
เกริ่นนำ.
ในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมวิดีโอเกมแนว RPG (Role-Playing Game) คงปฏิเสธไม่ได้ว่าแฟรนไชส์ที่เป็นเสาหลักและเปรียบดั่งผู้บุกเบิกมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับวงการมาโดยตลอดคือซีรีส์ระดับตำนานอย่าง Dragon Quest ผลงานชิ้นเอกนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นโดยนักพัฒนาจากทีม Chunsoft นำโดยคุณ Yuji Horii ผู้เขียนบทและกำกับการสร้าง, คุณ Akira Toriyama ผู้ออกแบบตัวละครที่มีลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ระดับโลก, และคุณ Koichi Sugiyama ผู้ประพันธ์เพลงประกอบที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง สำหรับภาคที่ 4 ของซีรีส์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Dragon Quest IV: Chapters of the Chosen (ドラゴンクエストIV 導かれし者たち – ดราก้อนเควสต์โฟร์ มิชิบิกาเรชิโมโนทาจิ)” (หรือ Dragon Warrior IV ในเวอร์ชันอเมริกาเหนือ) ได้วางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่อง Famicom (NES) ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1990 และในอเมริกาเหนือช่วงเดือนตุลาคม ค.ศ. 1992
สิ่งที่ทำให้ “Dragon Quest IV” ภาคนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดของเกมในยุคเดียวกัน และถูกยกย่องให้เป็นผลงานชิ้นเอกที่แฟนเกม RPG ห้ามพลาด คือความกล้าหาญในการฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ หลังจากที่ภาค 3 ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายจนสร้างปรากฏการณ์ทางสังคมในญี่ปุ่น (ถึงขั้นมีข่าวลือว่ารัฐบาลต้องขอร้องให้ออกวางจำหน่ายเกมในวันหยุดเพื่อป้องกันเด็กโดดเรียนและคนโดดงาน) แทนที่ทีมผู้พัฒนาจะยึดติดกับระบบสร้างตัวละครแบบเดิม พวกเขากลับนำเสนอการเล่าเรื่องแบบ “แบ่งบท” (Chapter System) อันล้ำสมัย ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทและผจญภัยไปกับกลุ่มตัวละครผู้ถูกเลือกใน 4 บทแรก เพื่อทำความรู้จักกับปูมหลัง แรงจูงใจ และความผูกพันของแต่ละตัวละครอย่างลึกซึ้ง ก่อนที่เส้นทางของทุกคนจะมาบรรจบกันในบทที่ 5 ซึ่งเป็นบทสรุปอันยิ่งใหญ่
นอกจากเนื้อเรื่องที่ลุ่มลึกแล้ว เกมนี้ยังเป็นผู้บุกเบิกการนำระบบ “ปัญญาประดิษฐ์” (AI – Artificial Intelligence) เข้ามาใช้ควบคุมตัวละครในฉากต่อสู้เป็นเกมแรกๆ ของโลก ทำให้พรรคพวกของเราดูมีชีวิตจิตใจ มีการเรียนรู้ และมีรูปแบบการตัดสินใจเป็นของตนเอง ด้วยคุณภาพของบทประพันธ์ที่ยอดเยี่ยม ระบบเกมเพลย์ที่ท้าทาย และความลับที่ซ่อนอยู่มากมายในระดับที่โลก 8-bit สามารถทำได้ คู่มือฉบับนี้จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อนำพาผู้เล่นทุกท่าน หวนคืนสู่ความทรงจำอันยิ่งใหญ่ และไขทุกปริศนาของเกมนี้ไปพร้อมๆ กัน.
เนื้อเรื่องย่อของเกม.
เรื่องราวของภาคนี้ถือเป็นปฐมบทของการเปิดม่าน “ไตรภาคแห่งนภา” (Zenithian Trilogy) โลกมนุษย์กำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤตเมื่อจ้าวแห่งปีศาจามนามว่า “Necrosaro (デスピサロ – เดสพิศาโร่)” (หรือ Psaro) ได้ค้นพบและนำ “เคล็ดวิชาลับแห่งการวิวัฒนาการ” (Secret of Evolution) มาใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองและเหล่ามอนสเตอร์ให้ทรงพลังยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายสูงสุดที่โหดเหี้ยมคือการกวาดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้สูญสิ้นไปจากโลก
ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นผู้กล้า “Hero (ゆうしゃ – ยูฉะ)” สายเลือดแห่งเผ่าพันธุ์ชาวสวรรค์ที่ถูกนำมาซ่อนตัวและเลี้ยงดูให้เติบโตในหมู่บ้านลึกลับกลางหุบเขาอันห่างไกล เพื่อหลบหนีการตามล่าจากกองทัพปีศาจ ทว่าวันหนึ่งความสงบสุขก็พังทลายลง เมื่อกองทัพมอนสเตอร์บุกเข้าทำลายหมู่บ้านจนพินาศย่อยยับ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย สหายสนิทของผู้กล้าซึ่งเป็นเอลฟ์จำแลงกาย ได้เสียสละชีวิตแปลงร่างเป็นผู้กล้าเพื่อรับความตายแทน ผู้กล้าที่รอดชีวิตมาได้ท่ามกลางซากปรักหักพัง จึงต้องแบกรับความเศร้าโศกและออกเดินทางสู่โลกกว้าง เป้าหมายสูงสุดคือการรวบรวม “ผู้ถูกเลือก” (The Chosen) ทั้ง 7 คนจากมุมโลกต่างๆ ที่ต่างก็มีเรื่องราวการผจญภัยของตนเองในบทก่อนหน้า มารวมพลังกันเพื่อตามหาอาวุธและชุดเกราะแห่งนภาในตำนาน เดินทางสู่ปราสาทลอยฟ้า และบุกทะลวงเข้าสู่โลกแห่งความมืดเพื่อหยุดยั้งความบ้าคลั่งของ “Necrosaro” ให้จงได้.
สิ่งควรรู้ก่อนเล่นเกม.
เพื่อให้การผจญภัยราบรื่นและไม่พลาดเนื้อหาสำคัญ ผู้เล่นจำเป็นต้องทำความเข้าใจระบบพื้นฐานและระบบพิเศษที่มีเฉพาะในเกมเวอร์ชัน Famicom นี้อย่างถ่องแท้เสียก่อน
ระบบปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของ AI (Learning AI Tactics)
ในบทที่ 1 ถึงบทที่ 4 ผู้เล่นจะสามารถควบคุมตัวละครทุกตัวได้อย่างอิสระ แต่เมื่อเข้าสู่บทที่ 5 พรรคพวกทั้งหมด (ยกเว้นตัวผู้กล้าเอง) จะถูกควบคุมโดยระบบ AI ซึ่งผู้เล่นสามารถกำหนดทิศทางการต่อสู้ได้ผ่านคำสั่ง “Tactics” ในเมนูเท่านั้น ระบบนี้ไม่ใช่เพียงแค่การสุ่มโจมตี แต่ AI ของเกมเวอร์ชันนี้มีระบบ “การเรียนรู้ (Learning AI)” ซ่อนอยู่เบื้องหลังอย่างชาญฉลาด
ตัวละครในปาร์ตี้จะไม่ทราบจุดอ่อนหรือการต้านทานเวทมนตร์ของศัตรูในทันทีที่พบกันครั้งแรก เมื่อพบมอนสเตอร์ชนิดใหม่ AI อาจใช้เวทมนตร์ที่ไม่ได้ผล (เช่น โจมตีด้วยเวทย์ตายทันทีใส่บอส) แต่เมื่อการต่อสู้ดำเนินผ่านไปในแต่ละเทิร์น ความรู้ (Bestiary Rank) เกี่ยวกับมอนสเตอร์ตัวนั้นจะเพิ่มระดับขึ้นจาก Rank 0 จนถึง Rank 3 เมื่อถึง Rank 3 AI จะมีความรู้สมบูรณ์แบบและเลือกใช้เฉพาะเวทมนตร์หรือการโจมตีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่านั้น เทคนิคที่แนะนำในการสอน AI คือ เมื่อเจอศัตรูกลุ่มใหม่ ให้ผู้กล้าร่ายเวทย์ “Kaclang/Ironize (アストロン – อะซุโตะรง)” เพื่อเปลี่ยนปาร์ตี้ให้กลายเป็นเหล็กอมตะชั่วคราว ปล่อยให้ศัตรูโจมตีฟรีหลายๆ เทิร์น เพื่อให้ AI ของพรรคพวกเก็บข้อมูลการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วโดยที่เราไม่เสีย HP เลย
| คำสั่ง Tactics (ภาษาอังกฤษ) | คำสั่ง Tactics (ภาษาญี่ปุ่น/เสียงอ่าน) | ลักษณะการตัดสินใจของ AI |
| Normal | みんながんばれ (มินนะกัมบาเระ) | โจมตีและป้องกันอย่างสมดุลตามสถานการณ์ ใช้เวทย์เมื่อจำเป็น |
| Defensive | いのちをだいじに (อิโนจิโอะไดจินิ) | เน้นการร่ายเวทย์รักษา (Heal) และร่ายบัฟเพิ่มพลังป้องกันเป็นหลัก |
| Offensive | ガンガンいこうぜ (กันกันอิโคเซะ) | โจมตีด้วยเวทมนตร์และทักษะที่รุนแรงที่สุดโดยไม่สนใจการประหยัด MP |
| Save MP | じゅもんをせつやく (จุมงโอะเซ็ตสึยาคุ) | ประหยัด MP อย่างเต็มที่ จะเน้นใช้การโจมตีกายภาพเป็นส่วนใหญ่ |
| Use No MP | じゅもんつかうな (จุมงสึคาวนะ) | ห้ามใช้เวทมนตร์โดยเด็ดขาด เหมาะสำหรับการต่อสู้กับศัตรูทั่วไป |
| Try Out | いろいろやろうぜ (อิโรอิโระยาโรเซะ) | ทดลองใช้เวทมนตร์สถานะแปลกๆ เช่น ทำให้ศัตรูหลับ สับสน หรือใช้ไอเท็มในกระเป๋า |
ระบบลานประลองและคาสิโน (The Casino)
ระบบคาสิโนปรากฏขึ้นในเมือง “Endor (エンドール – เอนโดรุ)” เป็นครั้งแรกในซีรีส์ ผู้เล่นสามารถซื้อเหรียญ (Tokens) เพื่อนำไปเล่นมินิเกมและสะสมเหรียญไปแลกไอเท็มล้ำค่าอย่าง “Falcon Blade (はやぶさのけん – ฮายาบุสะโนะเค็น)” (โจมตี 2 ครั้ง) หรือ “Meteorite Armband (ほしふるうでわ – โฮชิฟุรุอุเดวะ)” (เพิ่มความเร็วสองเท่า) ในเวอร์ชัน Famicom นี้ สล็อตและโป๊กเกอร์มักจะให้ผลตอบแทนช้าและถูกตั้งค่าความน่าจะเป็นมาค่อนข้างยาก วิธีที่ดีที่สุดในการปั๊มเหรียญคือการใช้ “ลานประลองมอนสเตอร์ (Monster Arena)” โดยให้สังเกตและวางเดิมพันในแมตช์ที่มีมอนสเตอร์ “Moosifer (アンクルホーン – อังคุรุฮอน)” ปะทะกับ “King Cure Slime (キングスライム – คิงกุสุไรมุ)” อัตราจ่ายจะมากกว่า 10 เท่า และ Moosifer มักจะเป็นผู้ชนะเสมอ การรอแทงคู่นี้ซ้ำๆ จะทำให้ตั้งตัวได้ไวที่สุด
การตามหาเหรียญตราเล็ก (Small Medals)
ทั่วโลกจะมีเหรียญ “Small Medal (ちいさなメダル – จีซะนะเมดะรุ)” ซ่อนอยู่ตามไห ถัง ลิ้นชัก และบนพื้น จำนวนจำกัดเพียง 32 เหรียญเท่านั้นในเวอร์ชัน Famicom (ต่างจากเวอร์ชันรีเมคที่มีเยอะกว่า) ผู้เล่นสามารถนำไปมอบให้กับราชาแห่งเกาะเหรียญตรา (Minikin’s Dominion) เพื่อแลกไอเท็มสุดยอด โดยเป้าหมายสูงสุดคือ “Metal Babble Helm (はぐれメタルヘルム – ฮากุเระเมทัลเฮลมุ)” ที่ต้องใช้ 20 เหรียญ ซึ่งเป็นหมวกที่ดีที่สุดในเกม
จุดที่ห้ามพลาดเด็ดขาด (Missable Medals): มีเหรียญที่พลาดแล้วพลาดเลยอยู่บนเรือโดยสารที่ท่าเรือของเมือง “Havre Leon (ハバリア – ฮาบาเรีย)” และ “Porthtrunnel (コナンベリー – โคนันเบอรี่)” ผู้เล่นต้องเข้าไปสำรวจหาเหรียญในเรือเหล่านี้ก่อนที่เหตุการณ์ในเนื้อเรื่องจะดำเนินไปจนเราได้รับเรือส่วนตัว เพราะหลังจากนั้นเรือโดยสารเหล่านี้จะแล่นออกไปและไม่กลับมาอีกเลย
ข้อมูลตกหล่นอื่นๆ ที่ต้องระวัง (Other Missables)
- สมุดภาพมอนสเตอร์ (Book of Beasts): หากผู้เล่นต้องการเก็บข้อมูลมอนสเตอร์ให้ครบ 100% ต้องแน่ใจว่าได้กำจัดมอนสเตอร์ชื่อ “Dirty Dogu” และ “Wimp” จำนวนอย่างน้อยชนิดละ 20 ตัวในบทที่ 4 (พบได้ในถ้ำทิศตะวันตกของหมู่บ้าน Aubout du Monde) เพื่อให้ระบบแสดงผลไอเท็มดรอปในสมุดภาพครบถ้วน หากข้ามไปและเข้าสู่บทที่ 5 มอนสเตอร์สองชนิดนี้จะหายไปจากเกม
- “Sphere of Silence (せいじゃくのたま – เซจาคุโนะทามะ)”: ไอเท็มสำคัญที่ใช้ปิดผนึกเวทมนตร์ของศัตรู ในบทที่ 5 ผู้เล่นจะต้องต่อสู้กับบอส “Sir Roseguardin (ピサロナイト – พิศาโร่ไนท์)” ที่หอคอยในหมู่บ้าน “Rosehill (ロザリーヒル – โรซารี่ฮิลล์)” บอสตัวนี้จะคอยเรียกมอนสเตอร์ลูกน้องออกมาช่วยสู้ ผู้เล่นต้องกำจัด Sir Roseguardin เป็นตัวสุดท้ายในฉากต่อสู้ (ห้ามกำจัดเขาก่อนลูกน้องเด็ดขาด) มิฉะนั้นไอเท็มชิ้นนี้จะไม่ดรอปให้เรา .
แผนที่โลก Dragon Quest 4.

บทสรุป : DRAGON QUEST 4 (ดราก้อนเควสท์ภาค4).

บทที่ 1: ทหารเอกแห่งวังหลวง (Chapter 1: Ragnar McRyan and the Case of the Missing Children)
เริ่มต้นผู้เล่นจะได้รับบทเป็น “Ragnar : แร็กน่า (ライアン – ไรอัน)” ทหารเอกแห่งปราสาท “Burland (バトランド – บาโตรันโดะ)” พระราชาจะได้รับคำขอร้องจากผู้ปกครองที่ลูกๆหลายๆหายตัวไปอย่างปริศนา.. พระองค์จะมอบหมายภารกิจสำคัญให้เราไปสืบและตามหาเด็กๆที่หายตัวไปอย่างลึกลับให้ปลอดภัยกลับมาให้ได้…

ให้เราเดินพูดคุยกับทหารและชาวเมืองทุกคนเพื่อรับทราบข้อมูลและเรื่องราวเบื้องต้น.. จากนั้นไปซื้อ “สมุนไพรเพิ่มพลัง” และ “ยาแก้พิษ” ที่ร้านขายไอเท็มอย่างละประมาณ2เม็ด(จะสะดวก ไม่ต้องกลับมาพักโรงแรมหรือซื้อยาช่วงเก็บเลเวล).. เดินออกจากปราสาทมายังแผนที่โลก เดินวนเวียนต่อสู้กับมอนสเตอร์ใกล้ๆปราสาทเบอร์แลนด์(อย่าเพิ่งไปไกล อันตรายครับ).. เก็บสะสมเงินและค่าประสบการณ์จน Ragnar มีเลเวลประมาณ 5+ จากนั้นเราจะมีเงินในกระเป๋าพอสมควรแล้ว.. ให้เราไปซื้อ “อาวุธ, โล่ห์, เกราะ, และหมวก” เพิ่มให้แร็กน่า เพื่อให้แกร่งขึ้นอีกระดับ.. แวะซื้อ “สมุนไพรเพิ่มพลัง” และ “ยาแก้พิษ” ให้พร้อมอีกครั้งก่อนออกเดินทาง(เวอร์ชั่น Famicom จะมีช่องเก็บของจำกัดมาก ดังนั้นบริหารให้ดีครับ..)



เมื่อพร้อมแล้วให้ออกเดินทางจากปราสาทมุ่งหน้าไปทาง ทิศตะวันตก ซ้ายบนบนแผนที่โลก.. จะพบกับถ้ำแห่งหนึ่ง เข้าไปในถ้ำแล้วเดินไปทาง ด้านบน เมื่อถึงทางแยกแรกให้เลี้ยวไปทาง ด้านขวา จะพบหีบสมบัติบรรจุสมุนไพร จากนั้นเดินย้อนกลับมาแล้วมุ่งหน้าไปทางมุม ซ้ายบน ของถ้ำ ทะลุออกไปยังอีกฟากหนึ่งของแผนที่โลกได้สำเร็จ เมื่อโผล่ออกมา ให้เดินทางต่อไปทาง ทิศตะวันออก จะพบกับหมู่บ้าน “Izmit (イムル – อิมุรุ)” เข้าไปตอนกลางวันชาวเมืองจะพูดถึงเด็กๆที่ถูกลักพาตัวหายไป.. ที่ห้องใต้ดินบริเวณขวาบน ลงไปเราจะได้พบกับห้องขังที่ขังชายคนหนึ่งเอาไว้ เค้าจะขอให้เราช่วยเพราะเค้าเพียงขโมยขนมปังมาทานเพราะหิวเท่านั้น.. ให้ผู้เล่นเดินออกจากหมู่บ้านไปเดินเล่นจนกว่าจะมืด แล้วเดินกลับเข้ามาหมู่บ้านในตอนกลางคืน ไปยังชั้นใต้ดินขวาบนที่เดิม คุยกับผู้ชายที่ถูกขังอีกครั้ง เขาจะบอกว่าเค้าคือ “Alex : อเล็กซ์” แต่ความจำเสื่อม และแค่หิวเท่านั้น…



เมื่อทราบแล้วว่า Alex อยู่ที่นี่ ให้ผู้เล่นเดินทางกลับไปยังปราสาท “Burland (バトランド – บาโตรันโดะ)” เดินไปหาหญิงสาวชื่อ Flora ที่บ้านซ้ายล่างของหมู่บ้าน.. เธอเป็นภรรยาของ Alex นั่นเอง.. พูดกับเธอแล้วเธอจะเดินตามเราเข้าร่วมปาร์ตี้แบบชั่วคราวทันที.. พา Flora เดินทางกลับไปที่คุกในหมู่บ้าน “Izmit (イムル – อิมุรุ)” อีกครั้ง.. เมื่อได้พบกัน Alex จะจำ Flora ไม่ได้ในทันที แตะจะเริ่มจำอะไรได้บ้าง.. เค้าจำได้ว่าเค้าสูญเสียความทรงจำเพราะถูกโจมตีโดยมอนสเตอร์และเค้ากลัวมากๆ.. เค้าจะบอกถึงเบาะแสความลับที่เขาได้ยินมาจากเด็กๆก่อนที่พวกเขาจะหายตัวไป เบาะแสคือ: ให้นับช่องที่ป้ายบอกทางบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน (ด้านนอก) จากนั้นไปที่ช่องทาง ทิศใต้ 4 ก้าว และเดินไปทาง ทิศตะวันออก อีก 4 ก้าว จากนั้นให้กดปุ่มคำสั่ง “สำรวจ” ที่พื้นตรงนั้น ผู้เล่นจะพบกับทางลงลับสู่บ่อน้ำลึก..


ไปตามที่ Alex บอก.. เมื่อเข้าไปได้จะได้พบกับบ่อน้ำปริศนา ให้เราลงไปครับ.. บรรยากาศจะมืดหน่อยและมี “เสียงลึกลับ” ดังขึ้นมาคอยบอกทางให้เราเดินไปทางนั้นทางนี้ ก็ตามไปครับ ทางที่ไม่ให้ไปก็ไม่ต้องไป.. สุดทางที่เสียงบอก เราจะได้พบกับไอเท็ม “Flying Shoes” เก็บมาครับ.. แล้วเราจะได้เห็นมอนสเตอร์ตัวหนึ่งชื่อ “Healie : ฮีลลี่ (ホイミン – โฮอิมีน)” ยืนอยู่ด้วย.. เดินสำรวจหาทางไปหาเค้าให้ได้.. เมื่อเจอตัวใกล้ๆให้เราเข้าไปพูดคุยกับเขา เขาจะเล่าความฝันว่าอยากเป็นมนุษย์และขอร่วมเดินทางไปด้วย ให้ตอบ “ตกลง” นั่นเอง.. Healie จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล เพราะเขาจะคอยร่ายเวทย์ “รักษา” ให้เราอัตโนมัติระหว่างต่อสู้ ทำให้เราประหยัดสมุนไพรไปได้มากเลย.. จากนั้นเดินออกจากบ่อน้ำกลับสู่แผนที่โลกโดยลงไปในร่องแผ่นดินซ้ายบน…



เมื่อออกมายืนบนแผนที่โลก ให้เตรยมตัวไปซ้ื้อไอเท็มและอาวุธชุดเกราะในเมืองให้พร้อมก่อน.. เมื่อพร้อมล้วให้กดใช้ไอเท็ม “Flying Shoes” เราจะสวมรองเท้าเวทมนตร์และกระโดดเหาะลอยฟ้าข้ามแม่น้ำ ทะยานเข้าไปลงจอดบนหอคอย “Loch Tower (湖の塔 – มิซูอุมิโนะโท)” ที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ เมื่อลงจอดแล้ว ให้เดินลงบันไดสำรวจเก็บของให้ทั่วหอคอยก่อน(ชิ้นอื่นจะเอาหรือไม่เอาก็แล้วแต่ แต่ห้ามพลาดสมบัติอาวุธชั้นเยี่ยมประจำบทนี้ นั่นคือดาบนั่นเอง).. เดินวนเก็บเลเวลให้ Ragnar ให้ได้ราวๆ Lv11+ (อาจต้องมีกลับหมู่บ้านบ้างเพื่อพักผ่อนนอนโรงแรม เพื่อไม่ให้เพื่อนมอนสเตอร์ฮีลลี่ของเราตายซะก่อน.. วิธีกลับก็คือแถวๆก่อนถึงหน้าห้องบอส เราจะสามารถออกมาลานหญ้าหน้าหอคอยได้ ออกมายืนลานหญ้าและใช้ไอเท็ม “Flying Shoes” เพื่อขึ้นไปอยู่บนยอดหอคอย แล้วเดินลงมาด้านล่าง เราจะตกออกไปนอกเขตหอคอย ก็สามารถเดินกลับหมู่บ้านไปพักผ่อนหรือซื้ออาวุธชุดเกราะได้ครับ)…



เมื่อเลเวลพร้อม ดาบพร้อม ให้เดินตามทางไปเรื่อยๆ.. หน้าห้องบอส เราจะได้พบกับนักรบที่พยายามมาช่วยเด็กก่อนเรานอนใกล้ตายอยู่.. เค้าจะบอกว่า โลกของเรากำลังจะถูกจอมมารยึดครอง ผู้กล้าที่จะปราบมันได้กำลังเติบโตและอยู่ในกลุ่มเด็กๆนั่นเอง แก๊งค์จอมมารกำลังพยายามฆ่าพวกเค้า ปกป้องพวกเค้าให้สำเร็จให้ได้.. เข้าไปก็จะพบกับห้องโถงใหญ่ จะมีเด็กคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาเราแล้วขอให้เราช่วย เค้าจะบอกเราว่าปีศาจพวกนี้บอกว่าเค้าเป็นผู้กล้าและทำไม่ดีกับเค้าเลย.. เดินขึ้นไปก็จะได้พบกับจอมเวทย์ชิงหมาเกิดและสมุนของมัน.. เข้าไปคุย เบิร์ดกะโหลกหนึ่งที เพื่อเริ่มการต่อสู้ได้เลย… 😆


- Boss Fight: “Saro’s Shadow” และ “Giant Eyeball”
- กลยุทธ์: ให้เราพุ่งเป้าโจมตีและกำจัด “Giant Eyeball” สมุนมันให้ตายก่อนเป็นอันดับแรก เพราะมอนสเตอร์ตัวนี้มีท่าไม้ตาย “เปลี่ยนสีหน้า” ที่สามารถสร้างความเสียหายแบบติดคริติคอลได้อย่างรุนแรง เมื่อมันตายแล้ว ค่อยหันไปสู้กับ “Saro’s Shadow” ต่อ บอสตัวนี้จะใช้เวทย์ไฟและตบตีค่อนข้างแรง ให้ผู้เล่นคอยสังเกต HP ของ Healie เพื่อนเราให้ดี เพราะบางเทิร์น AI ของ Healie อาจจะตัดสินใจร่ายเวทย์ฮีลให้เราแทนที่จะฮีลให้ตัวเอง.. พลังป้องกันเค้าต่ำกว่าเรา ถ้าบอสใช้เวทย์หมู่ที่โดนทุกคน เค้าอาจตายได้ แล้วถ้าเค้าตาย MP ทั้งหมดที่เค้ามีจะสูญเปล่า.. ให้กดใช้ “Medical Herb” รักษาเค้าเพื่อความปลอดภัย.. เค้าสามารถฮีลให้เราได้หลายครั้ง แถมรับตีนแทนเราได้ด้วย 😆.. ดังนั้นเอายาอันน้อยนิดของเราให้เพื่อนดีกว่า(เก็บไว้กินเองเม็ดนึง)…
เมื่อกำจัดบอสได้สำเร็จ เสียงโห่ร้องยินดีของเด็กๆจะดังขึ้น หอคอยจะปลอดภัยแล้ว ให้เราพาเด็กๆ เดินขึ้นไปยอดหอคอยแล้วกระโดดลงมา(แบบที่เรากลับหมู่บ้าน) จากนั้นเดินทางกลับไปที่หมู่บ้าน “Izmit (イムル – อิมุรุ)” เพื่อส่งเด็กๆ คืนสู่อ้อมอกของพ่อแม่.. เดินทางกลับไปยังปราสาท “Burland (バトランド – บาโตรันโดะ)” (ระหว่างทางกลับนี้จะไม่มีมอนสเตอร์สุ่มเกิดอีกเลย) เข้าเฝ้าพระราชา พระองค์จะชื่นชมในความกล้าหาญและมอบประสบการณ์จำนวนมหาศาลให้ พร้อมประทานอนุญาตให้ “Ragnar” ออกเดินทางสู่โลกกว้างเพื่อตามหาและปกป้องผู้กล้าในตำนาน ภาพจะตัดจบ เป็นอันจบสิ้นความสมบูรณ์ของบทที่ 1…



บทที่ 2: การผจญภัยของเจ้าหญิงอารีน่า (Chapter 2: Alena and the Journey to the Tourney)
ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น “Alena (アリーナ – เอเลน่า)” เจ้าหญิงจอมแก่นและทรงพลังแห่งปราสาท “Santeem : แซนตีม (サントハイム – ซันโตไฮมุ)” ที่เบื่อหน่ายชีวิตในวังและปรารถนาจะออกไปพิสูจน์ฝีมือในโลกกว้าง..

จะเริ่มต้นเกมในห้องโถงของพระราชา พระองค์จะสั่งห้ามไม่ให้องค์หญิงออกไปไหน ให้ผู้เล่นเดินสำรวจและพูดคุยกับทุกคนในปราสาทให้ครบ ทั้งพระราชา เสนาบดี บาทหลวง และทหารยามหน้าประตู เพื่อรับรู้สถานการณ์ทั้งหมด และแวะไปหยิบ “Fairy Water” ที่ซ่อนอยู่หลังห้องพักในโบสถ์(หลังหลวงพ่อ).. จากนั้นกลับขึ้นไปที่ห้องของเจ้าหญิงบนชั้นสูงสุดทาง ด้านขวาบน ของห้องโถงพระราชา.. ขึ้นไปจะพบห้องสาวใช้ทางขวา คุยกับเธอ เธอจะบอกว่ารูโบ๋ที่กำแพงในห้ององค์หญิงซ่อมแล้วนะคะ กรุณาอย่าเตะมันอีก!! 😁 ใบ้มาซะขนาดนี้ ต้องเตะสิ อิอิ.. สำรวจตู้เสื้อผ้าในห้ององค์หญิงเพื่อหยิบ “Feather Helmet” มาสวมใส่(เพิ่มพลังป้องกัน).. เมื่อเตรียมตัวพร้อม ให้เดินไปที่กำแพงห้องที่ทำจากไม้แผ่นกด “สำรวจ” แล้วเจ้าหญิงจะเตะกำแพงจนพังทลายเป็นช่องโหว่ ให้เดินทะลุกำแพงออกไปที่ระเบียง แล้วกระโดดลงมาจากหลังคาปราสาทเพื่อหลบหนีออกสู่โลกภายนอก..



ทันทีที่เราเดินออกมาบนแผนที่โลกได้เพียงไม่กี่ก้าว ทหารรับใช้ผู้ซื่อสัตย์สองคนจะวิ่งกระหืดกระหอบตามมา นั่นคือบาทหลวงหนุ่ม “Cristo : คริสโต (クリフト – คุริฟุโตะ)” และจอมเวทย์อาวุโส “Brey : เบรย์ (ブライ – บูไร)” ทั้งคู่จะขอร่วมปาร์ตี้เพื่อคอยปกป้ององค์หญิง ทำให้ตอนนี้เรามีปาร์ตี้ 3 คนแล้ว ให้ผู้เล่นเดินวนเวียนต่อสู้รอบๆ ปราสาทเพื่อเก็บเลเวลให้ถึงประมาณ 4-5 และซื้ออาวุธและเครื่องป้องกันดีๆให้ Alena และเพื่อนๆเพื่อเพิ่มพลังโจมตีและป้องกันให้จ๊าบยิ่งขึ้น..

เมื่อเลเวลพร้อม ให้เดินทางไปทาง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ลัดเลาะหุบเขาจนพบหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ “Tempe (テンペ – เทมเปะ)” หมู่บ้านนี้กำลังตกอยู่ในความหวาดกลัว เพราะมอนสเตอร์ชั่วร้ายได้ข่มขู่เรียกร้องให้ส่งหญิงสาวไปเป็นเครื่องสังเวยให้มันเสมอ และตอนนี้ก็ถึงคราวของสาว “Nina” ลูกสาวของชาวนาท่านนึง.. ให้เราอาสาช่วยพวกเค้าโดยการปลอมเป็นเครื่องสังเวยแทนนีน่า.. ให้เราเดินเข้าไปที่โบสถ์ทาง ด้านบน ของหมู่บ้าน.. คุยกับบาทหลวงตอบ “ตกลง” ชาวบ้านจะเอาเกี้ยวมารับเรา ก็ให้เราเดินเข้าไปในเกี้ยว.. ชาวบ้านก็จะพาเราไปวางไว้ที่แท่นสังเวย.. แล้วเจ้าปีศาจตัวแสบพร้อมลูกน้องก็จะออกมาหาเรา.. ก็ให้เรากระทืบพวกเค้าซะ.. เอาให้ยับ… 😆



- Boss Fight: Chameleon Humanoid และสมุน Rabidhound 2 ตัว
- กลยุทธ์: การต่อสู้ครั้งนี้ต้องอาศัยทีมเวิร์ค เปิดเทิร์นแรกมา ให้ Cristo ร่ายเวทย์ Upper เพิ่มพลังป้องกันให้ Brey ทันที เพราะ Brey บอบบางที่สุด ส่วน Brey ให้ร่ายเวทย์ Sap (ลดพลังป้องกัน) ใส่ Rabidhound และใช้ Icebolt โจมตี ขณะที่ Alena ให้พุ่งเป้าโจมตี Rabidhound ให้ตายก่อนทีละตัว เมื่อลูกน้องตายหมดแล้วค่อยหันไปรุมโจมตี Chameleon Humanoid


เมื่อชนะ มอนสเตอร์จะสลายไป ชาวหมู่บ้านจะเฉลิมฉลอง ร้านขายอาวุธที่ปิดอยู่จะเปิดให้บริการทันที.. อย่าลืมเข้าไปซื้อ “Boomerang (ブーメラン – บูเมรัง)” ให้ทุกคนสวมใส่ก่อนออกเดินทางต่อ.. ก่อนออกนอกเมือง สำรวจที่กลางแท่นสังเวยอีกครั้ง เราจะได้ “เมล็ดเพิ่ม HP” หนึ่งเมล็ด…
เดินทางออกจากหมู่บ้าน Tempe ทะลุช่องเขาไปทาง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะพบเมืองขนาดใหญ่ชื่อ “Vrenor/Frenor (フレノール – ฟุเรโนรุ)” เมื่อเข้าไปในเมือง จะพบว่าชาวเมืองกำลังแตกตื่นเพราะมีคนเห็น “เจ้าหญิง Alena” (ซึ่งเป็นตัวปลอม) กำลังถูกโจรลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตา! พวกมันจะเรียกค่าไถ่ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องนำ “Golden Bracelet (おうごんのうでわ – โอกงโนะอุเดวะ)” มาแลกตัวประกัน.. ไปหาข้อมูลที่ผู้ชายแถวสุสาน เราจะได้ข้อมูลว่า “Golden Bracelet” อยู่ในถ้ำทางใต้ของหมู่บ้าน.. นอนพักที่โรงแรม เตรียมตัวให้พร้อม(ในถ้ำที่เรากำลังจะไป มอนสเตอร์ค่อนข้างหนาแน่นและโจมตีแรงมากๆ โดยเฉพาะชั้นที่มีของที่เราไปหาอยู่.. ดังนั้นเตรียมเลเวลเกิน 9+ ขึ้นไปจะดีที่สุดครับ.. ต่ำกว่านี้มีตาย บอกเลย.. ผู้เขียนไปเลเวล 8 ตายไปสองศพครับ.. เกือบหลับแต่กลับมาได้.. 😆)…
ออกจากเมือง เดินทางลงมาทาง ทิศใต้ จะพบถ้ำแห่งหนึ่ง เข้าไปด้านใน.. เดินตามทางเรื่อยๆ เก็บหีบสมบัติให้ครบ.. ลงบันไดไปอีกชั้น ในชั้นล่างสุดนี้ให้เดินไปทาง ด้านล่าง แล้วอ้อมโค้งไปทาง ด้านซ้าย เดินข้ามกองกระดูกหัวกะโหลกไป จะพบหีบสมบัติที่เก็บซ่อน “Golden Bracelet” เอาไว้ นำกำไลทองคำนี้กลับไปที่เมือง “Vrenor/Frenor” (สามารถใช้เวทย์พ่อเฒ่า Brey ออกจากถ้ำและกลับเมืองได้แล้วครับตอนนี้ ถ้าต้องการ).. รอจนถึงเวลากลางคืน แล้วเดินไปที่สุสานทาง ซ้ายบน อีกครั้ง มอบกำไลให้โจร พวกมันจะปล่อยตัวเจ้าหญิงตัวปลอม ซึ่งเธอก็คือนักแสดงที่ปลอมตัวที่สำนึกผิดแล้ว ชาวบ้านจะมอบ “Thief’s Key (とうぞくのかぎ – โทโซคุโนะคางิ)” กุญแจระดับแรกที่สามารถใช้เปิดประตูสีฟ้าได้ทุกบานในโลกให้เราเป็นรางวัล..
ออกจากเมือง มุ่งหน้าลง ทิศใต้ ผ่านถ้ำไปทาง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะพบพื้นที่ทะเลทราย และตรงกลางเราจะสามารถเข้าไปได้.. ด้านในมีเต็นท์ตั้งอยู่มากมาย และนั่นคือ “Desert Bazaar (砂漠のバザー – ซาบะคุโนะบาซ่า)” หรือตลาดนัดกลางทะเลทรายสุดจ๊าบนั่นเอง.. แวะซื้ออาวุธและชุดเกราะแจ่มๆที่ห้ามพลาดทั้งหลายให้หมด.. สำรวจไหที่ร้านซ้ายล่างเพื่อเก็บ Strength Seed และอะไรอีกซักอย่าง.. ขณะกำลังเดินชมตลาด ท้ายตลาดจะมีทหารยามจากปราสาท Santeem กำลังมาเดินตามหาเราอยู่.. เค้าจะแจ้งข่าวร้ายว่า พระราชาทรงประชวรหนักและไม่สามารถตรัสอะไรได้เลยแม้แต่คำเดียว!..
ให้ผู้เล่นร่ายเวทย์ “Return” กลับไปที่ปราสาท “Santeem” วิ่งไปเข้าเฝ้าพระราชา พระองค์จะพูดไม่ได้ ไม่มีเสียง.. คุยกับท่านเสนาบดีใกล้ แกจะบอกว่าพ่อเฒ่า Goz หลังปราสาทน่าจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร.. ให้เรากลับไปที่ห้องเรา กระโดดเข้ารูที่เราเคยหนีเที่ยว พอลงมาถึงพื้นก็เดินไปทางซ้าย จะเจอกับห้องลุงเค้าพอดี.. พ่อเฒ่า Goz จะตกใจและแนะนำให้เราไปหา Marone นักกวีที่เมือง “Surene (サラン – ซารัน)” ที่อยู่ใกล้กับปราสาทองเรานั่นเอง.. เฮียเค้าจะยืนอยู่ที่ชั้นลอยด้านบนปราสาทนั่นเอง.. ขึ้นไปหาและคุยกับ Marone เขาจะบอกว่ามี “ยารักษา” อยู่ที่หอคอยทางทิศตะวันตกของตลาดทะเลทรายบาซ่า..
ให้เรากลับไปที่ “Desert Bazaar” อีกครั้ง.. แล้วเดินเท้าผ่านทะเลทรายไปทาง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะพบกับหอคอย “Birdsong Tower (さえずりの塔 – ซาเอซุริโนะโท)”.. บอกตรงๆเลยว่า เป็นจุดที่เหมาะจะปักหลักก็บเลเวลอย่างถึงที่สุด.. เพราะเดินเข้าไปในหอคอยแค่นิดเดียวก็จะได้พบกับห้องพักใต้ดินซึ่งเราสามารถนอนพักได้เหมือนนอนโรงแรมเลย.. ฉ่ำมากๆ.. (ผู้เขียนแนะนำให้ปักหลักเก็บเลเวลตรงนี้ให้สูงทีสุดเท่าที่จะทำได้ พอได้เงินประมาณหนึ่งก็เดินไปซื้ออาวุธชุดเกราะที่ดีที่สุดในตลาดทะเลทรายมาใส่ให้ครบทุกคน.. พอเลเวลถึง 11 นักเวทย์ Brey ของเราจะสามารถร่ายเวทย์น้ำแข็ง “Snowstorm” ได้ ซึ่งใช้ MP แค่ 5 หน่วย แต่สามารถกวาดศัตรูแบบตายทั้งฝูงได้ สร้างดาเมจได้ถึง 30-50 หน่วยเลย.. ทีนี้ก็เพลินสุดๆ.. สะดวกขึ้นเยอะ.. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องระวังให้มากเลยนะครับ เพราะมอนสเตอร์ร้ายกาจและสามารถฆ่าเราได้อยู่นะ..)
เมื่อพร้อมแล้วก็เปิดประตูใหญ่เข้าไปเพื่อขึ้นชั้นสอง.. เก็บสมบัติให้หมด สำรวจทุกพื้นที่.. มี Strength Seed และ เงิน 1200 เหรียญ ให้เก็บจากหีบด้วย.. จากนั้นให้เดินขึ้นไปอีก เดินเลาะตามระเบียงแคบๆไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นดาดฟ้าสุด.. เราจะพบเอลฟ์สาวสองตนกำลังเก็บน้ำหวานในสวนดอกไม้ เมื่อพวกเธอเห็นมนุษย์จึงตกใจและบินหนีไป แต่ทำน้ำยาหล่นไว้หลอดหนึ่ง.. ให้เราเดินไปสำรวจที่พื้นตรงจุดที่เอลฟ์สาวเคยยืนอยู่ ก็จะพบกับไอเท็มเป้าหมาย “Birdsong Nectar (さえずりのみつ – ซาเอซุริโนะมิตสึ)” อยู่ตรงนั้นนั่นเอง..
นำน้ำยานี้กลับไปถวายให้พระราชาที่ปราสาท Santeem ของเรา.. เมื่อทรงเสวยแล้ว เสียงของพระองค์จะกลับคืนมา พระราชาจะเล่าว่าทรงฝันเห็นลางร้ายบางอย่าง เห็นปีศาจออกมาจากโลกปีศาจ พอพระองค์จะเล่าให้เสนาบดีฟังเสียงก็หายไป พูดไม่ได้อีกเลย.. เสด็จพ่อจะขอบคุณเรา และเชื่อใจในตัวเรามากขึ้น.. เนื่องจากพระองค์กังวลในฝันร้ายนั้น จึงฝากให้เราช่วยสอดส่องเรื่องราวต่างๆในบ้านเมือง และฝากฝัง “Cristo” และ “Brey” ดูแลองค์หญิงให้ดี.. และอนุญาตให้เราออกเดินทางข้ามทวีปได้อย่างเป็นทางการ โดยสั่งให้เปิดประตูมิติที่วิหารทางทิศตะวันออกของทะเลทรายบาซ่าให้..
เดินทะลุประตูมิติมายังทวีปใหม่ มุ่งหน้าสู่ปราสาท “Endor (エンドール – เอนโดรุ)”.. เป้าหมายสูงสุดของบทนี้คือการเข้าร่วมงานประลองศิลปะการต่อสู้ที่โคลอสเซียมหลังปราสาท.. อัพเกรดอาวุธชุดเกราะให้เรียบร้อย.. การประลองนี้ Alena ต้องลงสู้เพียงลำพังคนเดียวเท่านั้น! ผู้เล่นจึงต้องนำ Medical Herb ใส่กระเป๋าของ Alena ให้เต็มทุกช่อง และควรเก็บเลเวลของเธอให้ถึงประมาณ 14 หรือ 15 เพื่อความปลอดภัย.. ที่สำคัญที่สุด อย่าลืมซื้ออาวุธ “Iron Claw” สวมใส่ที่ร้านค้าทางซ้ายหน้าลานประลอง..
เมื่อพร้อมแล้ว ให้เดินเข้าสู่ลานประลอง Alena จะต้องต่อสู้แบบตัวต่อตัว 5 ยกติดกัน.
- Hun : นักสู้เส้าหลินกล้ามโต โจมตีธรรมดา ไม่ยากเกินไป.
- Roric : หนุ่มน้อยบูมเมอแรง ใช้อาวุธบูมเมอแรง โจมตีเร็ว ระวังเลือดให้ดี.
- Vivian : นักเวทย์สาวเซ็กซี่ เธอจะคอยร่ายเวทย์ใส่เราเรื่อยๆ กลยุทธ์คือให้ Alena คอยกดใช้สมุนไพรฮีลตัวเองไปเรื่อยๆ รอจนกว่า MP ของ Vivian จะหมดเกลี้ยง (เธอก็จะตีเราเบาหวิว) ค่อยสวนกลับ.
- Sampson : นักรบเกราะเหล็ก โจมตีรุนแรง ดวลดาบกันหมัดต่อหมัดและคอยฮีลเมื่อจำเป็น.
- Linguar : บอสตัวสุดท้าย มันจะแยกร่างออกเป็น 4 ร่าง ทุกร่างจะขยับเหมือนกัน แต่มีเพียงร่างเดียวเท่านั้นที่เป็นตัวจริงที่รับดาเมจ ร่างอื่นตีไปก็ว่าว นี่คือการวัดดวงล้วนๆ ให้สุ่มตีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะโดนตัวจริง.
เมื่อโค่นคู่ต่อสู้ทั้ง 5 ลงได้ Alena จะกลายเป็นแชมเปี้ยน! พระราชาแห่ง Endor จะทรงยินดีและประกาศให้รางวัล แต่เมื่อถึงคิวของนักสู้ปริศนาที่ชื่อ Psaro the Manslayer เขาจงใจสละสิทธิ์ไม่ยอมปรากฏตัว ในขณะที่กำลังเดินออกจากลานประลอง ทหารยามจากปราสาท Santeem ที่ร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือดจะวิ่งเข้ามาล้มลงตรงหน้า และร้องบอกด้วยลมหายใจสุดท้ายว่าให้องค์หญิงรีบกลับไปที่ปราสาทเดี๋ยวนี้! ให้ผู้เล่นใช้เวทย์ Return กลับไปที่ปราสาท “Zamoksva/Santeem (サントハイム – ซันโตไฮมุ)” ทันที ภาพที่เห็นคือความอ้างว้าง ปราสาททั้งหลังเงียบสงัด ไม่มีเสียงดนตรี ไม่มีผู้คนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่คนเดียว ราวกับถูกลบหายไปจากโลก! ด้วยความสับสนและต้องการไขปริศนานี้ Alena, Kiryl และ Borya จึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อตามหาผู้คนของเธอ เป็นอันปิดฉากบทที่ 2 อย่างเป็นทางการ
บทที่ 3: พ่อค้าอาวุธผู้ยิ่งใหญ่ (Chapter 3: Torneko and the Extravagant Excavation)
ผู้เล่นจะรับบทเป็นพ่อค้าร่างท้วมผู้มีจิตใจดี “Torneko หรือ Taloon (トルネコ – โตรุเนโกะ)” ชายผู้ยังทำงานเป็นลูกจ้างในร้านขายอาวุธแห่งเมือง “Lakanaba (レイクナバ – เรคุนาบะ)” นั่นเอง.. แต่เค้ามีความฝันอันยิ่งใหญ่อยากมีร้านเป็นของตัวเองและอยากจะเป็นพ่อค้าอันดับหนึ่งของโลก.. บทนี้ถือเป็นบทที่แหวกแนวและสร้างสรรค์ที่สุดสำหรับเกม RPG ในยุคนั้นเลยทีเดียว.. เพราะระบบเกมจะเน้นไปที่การทำธุรกิจ การหาเงิน และการแก้ไขปัญหาด้วยวิถีของพ่อค้า มากกว่าการฟาดฟันกับปีศาจๆๆๆ… 😁👍
ในตอนเช้า ภรรยาแสนดีของเรา “Neta” (หรือ “Tessie”) จะปลุกและทำข้าวกล่อง “Lunch” ให้ (ข้าวกล่องนี้กดกินเพื่อเติม HP ได้เหมือนสมุนไพร) ให้ออกจากบ้านแล้วเดินไปทำงานที่ร้านขายอาวุธตรงซ้ายล่างของหมู่บ้าน.. ในวันแรกระบบจะสลับเข้าสู่โหมด “จำลองการขายของ” ทันที.. ผู้เล่นจะได้ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ คอยรับลูกค้าที่เดินเข้ามาซื้อและขายอาวุธ หากมีลูกค้านำดาบดีๆมาขายให้ร้าน ให้เรารับซื้อไว้ และหากเราอยากได้ก็ไม่ต้องขายให้ลูกค้าคนอื่นต่อ เพื่อเก็บดาบเล่มนี้ไว้ในสต็อกของร้าน เมื่อเราเลิกงาน (ระบบจะตัดจบวันเมื่อได้ค่าคอมมิชชั่นครบกำหนด) ให้นำเงินเก็บส่วนตัวมาซื้อดาบเล่มนี้ไปใช้เอง!..
***ตรงจุดนี้ ผู้เขียนแนะนำให้ขายของเป็นลูกจ้างเค้าประมาณ 4 วันพอครับ.. หลังจากนั้นก็ซื้ออาวุธชุดเกราะแค่พอสู้กับมอนสเตอร์ได้ แล้วออกไปตีมอนส์เอาดีกว่า จะรวยเร็วกว่า.. เพราะมอนสเตอร์จะดร็อปอาวุธชุดเกราะทั้งราาถูก, ปานกลาง, และแพง ให้เราอยู่เสมอ.. เอามาขาย เราจะมีเงินเร็วมากๆ อันไหนดีเราใส่ได้ก็เก็บไว้ใส่ อันไหนใส่ไม่ได้ก็เอาไปขายครับ..
ได้อาวุธชุดเกราะที่น่าพอใจแล้ว ให้เราไปคุยกับเจ้าของโรงแรมเป็นการส่วนตัว(ไม่ผ่านเคาน์เตอร์) เราจะได้ข้อมูลว่าถ้ำทางทิศเหนือมี “กล่องเหล็กเก็บเงิน” ซ่อนอยู่(ไอเท็มที่จะช่วยปกป้องเงินทองของเราไม่ให้สูญหายเวลาตาย).. ออกจากเมือง มุ่งหน้าไปทาง ทิศเหนือ จะพบถ้ำแห่งหนึ่งตามคำบอกเล่า.. เข้าไปด้านใน สำรวจเก็บของให้ทั่ว.. ในถ้ำจะมีกลไกหลายอย่างที่เราต้องใช้ให้เป็น.. 1.กดเปิดประตูน้ำเพื่อให้น้ำดันเราไปพื้นที่ต่อไป 2.วิ่งล่อก้อนหินยักษ์ให้ตกไปในหลุมเพื่อเดินทางต่อ 3.ดันก้อนดินไปทับแท่นวางกล่องเหล็กที่รามาตามหา.. ซึ่งอันหลังสำคัญที่สุด ห้ามลืมเข็นก้อนดินเข้าไปในห้องสุดท้ายด้วยเด็ดขาด ถ้าลืมคือออกไม่ได้เลยนะ… เมื่อเข้าไปถึงห้องในสุดทาง จะพบหีบสมบัติ เมื่อเปิดออกและหยิบ “Steel Strongbox หรือ Iron Safe (てつのきんこ – เท็ตสึโนะคิงโกะ)” ประตูลูกกรงเหล็กจะเลื่อนลงมาขังเราไว้ทันที! วิธีแก้ปริศนาคือ ให้ผลักก้อนดินกลิ้งนั่นแหละไปวางทับแทนไว้.. (น้ำหนักของหินจะหลอกกลไกแทนน้ำหนักของเซฟ) ประตูลูกกรงจะเปิดออก ทำให้เรานำเซฟออกมาได้อย่างปลอดภัย…
กลับมาที่เมือง Lakanaba เตรียมตัวให้พร้อม จากนั้นเดินทางลงมาทาง ทิศใต้ จะพบหมู่บ้านกลางป่าชื่อ “Foxville/Shinnock (キツネヶ原 – คิตสึเนะงาฮาระ)” ทุกอย่างในเมืองนี้คือภาพลวงตา! สินค้าในร้านอาวุธที่ดูเหมือนดาบราคาแพง แท้จริงแล้วเป็นเพียงแท่งไม้ Cypress Stick และสมุนไพรก็คือ Gum pod ห้ามซื้อของใดๆ ทั้งสิ้น!!.. ในเมืองนี้เราจะพบสถาปนิกชื่อ Archie เขาบอกว่าถูกมนต์สะกดของที่ปรึกษาหมู่บ้านจนไม่สามารถเดินทางไปซ่อมสะพานให้เมืองข้างๆ ได้ ให้เราเข้าไปนอนพักที่บ้านชายซ้ายบนโดยตอบ “Yes” สองครั้ง.. เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา เราจะพบว่าตัวเองนอนอยู่กลางป่าและหมู่บ้านนั้นก็หายไป…
เดินทางต่อไปทาง ทิศใต้ อีกจะพบปราสาท “Ballymoral/Bonmalmo (ボンモール – Bonmooru)” เข้าไปคุยกับเจ้าชายที่ห้องฝั่งซ้ายของปราสาท พระองค์จะนัดให้เรามาเจอกันที่หลังร้านในตอนกลางคืน.. ไปคุยกับพระราชา จะได้รับรู้ว่าเขาตั้งใจจะก่อสงครามกับเมือง Endor.. ในตอนกลางคืน ให้เราแอบไปหาเจ้าชายตามที่นัดกันไว้.. พระองค์จะฝาก “Prince’s Letter (王子の手紙 – โอจิโนะเทกามิ)” ไปให้เจ้าหญิงแห่ง Endor เพื่อขอความช่วยเหลือหยุดยั้งสงคราม.. ก่อนออกจากปราสาท ให้แวะไปที่คุกใต้ดินทางขวาบนของปราสาท.. ลักลอบเข้าไปคุยกับนักโทษที่มาจาก Lakanaba ที่ห้องทางขวาให้ได้(อย่าให้ทหารจับหรือเห็นได้).. เขาจะขอร้องให้เรานำ “Chimaera Wing (キメラのつばさ – คิเมระโนะสึบาสะ)” มาให้เขาเพื่อใช้หลบหนีกลับบ้านเกิด ให้เรามอบให้เขาไป.. แล้วเค้าจะวาร์ปกลับบ้านเค้าได้ทันที…
ร่ายเวทย์หรือเดินกลับไปที่หมู่บ้าน “Lakanaba” ไปหานักโทษที่เราเพิ่งช่วยไว้ที่บ้านของเขา ลูกชายของเขาจะซาบซึ้งใจและให้เรายืมสุนัขแสนรู้ชื่อ Fido (Tov) มาใช้งาน ให้พาสุนัขตัวนี้เดินทางกลับไปยังหมู่บ้านภาพลวงตา “Foxville” สุนัขจะวิ่งตรงเข้าไปเห่าใส่ที่ปรึกษาหมู่บ้าน จนมนต์ลวงตาคลายออก เผยร่างจริงว่าเป็นสุนัขจิ้งจอกจำแลงกาย! เมื่อมันยอมแพ้ มันจะทิ้งเกราะ Full Plate Armor ไว้ให้ สถาปนิก Archie จะหลุดพ้นจากมนต์สะกดและออกเดินทางไปซ่อมสะพานให้ทันที
เมื่อสะพานซ่อมเสร็จ ให้เดินข้ามสะพานไปทาง ทิศใต้ สู่ปราสาท “Endor (エンドール – เอนโดรุ)” นำจดหมายรักไปมอบให้เจ้าหญิง ราชาแห่ง Endor จะบังเอิญมาได้ยินเรื่องราวทั้งหมด พระองค์จึงมอบพระราชสาส์น “Royal Scroll (おうけのตาราง – โอคิโนะสึทสึจิ)” ให้ Torneko นำกลับไปส่งให้ราชาแห่ง Ballymoral ทันที มอบจดหมายนี้ให้ราชา Ballymoral พระองค์จะยอมยุติสงครามและตกลงให้ลูกๆ ทั้งสองแต่งงานกันเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี กลับไปหาพระราชาแห่ง Endor เพื่อรับการปูนบำเหน็จ พระองค์จะทรงอนุญาตให้ Torneko เปิดร้านค้าในเมือง Endor ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่… เราต้องหาเงินมาซื้อตึกร้านค้าเองในราคา 35,000 เหรียญทอง!
หาเงินก้อนโตที่ถ้ำรูปปั้นเงิน (Cave of the Silver Statuette): วิธีหาเงินที่เร็วที่สุดคือการไปเสาะหาสมบัติล้ำค่า ให้เดินทางไปที่ถ้ำทาง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของ Endor ที่หน้าถ้ำสามารถคุยเพื่อจ้างนักรบ Strom และนักกวี Laurent มาช่วยสู้ได้ (จ่ายเงินจ้างเล็กน้อย) เข้าไปในถ้ำ “The Cistern Chapel (女神像の洞窟 – เมกามิโซโนะโดคุตสึ)” ดันเจี้ยนนี้มีปริศนาระดับน้ำ ให้เดินลงไปจนถึงชั้นล่างสุดทาง ด้านซ้าย จะพบสวิตช์อยู่บนพื้น ให้เดินไปเหยียบเพื่อระบายน้ำออกจากโถงกลาง จากนั้นเดินย้อนกลับขึ้นมาทาง ขวาบน จะพบแพไม้ลอยอยู่ ให้เราเดินขึ้นแพและบังคับแพพายเข้าไปตรงกลางห้องโถง จะสามารถหยิบ “Silver Goddess Statue (ぎんのめがみぞう – กินโนะเมกามิโซ)” รูปปั้นเงินบริสุทธิ์ออกมาได้สำเร็จ!
นำรูปปั้นนี้กลับมาที่เมือง “Endor” ไปที่บ้านของเศรษฐีนักสะสมของเก่าทางมุม ขวาบน ของเมือง เขาจะขอซื้อรูปปั้นนี้ในราคาสูงถึง 25,000 เหรียญทอง! นำเงินก้อนนี้ไปสมทบกับเงินที่หามาได้จากการตีมอนสเตอร์ นำไปซื้อตึกร้านค้าที่ประกาศขายอยู่ทางมุม ซ้ายล่าง ของเมือง (ราคา 35,000 เหรียญทอง) ได้สำเร็จ!
โปรเจกต์ขุดอุโมงค์ระดับชาติ: Torneko จะพาภรรยาและลูกย้ายมาอยู่ที่ร้านใหม่ ภรรยาจะรับหน้าที่เป็นคนเฝ้าร้าน เราสามารถนำอาวุธที่ดรอปจากมอนสเตอร์ หรือซื้อจากร้านอื่น มาโยนใส่ตู้รับฝากของในร้าน ภรรยาของเราจะนำไปตั้งขายให้ลูกค้าในราคาที่แพงกว่าราคาประเมินถึง 1.5 เท่า! นี่คือวิธีปั๊มเงินที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเกม
ภารกิจสุดท้ายของบทนี้คือ ราชาทรงต้องการสร้างอุโมงค์ทะลุภูเขาข้ามทวีปไปทางทิศตะวันออก ให้เราไปที่ถ้ำทิศตะวันออกของ Endor คุยกับชายชรา เขาต้องการเงินระดมทุน 60,000 เหรียญทอง! วิธีหาเงินคือ ให้ Torneko วิ่งไปซื้ออาวุธแพงๆ อย่าง Broad Sword หรือ Abacus of Virtue จากร้านอื่น นำมาฝากให้ภรรยาขาย นอนหลับข้ามวันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้เงินครบ 60,000 เหรียญ นำเงินไปมอบให้ชายชราที่ถ้ำ
หลังจากมอบเงิน ให้กลับมานอนที่บ้าน (ร้านของเรา) หลายๆ วัน จนกระทั่งภรรยาบอกว่ามีจดหมายแจ้งว่าอุโมงค์สร้างเสร็จแล้ว! ให้ Torneko เดินทางไปที่อุโมงค์ ลอดผ่านทะลุไปยังอีกฟากฝั่งหนึ่งของภูเขา เป็นอันจบสิ้นการผจญภัยอันแสนวุ่นวายของพ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่ในบทที่ 3 (ทริคแนะนำก่อนจบ: ให้นำเงินทั้งหมดที่เหลืออยู่ ไปกว้านซื้ออาวุธแพงๆ เช่น Broad Sword ยัดใส่กระเป๋าของ Torneko ไว้ให้เต็มทุกช่อง เพราะเมื่อเข้าสู่บทที่ 5 “เงิน” จะไม่ถูกโอนไป แต่ “ไอเท็มในกระเป๋า” จะถูกโอนไปให้หมด ซึ่งเราสามารถนำดาบเหล่านี้ไปขายทำทุนมหาศาลในช่วงต้นของบทที่ 5 ได้)
บทที่ 4: สองพี่น้องแห่งมงบาร์บาร่า (Chapter 4: Meena and Maya and the Mahabala Mystery)
ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นสองพี่น้องสายเวทย์ “Maya (マーニャ – มาเนีย)” นักเต้นระบำเปลื้องผ้าผู้มีพลังเวทมนตร์โจมตีรุนแรง และ “Meena (ミネア – มิเนีย)” หมอดูไพ่ทาโรต์ผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์รักษา ทั้งสองออกเดินทางเพื่อเป้าหมายเดียวคือการ “ล้างแค้น” ให้กับบิดา (Mahabala) ผู้เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่ถูกศิษย์ทรยศนามว่า Balzack สังหารอย่างโหดเหี้ยม
เบาะแสจากศิษย์เอก และไอเท็มแห่งความมืด: เริ่มต้นเนื้อเรื่องที่เมืองแห่งความบันเทิงและโรงละคร “Laissez Fayre/Monbaraba (モンバーバラ – มงบาร์บาร่า)” เมื่อแสดงระบำอำลาผู้ชมเสร็จสิ้น ให้ออกจากเมืองแล้วเดินทางขึ้นไปทาง ทิศเหนือ เพื่อแวะเยือนบ้านเกิดของพวกเธอ “Aubout du Monde/Kievs (コーミズ – โคมิซุ)” คุยกับชาวบ้านเพื่อรับรู้ว่า ศิษย์เอกอีกคนของพ่อที่รอดชีวิตมาได้ชื่อ Oojam กำลังซ่อนตัวอยู่ที่ถ้ำทางตะวันตก ให้มุ่งหน้าไปทาง ทิศตะวันตก เข้าสู่ถ้ำลับ “Gupta Gupha (コーミズ西の洞窟 – โคมิซุนิชิโนะโดคุตสึ)” ถ้ำนี้มีเส้นทางวกวน ให้เดินสำรวจลงไปชั้นล่างสุดทาง ขวาล่าง จะพบกับ “Oojam (オーリン – โอริน)” ชายร่างกำยำผู้กำลังฝึกฝนวิชาเพื่อเตรียมตัวล้างแค้น เขาจะดีใจมากที่พบลูกสาวของอาจารย์และขอเข้าร่วมปาร์ตี้ ข้อดีของ Oojam คือเขามีพละกำลังมหาศาล สามารถใช้มือเปล่า “งัดประตูที่ล็อกได้ทุกบาน” ในบทนี้ ทำให้เราไม่ต้องง้อกุญแจเลย ก่อนออกจากถ้ำนี้ ต้องสำรวจห้องลับต่างๆ ให้ทั่วเพื่อเก็บไอเท็มสำคัญ 2 ชิ้น คือ “Night Light (やみのランプ – ยามิโนะลัมพุ)” (ไอเท็มเปลี่ยนกลางวันเป็นกลางคืน) และอาวุธลับของพ่อ “Sphere of Silence (せいじゃくのたま – เซจาคุโนะทามะ)” ไอเท็มชิ้นหลังนี้มีผลในการ “ใบ้เวทมนตร์” ของศัตรู ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสู้บอส!
ระเบิดควันในปราสาท และบอสใหญ่: เดินทางขึ้นไปทาง ทิศเหนือ ของหมู่บ้าน Aubout du Monde จะพบปราสาทลางร้าย “Palais de Leon (キングレオ城 – คิงเลโอโจ)” เรายังเข้าห้องโถงกลางไม่ได้ ให้เดินทางผ่านปราสาทนี้ไปทาง ทิศตะวันตก จะพบกับเมืองเหมืองแร่ “Mamon Mine (アッテムト鉱山 – อัตเตมุโตะโคซัง)” บรรยากาศของเมืองนี้เต็มไปด้วยควันพิษ มืดหม่น และซากศพของชาวเหมือง ให้เดินทะลุเมืองตรงเข้าไปในเหมือง ลงไปจนถึงชั้นลึกสุดทาง ขวาบน ของเหมือง ท่ามกลางบรรยากาศที่น่าขนลุก จะพบกล่องสมบัติที่มี “Powder Keg (かやくつぼ – คายะคุสึโบะ)” (ดินปืน/ระเบิดควัน) ซ่อนอยู่ หยิบมันมาให้ได้
ย้อนกลับมาที่ปราสาท “Palais de Leon” เดินเข้าประตูหน้าไปแล้วเลี้ยวไปทาง ขวาบน จะพบห้องทำงานของเสนาบดี (Chancellor) ให้เราไปยืนหลบอยู่ข้างๆ ตัวเขา แล้วเปิดกระเป๋ากดใช้ไอเท็ม “Powder Keg” ทันที! เสียงระเบิดตูมใหญ่จะทำให้เสนาบดีตกใจสุดขีด เขากลัวว่าเจ้านายของเขาจะเป็นอันตราย จึงรีบลุกลี้ลุกลนวิ่งไปที่กำแพงห้องโถงเพื่อเปิดทางลับ ให้ผู้เล่นแอบเดินตามเขาไปรักษาระยะห่างอย่าให้เขาเห็น สังเกตดูว่าเขากดปุ่มลับที่กำแพงตรงไหน เมื่อเขาเดินเข้าไปแล้ว ให้เราเดินไปกดปุ่มลับตรงนั้นบ้าง ผนังจะเปิดออก นำทางเข้าสู่ห้องลับของจอมทรยศ!
- Boss Fight: Balzack (バルザック – บัลซัค)
- กลยุทธ์: Balzack เป็นจอมเวทย์ที่เก่งกาจและมีเวทย์ฮีลตัวเองจนเต็มได้ ทันทีที่เข้าสู่ฉากต่อสู้ ให้ Maya หรือ Meena กดใช้ไอเท็ม “Sphere of Silence” ทันที! รัศมีแห่งความเงียบจะเข้าปกคลุม ทำให้ Balzack ไม่สามารถร่ายเวทย์ใดๆ ได้อีกเลย (ตัวมันจะเปลี่ยนสี) จากนั้นให้รุมโจมตีทางกายภาพและให้ Oojam ตบจนกว่ามันจะล้มลง การแก้แค้นสำเร็จลุล่วง!
ทว่า ความดีใจอยู่ได้เพียงไม่นาน ราชาปีศาจสิงโต “Keeleon/Marquis de Leon (キングレオ – คิงเลโอ)” จะกระโดดลงมาจากเพดานและด่าทอ Balzack ที่พ่ายแพ้ จากนั้นมันจะหันมาโจมตีเราแทน
- Unwinnable Boss Fight: Marquis de Leon บอสตัวนี้โจมตี 2-3 ครั้งต่อเทิร์น รุนแรงมากจนไม่สามารถเอาชนะได้ (เป็นสคริปต์บังคับแพ้ครั้งแรกของซีรีส์) ปล่อยให้ปาร์ตี้ของเราโดนตีจนตาย
การหลบหนี: เมื่อตื่นขึ้นมา ทั้งสามคนจะพบว่าตัวเองถูกจับขังอยู่ในคุกใต้ดิน เดินไปสำรวจบริเวณคุก จะพบชายชราคนหนึ่งนอนอยู่ เขาคืออดีตพระราชาตัวจริงของปราสาทนี้ที่ถูกขังลืม เขาจะตระหนักถึงชะตากรรมของพวกเราและมอบ “Boarding Pass (じょうせんけん – โจเซ็นเคน)” ให้ พร้อมบอกทางหนี ขณะที่เรางัดประตูลูกกรงและกำลังปีนบันไดหนีขึ้นมา ทหารยามของ Keeleon ก็แห่ตามมาทัน Oojam ผู้กล้าหาญจึงตัดสินใจเสียสละตัวเอง ยืนหยัดขวางประตูไว้เพียงลำพัง เพื่อซื้อเวลาให้สองพี่น้องหลบหนีออกไปได้สำเร็จ…
หนีออกมาจากปราสาทด้วยความโศกเศร้า มุ่งหน้าไปทาง ทิศเหนือ สู่เมืองท่าเรือ “Havre Leon (ハバリア – ฮาบาเรีย)” รีบวิ่งไปที่ท่าเรือ ยื่นตั๋วโดยสาร Boarding Pass ให้กะลาสี เพื่อขึ้นเรือหลบหนีข้ามทวีปไปยัง Endor ทิ้งแผ่นดินเกิดและซากความแค้นไว้เบื้องหลัง เป็นอันปิดฉากความดราม่าของบทที่ 4 อย่างสมบูรณ์ (ห้ามลืม: ก่อนคุยกับกะลาสีเพื่อให้เรือออก ให้เดินลงไปสำรวจถังไม้บนเรือลำนี้ เพื่อเก็บเหรียญ Small Medal ที่พลาดแล้วพลาดเลยให้ได้!)
บทที่ 5: เหล่าผู้กล้าที่ถูกเลือก (Chapter 5: The Chosen)
การผจญภัยที่แท้จริงเพื่อกอบกู้โลกเริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นผู้กล้า “Hero (ゆうしゃ – ยูฉะ)” อย่างเต็มตัว
โศกนาฏกรรมและการเริ่มต้นของโชคชะตา: เกมจะเปิดฉากขึ้นในหมู่บ้านลับแลกลางหุบเขา ผู้กล้ากำลังฝึกฝนวิชาดาบอยู่อย่างสงบ ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็มืดมิด กองทัพของ Necrosaro นำโดยลูกสมุน ได้บุกเข้าโจมตีหมู่บ้านอย่างสายฟ้าแลบเพื่อสังหารสายเลือดนภา ชาวบ้านพยายามปกป้องผู้กล้าโดยนำตัวไปซ่อนที่ห้องใต้ดิน แต่เอลฟ์สาว Eliza สหายสนิทของผู้กล้า ได้ใช้เวทมนตร์แปลงกายเป็นตัวผู้กล้าเอง แล้ววิ่งออกไปรับดาบของปีศาจจนเสียชีวิต ปีศาจที่เข้าใจว่าภารกิจสำเร็จจึงล่าถอยไป เมื่อเหตุการณ์สงบ ผู้กล้าปีนขึ้นมาจากใต้ดิน พบเพียงซากศพและเถ้าถ่าน ด้วยความเศร้าโศกและปณิธานอันแรงกล้า ผู้กล้าจึงเดินออกจากหุบเขาเพียงลำพัง มุ่งหน้าลงมาทาง ทิศใต้ แวะพักใจที่บ้านคนตัดฟืน (Woodcutter’s cabin) จากนั้นเดินต่อไปทาง ทิศตะวันออก เข้าสู่เมือง “Casabranca (ブランカ – บลังก้า)” เพื่ออัพเกรดอาวุธและรับฟังข่าวสาร
รวบรวมพรรคพวก (The Gathering): จาก Casabranca ให้เดินทางไปทาง ทิศตะวันตก เดินลอดผ่านอุโมงค์ข้ามทวีป (ผลงานของ Torneko ในบท 3) ทะลุมายังปราสาท “Endor (エンドール – เอนโดรุ)” เดินเข้าไปในคาสิโน ผู้เล่นจะพบกับ Maya และ Meena ที่กำลังนั่งเศร้าอยู่หน้าโต๊ะพนัน เข้าไปพูดคุยกับพวกเธอ ทั้งสองจะสัมผัสได้ถึงพลังผู้กล้าและตัดสินใจขอเข้าร่วมปาร์ตี้! (ตรงนี้หากผู้เล่นเคยนำอาวุธแพงๆ ใส่ตัว Torneko ไว้ในบทที่ 3 ให้ไปที่ร้านรับฝากของเพื่อนำมาขายแลกเงินซื้อชุดเกราะหนักให้ผู้กล้าได้เลย)
ออกเดินทางจาก Endor มุ่งหน้าไปทาง ทิศตะวันออก สู่พื้นที่ทะเลทราย แวะที่โรงแรม Desert Inn จะพบกับชายหนุ่มชื่อ Hank Hoffman Jr. เขาบอกว่าเขามีรถม้า Wagon แต่ขาดคนช่วยลาก ให้เดินทางข้ามทะเลทรายไปทาง ทิศตะวันออก เข้าสู่ดันเจี้ยน “Cave of Betrayal (裏切りの洞窟 – อุรางิริโนะโดคุตสึ)” ภายในนี้เราจะถูกทดสอบจิตใจด้วยภาพลวงตาของพรรคพวกที่แสร้งทรยศ อย่าหลงกล ให้เดินสำรวจลงไปชั้นลึกสุด พังกำแพงหินเพื่อเก็บไอเท็ม “สัญลักษณ์แห่งศรัทธา” (Symbol of Faith) นำกลับมาให้ Hoffman ดู เขาจะประทับใจในความซื่อสัตย์ และยอมยกอดีตม้าของเขา (Mary Lou) และรถม้า Wagon ให้เราใช้งาน ทำให้ตอนนี้เราสามารถมีปาร์ตี้ได้มากกว่า 4 คนและสามารถสลับตัวละครเข้าออกระหว่างการสู้รบได้ตลอดเวลา!
ปลดปล่อยประภาคาร และสมทบกับ Torneko: ใช้รถม้าเดินทางข้ามทะเลทรายใหญ่มาทาง ทิศตะวันออก แวะเมืองน้ำพุร้อน “Bath (アネイル – อเนรุ)” และลงมาทาง ทิศใต้ สู่เมืองท่าเรือ “Porthtrunnel (コナンベリー – โคนันเบอรี่)” กะลาสีที่นี่บ่นว่าเรือไม่สามารถออกทะเลได้เพราะมีปีศาจยึดประภาคารและปล่อยแสงลวงตาหลอกให้เรือล่ม ให้เดินไปทาง ทิศตะวันออก ของเมือง เข้าสู่ประภาคาร “Pharos Beacon (大灯台 – ไดโทได)” ปีนบันไดขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นบนสุด จะพบ Torneko ยืนแอบอยู่ เขาจะขอร้องให้เราไปลุยกับมอนสเตอร์ที่เฝ้าเตาไฟแทนเขา กำจัดบอสลูกสมุนปีศาจให้หมด จากนั้นนำ “Holy Embers (せいなるたねび – เซนารุทาเนบิ)” ที่เก็บได้ในประภาคาร โยนลงไปในเตาไฟใหญ่ แสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์จะขับไล่ความมืดมิด ท่าเรือกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง Torneko จะชื่นชมในฝีมือของเรา เขาจะยกเรือลำใหญ่ของเขาให้เป็นพาหนะของเรา และขอเข้าร่วมปาร์ตี้อย่างเป็นทางการ! (คำเตือน: ก่อนที่จะคุยกับกัปตันเรือเพื่อออกทะเล อย่าลืมเดินลงไปสำรวจถังไม้บนเรือลำใหม่นี้เพื่อเก็บ Small Medal เสียก่อน เพราะถ้าเรือออกไปแล้วจะกลับมาหาไม่ได้อีก)
ตามหาเจ้าหญิง และยาวิเศษ Padequia: ตอนนี้เรามีเรือแล้ว โลกทั้งใบเปิดกว้าง! ล่องเรือไปทาง ทิศใต้ ของแผนที่ เข้าสู่ทวีปด้านล่าง แวะเทียบท่าที่เมือง “Mintos (ミントス – มินตอส)” เข้าไปในโรงแรมขนาดใหญ่ (ของ Conrad Hilton) จะพบ Borya ยืนหน้าเศร้าอยู่ เขาเล่าว่า Kiryl กำลังป่วยหนักด้วยโรคประหลาดนอนซมอยู่บนเตียง และ Alena ก็วิ่งออกไปตามหายาเพียงลำพัง Borya จะขอเข้าร่วมปาร์ตี้เพื่อไปช่วยเจ้าหญิง
ล่องเรือจาก Mintos ลงมาทาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะพบประเทศเล็กๆ ชื่อ “Parthenia (ソレッタ – โซเร็ตต้า)” ที่นี่เป็นแหล่งเพาะปลูกยาสมุนไพรวิเศษ แต่ตอนนี้เมล็ดพันธุ์หมดเกลี้ยง พระราชาจะชี้ทางให้ไปที่ถ้ำทิศใต้ เข้าสู่ “Imperial Pantry of Parthenia (パデキアの洞窟 – ปาเดเคียโนะโดคุตสึ)” ดันเจี้ยนนี้มีกลไกพื้นที่เป็นสายพานเลื่อนและพื้นน้ำแข็งลื่น ผู้เล่นต้องกะจังหวะเดินชนกำแพงหินให้ตัวเราหยุดลื่นตกลงมาตรงกับหีบสมบัติกลางห้องให้พอดี เมื่อทำสำเร็จ จะสามารถหยิบ “Padequia Seed (パデキアのねっこ – ปาเดเกียโนะเน็คโกะ)” ออกมาได้ นำเมล็ดพันธุ์กลับไปที่ลานเพาะปลูกใน Parthenia ต้นไม้จะโตอย่างรวดเร็วและให้ใบยามา นำใบยานี้กลับไปให้ Kiryl กินที่เมือง Mintos ทันทีที่เขาฟื้นตัว Alena จะบุกพังประตูหน้าต่างเข้ามาในห้องด้วยความดีใจที่เพื่อนรอดชีวิต ทั้งสองคนจะขอบคุณและตกลงเข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญให้กับปาร์ตี้ผู้กล้า!
ชำระแค้นให้สองพี่น้อง (Palais de Leon & Santeem): เป้าหมายต่อไปคือการกลับไปล้างแค้น! ล่องเรือกลับไปยังทวีปตะวันตกเฉียงเหนือ ที่ตั้งของปราสาท “Palais de Leon (キングレオ城 – คิงเลโอโจ)” เมื่อเดินเข้าไปที่หน้าประตูห้องโถง เราจะพบทหารเอก Ragnar กำลังดวลเดือดกับทหารปีศาจอยู่ เมื่อเขาเห็นผู้กล้าที่เขารอคอยมาแสนนาน เขาจะเข้าร่วมปาร์ตี้ทันที (ตอนนี้ปาร์ตี้ The Chosen ของเรารวมตัวครบ 8 คนแล้ว!) นำกำลังบุกทะลวงเข้าไปในห้องบัลลังก์
- Boss Fight: Keeleon (Marquis de Leon) บอสสิงโตที่เคยเอาชนะเราไม่ได้ในบท 4 ตอนนี้เรามีระดับเลเวลและพรรคพวกที่พร้อมหน้า อัดเวทย์บัฟ (Kabuff, Oomph) และทุบมันให้แหลกคามือ
แต่ยังไม่จบแค่นี้ Balzack จอมทรยศได้หนีไปกบดานและยึดครองปราสาทบ้านเกิดของ Alena ให้ล่องเรือไปที่ปราสาท “Santeem (サントハイム – ซันโตไฮมุ)” บุกเข้าไปที่ห้องบัลลังก์ จะพบว่า Balzack ได้รับพลังวิวัฒนาการจาก Necrosaro จนกลายเป็นปีศาจร้ายร่างยักษ์สมบูรณ์แบบ
- Boss Fight: Balzack ใช้ท่าโจมตีหมู่ที่รุนแรงมาก ให้ Kiryl หรือ Meena สลับกันร่ายเวทย์ Fullheal และกำจัดมันให้สิ้นซาก เป็นการปิดฉากความแค้นของตระกูล Mahabala และนำความสงบกลับคืนสู่ Santeem อย่างแท้จริง
กุญแจสุดท้าย และไอเท็มแห่งนภา (The Zenithian Equipment):
ภารกิจต่อไปคือการรวบรวมอุปกรณ์แห่งสวรรค์ให้ครบเซ็ต
- Zenithian Shield: ล่องเรือไปตามชายฝั่งทาง ทิศตะวันออก ของ Burland จะพบกับเมืองลับแลบนภูเขาสูง “Femiscyra/Gardenbur (ガーデンブルグ – การ์เดนบุรุกุ)” ทางเข้าถูกภูเขาไฟปิดกั้น ให้กดใช้ไอเท็ม “Magma Staff (マグマのつえ – แมกม่าโนะสึเอะ)” (ได้จากการปราบ Balzack) ภูเขาจะถล่มเปิดทางให้ เมืองนี้มีแต่ผู้หญิงเท่านั้น เมื่อเข้าไป ปาร์ตี้ของเราจะถูกใส่ร้ายว่าขโมยของและถูกจับขัง เราต้องไปตามจับตัวโจรตัวจริงชื่อ Bakor ให้ได้ ให้เดินออกจากเมืองไปทาง ด้านขวา แล้วลงบันไดไปที่ถ้ำ ลอบดักจับ Bakor ในขณะที่เขากำลังนอนหลับ เมื่อนำตัวผู้ร้ายกลับมาได้ ราชินีจะทรงขออภัยและมอบ “Ultimate Key/Final Key (さいごのかぎ – ไซโกะโนะคางิ)” ให้เป็นรางวัล กุญแจนี้สามารถเปิดประตูคุกได้ทุกบานในโลก ให้นำไปไขประตูห้องใต้ดินในปราสาทเพื่อเก็บ “Zenithian Shield (てんくうのたて – เท็นคูโนะทาเตะ)” มาครอง
- Zenithian Helm: ล่องเรือไปยังเกาะทางทิศเหนือสุด จะพบเมืองบนสายน้ำ “Canalot/Stancia (スタンシアラ – สแตนเชียร่า)” พระราชาที่นี่ประกาศว่า หากใครทำให้เขาสนุกหรือหัวเราะได้ จะมอบหมวกแห่งนภาให้ ให้เรานั่งเรือกลับไปที่เมืองโรงละคร Laissez Fayre ค้นหาตัวดาวตลกชื่อ Panon นำเขาเข้าปาร์ตี้ และจัดเขาไว้ตำแหน่งแรกสุด (Leader) กลับไปคุยกับพระราชา Panon จะไม่ได้เล่าเรื่องตลก แต่เขาจะพูดบทกวีเตือนสติเกี่ยวกับการปกครองบ้านเมือง ทำให้พระราชาทรงซาบซึ้งใจอย่างมาก และยินยอมมอบ “Zenithian Helm (てんくうのかぶと – เท็นคูโนะคาบุโตะ)” ให้แต่โดยดี
- Zenithian Armour: ให้แล่นเรือไปที่เกาะแก่งทางตอนล่างของแผนที่ เข้าสู่ดันเจี้ยน “Shrine of the Breaking Waves (海鳴りのほこら – อุมินาริโนะโฮโคระ)” ที่นี่เป็นเหมือนค่ายกลใต้สมุทร ดำดิ่งลงไปชั้นลึกสุดจะพบชุดเกราะสวรรค์ “Zenithian Armour” วางตระหง่านอยู่
- Zenithian Sword: อาวุธชิ้นสุดท้ายอยู่บนสวรรค์ ให้ผู้เล่นตามหาบอลลูน (Hot Air Balloon) เพื่อบินข้ามภูเขาสูงชันไปยังเกาะตรงกลางแผนที่ เข้าสู่หมู่บ้านเอลฟ์ “El Forado (エルフの里 – เอรุฟุโนะซาโตะ)” ปีนขึ้นไปบนต้นไม้โลก “Yggdrasil (世界樹 – เซไคจู)” บนยอดกิ่งไม้สูงสุดจะพบดาบแห่งนภาปักอยู่ แต่พลังของมันหดหายไป
ความจริงของจ้าวปีศาจ (Rosehill & The Colossus): ใช้ขลุ่ยศักดิ์สิทธิ์ “Flute of Revelation” ที่หน้าหินสลักในหมู่บ้าน “Rosehill (ロザリーヒル – โรซารี่ฮิลล์)” ลิฟต์ลับจะพุ่งขึ้นสู่ยอดหอคอย
- Boss Fight: Sir Roseguardin อัศวินผู้ภักดีที่ Necrosaro ส่งมาคุ้มครองเอลฟ์สาว ข้อควรระวังขั้นสูงสุด: ระหว่างการต่อสู้ เขาจะร่ายเวทย์เรียกมอนสเตอร์ลูกสมุนออกมาช่วยรบ ผู้เล่น “ต้อง“ โฟกัสการโจมตีไปที่ลูกสมุนให้ตายหมดก่อน และ ปล่อยให้ Sir Roseguardin เป็นมอนสเตอร์ตัวสุดท้ายที่ถูกกำจัดในฉากต่อสู้นี้ หากทำสำเร็จ เขาจะดรอปไอเท็ม “Sphere of Silence (せいじゃくのたま – เซจาคุโนะทามะ)” อันทรงคุณค่ามาให้ เมื่อเขาตาย เราจะได้คุยกับ Rose เอลฟ์สาวผู้อาภัพ เธอจะร้องไห้หลั่งน้ำตาเป็นทับทิม และเล่าให้ฟังว่า Necrosaro คือคนรักของเธอ เขาเปลี่ยนไปเพราะถูกมนุษย์รังแกและพยายามจะล้างแค้นให้เธอ เธอขอร้องให้เราช่วยหยุดยั้งเขาก่อนที่เขาจะทำลายล้างโลก
สู่สวรรค์และปรโลก (Zenithia & Nadiria): เมื่อผู้กล้าสวมใส่อุปกรณ์แห่งนภาครบทั้ง 4 ชิ้น (ดาบ โล่ เกราะ หมวก) ให้เดินทางไปที่วิหารทิศตะวันตกเฉียงใต้ และปีนขึ้นไปบนหอคอย “Stairway to Zenithia (天空への塔 – เท็นคูเฮะโนะโท)” จนทะลุเมฆาขึ้นสู่ปราสาทลอยฟ้า “Zenithia (天空城 – เท็นคูโจ)” เข้าเฝ้า Zenith Dragon (มังกรเทพ) พระองค์จะอวยพรและปลุกพลังที่หลับใหลของ Zenithian Sword ให้กลับมาสว่างไสว และชี้ทางสู่รังของจ้าวปีศาจ ผู้กล้าและพรรคพวกกระโดดทะลุก้อนเมฆลงมาจากปราสาทลอยฟ้า ดำดิ่งผ่านถ้ำลึกใต้พิภพ “Doorway to Nadiria (闇の洞窟 – ยามิโนะโดคุตสึ)” ทะลุเข้าสู่มิติอันมืดมิด “Nadiria (闇の世界 – ยามิโนะเซไค)”
ที่แกนกลางของโลกแห่งความมืดนี้ มีปราสาทแห่งความตาย “Castle Nadiria (デスキャッスル – เดสแคสเซิล)” ตั้งตระหง่านอยู่ แต่ทางเข้าถูกปกป้องด้วย “ม่านบาเรียพลังงาน 4 สี” ที่สร้างเงื่อนไขไม่ให้ผู้ใดผ่านไปได้ ผู้เล่นต้องขับรถม้าตะลุยไปตามมุมทั้ง 4 ทิศของแผนที่ใต้พิภพนี้ เพื่อทำลายวิหารและบอสผู้เฝ้าบาเรียทั้งสี่ :
- วิหารทิศตะวันตกเฉียงใต้: พื้นที่นี้เต็มไปด้วยบ่อพิษ ให้ร่ายเวทย์ Stepguard ตลอดทาง ภายในมีปริศนารูปปั้นมอนสเตอร์ที่ขยับตามเราทุกก้าว วิธีแก้คือ ให้เดินขึ้นเหนือ 4 ก้าว, เดินตะวันออก 4 ก้าว, เดินขึ้นเหนือจนชิดกำแพง, แล้วเดินถอยออกทางตะวันตก รูปปั้นจะเดินติดกำแพงและสลัดหลุดออกไปได้ ทะลุไปจนพบกับ Boss: Gigademon ก่อนสู้มันจะพูดจาหลอกลวงว่ามีอะไรอยู่ข้างหลังเรา ห้ามกดถอยหนีเด็ดขาด ให้พุ่งเข้าไปตีเลย ใช้เวทย์สายฟ้าและเวทย์ Blazemost ของ Maya ย่างสดมันซะ
- วิหารทิศตะวันตกเฉียงเหนือ: เฝ้าโดย Boss: Infernus Shadow มอนสเตอร์แห่งเงามืดที่ใช้เวทย์ระเบิดวงกว้าง Explodet สุดอันตราย อัดบัฟต้านเวทย์รัวๆ แล้วโต้กลับ
- วิหารทิศตะวันออกเฉียงใต้: เฝ้าโดย Boss: Anderoug มังกรสามหัวที่พ่นไฟผลาญปาร์ตี้
- วิหารทิศตะวันออกเฉียงเหนือ: เฝ้าโดย Boss: Radimvice (Aamon) จอมเวทย์เฒ่าผู้อยู่เบื้องหลังการยุแยงให้มนุษย์ทำร้าย Rose เพื่อปลุกปั่นให้ Necrosaro บ้าคลั่ง เป็นบอสที่น่ารังเกียจที่สุด กำจัดมันซะเพื่อล้างแค้นให้เอลฟ์สาว
ศึกตัดสิน ณ ยอดเขามรณะ (The Final Battle): เมื่อบาเรียทั้งสี่แตกสลาย ปราสาท “Castle Nadiria” จะเปิดออก เดินทะลวงผ่านเขาวงกตที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ระดับสูง ทะลุออกไปด้านหลังปราสาท และปีนหน้าผาขึ้นสู่ยอดเขามรณะ ที่ใจกลางปล่องภูเขาไฟ “Necrosaro (デスピサロ – เดสพิศาโร่)” ในร่างอสูรกายสีเขียวขนาดมหึมาที่สูญเสียสติสัมปชัญญะไปหมดสิ้นกำลังรอคอยอยู่
- The Ultimate Final Boss Fight:Necrosaro
- การต่อสู้ครั้งนี้คือบททดสอบขั้นสูงสุดของ AI และการวางแผนของคุณ บอสตัวนี้จะลอกคราบและวิวัฒนาการตัวเองอย่างต่อเนื่องถึง 7 ร่าง!
- ร่างแรกๆ มันจะใช้การทุบทำลายวงกว้าง เมื่อ HP หมด แขนของมันจะขาดกระเด็นออกทีละข้าง จากนั้นหัวจะหลุดออก และหน้าท้องของมันจะปริแตกเผยให้เห็นใบหน้าใหม่ที่น่าสะพรึงกลัว!
- ในร่างสุดท้าย (ร่างที่ 7) มันจะโจมตี 2-3 ครั้งต่อเทิร์นด้วยเวทย์ที่รุนแรงที่สุด (ลมหายใจน้ำแข็ง, เปลวเพลิง, เวทย์ระเบิด)
- กลยุทธ์สำคัญ: ให้จัดปาร์ตี้ที่มีพลังกายภาพผสมเวทย์ฮีล (Hero, Ragnar, Alena, Kiryl/Meena) ให้ AI ของนักเวทย์ตั้งค่าเป็น “Defensive (いのちをだいじに)” เพื่อร่าย Omniheal (ฮีลหมู่เต็มหลอด) สลับกับ Kabuff อย่างต่อเนื่อง หากคุณมีไอเท็ม “Sphere of Silence” ที่เก็บมาได้ ให้กดใช้ในจังหวะที่มันร่ายเวทย์โหดๆ เพื่อซื้อเทิร์นให้ปาร์ตี้ฟื้นตัว
- ให้ผู้กล้าร่ายเวทย์สายฟ้า (Thundercrash/Gigabash) และสับด้วยดาบแห่งนภา ขณะที่ Alena ให้โจมตีคริติคอลรัวๆ ทุ่มสรรพกำลังและไอเท็มทุกชิ้นที่มี สับเปลี่ยนตัวละครที่บาดเจ็บไปพักในรถม้า (Wagon) แล้วลากตัวสำรองมาสู้ต่อ สู้ยิบตาจนกว่าอสูรกายร่างนี้จะแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน!
เมื่อเอาชนะได้ พลังแห่งความชั่วร้ายจะสูญสลายไปจากโลก เทพแห่งนภาจะเสด็จลงมารับผู้กล้าและพรรคพวกกลับสู่ปราสาท สันติภาพที่รอคอยมาแสนนานได้กลับคืนสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง… ฉากจบอันแสนประทับใจและยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกมจะปรากฏขึ้นเบื้องหน้าคุณ.
********* THE END *********
บทส่งท้าย.
การผจญภัยอันยาวนานใน Dragon Quest IV: Chapters of the Chosen ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เกมแนวเดินหน้าฆ่าฟันเพื่อปราบปีศาจร้ายอย่างมืดบอด แต่ตัวเกมได้สอดแทรกปรัชญาและบทเรียนชีวิตที่แสนลึกซึ้งเอาไว้อย่างแยบคาย เรื่องราวสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบอันร้ายแรงของ “ความเกลียดชัง” และ “การสูญเสีย” จ้าวปีศาจ Psaro แท้จริงแล้วไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความชั่วร้าย แต่เขาเป็นเพียงบุรุษผู้แหลกสลายจากการที่หญิงอันเป็นที่รัก (Rose) ถูกรังแกและพรากชีวิตไป ความเจ็บปวดนั้นผลักดันให้เขายอมละทิ้งความเป็นมนุษย์และเลือกเส้นทางแห่งการล้างแค้นอันบ้าคลั่ง
ในทางตรงกันข้าม กลุ่มผู้กล้า “The Chosen” แม้ทุกคนจะเผชิญกับโศกนาฏกรรมและการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเช่นเดียวกัน (ผู้กล้าเสียสหายรัก, Maya และ Meena เสียบิดา, Alena เสียอาณาจักร) แต่พวกเขากลับเลือกที่จะเปลี่ยน “ความเจ็บปวด” เหล่านั้นให้กลายเป็น “ความเข้มแข็ง” พวกเขาเรียนรู้ที่จะโอบกอดความโศกเศร้า จับมือสมานฉันท์ และต่อสู้เพื่อปกป้องโลกใบนี้ไม่ให้มีใครต้องพบเจอกับความสูญเสียเช่นนั้นอีก
คู่มือฉบับนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ไม่ว่าคุณผู้อ่านและเหล่าเกมเมอร์จะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรค ความอยุติธรรม หรือความสูญเสียใดๆ ในชีวิตจริง ขอให้บทเรียนจากผู้กล้าทั้ง 8 คนเป็นเครื่องเตือนใจเสมอว่า การเลือกที่จะเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง การให้อภัย และการเชื่อมั่นในพลังแห่งมิตรภาพ ย่อมเป็นแสงสว่างที่นำพาเราออกจากความมืดมิดได้เสมอ ขอให้ทุกท่านนำแง่คิดดีๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็งและเป็นพลังบวกให้กับสังคมต่อไป
โปรดติดตามผลงานคุณภาพคู่ขวัญเกมเมอร์ได้เรื่อยๆ ที่ www.GameXmagazine.com ขอให้ทุกท่านมีความสุขและรอยยิ้มกับการเล่นเกมเสมอครับ.
******************
บทสรุปเวอร์ชั่นคลาสสิคจากหนังสือ Gamemag ในตำนาน.






