัวเคลสและมิ้นต์ย้อนเวลากลับไปในอดีตเมื่อ 100
ปีก่อน เพื่อค้นหาศาสตร์แห่งเวทมนตร์มาใช้ปราบดาโอส โดยมีเชสเตอร์ยอมสละตนเองยืนหยัดขัดขวางดาโอสเพื่อให้พิธีกรรมสำเร็จ…
หลังสิ้นสุดเหตุการณ์อันน่าสะเทือนใจ เคลสและมิ้นต์จะถูกส่งข้ามกาลเวลามาปรากฏตัวอยู่บนแผนที่โลกในยุคอดีต
ผู้อ่านจะได้รับ Morrison’s Book และ Chester’s Bow บรรจุเข้ามาในช่องคีย์ไอเทม.. เมื่อมองขึ้นไปทางทิศเหนือจะพบเมืองตั้งอยู่ ให้มุ่งหน้าเข้าไปในเมืองแห่งนั้นเพื่อดำเนินเนื้อเรื่องต่อไป…
********* กำลังอยู่ในช่วงจัดทำ *********
บทส่งท้าย.
ในที่สุด การเดินทางอันยาวนานข้ามผ่านยุคสมัยของพวกเราก็ได้มาถึงปลายทางแล้วนะครับ ผู้เขียนขอแสดงความยินดีกับผู้อ่านทุกท่านด้วยความจริงใจ ที่สามารถพิชิตเกม Tales of Phantasia ได้สำเร็จครับ
ผู้เขียนเชื่อว่า เมื่อหน้าจอขึ้นข้อความสุดท้ายและเสียงดนตรีบรรเลงจบลง สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในใจของผู้อ่านคงไม่ใช่แค่ความสะใจที่เอาชนะบอสใหญ่ได้ แต่เป็นความประทับใจในเรื่องราวความผูกพันของ เครส, มินต์, เชสเตอร์, เคลาส, อาร์เช่ และซูซุ การร่วมทุกข์ร่วมสุข การสูญเสีย และการเติบโตร่วมกันของพวกเขาตลอดการเดินทาง
สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเกมนี้ คือการทิ้ง “แง่คิดอันลึกซึ้ง” ไว้ให้กับพวกเรา เรื่องราวของ ดาโอส ทำให้เราได้ตระหนักว่า ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น “ความขัดแย้ง” ไม่ได้เกิดจากความดีปะทะความชั่วร้ายเสมอไป บ่อยครั้งมันเกิดจากมุมมอง ผลประโยชน์ และความจำเป็นของแต่ละฝ่ายที่ต้องปกป้องสิ่งที่ตนรัก การกระทำของดาโอสที่ดูโหดร้ายในสายตามนุษย์ แท้จริงแล้วกลับเป็นความพยายามอันสิ้นหวังที่จะกอบกู้บ้านเกิดและดาวเคราะห์ของเขาจากการล่มสลาย ประเด็นเรื่องการใช้พลังงานมานาเกินขอบเขตของมนุษย์จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ก็เป็นภาพสะท้อนที่คมคายและทันสมัยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม
สุดท้ายนี้ ผู้เขียนต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านจากใจจริง ที่ได้ให้ความไว้วางใจและเลือกใช้บทสรุปเล่มนี้เป็นเพื่อนร่วมทาง หากคู่มือฉบับนี้มีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนต้องกราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความทรงจำ ความอบอุ่น และความสนุกสนานที่ได้รับจากโลกของแฟนตาเซีย จะยังคงตราตรึงอยู่ในใจของผู้อ่านไปอีกนานแสนนาน
แล้วไว้พบกันใหม่ในบันทึกการเดินทางเล่มหน้า สำหรับวันนี้.. สวัสดีครับ…

