
เกริ่นนำ.
ในประวัติศาสตร์ของวงการวิดีโอเกมแนวสวมบทบาทหรือ RPG (Role-Playing Game) บนเครื่องเล่นเกมระดับตำนานอย่าง Super Famicom (หรือที่รู้จักกันในฝั่งตะวันตกในชื่อ Super Nintendo Entertainment System – SNES) มีผลงานมากมายที่ได้รับการยกย่องให้เป็นรากฐานของยุคสมัย ทว่าหนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่เป็นดั่งหมุดหมายสำคัญและเป็นจุดกำเนิดของแฟรนไชส์อันยิ่งใหญ่ที่ประดับวงการมาอย่างยาวนานก็คือเกม “Breath of Fire” (“ブレスオブファイア 竜の戦士” บรีสออฟไฟเออร์ ริวโนะเซนชิ) ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Capcom และออกวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 3 เมษายน ปี ค.ศ. 1993
เกมนี้ถือเป็นความกล้าหาญครั้งสำคัญของ Capcom เนื่องจากเป็นผลงานเกม RPG แบบดั้งเดิม (Traditional JRPG) เกมแรกที่ทางค่ายพัฒนาขึ้นมาเองอย่างเต็มรูปแบบ ก่อนหน้านี้ Capcom มีชื่อเสียงโด่งดังจากเกมแนวแอ็กชันอย่าง Mega Man หรือ Street Fighter การก้าวเข้าสู่สมรภูมิ RPG ที่มีเจ้าตลาดอย่างซีรีส์ Dragon Quest และ Final Fantasy ครอบครองอยู่นั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งยวด ด้วยเหตุนี้ ในช่วงแรกของการนำเกมไปบุกตลาดตะวันตก ทางค่าย Capcom USA ที่ยังขาดความเชี่ยวชาญในการแปลภาษาและการทำตลาดเกม RPG จึงได้จับมือกับบริษัท Square Soft (หรือ Square Enix ในปัจจุบัน) ให้เป็นผู้รับหน้าที่ปรับปรุง แปลภาษา และจัดจำหน่ายเกมนี้ในอเมริกาเหนือ ซึ่งได้วางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1994 ความร่วมมือข้ามค่ายในครั้งนั้นถือเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากและเป็นที่กล่าวขานในหมู่นักเล่นเกมมาจนถึงปัจจุบัน
สิ่งที่ทำให้ “Breath of Fire” เป็นผลงานชิ้นเอกที่ผู้เล่นทุกคน “ห้ามพลาด” ไม่ใช่เพียงแค่เพราะมันเป็นเกมแรกของซีรีส์ แต่เป็นเพราะคุณภาพและจุดเด่นที่ล้ำหน้าเกินยุคสมัย ตัวเกมนำเสนอโลกแฟนตาซีระดับไฮแฟนตาซี (High Fantasy) ที่ผสมผสานเผ่าพันธุ์มนุษย์และสัตว์มนุษย์ (Anthropomorphic characters) ได้อย่างลงตัว การออกแบบตัวละครอันเป็นเอกลักษณ์นี้เกิดจากวิสัยทัศน์ของศิลปินระดับตำนานอย่าง Keiji Inafune และ Tatsuya Yoshikawa นอกจากนี้ ตัวเกมยังมีระบบการเล่นที่แปลกใหม่และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เล่นในยุคนั้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการแปลงร่างเป็นมังกรขนาดยักษ์ในฉากต่อสู้ , ระบบการรวมร่างของตัวละครเพื่อสร้างนักรบกลายพันธุ์ที่ทรงพลัง , ระบบวัฏจักรกลางวันและกลางคืนที่ส่งผลต่อการดำเนินเรื่อง , รวมถึงระบบจำลองการใช้ชีวิตอย่างการตกปลาและการล่าสัตว์บนแผนที่โลก ดนตรีประกอบของเกมที่ประพันธ์โดยทีมเสียง Alph Lyla ของ Capcom ก็ช่วยดึงอารมณ์ร่วมของการผจญภัยให้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้…
เนื้อเรื่องย่อของเกม.
เรื่องราวของเกมตั้งอยู่บนโลกแฟนตาซีที่เพิ่งฟื้นตัวจากบาดแผลของสงครามกลางเมืองอันโหดร้ายยาวนาน สงครามครั้งนั้นเกิดขึ้นระหว่างเผ่าพันธุ์มังกรสองฝ่าย ได้แก่ เผ่ามังกรแห่งแสง (Light Dragon Clan) ผู้รักสงบ และเผ่ามังกรแห่งความมืด (Dark Dragon Clan) ผู้กระหายอำนาจ แม้สงครามจะจบลง แต่ผลลัพธ์ของมันทำให้เผ่ามังกรแห่งแสงต้องสูญเสียพลัง อำนาจ และลดจำนวนประชากรลงอย่างมาก จนต้องหลบซ่อนตัวและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างไกลผู้คน ทว่าความสงบสุขก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อจักรพรรดิแห่งเผ่ามังกรแห่งความมืดนามว่า “Zog” (“ゾゴン“ โซกอน) ได้เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
จักรพรรดิโซกอนมีความทะเยอทะยานอันโหดร้ายที่จะยึดครองโลกทั้งใบให้สยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา แผนการของเขาคือการตามหาและรวบรวมกุญแจศักดิ์สิทธิ์ทั้งหก (Goddess Keys) ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งในอดีตกาล เผ่ามังกรแห่งแสงได้ใช้กุญแจเหล่านี้เพื่อผนึกเทพธิดาแห่งการทำลายล้างและความบ้าคลั่ง นามว่า “Tyr” (“ミリア“ มิเรีย) เอาไว้ โซกอนเชื่อว่าหากเขาปลดปล่อยเทพธิดามิเรียได้สำเร็จ เขาจะได้รับพลังอำนาจที่ไม่มีใครเทียบเทียมได้
ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น “Ryu” (“リュウ“ ริว) เด็กหนุ่มกำพร้าผู้สืบสายเลือดเผ่ามังกรแห่งแสงคนสุดท้ายที่ยังหลงเหลือพลังแฝงอยู่ ในคืนหนึ่งที่เงียบสงบ หมู่บ้านของเขาถูกกองทัพมังกรแห่งความมืดบุกโจมตีและเผาทำลายอย่างเหี้ยมโหด พี่สาวของเขา “Sara” (“セイラ“ เซร่า) ตัดสินใจเสียสละตนเอง โดยใช้เวทมนตร์ขั้นสูงเปลี่ยนชาวบ้านทุกคนรวมถึงตัวริวให้กลายเป็นหิน เพื่อปกป้องชีวิตของพวกเขาจากเปลวเพลิงและคมดาบของศัตรู ก่อนที่ตัวเธอเองจะถูกจับตัวไปเป็นเชลย เมื่อเวทมนตร์คลายลงในรุ่งเช้า ริวที่ตื่นขึ้นมาพบเพียงซากปรักหักพังของหมู่บ้าน จึงได้ตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ที่จะออกเดินทางเพียงลำพัง เป้าหมายสูงสุดของเขาคือการล้างแค้นเผ่ามังกรแห่งความมืด ช่วยเหลือพี่สาว ปลุกพลังมังกรที่หลับใหลอยู่ในสายเลือดให้ตื่นขึ้น และรวบรวมเหล่าสหายผู้กล้าจากหลากหลายเผ่าพันธุ์ทั่วโลก เพื่อหยุดยั้งแผนการคืนชีพเทพธิดามิเรีย และปกป้องโลกใบนี้จากความพินาศ
สิ่งควรรู้ก่อนเล่นเกม.
เพื่อให้การผจญภัยของริวและพรรคพวกดำเนินไปอย่างราบรื่นและทรงประสิทธิภาพ ผู้เล่นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจกลไกและระบบต่างๆ ของเกมอย่างลึกซึ้ง เกมนี้มีความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้กราฟิกแบบ 16 บิต โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างเวอร์ชันออริจินัลภาษาญี่ปุ่นและเวอร์ชันแปลภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้เล่นควรรู้ไว้เพื่อไม่ให้พลาดรายละเอียดสำคัญ
ระบบตัวละครและทักษะพิเศษ (Characters and Field Skills)
ตัวละครในเกมนี้มีข้อจำกัดในการแปลชื่อในเวอร์ชันภาษาอังกฤษของเครื่อง Super Famicom ที่กำหนดให้ชื่อตัวละครมีได้สูงสุดเพียง 4 ตัวอักษร ทำให้ชื่อหลายคนถูกย่อหรือเปลี่ยนไปจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิง ตัวละครแต่ละคนไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ในฉากต่อสู้ แต่ยังมีทักษะพิเศษบนแผนที่ (Field Skills) ที่จำเป็นต่อการผ่านอุปสรรคและการไขปริศนาต่างๆ ดังที่สรุปไว้ในตารางด้านล่างนี้:

ระบบเวทมนตร์แปลงร่างเป็นมังกร (Dragon Transformations)
พลังที่แท้จริงของ “Ryu” ไม่ได้มาจากการถือดาบฟันศัตรูเพียงอย่างเดียว แต่คือสายเลือดมังกรที่ไหลเวียนอยู่ในตัว เมื่อเริ่มเกมเขาจะยังไม่มีพลังนี้ ผู้เล่นต้องบังคับริวให้เดินทางไปยังวิหารมังกร (Dragon Shrines) ที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ บนแผนที่ และเข้ารับการทดสอบด้วยการต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับวิญญาณมังกรบรรพบุรุษ เมื่อชนะ ริวจะได้รับเวทมนตร์ในการแปลงร่าง ซึ่งจะเปลี่ยนกราฟิกของเขาในฉากต่อสู้ให้กลายเป็นมังกรขนาดยักษ์ที่มีพลังโจมตีมหาศาล การแปลงร่างแต่ละครั้งจะใช้ค่า AP (Ability Points) ตามที่กำหนด และจะคงอยู่ในร่างมังกรจนกว่าจะจบการต่อสู้ หรือจนกว่าผู้เล่นจะสั่งให้กลับคืนร่างเดิม

(หมายเหตุ: ในเวอร์ชันเกม เนื่องจากข้อบกพร่องทางโปรแกรม ร่างมังกรระดับกลางอย่าง FirDgn, IceDgn, BltDgn จะไม่มีการคำนวณโบนัสการแพ้ทางธาตุ ทำให้ทั้งสามร่างสร้างความเสียหายได้เท่ากันทุกประการ )
ระบบรวมร่างของคาร์น (Karn’s Fusion System)
ระบบนี้เป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยมากในยุคนั้น “Karn” ผู้สืบเชื้อสายจอมโจรโบราณ สามารถเรียนรู้วิชารวมร่างได้จากการพูดคุยกับวิญญาณบรรพบุรุษที่ซ่อนอยู่ตามสถานที่ลับทั่วโลก การรวมร่างจะดึงเอาตัวละครที่กำหนดออกจากปาร์ตี้และรวมเข้ากับคาร์น เกิดเป็นตัวละครใหม่ที่ยังคงอยู่แม้จะจบการต่อสู้ไปแล้ว (ต่างจากร่างมังกรของริวที่จะคืนร่างเมื่อจบสู้) ร่างรวมนี้จะมีค่า HP มหาศาล และได้รับทักษะพิเศษบนแผนที่ที่รวมข้อดีของทุกคนไว้ด้วยกัน

ระบบตกปลาและล่าสัตว์ (Fishing and Hunting)
การเดินทางบนแผนที่โลกจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เมื่อผู้เล่นพบสัตว์ป่าปรากฏขึ้นแบบสุ่ม หากจัดปาร์ตี้ให้ “Bo” อยู่ตำแหน่งผู้นำ (เดินนำหน้าสุด) ผู้เล่นสามารถกดยิงหน้าไม้ใส่สัตว์เหล่านั้นได้ หากยิงโดน สัตว์จะกลายเป็นไอเท็มประเภท “Meat” (เนื้อ) ซึ่งมีคุณสมบัติในการฟื้นฟู HP หรือ AP ชั้นเยี่ยม ในขณะเดียวกัน หากเดินไปตามแผนที่โลกแล้วพบเห็นบ่อน้ำหรือชายหาดที่มีปลาว่ายอยู่ ผู้เล่นสามารถให้ “Ryu” สวมใส่อาวุธประเภทคันเบ็ด (Rod) และเหยื่อตกปลา (Bait) แล้วกดสำรวจที่บ่อน้ำ ริวจะโยนเบ็ดลงไป หากโชคดีและใช้คันเบ็ดระดับสูง เช่น “Rod5” ผู้เล่นไม่เพียงแต่จะได้ปลามาทำอาหาร แต่ยังสามารถตกได้ไอเท็มล้ำค่า อย่างเช่น หมวกเกราะมังกรสุดยอด “DragonHT” ได้จากบ่อน้ำทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง Arad อีกด้วย
ระบบตู้เซฟฝากของ (Bank/Storage Centers)
ข้อจำกัดหนึ่งของเกม RPG ยุคเก่าคือช่องเก็บของที่จำกัด ในเกมนี้ ทุกครั้งที่ผู้เล่นเข้าไปในร้านขายไอเท็ม (Item Shop) จะสังเกตเห็นว่ามีเคาน์เตอร์อยู่ 2 จุด เคาน์เตอร์หนึ่งคือคนขายของปกติ ส่วนอีกเคาน์เตอร์คือบริการรับฝากของ (Storage) ผู้เล่นสามารถฝากไอเท็มที่ยังไม่ได้ใช้หรือเงิน Zenny เก็บไว้ที่นี่ได้ไม่จำกัด และสามารถถอนออกมาใช้ได้จากร้านฝากของในทุกเมืองทั่วโลก นี่คือระบบที่ห้ามละเลยเด็ดขาด เพราะกุญแจศักดิ์สิทธิ์และไอเท็มเควสจะกินพื้นที่กระเป๋าค่อนข้างมาก
ระบบก๊อกสองของบอส (Boss Second Wind)
เป็นระบบพิเศษที่ท้าทายผู้เล่นอย่างมาก บอสในเกมนี้ไม่ได้ตายง่ายๆ เมื่อหลอดเลือด (HP) ของมันลดลงจนหมด หลอดเลือดนั้นจะหายไปจากหน้าจอ แต่บอสจะยังไม่ตายและเข้าสู่สถานะ “ฮึดสู้” (Second Wind) ในช่วงเวลานี้ พลังโจมตีของบอสอาจจะรุนแรงขึ้น ผู้เล่นจะต้องคำนวณการใช้สคิลและไอเท็มให้ดี อย่าเพิ่งทุ่มเทเวทมนตร์หรือไอเท็มที่มีค่าไปจนหมดในช่วงแรก เพราะต้องเผื่อไว้สำหรับการต่อสู้แบบไร้หลอดเลือดในช่วงก๊อกสองนี้ด้วย
แผนที่โลก Breath of Fire.

บทสรุป. (คู่มือการเล่นเกม)
บทสรุปตัวเลือก(สำรอง).
- บทสรุปโดยคุณ JiraJira จาก https://writer.dek-d.com/
- บทสรุปโดยคุณ rbgel จาก https://dvdgame.online/forums/
- บทสรุปแบบเล่ม เน้นๆ โหดๆ จาก Shopee
เปลวเพลิงแห่งความสูญเสียและการผจญภัยเริ่มต้น.
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นอย่างตื่นเต้นในค่ำคืนที่เงียบสงบ ณ หมู่บ้าน “โดรเกน” (Drogen) ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนตัวสุดท้ายของเผ่ามังกรแห่งแสง จู่ๆ กองทัพของเผ่ามังกรแห่งความมืด นำโดยขุนพลผู้โหดเหี้ยม “เจด” (Jade) ได้บุกเข้าจู่โจมและจุดไฟเผาทำลายทุกสิ่ง
“ริว” ตัวเอกของเราตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความตกใจ เปลวเพลิงลุกไหม้บ้านของเขา เมื่อเดินออกจากเตียง ให้ผู้เล่นเดินไปทาง ด้านขวา ของเตียงเพื่อสำรวจตู้เก็บของและเก็บไอเท็มฟื้นฟู จากนั้นเดินขึ้นไปทาง ด้านบน เพื่อคุยกับหญิงคนหนึ่งที่มาเรียกเรา เธอจะพาเราเดินลงบันไดไปซ่อนตัวที่ห้องใต้ดิน ในนั้นชาวบ้านกำลังหวาดกลัวแต่ก็กำลังคิดจะสู้ ไม่นานนัก “ซาร่า” (Sara) พี่สาวของริวผู้มีพลังเวทมนตร์อันแกร่งกล้า ได้เดินเข้ามาในห้อง เพื่อเป็นการปกป้องทุกคนไม่ให้ถูกศัตรูเล่นงานได้ เธอจึงร่ายเวทมนตร์ต้องสาปให้ชาวบ้านรวมถึงตัวริวกลายเป็นหินชั่วคราว
ร่างหินของริวต้องทนมองพี่สาวของตนเดินออกไปเผชิญหน้ากับ “เจด” เพียงลำพัง เสียงการต่อสู้ดังสนั่น ทว่าสุดท้าย “ซาร่า” ก็พ่ายแพ้และถูกจับตัวไป เมื่อเวทมนตร์คลายลง ริวกลับคืนร่างเดิม แต่ชาวบ้านคนอื่นๆ ได้อพยพหนีหายไปหมดแล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นของการแก้แค้นและการตามหาพี่สาว.. คุยกับทั้งสองท่านผู้เฒ่าและเก็บเงินที่หีบสมบัติ…
ให้ผู้เล่นเดินออกจากบ้านที่ถูกเผาไหม้ เดินสำรวจรอบๆซากหมู่บ้าน “โดรเกน” ผู้เล่นจะมีเงินติดตัวอยู่ 400 Zenny ให้ไปหาพ่อค้าทาง ด้านซ้ายบน ของหมู่บ้านเพื่อซื้อไอเท็ม “Herb” (สมุนไพรฟื้นฟู) และยาแก้พิษ ตุนไว้ และอย่าลืมแวะไปที่ “ศาลเจ้ามังกร” (รูปปั้นมังกรด้านใน) ตรงกลางหมู่บ้าน เพื่อบันทึกเกม (Save) เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว ให้เดินออกไปสู่แผนที่โลก (World Map) ก้าวแรกของการเดินทางได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว…
กอบกู้ปราสาทแคมลอนและโค่นล้มเครื่องจักรสร้างแผ่นดินไหว
เมื่ออกมาที่แผนที่โลก ให้ผู้เล่นเดินมุ่งหน้าไปทาง ทิศเหนือ ลัดเลาะผ่านเนินเขาไปไม่ไกล จะพบกับซากปราสาทขนาดใหญ่ชื่อว่า “แคมลอน“ (Camlon) เมื่อเดินเข้าไป ด้านบน จะพบกษัตริย์แห่งแคมลอนและชาวเมืองหลบซ่อนตัวอยู่ พระองค์จะเล่าว่าปราสาทถูกยึดโดยมอนสเตอร์ และขอร้องให้ริวช่วยขับไล่พวกมันออกไปเพื่อแลกกับเบาะแสของเผ่ามังกรดำ
ให้ผู้เล่นเดินลึกเข้าไปทาง ด้านบน เข้าสู่ดันเจี้ยนภายในปราสาท ในช่วงนี้ผู้เล่นควรเดินวนเวียนสู้กับศัตรูเพื่อเก็บเลเวล (Level) ให้ริวมีความแข็งแกร่งขึ้น ภายในปราสาทจะมีทางแยกทาง ด้านซ้าย และ ด้านขวา ให้เดินสำรวจให้ทั่วเพื่อเปิดหีบสมบัติเก็บอาวุธและเงิน จากนั้นให้เดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ จนถึงห้องโถงบัลลังก์ทาง ด้านบน สุด ผู้เล่นจะได้ปะทะกับบอสตัวแรกของเกมคือ กบยักษ์ (Frog) กลยุทธ์: ให้โจมตีธรรมดาสลับกับการกดใช้ “Herb” เมื่อพลังชีวิต (HP) ต่ำกว่า 15 บอสตัวนี้ไม่มีลูกเล่นอะไรมาก เมื่อชนะได้ ปราสาทแคมลอนจะกลับคืนสู่ความสงบ
กษัตริย์จะบอกว่าศัตรูตัวจริงอยู่ที่เมือง “นานัย“ (Nanai) ทาง ทิศตะวันออก ของปราสาท ที่นั่นมีการตั้งเครื่องควบคุมแผ่นดินไหวอยู่ แต่ทหารยามของที่นั่นจะเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในตอนกลางวัน ผู้เล่นต้องเดินวนเวียนอยู่บนแผนที่โลกจนกว่าฉากจะมืดลง (เข้าสู่เวลากลางคืน) จากนั้นจึงเดินเข้าไปในเมือง “นานัย“
เมื่อเข้ามาในเมือง ผู้เล่นต้องเล่นมินิเกมลอบเร้น (Stealth) คอยหลบระยะสายตาของทหารยามที่เดินลาดตระเวน หากถูกจับได้จะถูกโยนออกมาหน้าเมือง ให้ค่อยๆ เดินหลบตามซอกตึกไปทาง ด้านขวา แล้ววกขึ้น ด้านบน จะพบกับทางเข้าดันเจี้ยนใต้ดิน ภายในดันเจี้ยนนี้ถูกล้อมรอบด้วยลาวาเดือด ให้เดินบนสะพานหินอย่างระมัดระวัง ลงบันไดไปเรื่อยๆ จนถึงห้องควบคุมแกนกลาง ที่นั่นผู้เล่นจะต้องสู้กับบอสอัศวินเกราะเหล็ก (Knight) กลยุทธ์: อัศวินมีพลังโจมตีที่รุนแรงกว่าบอสกบ ให้เตรียม “Herb” ไว้ให้พร้อม โจมตีและฮีลสลับกันไป เมื่อเอาชนะได้ ให้เดินขึ้นไปทาง ด้านบน แล้วกดสำรวจที่แท่นควบคุมเพื่อดึงดาบเวทมนตร์ “Quake Control” (หรือ Earth Key) ออกมา ทันทีที่ดึงดาบออก เครื่องจักรจะระเบิดและแผ่นดินจะถล่มทำลายเมือง “นานัย“ จนพินาศสิ้น ริวจะหนีตายออกมาได้หวุดหวิด ตอนนี้ไอเท็ม “Quake Control” จะตกเป็นของเรา ผู้เล่นสามารถกดใช้ไอเท็มนี้ในระหว่างฉากต่อสู้ได้ราวกับเป็นเวทมนตร์โจมตีหมู่ ซึ่งจะสร้างความเสียหาย 30 ดาเมจแก่ศัตรูทุกตัว ถือเป็นอาวุธทุ่นแรงที่ยอดเยี่ยมมากในช่วงต้นเกม
เจ้าหญิงแห่งสายลมและปริศนาซอมบี้แห่งโรเมโร.
หลังจากเมือง Nanai พินาศ จะมีคนจาก Camlon มารับเราไปพบพระราชาอีกครั้ง.. เราจะได้เบาะแสเพื่อเดินทางต่อไปยังอาณาจักร “วินลัน” (Winlan) เมืองแห่งมนุษย์มีปีก.. ออกเดินทางต่อไปยังวินลัน ข้ามซากปรักหักพังไป.. เมื่อถึงเมือง “วินลัน” (Winlan) ให้สำรวจเมืองและซึมซับข้อมูลให้ทั่ว.. จากนั้นเข้าไปในวังเพื่อขอพบพระราชา นางสนมจะให้เรารอด้านนอกแล้วเข้าไปขอความเห็นองค์หญิง “นีน่า” (Nina) ว่าควรบอกเรื่องที่พระราชากำลังป่วยหรือไม่.. องค์หญิงนีน่าไม่อยากให้ประชาชนแตกตื่นกับเรื่องนี้ จึงสั่งให้พาเราไปพักก่อน แล้วพระองค์จะไปตามหายารักษามารักษาพระราชาให้หารป่วยเอง..
ด้วยความเด็ดเดี่ยวองค์หญิง “นีน่า” (Nina) จะตัดสินใจออกจากปราสาทเพื่อไปตามหา “ยารักษา” (Remedy) มาช่วยชีวิตพระบิดา.. ผู้เล่นจะได้ควบคุม “นีน่า” แทน.. ก่อนที่จะเดินออกจากเมืองสำรวจปราสาทให้ทั่ว.. ให้ผู้เล่นเดินลงบันไดไปทาง ด้านล่าง เพื่อเข้าสู่ชั้นใต้ดินของปราสาทวินลัน ภายในนั้นจะมีหีบสมบัติให้เก็บหลายชิ้น “Herb” “Antdt” และเครื่องป้องกัน ซึ่งช่วยได้มากสำหรับการเดินทาง.. เมื่ออกสู่แผนที่โลก ให้ “นีน่า” เดินทางไปทาง ทิศตะวันตก นิดหน่อยจะพบกับทางเข้า “ถ้ำออร่า” (Aura Cave) ถ้ำนี้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังทวีปถัดไป ภายในถ้ำจะชื้นเต็มไปด้วยหยดน้ำและแอ่งนํ้า ให้เดินลุยไปและแวะสำรวจหีบสมบัติให้ทั่วทั้งถ้ำ(อย่าพลาดเก็บแร่เหล็ก “I.Ore” ซึ่งแร่นี้จะเป็นคีย์ไอเท็มสำหรับการสร้างอาวุธในช่วงหลัง).. เมื่อเดินทะลุถ้ำออกมายังอีกฝั่งของแผนที่โลก จะพบกับหมู่บ้าน “โรเมโร” (Romero) ทางซ้ายบนใกล้ๆนั่นเอง..
หมู่บ้าน “โรเมโร” ดูเหมือนจะมีความลับซ่อนอยู่ ชาวเมืองเล่าว่าในตอนกลางคืนจะมีซอมบี้เดินเพ่นพ่านไปทั่ว ให้ผู้เล่นเข้าไปสำรวจบ้านหลังหนึ่งที่มีรูบนพื้นกระดาน ทำการผลักไหดินเผาหลายใบแหวกเข้าไปและดันถังไม้ไปทางใดก็ได้เพื่อเปิดทาง แล้วกดสำรวจพื้นบริเวณนั้นเพื่อเก็บ “World Map” (แผนที่โลก) ซึ่งจะช่วยให้ดูแผนที่ใหญ่ได้ จากนั้นสำรวจบ้านในหมู่บ้านให้ทั่วจะได้เครื่องป้องกัน “ProtnB” อีกด้วย..
ผู้คนในหมู่บ้านแนะนำให้ไปที่ “หอคอยคาร์ม่า” (Karma Tower) ทาง ทิศตะวันตก เพื่อตามหายารักษา ก่อนออกจากหมู่บ้าน ให้ซื้อ “Herb” และยาแก้พิษเตรียมไว้พร้อม.. เมื่อพร้อมแล้วให้ออกจากหมู่บ้านโรเมโรจากทางฝั่งซ้ายของหมู่บ้านจากในหมู่บ้าน(ถ้าออกทางอื่นจะไปต่อไม่ได้).. ให้เดินทะลุป่าแห่งความสิ้นหวัง (Forest of Despair / Ramui Woods) ซึ่งเต็มไปด้วยมอนสเตอร์แมงมุมพิษ ให้พยายามเลี่ยงหรือจัดการให้ไว สำรวจป่าให้ทั่ว(ภายในป่าจะมี “เห็ดยา” ช่วยรักษาร่างกายและเพิ่มพลังได้ และ “เห็ดพิษ” ที่ทำให้เราพลังลดหรือติดพิษได้) เดินจนกระทั่งทะลุป่ามาทางฝั่งซ้ายก็จะถึงหน้า “หอคอยคาร์ม่า” สมปราถนา…
เมื่อเข้าสู่หอคอย ให้สำรวจเก็บของให้ทั่ว(ไม่ต้องรีบ ของดีเยอะอยู่) มีบ่อนํ้าฟื้นฟูพลังให้ได้ใช้ด้วย.. กลไกของหอคอยนี้คือแผ่นสวิตช์บนพื้น เมื่อเหยียบแผ่นบางจุด สะพานจะหายไป และต้องเหยียบสวิตช์แผ่นสีแดงเพื่อทำให้ทางเดินปรากฏขึ้นมาใหม่ อย่าลืมใช้ไอเท็ม “Earth Key” ที่ได้มาให้คุ้มค่าในทุกๆเทิร์น เป็นประโยชน์มากๆ…
ขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ ผู้เล่นจะต้องปะทะกับมินิบอสสองพี่น้องยมทูต “มอร์เต้” (Morte) และ “มอร์เตีย” (Mortea) ยืนขวางทางอยู่.. จัดการให้เรียบร้อยแล้วเดินทางต่อ…
เมื่อผ่านมินิบอสมาได้ จนถึงห้องโถงด้านบนสุด ให้เหยียบแผ่นสวิทช์ศิลาที่พื้นแล้วจะเกิดสะพานให้ไปต่อยังหอคอยอีกฝั่งหนึ่งได้.. คุยกับสาวๆที่ปิดทาง เธอก็จะเปิดทางให้.. ลงไปก็จะได้พบกับห้องบอสนั่นเอง…
จะพบกับบอสจอมเวท “วิซาร์ด” (Wizard) มันจะใช้แก๊สพิษที่ส่งผลอย่างมากกับมนุษย์วิหค.. ทุกคนจะอ่อนแรงอย่างที่สุด.. ในการสู้ครั้งแรกนี้ ผู้เล่นจะถูกเวทมนตร์ของมันโจมตีจนพ่ายแพ้ เราจะตัดสินใจให้ทหารหนึ่งนายหนีไปบอกข่าวที่ปราสาทวินแลน เค้าไม่อยากทิ้งทุกคนไป แต่ก็เป็นทางเดียวที่จะรอด.. ฉากจะตัดกลับมาที่ปราสาทวินลัน ทหารองครักษ์จะรีบวิ่งไปแจ้งข่าวทุกคนก่อนจะสิ้นใจตาย.. ทหารยามจะรีบมาแจ้ง “ริว” ที่ห้องพัก.. เราจะเตรียมกำลังพลเพื่อบุกไปช่วยองค์หญิง.. ให้เราบังคับริวเดินไปสมทบกับกองทหารที่หน้าวัง พวกเค้าจะกลายร่างเป็นนกยักษ์เพื่อให้เราขี่.. แล้วพวกเราก็จะยกทัพรีบแว๊นซ์ไปยังหอคอยทันที…
ระหว่างทางจะเจอฝูงมังกรลูกสมุนของเจ้าวิซาร์ดคอยขวาง เราจะฝ่าไปจนได้.. เมื่อถึงยอดหอคอย ทหารนกจำเป็นต้องให้เราลงไปบู๊ด้วยตัวเอง เพราะภายในหอคอยมีแก๊สพิษซึ่งเป็นพิษกับเผ่าวิหคอยู่ลงไปด้วยก็ช่วยสู้ไม่ได้.. เราก็รีบเดินทางต่อลงไปเพื่อช่วยนีน่า.. เมื่อถึงห้องบอส อย่าเพิ่งไปคุยกับบอส ให้เดินไปทางซีกซ้ายของห้องก่อนเพื่อเก็บอาวุธ “Rang” ในหีบสมบัติ ซึ่งเป็นบูมเมอแรงที่สามารถโจมตีศัตรูทุกตัวในฉากได้แบบครบๆ เป็นประโยชน์มากๆ..
พร้อมแล้วจึงเข้าไปสู้กับบอส.. การต่อสู้กับบอส “วิซาร์ด” รอบสองจะเริ่มขึ้น ตอนนี้เรามีทั้งริวและนีน่า ให้ริวโจมตีและให้นีน่าคอยฟื้นพลังและเพิ่มพลังให้ เมื่อชนะได้ เราก็จะได้ “Remedy” (ยารักษา) มาครอบครอง.. ก็นำกลับมาที่วินลันเพื่อรักษาพระราชา พระราชาหายดีก็จะดีดคึกเป็นม้าและตอบแทนโดยการสร้างสะพานให้เราข้ามไปยังทวีปถัดไปได้ และ “นีน่า” จะขอเข้าร่วมกลุ่มผจญภัยกับริวอย่างเป็นทางการเพื่อกําจัด “Zog”
ป่าแห่งความโศกเศร้าและการตื่นของหุ่นยนต์ศิลา.
ข้ามสะพานจากวินลันไปอีกทวีป(โดยลงไปที่คุกใต้ดินในปราสาท ทหารสองคนที่เคยขวางทางจะหลบให้) มุ่งหน้าลงทาง ทิศใต้ ผู้เล่นจะมาถึงหมู่บ้านป่าแฝด “แทนทาร์” (Tantar) และ “ทุนทาร์” (Tuntar) สถานการณ์ที่นี่กำลังย่ำแย่ เพราะแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงป่าแห้งเหือดไปหมดเนื่องจากมีก้อนหินขนาดยักษ์ไปอุดตาน้ำไว้ ซึ่งก็เป็นฝีมือของเผ่ามังกรดำนั่นเอง.. ให้เราไปหาลุงนักตีอาวุธ(แบล็คสมิธ) ที่บ้านทางซ้ายล่างของหมู่บ้านแรกนี้.. แกจะถามหาแร่ “I.Ore” ถ้าเราไม่ลืมเก็บมาจากถํ้าออร่าเคฟ เราก็สามารถกด “Yes” เพื่อให้แกสร้างเลื่อย “Saw” ให้เราได้ทันที.. สำรวจเก็บของให้ทั่วหมู่บ้าน พักผ่อน แล้วออกจากหมู่บ้านไปข้ามสะพานทางทิศเหนือ ไปยังหมู่บ้านฝั่งขวาบ้าง..
ทีนี้จะเป็นหมู่บ้าน “ทุนทาร์” (Tuntar) สำรวจให้ทั่ว คุยกับชาวบ้านและเก็บของให้หมด.. คุยกับผู้ใหญ่บ้านด้วย…
เสร็จแล้วให้ผู้เล่นออกจากหมู่บ้านแล้วเดินไปทาง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เข้าสู่ป่าทึบที่เราเคยเดินผ่านมาแต่เข้าไม่ได้ ชื่อว่า “ป่าคร่ำครวญ” (Lament Woods) ป่าแห่งนี้ถูกดัดแปลงให้เป็นฐานทัพของกองทัพมังกรดำ สำรวจให้ทั่ว เก็บสมบัติให้หมดทุกชิ้น.. ให้เดินทะลุป่าขึ้นไปทาง ด้านบน สุด.. จะเจอกับป้อมปูน เข้าไปด้านใน เดินระมัดระวังกับดักต่างๆ.. ท้ายที่สุดผู้เล่นจะได้พบกับบอสสุนัขปีศาจ “พ็อก” (Pog) และตามด้วยบอส “เจเนอรัล” (General) ผู้บัญชาการของเผ่ามังกรดำในภูมิภาคนี้ กลยุทธ์: ใช้ริวฟันโจมตี และให้นีน่าคอยฮีลและบัฟป้องกันให้ริว จัดการพ็อกให้ได้ จากนั้นเจเนอรัลจะกระโดดเข้ามาสู้ต่อ เอาชนะให้ได้เพื่อปลดปล่อยนักโทษ.. นักโทษที่ถูกขังอยู่คือ “โบ” (Bo) พรานป่าผู้ชำนาญการต่อสู้และเวทมนตร์ธาตุน้ำแข็ง เขาจะเข้าร่วมทีมกับเรา ซึ่งทำให้เราสามารถเปลี่ยนเขาเป็นผู้นำเพื่อเดินทะลุป่าทึบบนแผนที่โลก และยิงธนูล่าสัตว์หาเนื้อมาฟื้นพลังได้
น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์แห่งโรเมโรและเกาะลอยฟ้าอากัว.
เพื่อจะทำลายก้อนหินยักษ์กั้นแม่น้ำ เราต้องใช้ปืนเลเซอร์จาก “หุ่นยนต์หิน“ (Stone Robot) ขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ แต่การจะบังคับหุ่นยนต์ได้ต้องมีกุญแจเสียก่อน ให้เปลี่ยน “โบ“ เป็นผู้นำ เดินลัดเลาะป่าทึบกลับไปยังหมู่บ้าน “โรเมโร“ (Romero) คุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน เขาจะขอให้เราช่วยชำระล้างวิญญาณซอมบี้ในหมู่บ้าน ให้เราเดินเล่นบนแผนที่จนค่ำ แล้วกลับเข้ามาในหมู่บ้าน เดินไปทางสุสานมุม ด้านขวาบน คุยกับยายแก่และวิญญาณสามีของเธอ พวกเขาจะยอมเปิดประตูลับใต้หลุมศพให้ ให้เดินลงไป ด้านล่าง แล้วเก็บไอเท็ม “Water Jar” (เหยือกน้ำ) มา
จากนั้นออกจากเมือง เดินทางไปทาง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะพบถ้ำแห่งหนึ่ง เดินลึกเข้าไปจนพบกับสระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ (Cleansing Water) กดเปิดช่องเก็บของและใช้ “Water Jar” ตักน้ำขึ้นมา นำกลับไปสาดใส่พื้นดินที่หมู่บ้านโรเมโร ซอมบี้ทั้งหมดจะได้รับการปลดปล่อย และหัวหน้าหมู่บ้านจะมอบ “Tablet” (แผ่นศิลาจารึก) ให้เป็นการตอบแทน
นำแผ่นศิลานี้เดินทางไปที่ทะเลสาบทาง ทิศเหนือ ของหมู่บ้านโรเมโร เมื่อกดใช้แผ่นศิลา เกาะลอยฟ้าโบราณนามว่า “อากัว“ (Agua) จะลอยขึ้นมาจากผิวน้ำ ให้ผู้เล่นเดินเข้าไปภายในเกาะอากัว ดันเจี้ยนนี้ประกอบด้วยชั้นต่างๆ ที่ต้องขึ้นบันไดและเหยียบแท่นลอยฟ้าเพื่อข้ามไปยังอีกฝั่ง สำรวจหีบสมบัติเพื่อเก็บไอเท็มดีๆ อย่าง Hairband หรือ Life2 แล้วขึ้นไปจนถึงยอดสุด ที่นั่นเราจะได้สู้กับบอสวิญญาณไฟ “วิสป์“ (Wisp) กลยุทธ์: บอสตัวนี้ไม่มีร่างที่สอง ให้ “โบ“ ร่ายเวทน้ำแข็ง (Frost) เข้าใส่จุดอ่อนของมัน และให้ริวโจมตีปกติ เอาชนะมันให้ได้ แล้วเดินไปเก็บ “KngKey” (King Key) กุญแจสำหรับควบคุมหุ่นยนต์
ปฏิบัติการหุ่นยนต์ศิลา.
เมื่อได้กุญแจมาแล้ว ให้เดินทางไปทาง ทิศเหนือ ของแทนทาร์ จะพบกับรูปปั้นยักษ์ขนาดใหญ่ คือ “หุ่นยนต์หิน“ (Stone Robot) เดินเข้าไปที่บริเวณเท้าขวาของหุ่นยนต์ กุญแจจะทำงานและเปิดประตูให้เราเข้าไปข้างใน ภายในหุ่นยนต์เป็นดันเจี้ยนเขาวงกตที่เชื่อมต่อด้วยแท่นวาร์ป (Teleporter) ให้ผู้เล่นเดินตามทาง ขึ้นบันไดไปทาง ด้านบน เรื่อยๆ ผ่านเครื่องในของหุ่นยนต์ จนกระทั่งถึงห้องโถงควบคุมหลักที่ส่วนหัว ที่นี่เราจะได้พบกับบอส “เจเนอรัล“ (General) เจ้าเก่าที่มาพร้อมกับลูกน้องหอก (Lancers) กลยุทธ์: ใช้เวทมนตร์โจมตีหมู่กวาดลูกน้องให้หมดก่อน แล้วรุมโจมตีเจเนอรัล
เมื่อชนะได้ หุ่นยนต์หินจะทำงาน มันจะยิงเลเซอร์สีแดงทำลายหินที่อุดทางน้ำจนแหลกละเอียด ทำให้น้ำกลับมาไหลเชี่ยวอีกครั้ง ทว่าเหตุการณ์ยังไม่จบเพียงเท่านี้ บอสลับเผ่าปีศาจนามว่า “เกรมลิน” (Gremlin) จะปรากฏตัวขึ้นและสิงสู่ในระบบควบคุมของหุ่นยนต์ บังคับให้หุ่นยนต์เดินหน้าเข้าหาภูเขาไฟ กลยุทธ์ต่อสู้เกรมลิน: บอสตัวนี้มีท่าพ่นไฟที่รุนแรงมาก พยายามกะจังหวะฮีลให้ดี อย่าให้ใครเลือดต่ำกว่าครึ่งหลอด หลังจากปราบเกรมลินสำเร็จ ปาร์ตี้ของเราจะรีบหนีออกมา ก่อนที่หุ่นยนต์หินจะทิ้งตัวลงไปทำลายตัวเองในบ่อลาวาเพื่อไม่ให้ใครนำมันไปใช้เป็นอาวุธได้อีก เส้นทางสู่ทิศใต้ได้ถูกเปิดออกแล้ว
เมื่อข้ามแม่น้ำมาได้ ให้เดินมุ่งลงมาทางทิศใต้ เราจะพบกับสิ่งก่อสร้างอันศักดิ์สิทธิ์ “วิหารมังกร” (สังเกตได้จากมีต้นไม้ใหญ่ 4 ต้นล้อมรอบอยู่) ให้จัดทีมโดยเอา “Ryu” มาเดินนำหน้าสุด แล้วก้าวเข้าไปในวิหาร คุยกับผู้เฒ่าที่เฝ้าประตู ท่านจะสัมผัสได้ถึงสายเลือดมังกรและหลีกทางให้ “Ryu” เข้าไปในห้องทดสอบได้เพียงคนเดียวเท่านั้น! เมื่อเข้าไปด้านใน ริวจะต้องเผชิญหน้ากับ “เทพพิทักษ์วิหาร” ที่จะเข้าทดสอบความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ จงใช้งัดทุกกลยุทธ์และไอเท็มฟื้นพลังที่มีเอาชนะการต่อสู้ตัวต่อตัวนี้ให้ได้
เมื่อผ่านบททดสอบอย่างสง่างาม เทพพิทักษ์จะยอมรับในตัวริว และมอบพลังมังกรศักดิ์สิทธิ์ในตำนานให้ถึง 3 สาย ได้แก่ “SnoDr” (มังกรหิมะ), “FlmDr” (มังกรเพลิง) และ “ThrDr” (มังกรสายฟ้า) บัดนี้ “Ryu” ได้ปลดล็อกพลังที่แท้จริงและสามารถแปลงร่างเป็นมังกรทรงพลังในการต่อสู้เพื่อกวาดล้างศัตรูได้แล้ว! ก่อนออกจากวิหาร อย่าลืมเดินไปดื่มน้ำในบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ใกล้ๆ เพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาให้เต็มเปี่ยม
หัวขโมยจอมโลเล.
สลับตัวผู้นำให้ “Bo” มาอยู่หน้าสุดเพื่อเตรียมเดินทางผ่านป่าทึบ ให้เดินลุยป่ามุ่งลงมาทางทิศใต้จนพบกับปากถ้ำ บุกฝ่าถ้ำแห่งนี้จนทะลุออกมาอีกฟาก เราจะมองเห็นหมู่บ้าน “Auria” (ออเรีย) เมืองท่าแห่งความมั่งคั่ง ทว่า ทันทีที่เราก้าวเท้าเข้าเมืองด้วยความหวังจะหาที่พัก ทหารยามของเมืองที่คอร์รัปชันกลับตั้งข้อหาลอยๆ และจับตัวพวกเราไปขังคุกใต้ดินเสียอย่างนั้น!
ภายในห้องขังอันมืดมิด เราจะพบกับชายปริศนาคนหนึ่งนอนกรนอย่างสบายใจอารมณ์ เมื่อปลุกเขาขึ้นมาคุย เขาจะแนะนำตัวว่าเขาคือหัวขโมยผู้ช่ำชอง เขาจะถามเราด้วยท่าทีขี้เล่นว่า “ต้องการให้ฉันช่วยพาแหกคุกออกไปไหมล่ะ?” ให้เราตอบ “Yes” (ตกลง) ทันใดนั้นเขาจะเดินไปสะเดาะกลอนประตูคุกอย่างง่ายดายราวกับจับวาง เปิดทางให้เราหนี! แต่แทนที่เขาจะหนีไปด้วยกัน เขากลับเดินกลับไปล้มตัวลงนอนหลับต่อที่เดิมอย่างหน้าตาเฉย!
เมื่อประตูคุกเปิดออก ให้เราย่องหนีออกมาอย่างระมัดระวัง พยายามเดินหลบหลีกทหารยามที่ลาดตระเวนอยู่ในเมืองให้ดี เพราะหากถูกจับได้ เราจะถูกลากตัวกลับไปขังในคุกและต้องเสียเวลาสะเดาะกลอนออกมาใหม่ ให้เดินหลบซ่อนและรวบรวมข่าวสารจากชาวเมืองตามบ้านต่างๆ เราจะพบความจริงที่น่าประหลาดใจว่า เมืองออเรียแห่งนี้มีแต่ “เวลากลางวัน” สว่างไสวอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยมีเวลากลางคืนมาเยือนเลย! (นอกจากนี้ บ้านเรือนของเศรษฐีในเมืองนี้จะมีลิ้นชักและหีบให้ค้นหาไอเท็มดีๆ เยอะมาก อย่าลืมสำรวจให้เรียบ)
หลังจากสำรวจเมืองจนทั่ว ให้เดินไปทางฝั่งซ้ายมือของหมู่บ้าน จะพบกับท่าเรือและเรือสำเภาขนาดใหญ่จอดเทียบท่าอยู่ เข้าไปคุยกับกัปตันเรือ เขาจะบอกว่าเรือลำนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของ “Ross” (โรส) มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของหมู่บ้าน “Auria” หากต้องการใช้เรือต้องไปขออนุญาตจากเขาก่อน ให้เราเดินไปที่คฤหาสน์หลังบนสุดที่หรูหราที่สุดในเมือง เข้าไปเจรจากับ “Ross” เขาจะรู้ว่าเราต้องการยืมเรือ ให้ตอบตกลง ทว่าเขาเองก็กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เขาเล่าด้วยความร้อนใจว่า ลูกสาวสุดที่รักของเขาถูกพวกผู้ร้ายจับไปขังไว้ในห้องนิรภัยใต้ดินที่แน่นหนา และเขาไม่สามารถเปิดประตูได้ หากพวกเราสามารถช่วยลูกสาวเขาออกมาได้อย่างปลอดภัย เขาจึงจะยอมให้ยืมเรือเพื่อออกทะเล
การจะเปิดห้องนิรภัยได้เราต้องพึ่งพายอดนักสะเดาะกลอน ให้ออกจากหมู่บ้าน “Auria” ไปทางทิศตะวันออก (ขวา) จะมีถ้ำอยู่ ให้เดินทะลุถ้ำนั้นไปโผล่อีกฝั่งหนึ่ง เมื่อออกมาเราจะเห็นหอคอยสูงตระหง่านตั้งขวางอยู่ ให้เดินอ้อมผ่านหอคอยนี้ลงมาทางใต้ จะพบกับหมู่บ้าน “Bleak” (บลีก) หมู่บ้านแห่งความมืดมิดที่ถูกปกคลุมด้วยราตรีตลอดกาล! เข้าไปหาข่าวสารในหมู่บ้านนี้ ระวังชาวเมืองบางคนที่ชอบตีเนียนมาคุยด้วยแล้วหลอกขอเงินค่าแสดงโชว์มายากลไร้สาระ (แนะนำว่าไม่ต้องไปเสียเงินให้พวกนี้)
ให้เรามุ่งหน้าไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านแห่ง “Bleak” คุยกับเขาแล้วเขาจะเปิดเผยว่า เขามีไอเท็มเวทมนตร์ “Icicle” (แท่งน้ำแข็งเย็นยะเยือก) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้ลดอุณหภูมิเพื่อเดินทางฝ่าทะเลทรายอันร้อนระอุได้ แต่เขาจะไม่ยอมให้เราฟรีๆ เราต้องนำทองคำแท่ง “G.Bar” (ทองคำแท่งบริสุทธิ์) มาขอแลกเปลี่ยนเท่านั้น ซึ่ง “G.Bar” นี้ เป็นสินค้าหายากที่มีวางขายอยู่ที่ร้านขายไอเท็มในหมู่บ้าน “Auria” เพียงแห่งเดียว และที่สำคัญ มันมีราคาสูงลิบลิ่วถึง 65,000 GP! ภารกิจเร่งด่วนของเราในตอนนี้คือ การออกฟาร์มมอนสเตอร์และหาเงินทุนให้ครบจำนวนมหาศาลนี้ให้จงได้!
ป่าแห่งนางไม้.
การจะหาเงิน 65,000 GP ด้วยการตีมอนสเตอร์อย่างเดียวนั้นกินเวลานานเกินไป โชคดีที่มีทางลัด ให้เราวาร์ปกลับไปที่หมู่บ้าน “Auria” แล้วไปยังบ้านหลังที่ตั้งอยู่ทางซ้ายมือของคฤหาสน์ “Ross” เข้าไปคุยกับหญิงวัยกลางคนที่อยู่ในบ้าน เธอจะร้องไห้ฟูมฟายและเล่าให้ฟังว่า ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอได้เดินทางเข้าไปตัดไม้ในป่าลึกแล้วหายตัวไป ไม่กลับออกมาอีกเลย เธอหวังพึ่งใครไม่ได้จึงขอร้องให้พวกเราช่วยตามหา
รับคำขอร้องแล้วให้วาร์ปกลับไปที่หมู่บ้าน “Tantar” อีกครั้ง เดินลงมาทางใต้ตรงบริเวณที่เราเคยพบวิหารมังกร สังเกตดีๆ จะพบว่าผืนป่าด้านใต้วิหารมังกรนั้นมี “ทุ่งดอกไม้ที่ตรงกลางเป็นพื้นที่โล่ง” ซ่อนตัวอยู่ เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในทุ่งดอกไม้นี้ เราจะพบกับภาพอันแปลกประหลาด คือลูกชายของหญิงชาวเมืองออเรีย กำลังถูกเวทมนตร์ลึกลับสะกดให้เดินวนเวียนเป็นวงกลมอยู่อย่างไร้สติ! ลองคุยกับเขาดูแต่เขาจะไม่ตอบสนอง ให้เราเดินลึกเข้าไปในทุ่งดอกไม้ทางฝั่งซ้ายมือ เราจะพบกับกลุ่ม “นางไม้” (ภูตพฤกษา) ผู้พิทักษ์ป่ารวมตัวกันอยู่ คุยกับพวกเธอเพื่อรับรู้เรื่องราว แล้วเดินออกจากป่ากลับไปตั้งหลัก
วาร์ปกลับไปที่หมู่บ้าน “Auria” เพื่ออัปเดตข่าวกับผู้หญิงคนเดิม เธอจะตกใจมากและขอร้องอ้อนวอนให้เราหาวิธีช่วยคลายมนตร์สะกดลูกชายของเธอให้ที ให้เราเดินทางกลับไปที่ป่าทุ่งดอกไม้นั้นอีกครั้ง คราวนี้เมื่อเราไปเจรจากับกลุ่มนางไม้ พวกเธอจะเปิดเผยความจริงด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า ชายหนุ่มคนนี้มีความโลภ ได้นำขวานมาลักลอบตัด “ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์” ที่มีอายุยืนยาวนับร้อยปีของป่าแห่งนี้จนโค่นล้ม พวกนางจึงลงทัณฑ์ด้วยการร่ายมนตร์สะกดให้เขาต้องหลงทางและเดินวนเวียนอยู่ในป่าแห่งนี้ไปตลอดกาลเพื่อชดใช้กรรม! ทว่า หากชายผู้นี้สำนึกผิดจากใจจริง และให้คำมั่นสัญญาต่อฟ้าดินว่าจะไม่ตัดไม้ทำลายป่าอีกเป็นอันขาด พวกนางก็พร้อมที่จะแสดงความเมตตาและยกโทษให้
ให้เราเดินกลับไปหาชายหนุ่มที่กำลังเดินวนเวียนอยู่ คุยกับนางไม้ที่ยืนประกบเฝ้าเขาอยู่ข้างๆ เธอจะใช้พลังเวทถอนคำสาปให้ชายหนุ่มหลุดพ้นจากภวังค์ เมื่อเขารู้สึกตัว เขาจะหวาดกลัวและรีบกล่าวคำสาบานด้วยความสัตย์จริงว่าจะไม่แตะต้องต้นไม้อีกตลอดชีวิต ก่อนจะรีบวิ่งหนีกลับบ้านไป! ให้เราวาร์ปกลับไปที่ “Auria” ทันที เข้าไปคุยกับผู้หญิงคนเดิมที่กำลังสวมกอดลูกชายด้วยความดีใจ เธอจะมอบเงินก้อนโตจำนวน 20,000 GP ให้กับกลุ่มของริวเป็นการตอบแทนพระคุณ! ส่วนจำนวนเงินที่ขาดอยู่อีกราวสี่หมื่นกว่านั้น คุณจำเป็นต้องออกแรงต่อสู้ฟาร์มมอนสเตอร์ตามแผนที่ หรือขายไอเท็มเก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้ เพื่อรวบรวมให้ครบ
เมื่อเรามีเงินเก็บครบ 65,000 GP เป็นที่เรียบร้อย ให้เดินเชิดหน้าเข้าไปในร้านขายไอเท็มที่หมู่บ้าน “Auria” ซื้อทองคำแท่ง “G.Bar” มาเก็บไว้ในช่องเก็บของ จากนั้นให้ใช้คาถาวาร์ปเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งความมืด “Bleak” เข้าไปหาผู้ใหญ่บ้านที่บ้านของเขา ยื่นทองคำแท่งให้เขาเพื่อทำการแลกเปลี่ยน ในที่สุดเราก็จะได้รับไอเท็มเวทมนตร์ “Icicle” มาครองพร้อมลุยทะเลทรายแล้ว!
พีระมิดยักษ์แห่งทะเลทรายอารัด.
เตรียมน้ำและเสบียงให้พร้อม ให้ออกจากหมู่บ้าน “Bleak” แล้วเดินไปเข้าถ้ำทางด้านซ้ายมือ เดินบุกทะลุถ้ำมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งก้าวเข้าสู่เขตแดนของ “ทะเลทรายอารัด” ที่มีแดดแผดเผาตลอดเวลา (ไอเท็ม Icicle จะช่วยให้เราเดินในทะเลทรายได้โดยไม่สูญเสียพลังชีวิต) ให้เดินมุ่งลงมาทางใต้ ฝ่าพายุทรายไปเรื่อยๆ ท่ามกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้างเราจะมองเห็น “ปราสาทเคลื่อนที่ได้” สุดพิศวง (ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีทางเข้า), พีระมิดยักษ์ที่ถูกปิดตาย และที่หมายของเราคือ หมู่บ้านโอเอซิส “Arad” (อารัด)
ให้เดินเข้าพักพิงในหมู่บ้าน “Arad” ตรงไปยังบ้านหลังบนสุดเพื่อขอพบผู้ใหญ่บ้าน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล เขาจะเล่าถึงฝันร้ายของชาวเมืองว่า บริเวณรอบหมู่บ้านนี้มีสัตว์ประหลาดอันตรายอาศัยอยู่ มันคือ “หนอนทรายยักษ์” จอมตะกละ ซึ่งมันจะมุดขึ้นมาจากใต้ทรายเพื่อออกล่าเหยื่อทุกครั้งในค่ำคืนที่ “พระจันทร์เต็มดวง” สร้างความหวาดผวาให้กับชาวเมืองจนไม่มีใครกล้าหลับนอน เขาจะอ้อนวอนขอให้กลุ่มผู้กล้าอย่างพวกเราช่วยกำจัดปีศาจร้ายตัวนี้ให้สิ้นซาก เมื่อเราตอบตกลงยอมช่วยเหลือ ภาพเกมจะตัดสลับเวลาเข้าสู่ยามค่ำคืนทันที
ให้ออกมาจากบ้านผู้ใหญ่บ้าน แล้วเตรียมตัวให้พร้อม เดินตรงไปยังสวนผักทางด้านขวามือของตัวบ้าน ทันใดนั้นพื้นทรายจะสั่นสะเทือน และ “หนอนทรายยักษ์” จะโผล่พรวดขึ้นมาโจมตีเรา! จงงัดทักษะและเวทมนตร์ทั้งหมดที่มีจัดการบดขยี้มันให้จมกองทราย เมื่อการต่อสู้จบลง ผู้ใหญ่บ้านจะวิ่งออกมาร้องไห้ด้วยความปีติยินดีและกล่าวขอบคุณพวกเราอย่างสุดซึ้งที่ช่วยคืนความสงบสุขให้หมู่บ้าน เพื่อเป็นการตอบแทน เขาจะหลีกทางให้เราเดินเข้าไปเปิดหีบสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเก็บรักษาไว้ด้านหลัง เมื่อเปิดออก เราจะได้รับไอเท็ม “Fife” (ขลุ่ยเวทมนตร์) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับใช้บรรเลงเพลงเพื่อเปิดทางเข้าสู่พีระมิดยักษ์!
Note: ที่หมู่บ้าน “Arad” แห่งนี้ใจดีมาก ภายในห้องเดียวกับจุดเซฟเกม จะมีเตียงนอนโรงแรมที่คุณสามารถกดสำรวจเพื่อ พักผ่อนฟื้นพลังได้ฟรีตลอดกาล! อย่าลืมแวะมาใช้บริการบ่อยๆ
เมื่อพร้อมที่จะลุยดันเจี้ยน ให้ออกจากหมู่บ้านแล้วเดินลงมาทางตอนใต้ จะพบกับ “พีระมิดยักษ์” ที่ถูกล้อมรอบด้วยหลุมทรายดูดมรณะ หากเดินไปเหยียบทรายดูดจะถูกพัดกระเด็นออกมา ให้เราเดินไปยืนบนบล็อกสี่เหลี่ยมหินที่ยื่นออกมาตรงหน้าพีระมิด ริวจะหยิบ “Fife” ขึ้นมาเป่าทำนองเพลงลึกลับ ทันใดนั้นกลไกโบราณจะทำงาน สะพานหินจะทอดตัวยื่นข้ามหลุมทรายดูด เปิดทางให้เราก้าวเข้าไปสำรวจภายในพีระมิดได้สำเร็จ
เมื่อเข้ามาสู่ความมืดมิดภายในพีระมิด ให้เดินระแวดระวังลงมาตามทางเรื่อยๆ เราจะสังเกตเห็น “อาวุธบูมเมอแรง” เล่มหนึ่งถูกปักผนึกติดแน่นทนนานอยู่ในก้อนหินหนา ซึ่งด้วยกำลังของกลุ่มเราในตอนนี้ยังไม่สามารถดึงหรือทำลายก้อนหินเพื่อเอามันออกมาได้ ให้จดจำตำแหน่งนี้ไว้แล้วเดินเลยขึ้นไปทางทิศเหนือต่อ เราจะพบกับลานกว้างที่มี “บอสผู้พิทักษ์พีระมิด” ยืนตระหง่านอยู่บนแท่นบูชาที่มีลูกตาศิลาเรียงรายอยู่รอบๆ เข้าปะทะและโค่นผู้พิทักษ์โบราณตนนี้ลงให้ได้!
เมื่อศัตรูพ่ายแพ้ ให้เดินอ้อมลงบันไดลับที่อยู่ด้านหลังแท่นบูชาลงไปสู่ห้องสมบัติชั้นล่างสุด ภายในห้องจะวาง “หีบสมบัติใบสีฟ้า” ล่อตาล่อใจอยู่ ทว่าทันทีที่เราแตะต้องและเปิดหีบออก กับดักมรณะก็ทำงาน! ประตูเหล็กหนาทึบเลื่อนปิดตายทางออกทั้งหมด พร้อมกับกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่ไหลทะลักพุ่งเข้ามาในห้องอย่างบ้าคลั่ง ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ จนพวกเรากำลังจะจมน้ำตาย! แต่ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง อยู่ๆ ระดับน้ำก็หยุดและค่อยๆ ลดระดับลงไปตามท่อระบายน้ำจนแห้งสนิท พร้อมกับเสียงหัวเราะกวนๆ ของชายผู้คุ้นหน้าคุ้นตาปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด… เขาคือหัวขโมยขี้เซาที่เราเคยเจอในคุกใต้ดินเมือง “Auria” นั่นเอง! เขาจะแนะนำตัวอย่างเป็นทางการว่าเขามีนามว่า “Karn” (คาร์น) สุดยอดนักล่าสมบัติแห่งยุค และประทับใจในฝีมือของเราจึงขออาสาเข้าร่วมปาร์ตี้เดินทางไปกู้โลกด้วยคน!
Note: การได้ตัว “Karn” มาร่วมทีมคือจุดเปลี่ยนสำคัญ! ความสามารถพิเศษขั้นเทพของเขาคือ หากสลับให้ “Karn” เดินนำหน้าสุด เขาจะสามารถ “สะเดาะกลอนเปิดประตูที่ถูกล็อกได้ทุกบานในเกม” และที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ หากเดินไปเหยียบโดนหลุมพรางกับดัก คาร์นจะไหวตัวทันและพาปาร์ตี้กระโดดหลบ ทำให้เราไม่ตกลงไปข้างล่างแต่อย่างใด!
เมื่อรอดตายมาได้ ให้เดินลงมาสำรวจพื้นที่ชั้นล่างสุดอย่างระมัดระวัง บริเวณนี้จะมีโลงศพหินตั้งเรียงรายอยู่รอบทิศ ให้สังเกตหาและไปสำรวจหีบสมบัติใบที่ตั้งอยู่ “แถวกลาง อันขวามือ” เมื่อเปิดออก เราจะค้นพบสุดยอดคัมภีร์เวทมนตร์ “Book” (หนังสือแห่งความลับ) เก็บมันไว้ให้ดี
ความเศร้าของเจ้าเมือง.
ถึงเวลาชำระแค้นและช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์! ให้เดินนำกลุ่มออกจากพีระมิดยักษ์ แล้วใช้คาถาวาร์ปกลับไปยังหมู่บ้านมหาเศรษฐี “Auria” ทันที มุ่งหน้าไปที่คฤหาสน์หลังบนสุดของ “Ross” เดินลงไปยังชั้นใต้ดินที่เราเคยเข้าไม่ได้ บัดนี้เรามี “Karn” ผู้เชี่ยวชาญการสะเดาะกลอนอยู่หน้าสุด ให้เขาลงมือไขกุญแจเปิดประตูเหล็กกล้าที่ปิดตายห้องนิรภัยออกอย่างง่ายดาย เมื่อเข้าไปด้านใน เราจะพบลูกสาวของ “Ross” นั่งร้องไห้อยู่ด้วยความหวาดกลัว เมื่อพูดคุยกับเธอ เธอจะล่วงรู้เจตนาของเราและถามว่า พวกเรากำลังตามหา “LtKey” (กุญแจแห่งแสง) อยู่ใช่หรือไม่? เธอจะเล่าความจริงอันขมขื่นให้ฟังว่า พ่อของเธอกำลังถูกแบล็กเมล์ และเตรียมจะนำกุญแจแห่งแสงดอกนี้ไปมอบให้กับพวกกองทัพราชามังกรดำเพื่อแลกกับความปลอดภัยของเมือง ซึ่งการกระทำนี้จะนำหายนะมาสู่โลก! เธอรำพึงรำพันว่า หากดวงวิญญาณของแม่เธอยังมีชีวิตอยู่ แม่จะต้องสามารถพูดเตือนสติไม่ให้พ่อหลงผิดทำสิ่งที่เลวร้ายแบบนี้ได้อย่างแน่นอน…
เมื่อรู้เช่นนั้น ให้พวกเราเดินกลับขึ้นไปชั้นบนเพื่อเจรจากับ “Ross” เขาจะสารภาพทั้งน้ำตาว่า เขาเองก็ไม่อยากทำ แต่ถ้าเขาไม่ยอมมอบกุญแจให้พวกมัน พวกมันขู่ว่าจะบุกเข้ามาเข่นฆ่าและทำอันตรายลูกสาวสุดที่รักของเขา เขาจึงไม่มีทางเลือก! เพื่อเตรียมความพร้อมในการต่อรอง ให้เราเดินออกจากคฤหาสน์ ให้ “Karn” เดินนำหน้าเสมอ แล้วไปสำรวจถ้ำสมบัติที่อยู่ข้างๆ หมู่บ้านออเรีย (ถ้ำที่เราเคยเข้าไปแต่ติดประตูล็อก) คาร์นจะเปิดประตูเข้าไปกวาดสมบัติจนเกลี้ยง เราจะได้รับทองคำแท่ง “G.Bar” อีกหนึ่งก้อนมาฟรีๆ! (จงเก็บรักษามันไว้อย่างดี ห้ามนำไปขายร้านค้าเด็ดขาด)
ขั้นตอนต่อไปคือการตามหาของวิเศษเพื่อเรียกวิญญาณ ให้เราเดินทางกลับไปที่หอคอยสูงตระหง่านที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน “Bleak” ให้คาร์นสะเดาะกลอนประตูเหล็กหน้าหอคอย บุกขึ้นไปยังชั้นที่ 2 เราจะพบกับผู้เฒ่านักพรตผู้รอบรู้ผู้หนึ่งนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ เมื่อพูดคุยเล่าความจริงให้ฟัง ท่านจะเข้าใจสถานการณ์และยอมหลีกทางให้เราเดินขึ้นบันไดลับด้านหลังไป ให้ลุยปราบมอนสเตอร์บุกขึ้นไปจนถึงยอดหอคอยชั้นสูงสุด ณ ศูนย์กลางห้องจะมีแท่นพลังงานมืดมิดตั้งอยู่ เมื่อเราเอื้อมมือไปสำรวจ เราจะต้องเผชิญหน้ากับการทดสอบจาก “ผู้พิทักษ์หอคอยทมิฬ” จงรวมพลังปราบมันลงให้ได้! เมื่อชนะการทดสอบ แท่นพลังงานจะคลายผนึก และเราจะได้รับ “DrKey” (กุญแจแห่งความมืด) อันทรงพลังมาครอบครอง!
Note: ความสามารถพิเศษของ “DrKey” คือ เมื่อกดใช้งานจากช่องเก็บของ (Item) พลังของกุญแจจะดูดกลืนแสงสว่าง สามารถเปลี่ยนเวลาของเกมให้กลายเป็น “ตอนกลางคืน” ได้ทันที! (มีประโยชน์มากเวลาต้องเข้าเมืองที่เปิดเฉพาะกลางคืน)
ให้เราเดินลงมาจากยอดหอคอย กลับมาคุยกับผู้เฒ่านักพรตอีกครั้ง ท่านจะสัมผัสได้ถึงเจตนาดีและหลีกทางให้เราเข้าไปเปิดหีบสมบัติเพื่อรับไอเท็ม “Mirror” (กระจกวิญญาณ) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับสื่อสารกับวิญญาณ! ได้เวลาแล้ว ให้เราวาร์ปกลับไปที่หมู่บ้าน “Auria” มุ่งตรงไปที่คฤหาสน์หลังบนสุด คราวนี้เราจะพบ “Ross” กำลังนั่งซึมเศร้าอยู่ตรงโต๊ะอาหารมื้อค่ำ… ริวจะชู “Mirror” ขึ้น พลังเวทของกระจกได้สะท้อนและอัญเชิญดวงวิญญาณของ “Elena” (เอเลน่า) ภรรยาผู้ล่วงลับของโรสให้ปรากฏกายขึ้นมา! วิญญาณของเอเลน่าได้พูดเกลี้ยกล่อมและเตือนสติผู้เป็นสามีด้วยความรัก ขอให้เขาอย่ายอมจำนนต่อความชั่วร้ายและจงทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อปกป้องโลกใบนี้ คำพูดของภรรยาทำให้ “Ross” ตาสว่าง เขาสลัดความกลัวทิ้งและตัดสินใจยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างความถูกต้อง!
ให้เรารีบวิ่งลงไปยังห้องนิรภัยใต้ดิน แจ้งข่าวดีกับลูกสาวของโรสว่า บัดนี้พ่อของเธอได้เปลี่ยนใจอย่างเด็ดขาดที่จะไม่ยอมมอบกุญแจแห่งแสงให้กับพวกสมุนราชามังกรดำแล้ว! เมื่อได้ยินดังนั้น เธอจะยิ้มด้วยความโล่งใจและหลีกทางให้เราก้าวเข้าไปเปิดหีบสมบัติด้านใน เราจะได้รับ “LtKey” (กุญแจแห่งแสง) มาเก็บรักษาไว้ได้อย่างปลอดภัย!
Note: ในทางตรงกันข้ามกับกุญแจมืด ความสามารถพิเศษของ “LtKey” คือ เมื่อกดใช้งาน มันจะแผ่รัศมีขับไล่ความมืดมิด เปลี่ยนเวลาของเกมให้กลายเป็น “ตอนกลางวัน” ได้ในพริบตา!
ทว่าศัตรูไม่ยอมให้เราแย่งของไปง่ายๆ! ให้รีบวิ่งออกจากคฤหาสน์ ตรงไปยังพื้นที่ “ท่าเรือ” ทางด้านซ้ายของหมู่บ้านออเรีย (ย้ำว่าไม่ต้องเดินออกไปแผนที่โลกนอกหมู่บ้าน) ณ ที่แห่งนั้น เราจะพบกับกองกำลังทหารรับจ้างระดับสูง ที่ถูกจักรพรรดิมังกรดำส่งมาดักซุ่มโจมตีเพื่อชิง “LtKey” คืน! การปะทะอันดุเดือดจึงเริ่มขึ้น จงจัดการพวกมันให้ราบคาบ! เมื่อเราได้รับชัยชนะ ทหารศัตรูที่บาดเจ็บจะตัดสินใจใช้วิธีสกปรก ด้วยการจุดระเบิดพลีชีพทำลายเรือสำเภาของ “Ross” จนพังพินาศและอับปางจมลงสู่ก้นทะเลเพื่อตัดเส้นทางหนีของเรา!
พวกเราได้แต่ยืนมองซากเรือด้วยความสิ้นหวัง แต่กัปตันเรือวัยเก๋าจะเดินเข้ามาตบไหล่พร้อมกับแนะนำเพื่อนชาวประมงประหลาดให้เรารู้จัก เขาเป็นมนุษย์ปลาผู้มีนามว่า “Goby” (โกบี้) โกบี้เป็นพ่อค้าเร่จอมเขี้ยว เขาเสนอเงื่อนไขว่า หากเรายอมยกทองคำแท่ง “G.Bar” (ที่เราไปขโมยมาจากถ้ำ) ให้กับเขา เขาจะนำไอเท็ม “GnPwdr” (ดินปืนระเบิดประสิทธิภาพสูง) มาแลกเปลี่ยนให้ ซึ่งดินปืนนี้คือสิ่งเดียวที่จะสามารถใช้ระเบิดทำลายโขดหินยักษ์ ที่ปิดกั้นทางเชื่อมสู่ท่าเรือลับในถ้ำบนอ่าวทางเหนือของหมู่บ้านได้! (ไม่มีทางเลือก เราต้องยอมแลกเปลี่ยน)
โกบี้เจ้าสมุทร.
เมื่อได้ดินระเบิดมาแล้ว ให้ออกจากหมู่บ้านออเรีย เดินมุ่งหน้าขึ้นไปที่ถ้ำทางด้านบนซ้ายของตัวเมือง ภายในปากถ้ำจะมีกองหินหนาทึบพังถล่มลงมาขวางทางไว้อย่างมิดชิด ให้ริวจัดการใช้ “GnPwdr” วางระเบิดทำลายกองหินนั้นให้เป็นจุล! เมื่อเศษหินฝุ่นควันจางลง เส้นทางลับจะเปิดออก นำพาเราทะลุไปโผล่ยัง “ท่าเรือลับทางตอนเหนือ” ได้สำเร็จ ทว่าที่นั่นมีเรือรบของศัตรูจอดเทียบท่าดักรออยู่ก่อนแล้ว! ให้บุกตะลุยขึ้นไปบนเรือรบของกองทัพมังกรดำ ฟันฝ่าทหารยาม และกำจัด “บอสปลาหมึกยักษ์” ที่ทำหน้าที่เฝ้าเรือให้จงได้! เมื่อสังหารบอสสำเร็จและยึดเรือได้ ให้เดินกลับออกมา แล้วเดินย้อนกลับไปที่หมู่บ้าน “Auria” อีกครั้ง
เมื่อกลับมาถึงท่าเรือในหมู่บ้านออเรีย เราจะพบกับปาฏิหาริย์! “Ross” ได้ใช้ความมั่งคั่งของเขาสั่งให้ช่างฝีมือระดมกำลังสร้างเรือสำเภาลำใหม่เอี่ยมขึ้นมาทดแทนจนเสร็จสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว! เข้าไปคุยกับกัปตันเรือเพื่อเตรียมความพร้อม พวกเราจะก้าวขึ้นเรือและเริ่มออกเดินทางข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ โดยมีเจ้ามนุษย์ปลา “Goby” (โกบี้) ขอตีตั๋วโดยสารร่วมทางไปกับพวกเราด้วยเพื่อหวังหาผลกำไรจากดินแดนใหม่!
ท้องทะเลดูเหมือนจะสงบสุข ทว่าเมื่อเรือสำเภาแล่นฝ่าคลื่นลมไปได้เพียงชั่วครู่ กองทัพเรือของข้าศึกที่สะกดรอยตามมาก็ปรากฏตัวขึ้นและเปิดฉากระดมยิงปืนใหญ่โจมตีอย่างหนักหน่วง! ทหารศัตรูจำนวนมากปีนบันไดบุกขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือของเรา ให้เราจัดทัพรับมือและต้านทานการโจมตีเอาชนะพวกมันให้ได้ระลอกแล้วระลอกเล่า! ในระหว่างที่สถานการณ์กำลังชุลมุน “Goby” ที่รักตัวกลัวตายได้รีบพากลุ่มของพวกเราหลบหนีลงไปซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องเรือ ทว่าพวกศัตรูกัดไม่ปล่อย บุกพังประตูตามลงมาจนเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดในพื้นที่แคบๆ!
ผลจากการต่อสู้และการใช้เวทมนตร์อย่างรุนแรงใต้ท้องเรือ ทำให้เกิดประกายไฟไปติดกับคลังแสงดินปืนที่ถูกกักเก็บซ่อนไว้… วินาทีแห่งหายนะมาเยือน! ดินปืนเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ลุกท่วมเรือทั้งลำ! ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น พวกเราทุกคนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลั้นใจกระโดดหนีตายพุ่งหลาวลงสู่ผืนน้ำทะเลอันหนาวเหน็บเบื้องล่าง! กระแสน้ำวนที่รุนแรงได้พัดพาพรากพวกเราสลบไสลไปเกยตื้นติดอยู่บนเกาะร้างเล็กๆ กลางมหาสมุทรแห่งหนึ่ง… เมื่อทุกคนได้สติ เราพบว่าเกาะนี้ไม่มีทางออก ไม่มีต้นไม้ ไม่มีอาหาร และเรากำลังจะตายเพราะขาดน้ำ! ในยามคับขันนี้ มีเพียง “Goby” (โกบี้) มนุษย์ปลาผู้มีสายเลือดแห่งท้องทะเลเท่านั้น ที่สามารถว่ายทนแรงดันน้ำดำดิ่งลึกลงไปในก้นมหาสมุทรเพื่อตามหาความช่วยเหลือได้!
ระบบจะสลับให้เราควบคุม “Goby” ดำน้ำลงไปใต้ทะเลแต่เพียงผู้เดียว ให้บังคับโกบี้ดำดิ่งแหวกว่ายลงไปทางด้านซ้ายมือของหน้าจอเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดของก้นบาดาล เราจะค้นพบกับนครใต้บาดาลอันเจิดจรัส “Prima” (พรีม่า)! ให้โกบี้ว่ายน้ำเข้าไปภายในนครพรีม่า รวบรวมข่าวสารและสำรวจเมืองให้ทั่ว นครใต้น้ำแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการค้าที่เจริญรุ่งเรืองมาก มีร้านขายอาวุธและชุดเกราะชั้นดีระดับไฮเอนด์ตั้งอยู่มากมาย (เหมาะมากที่จะอัปเกรดของให้กลุ่ม) ให้โกบี้ว่ายเข้าไปคุยกับเจ้าของบ้านในบ้านรูปทรงปลาประหลาดเพื่อสอบถามเส้นทางช่วยเหลือเพื่อนๆ จากนั้นให้ออกมาจากนครพรีม่า ว่ายน้ำดำดิ่งลงมาทางทิศใต้ (ด้านล่าง) เรื่อยๆ จนกระทั่งพบกับช่องแคบที่เป็นทางลาดชันให้เราสามารถว่ายตีตื้น “ขึ้นสู่ฝั่งบนพื้นดิน” ของทวีปใหม่ได้สำเร็จ!
วัวเหล็กจอมพลัง.
เมื่อโกบี้ขึ้นเหยียบฝั่งทวีปใหม่ ให้เดินเท้าบุกป่าฝ่าดงมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเขตอนุรักษ์ของเมือง “Gant” (แกนท์) หมู่บ้านของเผ่ามนุษย์กระทิงผู้ทรงพลัง เข้าไปสำรวจในเมืองและมุ่งตรงไปยังบ้านหลังบนสุด เข้าไปคุยกับช่างตีเหล็กที่อยู่ด้านใน เขาจะสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของโกบี้และยอมหลีกทางให้เราเข้าไปเปิดหีบเพื่อนำ “ไอเท็มลึกลับ” ชิ้นหนึ่งมา
เมื่อได้ของสำคัญมาแล้ว ให้โกบี้รีบวิ่งกลับไปลงน้ำ ดำดิ่งกลับไปยังนครใต้น้ำ “Prima” ทันที มุ่งหน้าเข้าไปในบ้านรูปทรงปลาหลังเดิม คุยกับเจ้าของบ้านเพื่อทำการยื่นหมูยื่นแมวแลกเปลี่ยนไอเท็มชิ้นนั้น จนเราได้รับไอเท็มชิ้นใหม่มาครอบครอง ทว่าทันทีที่การแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น กลับมีเสียงกรีดร้องและเสียงของตกแตกดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางของโรงแรม! ให้เรารีบว่ายน้ำไปตรวจสอบที่โรงแรมทันที เมื่อเข้าไปด้านใน ภาพที่เห็นคือผู้คนนอนล้มป่วยร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทรมาน สาเหตุมาจาก “ยมทูตเงา” ปีศาจร้ายแห่งโลกวิญญาณได้ปรากฏตัวขึ้นและหมายหัวจะสูบวิญญาณของพวกเขาไป!
ด้วยกำลังของโกบี้เพียงลำพังย่อมไม่สามารถต่อกรกับยมทูตได้ โกบี้จึงรีบว่ายน้ำกลับไปยังเกาะร้าง เพื่อไปตามเพื่อนๆ ทุกคนให้ลงน้ำมาร่วมสู้! เมื่อจัดทัพแบบฟูลทีมครบชุดแล้ว ให้บุกทะลวงเข้าไปในโรงแรมและเปิดศึกชี้ชะตากับบอสยมทูตให้แตกพ่าย! เมื่อแสงแห่งชัยชนะสาดส่อง ยมทูตจะสลายร่างหนีไป ผู้คนที่ล้มป่วยจะค่อยๆ ฟื้นฟูอาการกลับมาเป็นปกติ หนึ่งในผู้ที่รอดชีวิตจากความตายคือมนุษย์กระทิงร่างยักษ์กล้ามโต เขาจะเดินเข้ามาแนะนำตัวว่าเขาคือ “Ox” (อ๊อกซ์) ช่างตีเหล็กแห่งเมืองแกนท์ ด้วยความแค้นที่มีต่อศัตรูและความซาบซึ้งในบุญคุณ อ๊อกซ์จึงขอจับมือเป็นพันธมิตรและเข้าร่วมกลุ่มผจญภัยไปกับพวกเราด้วย!
Note: การได้ตัว “Ox” มาร่วมทีมจะเปิดโลกการสำรวจใหม่! ความสามารถของเขาคือ เมื่อสลับให้ “Ox” มาเดินนำหน้าสุด เขาสามารถรวบรวมลมปราณแล้ว “ชกทำลายกำแพงหินที่มีรอยร้าว” หรือ “ก้อนหินขนาดใหญ่ที่ขวางทาง” ให้แหลกกระจุยได้! รวมถึงในแผนที่โลก เขายังสามารถชกทำลายต้นไม้บางต้นที่มีลักษณะพิเศษเพื่อหาผลไม้ดรอปได้อีกด้วย!
ในขณะที่พวกเรากำลังยินดีปิติ ทหารส่งสารได้วิ่งกระหืดกระหอบมารายงานข่าวร้ายว่า ที่เมือง “Gant” บ้านเกิดของอ๊อกซ์กำลังถูกกองทัพศัตรูบุกโจมตีอย่างหนัก! ให้พวกเรารีบว่ายน้ำออกจากนคร “Prima” มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก (ซ้าย) ของเมือง จะพบทางขึ้นบกสู่ทวีปแห่งความตาย ให้เดินบุกบั่นไปตามภูมิประเทศอันแห้งแล้งเรื่อยๆ จนกระทั่งเผชิญหน้ากับ “ดันเจี้ยนค่ายกักกัน” แห่งหนึ่ง ให้บุกทะลวงเข้าไปจนสุดทาง จะพบกับบอสผู้คุมค่ายสุดโฉด! ปราบมันให้หมอบกระแต เมื่อชนะแล้วเราจะสามารถปลดล็อกกรงขังและช่วยเหลือบรรดาเพื่อนพ้องเผ่ากระทิงของอ๊อกซ์ที่ถูกจับมาเป็นทาสใช้แรงงานได้อย่างปลอดภัย จากนั้นให้เราเดินบุกทะลวงดันเจี้ยนต่อไปจนทะลุออกสู่พื้นที่โลกภายนอกได้สำเร็จ
เมื่อออกมาสู่แผนที่โลก ทางด้านซ้ายมือจะมีเส้นทางทอดยาวไปยัง “วิหารมังกร” อีกแห่งหนึ่ง (แต่วิหารนี้เป็นการอัปเกรดพลังระดับสูง ซึ่งตอนนี้ระดับเลเวลและอุปกรณ์ของเราอาจจะยังไม่พร้อม แนะนำให้ข้ามไปก่อน ยังไม่ต้องแวะ) ให้เราเบนเข็มทิศเดินมุ่งตรงขึ้นไปทางเหนือแทน จะพบกับแนวป่าทึบ เมื่อก้าวเท้าเข้าป่าไป เราจะพบกับฝูงนกประหลาดเดินเพ่นพ่านอยู่ และมีชายลึกลับคนหนึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ คุยกับเขาเพื่อแลกเปลี่ยนเบาะแส จากนั้นให้เดินทะลุป่าทึบออกไปอีกฟาก เราจะพบกับปราสาทป้อมปราการหินทรายขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ทว่าบริเวณหน้าประตูทางเข้ากลับเต็มไปด้วยกองทหารยามของข้าศึกที่ยืนลาดตระเวนเฝ้าคุ้มกันอย่างหนาแน่นราวกับมดปลวก ทำให้การจะบุกทะลวงเข้าไปตรงๆ นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย!
อาวุธลับจากสุสานโบราณ.
เพื่อหาทางทะลวงแนวป้องกัน เราจำเป็นต้องมีอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างแบบหมู่! ให้เปิดเมนูเวทมนตร์แล้วใช้คาถาของนีน่าวาร์ปกลับไปที่หมู่บ้าน “Arad” ในเขตทะเลทราย เดินตรงเข้าไปในพีระมิดยักษ์ที่เราเคยสำรวจ สลับเอามนตร์กระทิงจอมพลัง “Ox” มาเดินนำหน้า มุ่งตรงไปยังก้อนหินที่มี “บูมเมอแรง” เสียบคาอยู่ ให้อ๊อกซ์ง้างหมัดเหล็กชกอัดใส่ก้อนหินเต็มแรง! หินจะแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ทำให้เราสามารถดึง “Boomerang” ออกมาได้สำเร็จ! ทว่า สภาพของมันเก่าและขึ้นสนิมจนใช้งานจริงไม่ได้
ให้เราวาร์ปเดินทางกลับไปที่เมือง “Gant” อีกครั้ง มุ่งหน้าไปที่บ้านช่างตีเหล็กหลังบนสุด นำบูมเมอแรงที่ขึ้นสนิมไปมอบให้กับช่างตีเหล็กยอดฝีมือที่อยู่ในบ้าน ด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น เขาจะนำมันเข้าเตาหลอมและตีขึ้นรูปใหม่จนกลายเป็น “บูมเมอแรงสุดยอด” ที่คมกริบและใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ! ให้เราเข้าไปที่เมนู Equip สวมใส่อาวุธบูมเมอแรงชิ้นนี้ให้กับ “Ryu” ทันที ความพิเศษของอาวุธระดับตำนานชิ้นนี้คือ มันมีพลังโจมตีที่สูงลิบลิ่ว และที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อกดโจมตี ริวจะปาบูมเมอแรงกวาดล้างศัตรู “โดนทุกเป้าหมายที่อยู่บนหน้าจอ” พร้อมกันในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
เมื่อริวติดปีกด้วยอาวุธใหม่ ให้ออกจากเมืองแกนท์แล้วเดินเท้าสำรวจมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ (ขวาบน) เรื่อยๆ จนพบกับชายหาดทางลงทะเล แต่เรา ยังไม่ต้องรีบดำน้ำลงไปตอนนี้ ให้เดินลัดเลาะเลียบชายฝั่งต่อไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความเวิ้งว้าง เราจะสังเกตเห็นกระโจมเต็นท์พักแรมหลังเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางดงต้นมะพร้าวล้อมรอบ ให้เดินฝ่าดงมะพร้าวเข้าไปสนทนากับผู้เฒ่าปริศนาที่นั่งวิปัสสนาอยู่ภายในเต็นท์ จดจำคำใบ้ของเขาให้ดี จากนั้นให้ออกมา แล้วเดินย้อนกลับไปลงทะเล ดำดิ่งกลับสู่นครใต้น้ำ “Prima” เพื่อตั้งหลัก จากนั้นให้ว่ายน้ำลัดเลาะขึ้นฝั่งผ่านทางลาดบริเวณ “ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ” (ซ้ายบน) ของตัวเมืองใต้น้ำ
เมื่อขึ้นฝั่งมาได้ เราจะพบว่าตัวเองกลับมายืนอยู่หน้าทางเข้าดันเจี้ยนค่ายกักกันที่เราเคยถล่มทิ้งมาแล้ว ให้เราเดินดุ่มๆ ทะลุดันเจี้ยนนี้ขึ้นไปทางทิศเหนืออีกครั้งจนทะลุออกไปพบแนวป่าทึบ เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในป่า คราวนี้เราจะเผชิญหน้ากับ “ฝูงนกนักล่ากลุ่มใหญ่” ที่กำลังเดินวนเวียนทำรังเพื่อปกป้องไข่ของพวกมันอย่างหวงแหน เมื่อเรายื่นมือไปสำรวจไข่ในรัง สัญชาตญาณความเป็นแม่จะทำงาน ฝูงนกจะพุ่งเข้าจิกกัดโจมตีพวกเราทันที! การต่อสู้กับฝูงนกเริ่มต้นขึ้น! (ใช้บูมเมอแรงของริวกวาดล้างให้สิ้น) เมื่อกำราบพวกมันลงได้ ฝูงนกจะยอมสยบและล้อมหน้าล้อมหลังพวกเราด้วยความหวาดกลัว ให้เราเดินเข้าไปหยิบไข่นกมาอุ้มไว้ในอ้อมกอด เมื่อทำเช่นนั้น แม่นกและลูกฝูงจะเดินเตาะแตะตามติดตัวเราแจไม่ยอมห่าง ให้เราค่อยๆ เดินก้าวช้าๆ ทีละก้าว เพื่อประคองนำฝูงนกเดินตามเราไปจนถึงบริเวณ “หน้าปราสาทป้อมปราการ” ที่มีกองทหารยามของข้าศึกยืนคุ้มกันอยู่หนาแน่น
เมื่อมาถึงจุดปะทะ “Ox” ผู้ชาญฉลาดจะใช้แผนเด็ด เขาใช้พละกำลังอันมหาศาลขว้างไข่นกใบนั้นลอยละลิ่วข้ามกำแพงตกลงไปใจกลางปราสาท! เมื่อเห็นไข่ของตนตกอยู่ในอันตราย ฝูงนกที่บ้าคลั่งจะกระพือปีกบินพุ่งข้ามกำแพงลงไปไล่จิกตี ไล่จิกตา และทึ้งหัวกองทหารยามทั้งกองพันจนแตกพ่ายหนีตายกันอลหม่าน! แผนล่อเสือออกจากถ้ำได้ผล ป้อมปราการตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวาย เปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้พวกเราเดินฉลุยบุกเข้าปราสาทไปได้อย่างง่ายดาย!
เมื่อก้าวล่วงเข้าสู่เขตปราสาท ให้เดินบุกตะลุยลงบันไดไปยังชั้นใต้ดินลึกสุด เราจะเผชิญหน้ากับกำแพงหินหนาที่มีรอยร้าวขนาดใหญ่ขวางกั้นอยู่ ให้สลับตัว “Ox” มายืนด้านหน้า แล้วง้างหมัดเพชฌฆาตชกกำแพงนั้นให้พังทลายเป็นหน้ากลอง! เมื่อฝุ่นควันจางลง ก้าวเข้าไปในห้องโถงลับ เราจะพบกับ “นายพล” ผู้บัญชาการปราสาทแห่งนี้ยืนจังก้าอยู่! ทว่าคนขี้ขลาดอย่างมันกลับไม่ยอมสู้ด้วยตัวเอง มันสั่งให้ลูกสมุนองครักษ์ 3 คนพุ่งเข้าปะทะกับเราแทน สู้ไปได้สักระยะหนึ่ง เมื่อสมุนเห็นท่าไม่ดี พวกมันจะใช้เวทมนตร์ต้องห้าม “รวมร่าง” ตัวเองเข้าด้วยกันกลายเป็นอสูรกายยักษ์! จงทุ่มสุดตัวปราบมันลงให้จงได้! เมื่ออสูรกายพ่ายแพ้ ก่อนที่มันจะสิ้นใจ มันจะหัวเราะเยาะและทิ้งท้ายประโยคชวนขนลุกว่า “หึๆ… พวกแกมาช้าไปเสียแล้วล่ะ… เพราะบัดนี้ ท่านนายพลได้เคลื่อนทัพเรือหลวง นำกำลังพลเต็มอัตราศึก มุ่งหน้าไปถล่มนครใต้น้ำ ‘Prima’ ให้ราบเป็นหน้ากลองเรียบร้อยแล้ว!” เมื่อได้ยินดังนั้น อ๊อกซ์จะโกรธจัด เขาพุ่งกระแทกหมัดทะลวงกำแพงอีกชั้นเพื่อปลดปล่อยภรรยาสุดที่รักของเขาและเหล่าหญิงสาวเผ่ากระทิงที่ถูกกวาดต้อนมาขังไว้ได้อย่างปลอดภัย เมื่อภารกิจช่วยตัวประกันสำเร็จ พวกเราจะรีบวิ่งกลับขึ้นดาดฟ้าเพื่อไล่ล่าจับตัวนายพล ทว่าสายเกินไป… เราได้แต่มองดูมันชิงกระโดดขึ้นเรือเร็วหลบหนีลอยนวลไปต่อหน้าต่อตา!
ตำนานของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่.
ด้วยความเป็นห่วงชะตากรรมของนครใต้น้ำ ให้เรารีบวาร์ปกลับดำน้ำลงมาที่นคร “Prima” ทันที! บรรยากาศในเมืองเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก รีบเข้าไปหารือกับผู้ใหญ่บ้านถึงแผนรับมือข้าศึก เมื่อเจรจาเสร็จสิ้น ให้เดินขึ้นบันไดไปยังห้องพักผู้ป่วยชั้น 2 เข้าไปพูดคุยกับชายชราผู้รอบรู้ที่นอนซมป่วยติดเตียงอยู่ เขาจะเล่าตำนานปรัมปราเกี่ยวกับ “Bleu” (หรือชื่อ “Deis” ในเวอร์ชันต้นฉบับ) สุดยอดจอมเวทย์หญิงในตำนาน ผู้มีพลังเวทมนตร์ทำลายล้างที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ เขาเปิดเผยความลับว่า ปัจจุบันเธอจำศีลหลับใหลซ่อนตัวอยู่ที่นครวิเศษ “Wishdon” (วิชดอน) เมื่อเขาเล่าจบ ให้เราเดินไปสำรวจที่บริเวณเตียงนอนของชายชรา ค้นหาให้ดีเราจะพบไอเท็มกุญแจสำคัญ “Statue” (รูปปั้นแกะสลักโบราณ) เก็บเอาไว้
ให้เราใช้คาถาวาร์ปเดินทางข้ามทวีปกลับไปยังหมู่บ้านทะเลทราย “Arad” อีกครั้ง แล้วบุกฝ่าทะเลทรายมุ่งหน้าไปยัง “เกาะที่เคลื่อนที่ได้” (ปราสาทลอยทรายที่เราเคยเข้าไม่ได้) บัดนี้ เมื่อเรามี “Statue” อยู่ในครอบครอง พลังเวทของรูปปั้นจะสอดประสานทำปฏิกิริยากับปราสาท เปิดประตูมิติให้เราก้าวล่วงเข้าไปภายในได้สำเร็จ! ซึ่งความจริงที่น่าตกตะลึงก็คือ เกาะเคลื่อนที่แห่งนี้ก็คือเมืองโบราณ “Wishdon” ที่สาบสูญนั่นเอง! ให้เราเดินดิ่งลงบันไดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บุกตะลุยฝ่าวงล้อมมอนสเตอร์ลึกเข้าไปเรื่อยๆ ภายในโบราณสถานแห่งนี้มีหีบสมบัติที่ซุกซ่อนอาวุธและชุดเกราะชั้นเลิศอยู่มากมายมหาศาล (แต่หลายจุดจะถูกบล็อกด้วยกำแพงหินร้าว ต้องสลับให้ “Ox” ออกหมัดทำลายกำแพงเพื่อเข้าไปกวาดของให้เรียบ!) เมื่อกอบโกยสมบัติจนพอใจ ให้มองหาบันไดสูงตระหง่าน ปีนไต่ขึ้นไปเพื่อบุกเข้าสู่ตัวปราสาทชั้นในสุด
เมื่อก้าวขึ้นมาถึงบริเวณชั้น 2 ของตัวปราสาท เราจะพบกับแท่นบรรทมผลึกแก้ว และหญิงสาวผู้งดงามซึ่งมีร่างกายท่อนล่างเป็น “งูยักษ์” กำลังนอนหลับสนิทจำศีลอย่างสงบอยู่บนเตียง ทว่าทันทีที่เราก้าวเท้าเข้าใกล้เพื่อปลุกเธอ… ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างกึกก้อง! วิญญาณ “ผู้พิทักษ์ปราสาท” ทั้ง 3 ตนได้ปรากฏกายขึ้นมาขวางทาง พวกมันลั่นวาจาว่า ผู้ใดที่หาญกล้าจะรบกวนการนิทราของนายหญิง จะต้องผ่านการทดสอบด้วยชีวิต! การต่อสู้สุดหินจึงอุบัติขึ้น จงทุ่มสุดตัวโค่นผู้พิทักษ์ทั้งสามลงให้ได้! เมื่อเราแสดงฝีมือจนเป็นที่ประจักษ์ ผู้พิทักษ์จะยอมรับในความแข็งแกร่ง และทำหน้าที่แหวกม่านผลึกเข้าไปปลุก “Bleu” จอมเวทย์ระดับตำนานให้ตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน
เมื่อ “Bleu” ลืมตาตื่น เธอจะมองเราด้วยสายตารำคาญปนสงสัยและเอ่ยถามว่า “พวกเจ้ามาปลุกข้าให้ตื่นจากการนอนพักผ่อนทำไมกัน!?” ให้เราเล่าสถานการณ์วิกฤตของโลก และวีรกรรมชั่วร้ายของราชามังกรดำให้เธอฟังอย่างละเอียด เธอจะยืนนิ่งใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงเอาไอเท็มปริศนา “Oldegg” (ไข่โบราณที่กลายเป็นหิน) ยื่นส่งมาให้เรา พร้อมยื่นเงื่อนไขว่า “หากพวกเจ้าอยากให้ข้าช่วย จงนำไข่ใบนี้ไปวางทิ้งไว้ ณ ปลายแหลมสุดที่มีกระแสลาวาเดือดพล่านไหลผ่าน ภายใน ‘ถ้ำภูเขาไฟใต้มหาสมุทร’ ให้สำเร็จ หากทำได้ ข้าจึงจะยอมสละเวลาอันมีค่าร่วมเดินทางไปกับพวกเจ้า! แต่ตอนนี้… ข้าขอตัวกลับไปนอนงีบต่อล่ะ!” พูดจบเธอก็ล้มตัวลงนอนหลับครอกฟี้ทันที!
เพื่อโลก! เราต้องทำตามเงื่อนไข ให้วาร์ปกลับไปตั้งหลักที่นครใต้น้ำ “Prima” จัดทัพและว่ายน้ำมุ่งหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือเรื่อยๆ จนกระทั่งเผชิญหน้ากับ “ปากถ้ำภูเขาไฟใต้ทะเล” ที่มีลาวาปะทุอยู่ตลอดเวลา ให้บุกกล้าตายเข้าไปด้านใน (เส้นทางภายในถ้ำนี้ซับซ้อน วกวน และมีศัตรูโหดร้ายดักซุ่มอยู่มากมาย แนะนำอย่างยิ่งให้ซื้อไอเท็มตระกูล ‘Mrbl3’ ที่ทำให้เดินแล้วไม่เจอศัตรูพกตุนมาเยอะๆ เพื่อความรวดเร็ว) เมื่อบุกบั่นฟันฝ่าเข้ามาจนถึงห้องโถงลึกสุด เราจะพบกับชะง่อนผาหินเล็กๆ ที่ยื่นแหลมออกไปรับความร้อนระอุเหนือสระลาวาเดือดปุดๆ ให้เดินไปยืนนิ่งที่ปลายสุดของชะง่อนผาแล้วกดสำรวจ ริวจะล้วงเอา “Oldegg” ออกมาแล้วโยนมันทิ้งลงไปในบ่อลาวาร้อนระอุตามคำสั่งอย่างแม่นยำ! เมื่อภารกิจลุล่วง คาถาเวทมนตร์จะทำงานดึงตัวพวกเรากลับมายังปราสาทวิชดอน คราวนี้ “Bleu” จะตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ยอมรับในความมุ่งมั่น และตัดสินใจเข้าร่วมปาร์ตี้กับพวกเราอย่างเป็นทางการตามสัจจะที่ให้ไว้!
มหาสงครามใต้พิภพ.
ฉากจะตัดภาพนำพากลุ่มของเราวาร์ปกลับมาพักผ่อนเอาแรงอย่างปลอดภัยที่นครใต้น้ำ “Prima” ทว่าเมื่อรุ่งสางมาเยือน เสียงแตรศึกก็ดังกึกก้อง! ทหารยามวิ่งหน้าตั้งเข้ามารายงานว่า บัดนี้กองเรือรบมหาศาลของศัตรูได้บุกมาประชิดน่านน้ำแล้ว มหาสงครามได้อุบัติขึ้น! กองกำลังทหารปลาแห่งพรีม่ากำลังระดมพลจัดทัพออกไปว่ายสู้รบต้านทานอย่างสุดกำลัง ผู้ใหญ่บ้านที่หมดหนทางได้หันมาคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องให้ “Bleu” ในฐานะสุดยอดจอมเวทย์ในตำนาน ช่วยออกโรงสำแดงฤทธิ์กอบกู้นครแห่งนี้ด้วย! ซึ่งเธอก็ตอบตกลงอย่างมั่นใจ พวกเราทั้งหมดจึงกระโดดขึ้นขี่หลัง “ปลายักษ์พาหนะ” พุ่งทะยานแหวกว่ายออกสู่สมรภูมิแนวหน้าเพื่อช่วยรบ! แต่ยังไม่ทันไร กองเรือรบของศัตรูก็เล็งปืนใหญ่ระดมยิงเข้าใส่พวกเราอย่างบ้าคลั่ง ในวินาทีวิกฤต “Bleu” ได้ชูคทาขึ้นสู่ผิวน้ำ ร่ายมหาเวทมนตร์อัญเชิญ “พายุไต้ฝุ่นมฤตยู” ลูกยักษ์เข้าพัดถล่มกวาดล้างกองเรือรบข้าศึกจนฉีกขาดพังพินาศจมดิ่งสู่ก้นทะเลในพริบตา!
เมื่อกองเรือข้าศึกแตกพ่าย พวกเราจะดำดิ่งกลับลงสู่สมรภูมิใต้น้ำอีกครั้ง ทหารปลายักษ์ที่เราขี่มาจะขอแยกตัวพุ่งออกไปช่วยเพื่อนพ้องปลาต่อสู้ตะลุมบอนกับศัตรูในแนวรบอื่น ส่วนพวกเรา ให้กระชับอาวุธในมือ วิ่งลุยฝ่าสมรภูมิเลือดขึ้นไปข้างหน้าเพื่อสมทบช่วยทหารปลาฟาดฟันศัตรู! บุกตะลุยฝ่าแนวรบไปเรื่อยๆ จนกระทั่งทะลวงไปถึงจุดศูนย์กลาง เราจะได้เผชิญหน้าดวลเดี่ยวกับ “นายพลข้าศึก” ตัวการใหญ่ที่หนีเรามา! เมื่อถูกต้อนจนมุม มันจะร่ายมนตร์มืดกลายร่างเป็น “ปีศาจปูยักษ์กระดองเหล็ก” เข้าบดขยี้เรา จงงัดพลังทั้งหมดกระหน่ำโจมตีเอาชนะมันให้จงได้! เมื่อนายพลปูยักษ์ถูกโค่นล้มลง ชัยชนะตกเป็นของพวกเรา ภาพเหตุการณ์จะตัดสลับไปยังฝั่งจักรวรรดิมังกรดำ เผยให้เห็น “Jade” ที่กำลังโกรธเกรี้ยว เขาสั่งการเด็ดขาดให้ “4 ขุนพลแห่งจักรวรรดิ” ที่แข็งแกร่งที่สุด เริ่มเคลื่อนไหวลงสู่สนามรบเพื่อกวาดล้างพวกเราให้สิ้นซาก…
หลังจบศึกหนัก ภาพจะตัดกลับมาที่นครใต้น้ำ “Prima” ที่รอดพ้นจากวิกฤต ให้เราเดินเข้าไปเจรจากับผู้ใหญ่บ้านในท้องพระโรง เขาจะกล่าวขอบคุณพวกเราอย่างสุดซึ้งและมอบหมายให้เราไปเปิดหีบสมบัติล้ำค่า 2 หีบเพื่อเป็นรางวัลแห่งชัยชนะ เมื่อเปิดหีบใบแรก เราจะได้รับสุดยอดอาวุธหอกของโกบี้ และเมื่อเปิดหีบใบที่สอง เราจะได้รับ “Sphere” (ลูกแก้วแห่งวารี) ซึ่งเป็นคีย์ไอเท็มสุดเทพ! ไอเท็มชิ้นนี้จะมอบความสามารถพิเศษให้ “Goby” สามารถกลายร่างเป็น “ปลาฉลามยักษ์” ได้เมื่อเขาอยู่ในน้ำลึก! โดยการจัดทีมให้โกบี้เดินนำหน้าสุดแล้วกดปุ่ม A โกบี้จะแปลงร่างแหวกว่ายพาเราสำรวจก้นมหาสมุทรได้อย่างอิสระเสรี รวดเร็วดั่งสายน้ำ และที่สำคัญที่สุด… ในขณะที่อยู่ในร่างปลาฉลาม เราจะไม่เจอมอนสเตอร์สุ่มโจมตีในฉากแผนที่น้ำเลยแม้แต่ตัวเดียว!
ได้เวลาเดินทางต่อ ให้ออกแหวกว่ายจากนครใต้น้ำ มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปตั้งหลักที่บริเวณหน้าถ้ำภูเขาไฟใต้ทะเลที่เราเคยไปทิ้งไข่ไว้ จากจุดนั้น ให้เลี้ยวซ้าย ว่ายแหวกว่ายข้ามรอยแยกเหวลึกใต้ทะเล ตรงดิ่งไปเรื่อยๆ จนสุดขอบหน้าจอทางฝั่งซ้าย จากนั้นให้ว่ายเชิดหน้าทะยานขึ้นไปทางตอนเหนืออย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเราก็จะค้นพบกับ “ช่องแคบทางขึ้นฝั่ง” สู่ผืนแผ่นดินทวีปใหม่ที่ไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อน!
4 ขุนพลปรากฎกาย.
เมื่อก้าวเท้าเหยียบขึ้นฝั่งทวีปใหม่ ให้เดินบุกป่าฝ่าดงเลียบไปทางทิศตะวันออก (ขวา) เรื่อยๆ จนกระทั่งพบสะพานไม้ทอดข้ามลำธาร เดินข้ามไปเราจะพบกับหมู่บ้าน “Guts” (กัตส์) หมู่บ้านแห่งสายลมที่เงียบสงบ แวะพักผ่อนจัดทัพในหมู่บ้านให้พร้อม จากนั้นให้เดินทะลุออกประตูด้านหลังหมู่บ้านมุ่งตรงไปยังบริเวณเชิงเขา เราจะพบกับ “ดอกไม้ปีศาจสีม่วง” ดอกมหึมาส่งกลิ่นเหม็นเน่าเบ่งบานขวางอยู่ตรงปากทางเข้าถ้ำที่มีประตูเหล็กหนาปิดล็อกอยู่ ให้ทะลวงเปิดประตูบุกเข้าไปด้านใน! ภายในถ้ำนี้จะเต็มไปด้วยหีบสมบัติล่อใจ แต่ระวังให้ดี เพราะจะมีมอนสเตอร์จอมโหดดักซุ่มเฝ้าหีบอยู่ ต้องกำจัดพวกมันให้สิ้นก่อนจึงจะสามารถเก็บของได้ เมื่อบุกปีนบันไดขึ้นสู่ชั้น 2 เราจะเผชิญหน้ากับ “Cort” (คอร์ท) 1 ใน 4 ขุนพลสุดแกร่งแห่งจักรวรรดิ! คอร์ทจะไม่ยอมลดตัวลงมาสู้กับเราตรงๆ มันร่ายคำสาปมนตร์ดำสุดชั่วร้ายใส่พวกเรา ทำให้ร่างกายของทุกคนหดเล็กลงจิ๋วเท่ามดในพริบตา! แล้วมันก็หัวเราะเยาะเดินจากไป ทิ้งให้เราตกที่นั่งลำบาก
ด้วยร่างกายที่เล็กจิ๋ว ทางเดียวที่ไปต่อได้คือให้เดินมุดเข้าไปใน “รูหนู” เล็กๆ ที่ปรากฏอยู่ทางผนังด้านบน เมื่อมุดเข้ามา เราจะพบว่าตัวเองอยู่ในดินแดนของอาณาจักรหนู! ให้เดินสำรวจและเข้าไปเจรจากับพวกหนูที่เดินไปมาให้ครบทุกตัว (มีหนูบางตัวใจดีช่วยร่ายเวทฟื้นพลังชีวิตให้เราฟรีด้วย) พวกหนูจะเล่าปัญหาใหญ่ให้ฟังว่า ตอนนี้อาณาจักรของพวกเขากำลังตกอยู่ในภาวะอดอยากแสนสาหัส เพราะมีฝูง “แมลงสาบยักษ์” สุดขยะแขยงบุกเข้ามาขโมยเสบียงอาหารไปจนหมดเกลี้ยง!
เพื่อเป็นการตอบแทนและหาทางออก ให้เราบุกเดินลึกเข้าไปในอาณาจักรหนูจนถึงรังในสุด ที่นั่นเราจะได้ดวลเดือดกับ “บอสแมลงสาบยักษ์” งัดทุกกลยุทธ์ที่มีบดขยี้มันให้แบนแต๊ดแต๋! เมื่อคว้าชัยชนะและปกป้องเสบียงของพวกหนูไว้ได้ ให้เดินกลับมาสนทนากับหนูยามตัวที่ยืนขวางทางเดินลับอยู่ทางฝั่งขวา เขาจะซาบซึ้งในความกล้าหาญของเรา และยอมหลีกทางเปิดประตูให้เราเดินเข้าไปหยิบ “ยาสมุนไพรแก้คำสาป” มากิน ทำให้พวกเราทุกคนคืนร่างกลับมาตัวใหญ่กำยำดังเดิมได้สำเร็จ!
เมื่อได้ร่างเดิมคืนมา ให้เดินลงบันไดลึกไปสู่ถ้ำชั้นล่างสุด ภายในห้องจะเต็มไปด้วยบล็อกหินปริศนา เมื่อเรากระโดดไปเหยียบบนบล็อก พลังแม่เหล็กจะดูดพาบล็อกลอยข้ามเหวลึกไปส่งเรายังอีกฝั่ง กะจังหวะกระโดดข้ามไปเรื่อยๆ ในที่สุดเราจะตามไล่ล่ามาจนทัน “Cort”! ทว่าขุนพลจอมขี้ขลาดกลับอัญเชิญและส่ง “สมุนปีศาจ” ร่างยักษ์มาต่อสู้ตายแทน! จงระดมพลังฟาดฟันมันให้แดดิ้น เมื่อเราปราบปีศาจลงได้ สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น… ร่างของปีศาจร้ายกลับค่อยๆ หดเล็กลงและคืนร่างกลับกลายเป็น “ชายหนุ่มมนุษย์” ที่บาดเจ็บสาหัส! นีน่ารีบวิ่งเข้าไปใช้เวทมนตร์ฮีลลิ่งรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่บาดแผลที่เกิดจากมนตร์ดำนั้นลึกเกินกว่าเวทรักษาทั่วไปจะเยียวยาได้ ทุกคนจึงช่วยกันพยุงอุ้มร่างของชายหนุ่มออกมารับอากาศบริสุทธิ์นอกถ้ำ
ทันทีที่ออกมา หญิงสาวชาวเมืองคนรักของเขาได้วิ่งร้องไห้เข้ามากอดร่างที่โชกเลือด พร้อมตัดพ้อต่อว่าพวกเราอย่างเจ็บปวดว่าทำไมถึงไม่สามารถช่วยชีวิตคนรักของเธอไว้ได้ นีน่าได้แต่ก้มหน้าอธิบายด้วยความเศร้าว่าเธอพยายามจนสุดความสามารถแล้ว แต่ในวินาทีที่ทุกคนสิ้นหวัง “Bleu” จอมเวทย์ระดับตำนานได้ก้าวออกมาและประกาศว่า “ยังพอมีหนทางยื้อชีวิตหมอนี่ได้!” เธออธิบายว่า ต้องใช้ยาวิเศษสูตรโบราณในการชำระล้างมนตร์ดำ ซึ่งส่วนผสมหลักที่ขาดไม่ได้เลยคือ “Oil” (น้ำมันสกัดจากคางคก) ซึ่งสามารถหาเก็บได้เฉพาะใน “ถ้ำกบ” อันห่างไกลเท่านั้น เธอสั่งให้พวกเรารีบแบ่งกำลังออกเดินทางไปตามหาน้ำมันกบมาให้เร็วที่สุด ส่วนตัวเธอจะร่ายมนตร์หยุดเวลาเพื่อพยุงลมหายใจของเขาและรอคอยอยู่ตรงนี้!
ระบบจะบังคับตัวละครของเราเดินกลับออกมาพักจัดทัพที่หน้าหมู่บ้านโดยอัตโนมัติ เมื่อพร้อมแล้ว ให้เดินกลับเข้าไปในหมู่บ้าน “Guts” อีกครั้ง เดินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก (ซ้าย) ของเมือง จะพบกับถ้ำหินปูนที่มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งยืนเฝ้าอยู่ที่ปากทาง นี่แหละคือ “ถ้ำกบ” ที่ตามหา! ให้เดินบุกเข้าไปด้านใน ลุยทะลวงเข้าไปจนพบกับแมลงวันยักษ์บินตอมอยู่รอบๆ ดงเห็ดพิษ เข้าไปเจรจากับมัน เมื่อคุยจบมันจะโมโหและพุ่งเข้าโจมตี! จัดการตบแมลงวันยักษ์ให้ร่วง เมื่อชนะแล้วให้เดินเข้าไปจับตัวมันมาเป็นไอเท็ม “G.Fly” (แมลงวันยักษ์)
เมื่อได้แมลงวันมาแล้ว ให้ออกจากหมู่บ้าน ลงทะเลเปลี่ยนโกบี้เป็นร่างปลา ว่ายดำน้ำลงไปทางทิศใต้ (ล่าง) เรื่อยๆ จนสุดขอบกำแพงหินใต้น้ำ จะสังเกตเห็นทางลาดให้ว่ายขึ้นสู่พื้นดินทางขวามือ เมื่อปีนขึ้นฝั่งมาได้ เราจะพบกับเกาะอันงดงามซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองแห่งเสียงดนตรี “Tunlan” (ทุนลัน) ให้เราเดินเข้าไปบันทึกจุดวาร์ปในเมืองแล้วเดินออกมาเลย (เพราะตอนนี้เราจะยังคุยกับใครในเมืองนี้ไม่รู้เรื่อง ถือว่ามาเปิดแมพไว้ก่อน)
กระโดดลงน้ำอีกรอบ คราวนี้ให้ว่ายน้ำลัดเลาะเลียบไปทางทิศตะวันออก (ขวา) จนสุดแผนที่ชนกับหน้าผาหิน เราจะพบกับทางขึ้นฝั่งทวีปใหม่อีกจุดหนึ่ง ปีนขึ้นไปแล้วเดินมุ่งหน้าลงทางใต้ เราจะพบกับ “ถ้ำกบ” (สาขา 2) เดินบุกเข้าไปด้านในและมองหากบคางคกตัวอ้วนกลมที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางแถวบนสุด! เมื่อเข้าไปคุย มันจะบ่นพึมพำว่าหิวจนไส้จะขาด อยากกินแมลงตัวโตๆ สักตัวให้ชื่นใจ เมื่อได้ยินดังนั้น เราจึงยื่นข้อเสนอขอแลกเปลี่ยน “G.Fly” ที่จับมาได้ให้กับมัน! กบอ้วนตะครุบเหยื่อกลืนลงท้องอย่างเอร็ดอร่อย และตอบแทนน้ำใจด้วยการคายไอเท็ม “Oil” (น้ำมันกบ) อันล้ำค่ามาให้เราครอบครอง!
เมื่อได้ส่วนผสมครบ ให้ออกมาใช้คาถาวาร์ปเดินทางกลับไปที่หมู่บ้าน “Guts” ทันที! วิ่งหน้าตั้งเข้าไปหา “Bleu” ที่กำลังรออยู่ ณ บ้านหลังทางขวามือบริเวณหน้าทางเข้าเมือง หยิบยื่นน้ำมันกบให้เธอ “Bleu” จะปรุงยาวิเศษและกรอกใส่ปากชายหนุ่มผู้บาดเจ็บ พริบตาเดียว บาดแผลมนตร์ดำก็สมานตัว เขาฟื้นขึ้นมาจากความตายราวปาฏิหาริย์! ชายหนุ่มลุกขึ้นคุกเข่าขอบคุณพวกเรา และขอร้องให้ช่วยไปทำลาย “ดอกไม้ปีศาจสีม่วง” ที่ปิดหลังหมู่บ้าน เพราะมันปล่อยละอองพิษทำร้ายชาวเมือง ให้เราพักฟื้นพลังแล้ววิ่งไปที่หลังหมู่บ้านทันที! ที่นั่นเราจะเผชิญหน้ากับ “Cort” อีกครั้ง! คราวนี้ขุนพลจอมโฉดจะร่ายมนตร์ปลุกเสกดอกไม้ขนาดยักษ์ให้กลายพันธุ์เป็นบอสพุ่งเข้าเขมือบเรา! จงฟาดฟันเด็ดกลีบมันให้เหี่ยวเฉา เมื่อเรากำราบดอกไม้ยักษ์ลงได้ คอร์ทที่เห็นท่าไม่ดีจะใช้วิชานินจาปาระเบิดควันหนีเตลิดไปอย่างขี้ขลาด! ปล่อยมันไปก่อน แล้วรีบวิ่งกลับไปเช็คอาการของชายหนุ่มและเบลอร์ที่บ้านหลังเดิม
ทว่าระหว่างที่เรากำลังยืนล้อมวงปรึกษาหารือกันอยู่นั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ปะทุขึ้น! พลานุภาพของมนตร์ดำที่ฝังรากลึกอยู่ในตัวชายหนุ่มได้กำเริบขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรง เขาแผดเสียงร้องลั่น สูญเสียการควบคุมร่างกาย และกลายร่างกลับเป็น “ปีศาจร้าย” บ้าคลั่งพุ่งเข้าขย้ำพวกเรา! ไม่มีทางเลือก เราจำใจต้องจับอาวุธขึ้นสู้กับชายผู้นี้ในร่างปีศาจอีกครั้งด้วยความปวดร้าว! โจมตีประวิงเวลาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสบโอกาส “Bleu” ได้ชูคทาเรียกสายฟ้าฟาดเปรี้ยง! อัดพลังเวทชำระล้างเข้าใส่ร่างปีศาจอย่างจัง! พลังเวททำลายล้างมนตร์ดำจนแตกสลาย ชายหนุ่มกลับคืนสู่ร่างมนุษย์ที่แท้จริงและหายขาดจากคำสาปอย่างถาวร! พวกเราโผเข้ากอดแสดงความยินดีกับเขาและคนรัก เมื่อพักเหนื่อยจนหายดี ชายหนุ่มจะขอตัวแบกเครื่องมือช่างเดินไปซ่อมสะพานแขวนหลังหมู่บ้านที่พังทลายให้กลับมาใช้งานได้เพื่อเป็นการตอบแทน
ให้เราจัดเตรียมข้าวของให้พร้อม แล้วเดินตามเขาไปที่สะพานหลังหมู่บ้าน ภาพที่เห็นทำเอาทุกคนช็อก! ชายหนุ่มนอนฟุบจมกองเลือดรวยรินอยู่บนพื้นสะพาน! และทันใดนั้น “Cort” ขุนพลสุดโฉดก็แสยะยิ้มก้าวออกมาจากเงามืด! คราวนี้มันหมดทางหนี จึงตัดสินใจร่ายมนตร์ดำขั้นสุดยอด กลายร่างตัวเองเป็น “มหาปีศาจหุ้มเกราะ” สุดแกร่งเข้าประจัญบานกับพวกเรา! นี่คือศึกตัดสิน! ระดมทุกคาถาเวทมนตร์ ทุกอาวุธฟาดฟันบดขยี้ขุนพลคอร์ทให้แหลกคาตีน! เมื่อเราคว้าชัยชนะเด็ดหัวขุนพลลงได้สำเร็จ ชายหนุ่มที่นอนฟุบอยู่จะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นมาส่งยิ้มอ่อนๆ พร้อมบอกว่า “สะพาน… ซ่อมเสร็จแล้วนะ…” ให้พวกเราเดินข้ามสะพานแขวนแห่งนี้ ข้ามช่องแคบมุ่งหน้าสู่ดินแดนทวีปฝั่งตรงข้ามต่อไป
มนุษย์ตุ่นจอมนิทรา.
เมื่อเดินข้ามสะพานมาถึงอีกฝั่ง จะเห็นเส้นทางทอดยาวขึ้นไปบนภูเขา แต่เดี๋ยวก่อน! ยังไม่ต้องเดินขึ้นไป ให้เราเลี้ยวเดินลัดเลาะไปทางทิศตะวันตก (ซ้าย) เรื่อยๆ จนพบกับสะพานแขวนอีกแห่งหนึ่ง ข้ามมันไป เราจะเข้าสู่พื้นที่ที่มีสภาพพื้นดินแห้งแตกระแหงเป็นร่องลึก ให้เดินสำรวจลงมาทางทิศใต้ เราจะเห็นชาวบ้านปริศนาคนหนึ่งมุดตัวมุดหัวดำดินหายวับลงไปในรูอย่างน่าประหลาดใจ! ให้เราเดินตามไปสำรวจและกระโดดหย่อนตัวลงไปในรูนั้น เราจะร่วงหล่นลงมาสู่โพรงใต้ดินขนาดมหึมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “Gramor” (กราเมอร์) อาณาจักรเมืองใต้ดินของชนเผ่ามนุษย์ตุ่น!
ให้เดินเข้าไปในโพรงถ้ำตรงกลางของเมือง เราจะพบกับมนุษย์ตุ่นผู้เป็นพ่อยืนเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงลูกชายที่นอนหลับสนิทไม่ได้สติมาเป็นเวลานานแสนนาน! เมื่อพูดคุย เขาจะร้องไห้คร่ำครวญและขอร้องให้กลุ่มผู้กล้าอย่างพวกเราช่วยเหลือ เขาเล่าว่าลูกชายของเขาถูกคำสาปให้หลับใหลอยู่ในวังวนแห่งฝันร้าย หนทางเดียวที่จะปลุกให้ตื่นได้ คือต้องใช้ไอเท็มวิเศษ “Bolster” (หมอนความฝัน) เพื่อเชื่อมต่อจิตวิญญาณและดำดิ่งเข้าไปในความฝันของเขา! ซึ่งหมอนใบนี้ถูกเก็บรักษาอย่างเข้มงวดไว้ที่คลังสมบัติของเมืองแห่งเสียงดนตรี “Tunlan” ทว่าชาวทุนลันพูดสื่อสารด้วย “ภาษาดนตรี” ทำให้คนนอกไม่สามารถคุยรู้เรื่องได้!
เมื่อเราตบปากรับคำช่วยเหลือ พ่อตุ่นจะดีใจมากและมอบไอเท็มสวมใส่ “Cowl” (ผ้าคลุมวิเศษ) ให้กับเรา ไอเท็มนี้มีพลังในการแปลภาษา จะทำให้เราสามารถฟังและเข้าใจภาษาดนตรีอันซับซ้อนของชาวเมือง “Tunlan” ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง!
ให้ปีนกลับขึ้นมาสู่ผืนดินเบื้องบน แล้วเดินสำรวจลงมาทางตอนใต้ของรูกราเมอร์ เราจะพบกับถ้ำหินย้อยแห่งหนึ่ง ให้บุกทะลวงเดินลัดเลาะผ่านถ้ำแห่งนี้ไปเรื่อยๆ จนทะลุออกไปสู่อีกหุบเขาหนึ่ง เราจะค้นพบหมู่บ้านที่ถูกปกคลุมและแช่แข็งด้วยทะเลสาบน้ำแข็งเยือกเย็น ซึ่งก็คือหมู่บ้าน “Spring” (สปริง) นั่นเอง! (ทว่าในตอนนี้ หมู่บ้านยังถูกแช่แข็ง ผู้คนหลบซ่อนตัว ไม่มีอีเวนต์อะไรให้ทำ เป้าหมายของเราคือแค่แวะมาเปิดจุดวาร์ปในแผนที่ทิ้งไว้เท่านั้น)
(กระบวนการสร้างเอกสาร HTML สำหรับเกมที่มีรายละเอียดสูงขนาดนี้มีเนื้อหายาวมาก ระบบกำลังดำเนินการจัดรูปเล่มอย่างมืออาชีพ…)
อาวุธในตำนานของราชันย์มังกร.
หลังจากผ่านเหตุการณ์แห่งความหวังและความสูญเสีย บัดนี้ถึงเวลาเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด! เป้าหมายต่อไปของเราคือการออกตามล่าหา “ชุดเกราะมังกร” (Dragon Equipment) และ “พลังมังกรศักดิ์สิทธิ์” ของ Ryu เพื่อเตรียมต่อกรกับบอสใหญ่! แต่ก่อนที่จะไปเก็บชุดเกราะสุดยอดเหล่านั้นได้ ริวจำเป็นต้องมีเครื่องมือชั้นเลิศเสียก่อน นั่นคือ “ROD 5” (เบ็ดตกปลาสุดยอด) ซึ่งถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดในห้องสมบัติของปราสาทเมือง “Tunlan”
ให้เราวาร์ปไปที่ “Tunlan” บุกเข้าไปในห้องสมบัติของปราสาท (ที่เคยโดนขโมยของ) ให้เดินเข้าไปสำรวจที่ “หีบสมบัติใบทางซ้าย” ทันใดนั้นพื้นจะเปิดออก! เราจะตกลงไปในหลุมกับดักสู่ชั้นใต้ดินลับ เราจะมาโผล่ในห้องเล็กๆ ที่มีชายประหลาดคนหนึ่งอาศัยอยู่ ให้เราเดินไปผลักหีบสมบัติที่อยู่ทางขวามือเลื่อนขึ้นไปด้านบน แล้วก้มลงสำรวจพื้นที่ตรงจุดที่หีบเคยตั้งอยู่… แจ็คพอต! เราจะค้นพบ “ROD 5” (เบ็ดตกปลาสุดยอด)! ให้รีบเข้าไปในเมนู Equip สวมใส่เบ็ดอันนี้ให้กับ “Ryu” พร้อมติดตั้งเหยื่อตกปลา (WORM) ทันที! จากนั้น สลับให้ริวเดินนำหน้า เพื่อออกตระเวนตกปลาหาชุดเกราะมังกรตามสถานที่ลับต่างๆ ดังต่อไปนี้:
- DRAGON.AR (ชุดเกราะมังกรสุดยอด): วาร์ปไปที่หมู่บ้าน “Spring” ลงไปยืนที่ท่าน้ำของหมู่บ้าน แล้วเดินลุยน้ำลอดใต้สะพานไปทางทิศตะวันตก (ซ้าย) จะพบกับสระน้ำลับที่มี “เป็ด” ว่ายวนเวียนอยู่ ให้ริวโยนเบ็ดลงไปตกปลาในบ่อนี้ให้สำเร็จ เราก็จะได้เกราะมังกรมาครอง!
- DRAGON.SH (โล่มังกรสุดยอด): วาร์ปไปที่หมู่บ้าน “Gust” (กัตส์) สลับให้ “Nina” มานำหน้า แปลงร่างเป็นนกแล้วบินข้ามเทือกเขาไปทางทิศตะวันตก (ซ้าย) จะพบบ่อน้ำปริศนาที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูงชันทุกทิศทาง ร่อนลงจอดแล้วให้ริวตกปลาในบ่อนี้! เราจะได้โล่มังกรมาป้องกันตัว!
- DRAGON.SD (ดาบมังกรสุดยอด): วาร์ปกลับไปที่หมู่บ้าน “Gust” อีกครั้ง ให้นีน่าบินข้ามภูเขาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (บนขวา) จะพบบ่อน้ำลับซ่อนอยู่อีกบ่อ ร่อนลงจอดแล้วใช้เบ็ดของริวตกปลาในบ่อนี้ให้สำเร็จ! เราจะได้ดาบมังกรอันทรงพลังมาฟาดฟันศัตรู!
- DRAGON.HT (หมวกมังกรสุดยอด): วาร์ปข้ามทวีปไปที่หมู่บ้านทะเลทราย “Arad” บ่อน้ำลับจะตั้งอยู่ท่ามกลางทรายทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ (ล่างซ้าย) ของหมู่บ้าน เดินไปถึงบ่อแล้วให้ริวโชว์ฝีมือตกปลา เราก็จะได้หมวกมังกรมาประดับบารมี!
- SLAB (ศิลาศักดิ์สิทธิ์โบราณ): วาร์ปไปที่หมู่บ้าน “Tantar” ให้นีน่าบินขึ้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ซ้ายบน) ของหมู่บ้าน จะพบบ่อน้ำกลางป่า ร่อนลงจอดและตกปลาให้ได้! เราจะตกได้แผ่นศิลาจารึกเวทมนตร์มา!
เมื่อริวสวมใส่ชุดเกราะและอาวุธระดับราชันย์ครบเซ็ตแล้ว ต่อไปคือการปลุกพลังวิญญาณมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่หลับใหลอยู่ในสายเลือด! ให้ออกเดินทางตามหาวิหารมังกรตามสถานที่เหล่านี้:
- วาร์ปไปที่เมือง “Gant” ให้นีน่าบินข้ามภูเขาไปทางทิศตะวันตก (ซ้าย) จะพบกับ “วิหารมังกรแห่งที่ 2” สลับให้ “Ryu” เดินนำหน้า ก้าวเข้าไปคุยกับผู้เฒ่าแล้วเข้าสู่ห้องทดสอบเพียงลำพัง! จงดวลเดี่ยวและโค่นเทพพิทักษ์ลงให้ได้ เมื่อผ่านการทดสอบ ริวจะบรรลุพลังมังกรสายใหม่ถึง 4 ร่าง! ได้แก่ “IceDgn” (มังกรน้ำแข็ง), “FirDgn” (มังกรเพลิง), “BltDgn” (มังกรอัสนี) และ “GldDgn” (มังกรทองคำ)!
- วาร์ปไปที่หมู่บ้าน “Gust” ให้นีน่าบินข้ามน้ำตกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ซ้ายบน) จะพบ “วิหารมังกรวิหารใหญ่แห่งที่ 3” ให้ริวเข้าไปรับการทดสอบเดี่ยว (เคล็ดลับ: เทพพิทักษ์ในวิหารนี้แพ้ทางไฟฟ้า ให้ริวแปลงร่างเป็น BltDgn (มังกรอัสนี) จะสู้ชนะได้ง่ายดายมาก) เมื่อคว้าชัยชนะ ริวจะได้รับพลังแห่งราชันย์ “Rudra” (มังกรราชันย์) ซึ่งเป็นมังกรระดับสูงที่ทรงพลังสุดๆ!
- บททดสอบสุดท้าย: วาร์ปไปที่หมู่บ้าน “Romero” ให้นีน่าบินไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ (ซ้ายล่าง) จะพบปากถ้ำ (ที่เราเคยไปตักน้ำศักดิ์สิทธิ์) ให้บุกเข้าไปจนถึงชั้นล่างสุดของถ้ำ… บัดนี้ ด้วยพลังที่กล้าแกร่ง เราจะสามารถว่ายดำน้ำลึกลงไปในบ่อได้อีกชั้น! เมื่อดำลงไปถึงโถงใต้น้ำสุดลี้ลับ ให้ริวเดินนำหน้าเข้าไปสัมผัสกับแท่นบูชาแห่งจุดจบ… หากริวมีคุณสมบัติครบถ้วน (มีชุดเกราะมังกรครบเซ็ต และมีพลังมังกร Rudra) ริวจะได้รับการสืบทอดพลังระดับพระเจ้า! นั่นคือ “Agni” (มังกรเทพเจ้า)!
(นี่คือเวทมนตร์อัญเชิญที่ร้ายกาจที่สุดในเกม! เมื่อริวแปลงร่างเป็น Agni เขาจะดูดกลืนรวมร่างเพื่อนๆ ทั้ง 8 คนในปาร์ตี้หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นมังกรเทพเจ้าที่มีพลังโจมตีและพลังป้องกันระดับมหาศาลทะลุจอ!)
สงครามครั้งสุดท้าย.
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฟันฝ่ามา นำพาเรามาสู่จุดนี้! หลังจากสูญเสีย “Sara” (ซาร่า) ให้กับเล่ห์เหลี่ยมของ “Jade” (เจด) ขุนพลผู้ช่วงชิงกุญแจทั้ง 7 ไปเพื่อปลดปล่อย “Tyr” (ไทร์ หรือ นิเรีย) เทพธิดาแห่งการทำลายล้าง บัดนี้หอคอยทมิฬ “Pagoda” (พาโกด้า) ได้พังทลายลง โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคมืด และพวกเราคือความหวังสุดท้าย!
ให้ “Nina” แปลงร่างเป็นนกวิหค สยายปีกบินข้ามผืนฟ้ามุ่งหน้าไปยังอดีตปราสาททางใต้ของหมู่บ้าน “Carmen” เมื่อบินไปถึง เราจะพบว่าปราสาทได้ถูกมนตร์ดำดึงให้ลอยขึ้นกลายเป็น “เกาะลอยฟ้าจักรวรรดิ” ไปเสียแล้ว! ให้นีน่าบินร่อนลงจอดบนเกาะลอยฟ้า แล้วคืนร่างกลับเป็นมนุษย์ บุกทะลวงเปิดประตูเหล็กก้าวเข้าไปด้านในห้องโถง เมื่อเดินไปถึงบริเวณที่มี “รอยแตกร้าวบนพื้น” ให้สลับเอา “Mogu” (โมกุ) มาอยู่หน้าสุด แล้วใช้กรงเล็บเหล็กขุดทะลวงพื้นดินลงไป! เราจะร่วงหล่นลงมาสู่โถงทางเดินลับสีน้ำเงินเรืองแสง ซึ่งมีฉากหลังเป็นห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง! นี่คือดินแดนต่างมิติ!
เดินทะลวงฝ่ามิติไปตามทาง เราจะเผชิญหน้ากับ “แผ่นพื้นเลื่อนเวทมนตร์” ที่จะพาเราลอยข้ามเหว มีให้เลือกซ้าย-ขวา ยั้วเยี้ยไปหมด! (เทคนิคการผ่านทางคือ: ขึ้นอันขวา -> ข้ามมาแล้วขึ้นพื้นเลื่อนต่อไป -> ลงบันได -> เจอทางแยกให้ขึ้นอันบน -> ขึ้นอันล่าง -> แล้วขึ้นอันสุดทาง) เมื่อข้ามเขาวงกตพื้นเลื่อนมาจนสุดทาง เราจะประจันหน้ากับ “Goda” (โกด้า) ขุนพลคนสุดท้ายแห่งจักรวรรดิมังกรดำที่รอดชีวิตอยู่!
“Goda” จะยืนหัวเราะเยาะท้าทายพวกเราอย่างจองหองก่อนจะวิ่งหนีทะลุกำแพงเข้าไปด้านใน! อย่าปล่อยให้มันหนีรอด! ให้เราไล่ล่าตามมันไปโดยขึ้นพื้นเลื่อนอันซ้าย ข้ามไปแล้ววิ่งลงบันได -> ขึ้นพื้นเลื่อนอันหน้า -> เดินตรงเข้าไป… ตูมมม! โกด้าจะพังกำแพงสวนออกมากระโดดเข้าสับปะรดกับพวกเรา! จงรวมพลังฟาดฟันขุนพลคนสุดท้ายนี้ให้ดับดิ้น! เมื่อร่างของโกด้าแหลกสลาย กำแพงหินด้านหลังจะพังทลายลง เปิดทางลับเข้าสู่แกนกลาง! (อย่าลืมกดใช้เวทมนตร์และไอเท็มเติมพลังชีวิตให้ทุกคนเต็มเปี่ยมก่อนก้าวเข้าไป!)
บุกทะลวงลงบันไดมิติลงไปชั้นล่างสุด ฝ่าวงกตพื้นเลื่อนชุดสุดท้าย (ขึ้นอันล่าง -> ลงบันได -> ขึ้นพื้นเลื่อน -> เดินไปกลางห้องแล้วลงบันได -> เหยียบพื้นเลื่อนหน้าสุด -> เจอ 4 อันไม่ต้องสน ให้เดินลงบันไดไปเลย) ในที่สุด… เราก็ก้าวเข้ามาสู่ ท้องพระโรงมิติมืด ห้องพักพิงสุดท้ายของ “Jade” จอมโฉด!
เดินมุ่งหน้าขึ้นไปหา “Jade” ที่นั่งรออยู่บนบัลลังก์ มันจะลุกขึ้นและพยายามใช้ลิ้นทองเกลี้ยกล่อมเราว่า “หากพวกเจ้ากระดิกหางยอมสวามิภักดิ์ ก้มหัวรับใช้ข้าแต่โดยดี ข้าจะเมตตายกเมืองให้พวกเจ้าปกครองสักสองสามเมืองเลยเอ้า!” มันแสยะยิ้มและถามว่า จะยอมจำนนเข้าร่วมกับมันหรือไม่? ให้ตอบอย่างหนักแน่นว่า “ไม่” (No)! เมื่อการเจรจาล้มเหลว “Jade” จะโกรธจัด มันร่ายมนตร์ดำต้องห้ามดึงพลังความมืดทั้งหมดเข้าสิงสู่ กลายร่างเป็น “มหาปีศาจเจด” ร่างมหึมาเข้าประจัญบาน! ศัตรูตัวนี้ทั้งอึดและมีการโจมตีที่รุนแรงมาก เคล็ดลับคือ ให้ “Ryu” ใช้เทิร์นแรกแปลงร่างเป็น “Agni” (มังกรเทพเจ้า) ทันที! พลังของมังกรเทพเจ้าจะดึงทุกคนมารวมร่างกัน ทำให้การโจมตีปกติหนักหน่วงสุดๆ กระหน่ำตีมันไม่ยั้งจนกว่าร่างของมันจะแหลกสลาย!
เมื่อ “Jade” พ่ายแพ้และล้มลงจมกองเลือด ก่อนตายมันจะพ่นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าๆๆๆ… อย่าเพิ่งดีใจไปเลยไอ้พวกโง่… ที่เอาชนะข้าได้ก็เปล่าประโยชน์! เพราะบัดนี้ ข้าได้ใช้กุญแจปลดปล่อย ‘เทพธิดาแห่งการทำลายล้าง’ ออกมาสู่โลกหล้าเรียบร้อยแล้ว! เชิญสนุกกับนรกบนดินที่กำลังจะมาเยือนเถอะ!!” แล้วร่างของมันก็สลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
คำเตือนสุดยอด: เมื่อกำจัดเจดได้แล้ว อย่าเพิ่งด่วนใจร้อนเดินไปเหยียบปุ่มกลมๆ สีขาวที่อยู่กลางห้องเด็ดขาด! ให้บังคับตัวละครเดินเลาะอ้อมไปสำรวจบริเวณ “ด้านซ้ายของบัลลังก์” ซอกหลืบมืดๆ นั้นซุกซ่อนสุดยอดอาวุธระดับพระเจ้าเอาไว้! เมื่อคลำหาเจอ เราจะได้รับ “EmPorSD” (ดาบจักรพรรดิ) มาครอบครอง! นี่คือดาบที่พลังโจมตีรุนแรงที่สุดในเกม! รีบกดสวมใส่ให้กับ “Ryu” เป็นการด่วน! เตรียมพร้อมสำหรับการเชือดเทพเจ้า!
เมื่อจัดของสวมใส่จนพร้อมรบระดับ Max แล้ว ให้เดินไปเหยียบ “ปุ่มกลมสีขาว” ที่กลางห้อง ทันใดนั้น กลไกมิติจะทำงาน พื้นที่พวกเรายืนอยู่จะเลื่อนลดระดับดิ่งลงไปสู่ขุมนรกชั้นล่างสุด! ก้าวข้ามแผ่นพื้นเลื่อนไปอีกฝั่ง เดินตรงไปเบื้องหน้า… เราจะเผชิญหน้ากับ “Tyr” (ไทร์) เทพธิดาแห่งการทำลายล้าง ผู้อยู่เบื้องหลังความโกลาหลนับพันปี! เธอจะปรากฏกายในรูปลักษณ์ของเด็กสาวบริสุทธิ์ไร้เดียงสา เมื่อเราเดินเข้าไปพูดคุย เธอจะเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “ที่พวกเจ้าดั้นด้นมาถึงที่นี่… เพราะยอมรับในโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้วใช่หรือไม่?”
ครั้งแรก… ให้เราตอบโกหกไปว่า “ใช่” (Yes) พลังแห่งเทพจะทำงาน เธอกระดิกนิ้วฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาของพวกเราทุกคนให้เต็มเปี่ยม 100%!
จากนั้น ให้กดคุยกับเธออีกครั้ง คราวนี้จงตะโกนใส่หน้าเธอว่า “ไม่” (No)!
เมื่อถูกปฏิเสธ สีหน้าของ “Tyr” จะเปลี่ยนเป็นเย็นชา เธอจ้องมองดาบในมือเราแล้วแสยะยิ้ม “ในเมื่อพวกเจ้าไม่ได้มาเพื่อสวามิภักดิ์ แล้วจะดิ้นรนมาที่นี่ทำไม? กำดาบแน่นขนาดนั้น… หรือว่ามดปลวกอย่างพวกเจ้า… คิดจะต่อกรกับเทพเจ้าอย่างข้า!?” สิ้นเสียงคำราม ศึกตัดสินชี้ชะตาโลกได้อุบัติขึ้น! เกมนี้มี “ฉากจบ 2 แบบ” ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณในระหว่างการต่อสู้ครั้งนี้!
แบบที่ 1 – ลาก่อนมิตรสหายที่รักเอย (ฉากจบแบบสมบูรณ์ – True Ending)
ในการต่อสู้ยกแรก “Tyr” จะยืนทำหน้าเศร้าและบีบน้ำตาแกล้งร้องไห้ เธอจะไม่ค่อยโจมตี ให้เรารุมฟาดฟันเธอไปเรื่อยๆ อย่างง่ายดาย เมื่อสู้ไปได้สักพัก ภาพมายาจะเริ่มทำงาน เธอจะรำพึงรำพันด้วยน้ำเสียงน่าสงสารว่า “ข้าไม่ได้ทำอะไรให้พวกเจ้าเจ็บช้ำน้ำใจเลยนะ… ทำไมถึงต้องมาทุบตีทำร้ายข้าด้วย? ข้าไปทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ? เลิกรบกันเถอะ… มาเป็นเพื่อนกับข้าดีกว่านะ?” ระบบจะเด้งขึ้นมาให้เราตอบ ให้ตอบตกลงไปเลย!
ทันใดนั้น… ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด! ดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของ “Sara” (พี่สาวของริว) จะปรากฏกายขึ้นมาขวางหน้าพวกเราไว้! เธอตะโกนเตือนสติริวด้วยความเป็นห่วงว่า “ริว! น้องต้องตั้งสติ! รีบอัญเชิญพลังมังกรเทพเจ้า ‘Agni’ ออกมาสู้กับมันเดี๋ยวนี้! ภาพที่น้องเห็นอยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่ร่างที่แท้จริงของนาง! นางคือปีศาจร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในคราบเด็กสาว! อย่าหลงกลมนตร์สะกดของนางเด็ดขาด!” เมื่อความแตก “Tyr” จะกรีดร้องด้วยความเกรี้ยวกราด อาละวาดโต้เถียงกับซาร่าอย่างบ้าคลั่ง!
ศึกยกที่สองเริ่มขึ้น! คราวนี้ “Tyr” จะเอาจริง เธอโจมตีอย่างหนักหน่วงและเกรี้ยวกราด! ให้ “Ryu” ใช้เทิร์นแรกแปลงร่างเป็น “Agni” (มังกรเทพเจ้า) ฟาดฟันกับเธอทันที! สู้ปะทะกันอย่างดุเดือดไปสักพัก “Tyr” จะทนความเจ็บปวดไม่ไหว เธอคำรามก้องฟ้า “พวกมนุษย์โสโครก! บังอาจนักนะที่มาท้าทายเทพเจ้า! ข้าจะบดขยี้พวกเจ้าให้แหลกเป็นผุยผง!!” ร่างเด็กสาวปริแตกออก เผยให้เห็นร่างที่แท้จริงของ “มหามาร “Tyr” ร่างอวตาร” สุดสยองขวัญ!
ลุยกันต่อในยกสุดท้าย! ให้ริวในร่าง “Agni” กระหน่ำโจมตีสุดกำลัง ร่างนี้ทรงพลังมากแต่อย่าประมาท! ข้อควรระวัง: ห้ามกดปุ่ม Auto Mode ในการต่อสู้นี้เด็ดขาด! เพราะพลังโจมตีของบอสแรงมากและอาจติดคริติคอล ให้คุณกดสู้เองแบบ Manual และคอยใช้ไอเท็มตระกูล “Cure” ฟื้นฟูพลังชีวิตของริว (ซึ่งหมายถึงพลังชีวิตรวมของปาร์ตี้) ให้เต็มอยู่เสมอ! กัดฟันฟาดฟันแลกเลือดกันจนกว่าเลือดหยดสุดท้าย!
เมื่อดาบแห่งความมุ่งมั่นฟันทะลวงร่างของ “Tyr” จนแตกสลาย! เทพธิดาแห่งความตายกรีดร้องโหยหวน ก่อนที่สติจะดับวูบ นางได้สาปแช่งฝากข้อความทิ้งท้ายไว้ว่า “หึๆ… พวกแกอย่าเพิ่งเหลิงไปนักเลย… ไอ้มดปลวก! ความสงบสุขของพวกแกมันก็แค่ภาพลวงตาที่ไม่ยั่งยืนหรอก… เพราะสักวันหนึ่ง… เมื่อใดที่ความมืดครอบงำจิตใจมนุษย์… ข้าจะหวนคืนกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน…!!” แล้วร่างของมหามารก็ระเบิดเป็นจุล ดับสูญไปตลอดกาล…
แรงระเบิดทำให้มิติปั่นป่วน พื้นดินเกิดการสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหว รอยแตกขยายวงกว้างและพื้นใต้เท้าค่อยๆ พังทลายร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่า! พวกเราทุกคนพลัดตกลงไปสู่เหวมรณะ! ทว่า ในวินาทีวิกฤต กองทัพปีกเหินฟ้าของชาวเมือง “Winlan” ได้พร้อมใจกันแปลงร่างเป็นนกวิหค โฉบลงมารับตัวผู้กล้าทุกคนให้รอดพ้นจากความตายได้อย่างฉิวเฉียด!
ในขณะที่ลอยล่องอยู่บนฟากฟ้า ดวงวิญญาณของ “Sara” จะปรากฏกายขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย เธอลูบหัวริวด้วยความภาคภูมิใจและกล่าวขอบคุณน้องชาย รวมถึงเพื่อนพ้องทุกคน ที่เสี่ยงชีวิตต่อสู้จนสามารถกอบกู้แผ่นดินให้รอดพ้นจากเงามืดได้สำเร็จ วีรกรรมของผู้กล้าทั้งแปดจะถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานกล่าวขานเป็นตำนานไปตราบชั่วนิรันดร์… เธอให้คำมั่นว่าจะคอยเฝ้ามองดูการเติบโตของริวจากบนสรวงสวรรค์ และภาวนาให้เขาเป็นนักรบที่สง่างาม จากนั้นดวงวิญญาณของเธอและบรรพบุรุษมังกรจะค่อยๆ เลือนหายกลับคืนสู่สรวงสวรรค์… มิตรสหายทั้งแปดหันมายิ้มให้กัน ก่อนที่แต่ละคนจะสวมกอดอำลา และแยกย้ายกันเดินทางกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน เพื่อฟื้นฟูโลกใบนี้ให้กลับมางดงามอีกครั้ง… (จบแบบบริบูรณ์)
แบบที่ 2 – ความจริงที่น่าสะพรึง (ฉากจบแบบไม่สมบูรณ์)
เงื่อนไขการจบแบบนี้คือ: ในระหว่างการต่อสู้กับ “Tyr” ทั้งในร่างเด็กสาวและร่างอวตาร “ห้ามให้ Ryu กดใช้คำสั่งแปลงร่างเป็น Agni (มังกรเทพเจ้า) เลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดการต่อสู้!” ให้ใช้ร่างปกติหรือมังกรระดับล่างรุมตีบอสจนตาย!
หากคุณฝืนสู้และเอาชนะเธอได้ด้วยวิธีนี้ เมื่อ “Tyr” พ่ายแพ้ เธอจะไม่แปลงเป็นร่างมหาปีศาจขั้นสุดยอด แต่เธอจะล้มลงและขาดใจตายไปในร่างนั้นเลย! ทันใดนั้นมิติจะสั่นสะเทือน พวกเราสัมผัสได้ถึงอันตรายจึงรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลับไปยังทวีปของตน เกมจะตัดเข้าสู่ End Credit ทันทีแบบห้วนๆ… ทว่า!! เมื่อตัวหนังสือ End Credit วิ่งจบลง… หน้าจอจะมืดสนิท… และจะมี “ฉากช็อกซีนีม่า” สุดเซอร์ไพรส์ปรากฏขึ้นมาทิ้งท้าย เพื่อตอกย้ำว่า ความชั่วร้ายที่แท้จริง… ยังคงหลับใหลและรอวันตื่นขึ้นมาทวงแค้น!! (ถ้าอยากรู้ว่าคือฉากอะไร ต้องลองเล่นจบแบบนี้ดูด้วยตัวเอง!)
********* The End *********
บทส่งท้าย.
การเดินทางอันยาวนานและเหน็ดเหนื่อยในโลกของ Breath of Fire 1 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การกดปุ่มบังคับตัวละครเพื่อเอาชนะมอนสเตอร์และเคลียร์เกมให้จบๆ ไป ทว่ามันคือการเดินทางของจิตวิญญาณที่ให้แง่คิดและอุทาหรณ์อันลึกซึ้งแก่ผู้เล่นตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นภาพการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของ “Sara” ที่ยอมแลกอิสรภาพและชีวิตของตนเองเพื่อให้ชาวบ้านและน้องชายรอดพ้นจากความตาย , การเผชิญหน้าและก้าวข้ามความหวาดกลัวในส่วนลึกของจิตใจของ “Mogu” เพื่อลุกขึ้นมาปกป้องสิ่งที่รัก , ความเมตตาและเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ของ “Ox” ที่แม้ภายนอกจะดูดุดันแต่ก็ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวและเพื่อนพ้อง , หรือแม้แต่กรณีของ “Stone Robot” หุ่นยนต์ศิลาที่ไร้ชีวิตจิตใจ แต่เมื่อได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดจากการถูกนำไปใช้เป็นอาวุธสงคราม มันกลับตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะเดินลงไปหลอมละลายตัวเองในปล่องภูเขาไฟ เพื่อให้แน่ใจว่าพลังของมันจะไม่ถูกใครนำไปใช้สร้างความพินาศได้อีกต่อไป
สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพิษภัยอันเลวร้ายของสงคราม ความโลภ และการแสวงหาอำนาจที่ไม่รู้จักพอ ในขณะเดียวกันก็เน้นย้ำให้เห็นถึงคุณค่าของ “มิตรภาพ” และ “ความสามัคคี” การที่กลุ่มผู้กล้าซึ่งประกอบไปด้วยมนุษย์ มนุษย์หมาป่า มนุษย์ปลา เผ่าวิหค และเผ่ามังกร สามารถก้าวข้ามความแตกต่างทางสายเลือดและเผ่าพันธุ์ มารวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกัน ยอมรับข้อบกพร่องและดึงจุดเด่นของแต่ละคนออกมาใช้ (ดังที่เห็นได้ชัดเจนจากระบบ Fusion ของ Karn) คือกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขาสามารถขจัดความมืดมิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้
ในชีวิตจริงของพวกเราก็เช่นกัน หากเรานำแง่คิดจากเกมนี้มาปรับใช้ ยอมรับในความหลากหลายของผู้คนในสังคม มีความกล้าหาญที่จะยืนหยัดต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง และรู้จักเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนเพื่อความสุขส่วนรวม สังคมของเราก็จะพัฒนาและน่าอยู่ยิ่งๆขึ้น…
พบกันใหม่ในการผจญภัยเกมหน้าครับผม….. 🌹🌹🌹


good