แชร์ลงโซเชียลมีเดีย

เกริ่นนำ.

“The Legend of Zelda : A Link to the Past” ตัวเกมวางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่อง Super Famicom ที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1991 (และวางจำหน่ายในฝั่งตะวันตกบนเครื่อง SNES ในปี 1992) ผลงานการรังสรรค์ของทีมงานระดับตำนานแห่ง Nintendo นำโดยคุณ ชิเงรุ มิยาโมโตะ ซึ่งในยุคนั้น ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งประวัติศาสตร์ของซีรีส์ Zelda ที่เปลี่ยนผ่านจากยุค 8-bit มาสู่มาตรฐานใหม่ 16-bit ของเกมแนว Action-Adventure ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา..

สิ่งที่ทำให้เกมนี้ขึ้นแท่น “ผลงานชิ้นเอกตลอดกาล” อีกหนึ่งเกม ไม่ใช่เพียงแค่ภาพกราฟิกแบบ 2D พิกเซลอาร์ตที่ละเมียดละไมหรือดนตรีประกอบอันทรงพลังจากปลายปากกาของคุณ โคจิ คอนโดะ เพียงเท่านั้น แต่คือระบบการเล่นอันแปลกใหม่และน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น..

  • ระบบมิติคู่ขนาน (Light World & Dark World): การนำเสนอโลกสองใบที่มีความเชื่อมโยงกัน การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมในโลกหนึ่งจะส่งผลกระทบต่ออีกโลกหนึ่ง ทำให้การไขปริศนามีมิติลึกซึ้งและตื่นตาตื่นใจอย่างที่ไม่เคยมีเกมใดทำได้มาก่อนในยุคนั้น
  • จุดกำเนิดไอเทมระดับตำนาน: นี่คือภาคแรกที่ให้กำเนิดตำนานดาบปราบมาร Master Sword, ตะขอยิง Hookshot, รองเท้าวิ่งพุ่งชน Pegasus Boots รวมถึงระบบการควงดาบฟันหมุนรอบตัว (Spin Attack) ซึ่งกลายมาเป็นลายเซ็นประจำตัวของลิงก์มาจนถึงปัจจุบัน
  • การออกแบบดันเจี้ยนหลายชั้น (Multi-Floor Dungeons): ตัวเกมผสมผสานการต่อสู้ การไขกลไก และการเดินสำรวจได้อย่างไร้รอยต่อ มีทั้งความลึกลับ ความท้าทาย และความสะใจเมื่อพิชิตบอสประจำฉากได้

เสน่ห์ที่แท้จริงของเกมนี้ คือการมอบ “ความรู้สึกของการผจญภัยอย่างแท้จริง” (A True Sense of Wonder) ให้กับผู้เล่น ตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณตื่นขึ้นมากลางดึกท่ามกลางพายุฝนเพื่อไปช่วยเจ้าหญิงเซลด้า ไปจนถึงการกอบกู้สามเหลี่ยมไตรฟอร์ซ.. นี่จึงเป็นผลงานที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เล่นรุ่นเก๋าที่อยากหวนรำลึกความหลัง หรือเป็นเกมเมอร์รุ่นใหม่ที่อยากสัมผัสรากเหง้าของเกมแอ็กชันผจญภัยระดับมาสเตอร์พีซก็ตามครับ…

สิ่งควรรู้ก่อนเล่นเกม.

เพื่อให้การเดินทางกอบกู้อาณาจักรไฮรูลของผู้อ่านเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่พลาดเก็บไอเทมสำคัญ และไม่เสียเวลาเดินวนเวียนโดยไม่จำเป็น ผู้เขียนได้รวบรวมเรื่องควรรู้และระบบสำคัญที่ต้องรู้ก่อนจับคอนโทรลเลอร์ไว้เป็นข้อๆ ดังนี้ครับ..

  1. เข้าใจกลไกโลกคู่ขนาน (Light World vs Dark World):
    หัวใจสำคัญของเกมนี้คือการสลับมิติ โดยคุณจะใช้ “กระจกเวทมนตร์ (Magic Mirror)” เพื่อวาร์ปจากโลกมืดกลับมายังโลกสว่าง และใช้ “ประตูมิติ (Warp Portal)” ในการข้ามกลับไปโลกมืด จำไว้เสมอว่า จุดที่เข้าไม่ถึงในโลกหนึ่ง มักจะมีทางเข้าลับซ่อนอยู่ในอีกโลกหนึ่งเสมอ
  2. ขวดแก้ว (Magic Bottles) คือสิ่งชี้ชะตาชีวิต:
    ในเกมนี้มีขวดเปล่าให้ตามเก็บทั้งหมด 4 ใบ อย่ามองข้ามเด็ดขาดครับ พยายามพก “นางฟ้า (Fairy)” หรือ “ยาโพชั่นสีฟ้า” ติดตัวไว้ในขวดเสมอ เพราะนางฟ้าจะช่วยชุบชีวิตคุณโดยอัตโนมัติเมื่อหัวใจหมดหลอด ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสู้กับบอสดันเจี้ยนท้ายๆ
  3. ดาบของคุณอัปเกรดได้ถึง 4 ระดับ:
    อย่าคิดว่าดาบ Master Sword คือดาบที่แรงที่สุดในเกมนะครับ! เพราะเกมนี้ยังมี Tempered Sword (ดาบเลเวล 3 จากช่างตีดาบ) และสุดยอดดาบ Golden Sword (ดาบเลเวล 4 จากนางฟ้าในพีระมิด) ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาการปราบบอสลงได้อย่างมหาศาล
  4. สังเกตกำแพง รอยแตก และฟังเสียงให้ดี:
    กำแพงที่มีรอยร้าวสามารถใช้ “ระเบิด” เปิดทางลับได้เสมอ นอกจากนี้ กำแพงบางจุดที่ไม่มีรอยร้าว แต่เมื่อคุณใช้ดาบเคาะแล้วมีเสียงกังวานกลวงๆ นั่นแปลว่าคุณสามารถวางระเบิดหรือใช้รองเท้าเพกาซัสพุ่งชนเพื่อเปิดห้องลับได้เช่นกัน
  5. อย่าลืมอัปเกรดหลอดพลังเวทมนตร์ (1/2 Magic Upgrade):
    ไอเทมเวทมนตร์หลายชิ้นกินพลังเวทสูงมาก แต่ในเกมมีความลับที่ให้คุณโรยผงเวทมนตร์ใส่หม้อสีแดงของค้างคาว Mad Batter ใกล้หมู่บ้านคาคาริโกะ ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังเวทของไอเทมทุกชิ้นลงถึงครึ่งหนึ่ง (50%) ถือเป็นการอัปเกรดที่ต้องทำโดยเร็วที่สุดครับ
  6. “ธนูเงิน (Silver Arrows)” คือเงื่อนไขเดียวในการจบเกม:
    ผู้เล่นหลายคนอาจไม่ทราบว่า ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับบอส “กานอน” (Ganon) คุณจะไม่สามารถเอาชนะเขาได้เลยหากไม่มีธนูเงิน ดังนั้น อย่าลืมพาระเบิดซูเปอร์บอมบ์ไปเปิดทางลับที่พีระมิดแห่งพลังตามที่คู่มือระบุไว้เด็ดขาดครับ

คำเตือน999

บทสรุปเกม The Legend of Zelda : A Link to the Past. (Thai)

บทที่ 1 : การช่วยเหลือเจ้าหญิงเซลด้า. (Chapter 1 – Zelda’s Rescue)

1.1 ปราสาทไฮรูล. (Hyrule Castle)

เมื่อคุณเริ่มบังคับลิงก์ (Link) ได้แล้ว ให้ลุกจากเตียงและเปิดหีบสมบัติเพื่อรับ ตะเกียง (Lamp) จากนั้นเดินออกจากบ้านและมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือฝ่าพายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก คุณสามารถพูดคุยกับทหาร (Soldiers) ที่ขวางทางอยู่เพื่อเรียนรู้ระบบการควบคุมพื้นฐานของเกมได้

เดินไปทางทิศเหนือและข้ามสะพานที่ทอดเข้าสู่ปราสาทไฮรูล (Hyrule Castle) ทหารยามจะขวางทางเข้าหลักเอาไว้ ดังนั้นให้ใช้เส้นทางเดินฝั่งขวา เดินตามทางเดินหินที่เลี้ยวโค้งขึ้นไปทางเหนือ ซึ่งจะนำคุณไปพบกับพุ่มไม้พุ่มหนึ่ง ให้ยกพุ่มไม้นั้นขึ้นเพื่อเปิดเผยทางลับ แล้วกระโดดลงไปในหลุมนั้น

พูดคุยกับลุงของลิงก์เพื่อรับ ดาบนักสู้ (Fighter’s Sword) และ โล่นักสู้ (Fighter’s Shield) เดินต่อไปยังห้องถัดไปและใช้ดาบจัดการกับทหารชุดเขียว (Green Soldiers) ในห้องนี้จะมีหีบสมบัติที่บรรจุ รูปีสีน้ำเงิน (Blue Rupee) อยู่ ขึ้นบันไดและออกจากห้องเพื่อเข้าสู่สวนชั้นในของปราสาท (Inner Castle Garden)

ฟันพุ่มไม้เพื่อเปิดทาง คุณจะพบกับกลุ่มทหารชุดเขียว โดยทหารดาบชุดเขียว (Green Sword Soldier) จะดุดันกว่าทหารทั่วไปเล็กน้อย จัดการพวกมันหากคุณต้องการ จากนั้นเดินเข้าไปในปราสาทไฮรูล

เมื่อเข้ามาในปราสาท ให้เดินไปทางซ้ายเพื่อเข้าสู่ห้องถัดไป เดินขึ้นไป 1 ฉากและไปทางขวา 1 ฉาก ต่อสู้กับศัตรูตามทาง จากนั้นเดินลงบันไดเพื่อมุ่งหน้าไปยังชั้นใต้ดิน (Basement) ของดันเจี้ยน

จัดการทหารดาบชุดสีน้ำเงิน (Blue Sword Soldier) และเก็บ กุญแจเล็ก (Small Key) ที่ดรอปไว้ เปิดหีบสมบัติเพื่อรับ แผนที่ดันเจี้ยน (Dungeon Map) แล้วเดินผ่านประตูที่ล็อคอยู่ เดินลัดเลาะไปตามระเบียงทางเดินยาว จัดการทหารดาบที่ขวางทาง เมื่อถึงสุดทางฝั่งตะวันตก (ซ้ายสุด) ให้เดินขึ้นไปผ่านประตูที่เปิดอยู่

จัดการทหารดาบชุดเขียว และเดินผ่านประตูฝั่งขวาที่เพิ่งเปิดออก จัดการศัตรูเพื่อรับกุญแจเล็กอีกดอก จากนั้นเปิดหีบสมบัติเพื่อรับ บูมเมอแรง (Boomerang) เดินย้อนกลับมาที่ห้องก่อนหน้า แล้วเดินขึ้นไปไขกุญแจประตูที่ล็อคอยู่ด้านบน จากนั้นเดินลงบันไดลึกลงไปอีกสองชั้น

ที่นี่คุณจะได้พบกับ ทหารลูกตุ้มเหล็ก (Ball and Chain Trooper) คุณสามารถใช้บูมเมอแรงที่เพิ่งได้มาปาใส่เพื่อสตัน (Stun) ศัตรูก่อนพุ่งเข้าไปฟันด้วยดาบ หรืออีกวิธีคือยกไหที่อยู่บริเวณนั้นปาใส่มันเพื่อสร้างความเสียหายก็ได้ หลังจากที่จัดการมันได้แล้ว ให้เก็บ กุญแจบอส (Big Key) ที่ดรอปไว้แล้วนำไปเปิดประตูคุก พูดคุยกับเจ้าหญิงเซลด้า และอย่าลืมเปิดหีบสมบัติที่พบในห้องนี้ด้วย

เมื่อเจ้าหญิงเซลด้าร่วมทางกับคุณแล้ว ให้เดินย้อนกลับขึ้นมา 2 ชั้นเพื่อกลับมายังชั้นแรกของดันเจี้ยนใต้ดิน จากนั้นเดินย้อนทางเดิมต่อไปเพื่อกลับขึ้นมายังโถงชั้นหนึ่งของปราสาท เดินไปทางขวาผ่านประตูและขึ้นบันไดไป เดินมาที่ปลายห้องด้านล่างแล้วกระโดดลงจากเนิน (Ledge) เดินลงมา 1 ฉากและซ้าย 1 ฉากเพื่อกลับมาที่โถงทางเข้าปราสาท

เดินขึ้นบันไดที่อยู่ด้านบนสุดของห้องเพื่อเข้าสู่ห้องโถงบัลลังก์ (Throne Room) ไปยืนที่ฝั่งซ้ายของชั้นวางของประดับ (Ornamental shelf) แล้วช่วยกันกับเซลด้าดันมันไปทางขวา เพื่อเปิดทางเดินลับ (Secret Passage) แล้วเดินขึ้นไปทางเหนือเพื่อเข้าไปด้านใน

พื้นที่บริเวณนี้จะมืดมิด แต่จะมีคบเพลิงอยู่สองสามจุดที่คุณสามารถใช้ตะเกียงจุดไฟให้สว่างได้ คุณจะพบกับศัตรูประเภทหนู (Rat) ซึ่งสามารถจัดการได้ง่ายๆ เพื่อฟาร์มรูปีเพิ่มเติม เดินลงบันไดที่อยู่ทางมุมขวาบน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ของห้อง

ในห้องมืดอีกห้อง คุณจะพบกับศัตรูที่ชื่อ งู (Rope) สัตว์ประหลาดคล้ายงูนี้ต้องฟันสองครั้งถึงจะตาย เดินต่อไปยังห้องถัดไปที่คุณจะได้พบกับ ค้างคาว (Keese) สัตว์ประหลาดค้างคาวที่จะบินเข้าหาลิงก์เมื่อเข้าใกล้ เก็บกุญแจเล็กจากหีบสมบัติทางฝั่งขวา แล้วเดินขึ้นไป 1 ฉาก

เส้นทางท่อระบายน้ำ (Sewers) แห่งนี้เต็มไปด้วยหนูและค้างคาว ซึ่งเป็นแหล่งปั๊มรูปีชั้นดี เดินไปทางซ้าย 1 ฉากและขึ้นไปด้านบน 1 ฉากเพื่อหาทางออกจากท่อระบายน้ำ จัดการหนูในบริเวณนี้ให้หมดเพราะมีตัวหนึ่งเก็บกุญแจเล็กเอาไว้ ใช้กุญแจนั้นเปิดประตูขึ้นไปยังห้องที่มีแสงสว่าง ผลักบล็อกตรงกลางขึ้นด้านบน แล้วเดินขึ้นบันไดไป

เดินลงมา 1 ฉาก คุณจะพบคันโยกสองอัน ให้ ดึงคันโยกฝั่งขวา เพื่อเปิดประตู จากนั้นเดินลงมาเพื่อเข้าสู่ วิหารศักดิ์สิทธิ์ (Sanctuary) หลังจากพูดคุยกับนักบวช (Loyal Sage) แล้ว ให้เปิดหีบสมบัติเพื่อรับ หัวใจ (Heart Container) แล้วเดินออกจากวิหารเพื่อกลับสู่โลกภายนอก

บทที่ 2 : ปราสาทตะวันออก. (Chapter 2 – Eastern Palace)

2.1 ป่าวงกตและหมู่บ้านคาคาริโกะ. (Lost Woods and Kakariko Village)

ณ จุดนี้ ลิงก์สามารถเดินทางตรงไปยัง ปราสาทตะวันออก (Eastern Palace) ที่ตั้งอยู่ทางสุดขอบทิศตะวันออกของแผนที่โลก (Overworld) ได้เลย แต่ทว่ายังมีไอเทมดีๆ มากมายให้เราตามเก็บก่อนหน้านั้น

เมื่อออกมาจาก วิหารศักดิ์สิทธิ์ (Sanctuary) ให้เดินทางไปทางทิศตะวันตก 2 ฉากเพื่อไปยังอาคารที่อยู่ทางตอนเหนือของหมู่บ้าน จากจุดนี้ ให้เดินขึ้นเหนือเพื่อเข้าสู่ ป่าวงกต (Lost Woods)

ระวังศัตรูประเภท อีกา (Crow) ที่เกาะอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆ ให้ดี เมื่อเดินขึ้นไปทางเหนืออีก คุณจะพบกระท่อมหนึ่งหลังพร้อมกับพุ่มไม้เล็กๆ 9 พุ่มอยู่ด้านบน ให้ใช้ดาบฟันพุ่มไม้ตรงกลางเพื่อเปิดเผยหลุมลับที่คุณสามารถกระโดดลงไปได้ เมื่อลงไปด้านใน ให้เก็บ ชิ้นส่วนหัวใจ (Piece of Heart #1) ชิ้นแรกของคุณ (หากสะสมครบ 4 ชิ้น จะเพิ่มหลอดหัวใจสูงสุดให้ 1 ดวงเต็ม) จากนั้นกระโดดลงจากเนินและออกจากกระท่อม

จากกระท่อมโจร (Thief’s Hut) ให้เดินทางไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ คุณจะพบกับ เห็ด (Mushroom) วางตกอยู่บนพื้นป่า เก็บเห็ดนี้ไว้เพราะคุณสามารถนำไปแลกเป็น ผงเวทมนตร์ (Magic Powder) ได้ในภายหลัง สำหรับป่าวงกตตอนนี้มีสิ่งให้ทำเพียงเท่านี้ ให้ออกมาทางเดิมที่คุณเข้ามาได้เลย และคอยระวังศัตรูประเภทโจร (Thief) ที่เดินเตร็ดเตร่ไปมาให้ดี เพราะมันจะพยายามวิ่งชนเพื่อขโมยไอเทมของคุณ

กลับออกมาด้านนอก ให้มุ่งหน้าไปทางทิศใต้เพื่อเข้าสู่ หมู่บ้านคาคาริโกะ (Kakariko Village) จุดหมายแรกคือมุมตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง จะมีทางเข้าถ้ำอยู่ และทางตะวันตกของถ้ำนั้นจะมี บ่อน้ำ (Well) ให้คุณไปยืนบนเนินที่สูงกว่าทางด้านบน แล้วกระโดดลงไปในบ่อน้ำนั้น

ภายในถ้ำ ให้เปิดหีบสมบัติทั้ง 4 ใบและยกไหขึ้นเพื่อเก็บ ระเบิด (Bombs) และ เงิน 70 รูปี (Rupees) หากสังเกตที่กำแพงด้านทิศเหนือให้ดี จะพบรอยร้าวประหลาด ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถใช้ระเบิดพังกำแพงนี้เข้าไปได้ ให้วางระเบิดแล้วเดินทะลุเข้าไป เก็บรูปีเพิ่มเติมและเปิดหีบสมบัติเพื่อรับ ชิ้นส่วนหัวใจชิ้นที่ 2 (Piece of Heart #2) จากนั้นออกจากถ้ำเพื่อกลับเข้าเมือง

จากถ้ำ ให้เดินตรงไปทางทิศตะวันออก คุณจะพบกับอาคารหลังเล็กๆ ที่มีหลังคาสีเขียว ให้เข้าไปในอาคารแล้วเดินลงไปยังชั้นใต้ดิน ที่นี่จะมีหีบสมบัติ 4 ใบ แต่ละใบบรรจุเงิน 20 รูปี หากต้องการเก็บให้ครบทั้ง 80 รูปี คุณต้องดันบล็อกให้ถูกต้อง (ตามภาพประกอบในต้นฉบับ) หากดันพลาด แค่เดินขึ้นบันไดแล้วลงมาใหม่ บล็อกก็จะรีเซ็ตกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม สังเกตกำแพงด้านบนสุดของห้องจะมีรอยร้าวอยู่ตรงกลางพอดี ให้วางระเบิดตรงนี้เพื่อเปิดทาง และเดินเข้าไปรับ ชิ้นส่วนหัวใจชิ้นที่ 3 (Piece of Heart #3) เสร็จแล้วออกจากกระท่อม

ทางทิศใต้และตะวันตกของกระท่อมหลังคาสีเขียว จะมีพ่อค้านั่งอยู่บนพรม เขาจะเสนอขาย ขวดเวทมนตร์ (Magic Bottle) ให้ลิงก์ในราคา 100 รูปี ถึงตอนนี้ลิงก์น่าจะมีเงินพอแล้ว ดังนั้นให้จัดการซื้อขวดเวทมนตร์ใบแรกมาได้เลย

จุดหมายต่อไปในเมืองคือมุมตะวันตกเฉียงใต้ ลิงก์จะพบกับกระท่อมเล็กๆ หลังหนึ่ง กระท่อมลึกลับ (Mysterious Hut) แห่งนี้ดูเหมือนจะไม่มีประตูทางเข้า แต่ความจริงแล้วลิงก์สามารถ วางระเบิดที่กำแพงด้านล่าง เพื่อพังเข้าไปได้ ด้านในลิงก์สามารถเติมระเบิดและลูกธนู (Arrows) รวมถึงเก็บรูปีได้ด้วย ลิงก์สามารถเดินเข้าๆ ออกๆ กระท่อมนี้เพื่อฟาร์มของตุนเสบียงได้เรื่อยๆ

ทางตะวันออกของกระท่อมลึกลับ ลิงก์จะพบกับ ร้านค้าหมู่บ้านคาคาริโกะ (Kakariko Village Shop) และถัดไปทางตะวันออกคือ โรงแรมคาคาริโกะ (Kakariko Inn) ที่ด้านหลังของบาร์ (Bar) จะมีประตูหลังลับที่ลิงก์สามารถเข้าไปได้ง่ายๆ เพียงแค่เดินอ้อมเข้าจากทางหลังอาคาร ให้เข้าไปแล้วเปิดหีบสมบัติเพื่อรับ ขวดเวทมนตร์ใบที่สอง (Magic Bottle #2)

จากประตูหลังของบาร์ ให้เดินเข้าอาคารที่อยู่ทางเหนือตรงๆ พูดคุยกับเด็กจับแมลง (Bug Catching Kid) ที่กำลังนอนป่วยอยู่บนเตียง เนื่องจากเขาไม่ค่อยสบาย เขาจึงตัดสินใจให้คุณยืม สวิงจับแมลง (Bug Catching Net) ถัดมาที่อาคารทางตะวันตกของบ้านเด็กจับแมลง ลิงก์สามารถวางระเบิดที่กำแพงด้านขวาเพื่อเข้าไปเปิดหีบสมบัติที่บรรจุลูกธนูได้ อย่างไรก็ตาม การไปเติมลูกธนูที่กระท่อมลึกลับทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองนั้นง่ายและสะดวกกว่ามาก

หมดภารกิจในตัวเมืองหลักแล้ว ให้เดินออกจากเมืองไปทางทิศใต้ ที่นี่คุณจะพบกับ บ้านหนังสือ (House of Books) และทางใต้ของที่นั่นคือบ้านของพี่น้องจอมทะเลาะ (Quarreling Brothers) ให้เดินเข้าไปเลย ใช้ระเบิดทำลายกำแพงทางซ้ายเพื่อเข้าไปยังห้องถัดไปทะลุออกไปด้านหลังอาคาร

เมื่อออกมาคุณจะพบกับมินิเกมที่รู้จักกันในชื่อ “เกม 15 วินาที” (15 Second Game) ลิงก์จะมีเวลา 15 วินาทีในการวิ่งผ่านเขาวงกต หากชนะ เขาจะได้รับชิ้นส่วนหัวใจที่รออยู่

  • ทริคการผ่าน: ฟันพุ่มไม้ 5 พุ่มแรกขณะที่มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ เลือกทางแยกซ้ายและฟันพุ่มไม้อีก 3 พุ่ม วิ่งตรงไปที่ป้ายบอกทาง จากนั้นคุณสามารถกระโดดข้ามแผ่นไม้ที่อยู่ทางใต้ของป้ายได้ วิ่งไปจนสุดทางเขาวงกตเพื่อรับ ชิ้นส่วนหัวใจชิ้นที่ 4 (Piece of Heart #4) ซึ่งจะประกอบกันและเพิ่มหลอดหัวใจสูงสุดของคุณให้เป็น 5 ดวงเต็ม!

จุดหมายถัดไปคือการนำเห็ดที่ลิงก์ได้มาจากป่าวงกตไปแลกเปลี่ยน ให้เดินย้อนกลับผ่านหมู่บ้านเพื่อกลับไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์ (Sanctuary) เดินไปทางขวา 2 ฉากผ่านสุสานไฮรูล (Hyrulian Cemetery) เดินลงมา 1 ฉาก ข้ามสะพาน แล้วเดินขึ้นไปอีก 1 ฉาก เดินไปทางขวา 1 ฉาก คุณจะมาถึง ร้านเวทมนตร์ (Magic Shop) จะมีแม่มดชื่อไซรัป (Syrup) ยืนคุมหม้อปรุงยาอยู่หน้าร้าน ให้สวมใส่เห็ด (Mushroom) เดินเข้าไปหาแม่มดและกดใช้เพื่อมอบมันให้กับเธอ เธอจะบอกให้คุณกลับมาที่ร้านอีกครั้งในภายหลังเพื่อรับของดี

หลังจากมอบเห็ดให้แม่มดแล้ว แค่เดินไปทางซ้าย 1 ฉาก แล้วค่อยเดินกลับมาที่ร้านเวทมนตร์อีกครั้ง คราวนี้ให้เข้าไปด้านในร้าน ถัดจากคนขายของที่สวมฮู้ด คุณจะพบ ผงเวทมนตร์ (Magic Powder)! กดปุ่ม A เพื่อหยิบมันมา ไอเทมชิ้นนี้สามารถใช้โรยใส่ศัตรูหรือวัตถุต่างๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เวทมนตร์พิเศษได้ และในขณะที่คุณอยู่ในร้าน แนะนำให้ซื้อ ยาฟื้นฟูสีน้ำเงิน (Blue Potion) ติดขวดไว้ด้วย เพราะมันสามารถฟื้นฟูทั้งพลังชีวิตและเกจเวทมนตร์ของคุณได้จนเต็มในอึกเดียว

หลังจากได้ผงเวทมนตร์มาแล้ว ตอนนี้ลิงก์ก็พร้อมที่จะลุยดันเจี้ยนต่อไป นั่นคือ ปราสาทตะวันออก (Eastern Palace) ลิงก์ยังสามารถไปตามหาชิ้นส่วนหัวใจทางเลือกอีก 2 ชิ้น รวมถึง คทาด้ายน้ำแข็ง (Ice Rod) ได้ในช่วงเวลานี้ แต่ไอเทมเหล่านี้อยู่ค่อนข้างไกลจากเส้นทางหลัก ชิ้นส่วนหัวใจก็ยังไม่ครบพอที่จะเพิ่มหลอดเลือดได้ และคทาน้ำแข็งก็ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในดันเจี้ยนแรก อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการตามหาไอเทมเหล่านี้ก่อนลุยดันเจี้ยน สามารถข้ามไปดูวิธีการเก็บได้ที่บทที่ 3 (Chapter 3) ของคู่มือนี้ได้เลยครับ

2.2 ปราสาทตะวันออก. (Eastern Palace)

นักปราชญ์ผู้ภักดีใน Sanctuary จะทำเครื่องหมายบนแผนที่ของคุณ เพื่อบอกให้คุณเดินทางไปยังหมู่บ้าน Kakariko (Kakariko Village) เครื่องหมายบนแผนที่นั้นตรงกับบ้านของผู้เฒ่าประจำหมู่บ้าน เมื่อไปถึง คุณจะพบกับภรรยาของ Sahasrahla แต่จะยังไม่พบตัวผู้เฒ่า ในจุดอื่นของหมู่บ้าน คุณจะพบหลานชายของ Sahasrahla ซึ่งเขาจะช่วยทำเครื่องหมายบอกตำแหน่งของ Sahasrahla บนแผนที่ของคุณที่ปลายสุดด้านตะวันออกของ Overworld การพูดคุยกับ Sahasrahla จะทำให้เขาทำเครื่องหมายตำแหน่งของ Eastern Palace บนแผนที่ให้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงทางเลือก และ Link สามารถเลือกที่จะเดินทางตรงไปยัง Eastern Palace ได้เลยโดยไม่ต้องทำตามขั้นตอนนี้

จาก Sanctuary ให้เดินทางไปทางตะวันออกสองฉาก ลงมาหนึ่งฉาก ข้ามสะพาน และลงมาอีกหนึ่งฉาก ศัตรู Octorok ที่พบในบริเวณนี้เป็นแหล่งฟาร์ม Rupee ชั้นดี ดังนั้นจัดการพวกมันได้เลยหากคุณต้องการ จากนั้นเดินลงมาหนึ่งฉาก ไปทางขวาหนึ่งฉาก และขึ้นไปอีกหนึ่งฉากเพื่อเข้าสู่บริเวณหน้า Eastern Palace (Eastern Palace Compound)

บริเวณพื้นที่นี้มีศัตรู Octorok หลายตัวรวมถึงศัตรู Armos ด้วย Armos เหล่านี้จะดูเหมือนรูปปั้นที่ตั้งอยู่นิ่งๆ แต่เมื่อ Link เข้าไปใกล้ พวกมันจะทำงานและกระโดดเข้าหา นำทางผ่านบริเวณนี้ไปยังมุมขวาบนของพื้นที่ปิดล้อม เข้าไปในอาคารเพื่อเข้าสู่ด้านในของ Eastern Palace

ยกไหที่อยู่ตรงหน้าขึ้น และเหยียบสวิตช์เพื่อเปิดประตู ศัตรู Popo ที่พบที่นี่สามารถจัดการได้ง่ายๆ ด้วยการฟันดาบธรรมดา และพวกมันยังเป็นแหล่งฟาร์ม Rupee ที่ดีอีกด้วย เหยียบสวิตช์ที่พื้นแล้วเดินต่อไปยังห้องถัดไป

ห้องนี้จะมีลูกบอลมากมายถูกยิงมาทาง Link รวมถึงลูกบอลขนาดยักษ์ที่กลิ้งมาเต็มความกว้างของทางเดินแคบๆ เดินผ่านไปอย่างระมัดระวังโดยใช้พื้นที่ด้านข้างเพื่อป้องกันตัวเองจากลูกบอล เมื่อคุณข้ามมาได้ ให้หันไปทางซ้ายและเดินตามทางเดินขึ้นบันไดและข้ามสะพานไป ซึ่งในท้ายที่สุดจะนำไปสู่หีบสมบัติ เปิดมันออกเพื่อรับ 100 Rupee! เดินย้อนกลับไปยังทิศเหนือของห้อง แล้วเดินขึ้นบันไดและขึ้นไปอีกหนึ่งฉาก

เส้นทางไปทางขวานั้นเป็นทางเลือกเสริม ซึ่งจะนำไปสู่การเก็บแผนที่ดันเจี้ยน (Dungeon Map) หากคุณต้องการเก็บมัน ให้ยกไหใบหนึ่งขึ้นและเหยียบสวิตช์ที่พื้นเพื่อผ่านไปทางขวาหนึ่งฉาก หลีกเลี่ยงศัตรูในห้องนี้แล้วเดินผ่านทางเข้าที่นำไปสู่ทางขวาบริเวณด้านเหนือสุดของห้อง ยกไหตรงกลางในห้องนี้ขึ้น เหยียบสวิตช์ที่พื้น แล้วเดินลงมา เปิดหีบเพื่อรับแผนที่ดันเจี้ยน! กระโดดลงมาด้านล่างแล้วเดินขึ้นบันได จากนั้นไปทางซ้ายสองฉากเพื่อกลับมายังห้องโถงกลาง คราวนี้ให้เลือกเส้นทางไปทางซ้าย ยกไหขึ้นและเหยียบสวิตช์ที่พื้นเพื่อเปิดประตู

ศัตรู Blue Stalfos ที่พบที่นี่จะกระโดดหนีเมื่อ Link พยายามใช้ดาบโจมตี ให้ต้อนพวกมันเข้ามุมหรือใช้บูมเมอแรง (Boomerang) เพื่อจัดการ เดินต่อไปยังห้องถัดไปเพื่อพบกับ Blue Stalfos อีกสี่ตัว วิธีที่ง่ายที่สุดในการกำจัดศัตรูเหล่านี้คือการปาไหใส่พวกมัน เมื่อจัดการพวกมันได้แล้ว ให้เดินขึ้นไปหนึ่งฉากและหยิบเข็มทิศ (Compass) จากหีบสมบัติ เดินลงบันไดและไปทางขวาสองฉากเพื่อกลับมายังห้องโถงกลางของดันเจี้ยน โดยคราวนี้คุณจะอยู่ที่ชั้นล่าง

มีศัตรู Eyegore สองตัวอยู่ที่นี่ แต่ทางที่ดีที่สุดคือควรหลบเลี่ยงไปก่อนในตอนนี้ วิ่งผ่านห้องนี้ไปแล้วออกไปทางขวา เดินขึ้นบันไดและลงไปหนึ่งฉากเพื่อไปยังห้องมืด ศัตรู Anti-Fairies ที่พบในห้องนี้สามารถจัดการได้โดยการโรยผงเวทมนตร์ (Magic Powder) ใส่พวกมัน สิ่งนี้จะทำให้พวกมันกลายร่างเป็นนางฟ้า (Fairies) ที่จะช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับ Link ได้

ในห้องมืด ให้เหยียบสวิตช์ที่พื้นทางด้านขวาของห้อง แล้วเดินผ่านประตูที่อยู่ใกล้เคียง มี Stalfos สองสามตัวในห้องนี้ คุณสามารถจัดการพวกมันด้วยการปาไหใส่ได้หากต้องการ ภายใต้ไหที่มุมขวาบนของห้อง Link จะพบกุญแจดอกเล็ก (Small Key) หยิบมันขึ้นมาแล้วกลับไปที่ห้องก่อนหน้า เดินไปทางด้านซ้ายของห้องแล้วใช้กุญแจดอกเล็กเพื่อผ่านประตูทางซ้าย เมื่อกลับมาที่ห้องลูกบอล ให้วิ่งข้ามแท่นยืนแล้วเดินไปทางซ้ายหนึ่งฉาก

ในห้องนี้ ให้จัดการ Popo สองตัว รวมถึง Blue Stalfos อีกสองตัว Green Eyegore จะเป็นความท้าทายต่อไปของคุณ เมื่อคุณเข้าไปใกล้ Eyegore จะลืมตาขึ้นและเริ่มพุ่งเข้าหาคุณ ต้องใช้การฟันดาบแปดครั้งเพื่อกำจัดศัตรูตัวนี้ หรืออีกวิธีหนึ่ง คุณสามารถปาไหใส่มันตอนที่มันตื่นขึ้น ซึ่งจะฆ่ามันได้ในทันที

เมื่อจัดการศัตรูทั้งหมดได้แล้ว Anti-Fairies ทั้งสี่ตัวจะเริ่มเคลื่อนที่ไปรอบๆ ห้อง ยกไหที่พวกมันเคยล้อมรอบอยู่ขึ้น แล้วเหยียบสวิตช์ เปิดหีบสมบัติที่ปรากฏขึ้นเพื่อรับกุญแจดอกใหญ่ (Big Key) ใช้กุญแจดอกใหญ่กับประตูที่ล็อคอยู่ด้านบน ผลักบล็อกแล้วเดินไปทางขวาเพื่อกลับไปยังห้องโถงหลักของดันเจี้ยน

ตอนนี้เมื่อคุณมีกุญแจดอกใหญ่แล้ว ให้เดินไปเปิดหีบสมบัติใบใหญ่เพื่อรับไอเทมประจำดันเจี้ยน นั่นคือ ธนู (Bow) สิ่งนี้จะช่วยให้ Link สามารถยิงลูกธนู (Arrows) ใส่ศัตรูได้ ระวังตัวให้ดี เพราะทันทีที่คุณได้ธนูมา Gray Stalfos จะตกลงมาจากเพดาน ยกหัวกะโหลกของพวกมันขึ้นและปาใส่ Link หลบการโจมตีของศัตรูเหล่านี้และเดินขึ้นไปผ่านประตูที่เพิ่งปลดล็อค หมายเหตุ: ก่อนที่จะเดินผ่านประตูที่ปลดล็อค คุณสามารถกระโดดจากขอบทางลงไปในแจกันสีขาวขนาดใหญ่ได้ ซึ่งจะนำ Link ไปพบนางฟ้าซ่อนอยู่ นางฟ้าเหล่านี้สามารถจับได้ด้วยตาข่ายจับแมลง (Bug-Catching Net) และเก็บไว้ในขวดเวทมนตร์ (Magic Bottle)

ห้องมืดนี้เต็มไปด้วย Popo และ Green Eyegore สองตัว จุดคบเพลิงที่มุมล่างของห้องเพื่อให้มองเห็น แล้วจัดการพวก Popo โชคดีที่ Eyegore สามารถกำจัดได้ง่ายๆ ด้วยการยิงธนูเพียงดอกเดียวเข้าไปที่ดวงตาที่ลืมอยู่ของพวกมัน จัดการ Eyegore ทางขวาเพื่อรับกุญแจดอกเล็ก คุณสามารถเดินผ่านประตูทางขวาซึ่งนำไปสู่ห้องที่เต็มไปด้วย Blue Rupee ได้ หลังจากนั้น ให้ใช้กุญแจดอกเล็กกับประตูที่ล็อคอยู่ทางซ้ายแล้วเดินลงบันไดไป

ยกไหที่มุมซ้ายล่างขึ้นเพื่อหาสวิตช์ที่จะเปิดประตู ในห้องถัดไปให้จัดการ Green Eyegore ทั้งสามตัวที่นี่ และเหยียบสวิตช์ที่พื้นด้านล่างเพื่อเปิดประตู หลบหลีกลูกบอลที่กลิ้งไปมาทั้งหมด และเหยียบสวิตช์ที่พื้นทางซ้ายบนเพื่อปลดล็อคประตู

ในห้องนี้คุณจะได้พบกับ Red Eyegore ศัตรูตัวนี้จะแตกต่างจากพวกสีเขียวตรงที่มันไม่สามารถได้รับความเสียหายจากดาบของ Link ได้ แต่ Link จะต้องยิงธนูใส่มันตรงๆ สองครั้งเพื่อกำจัดมัน

ในห้องสุดท้ายก่อนจะถึงบอสของดันเจี้ยนจะมี Popo อยู่เป็นจำนวนมาก พวกมันทั้งหมดสามารถจัดการได้พร้อมกันด้วยการโจมตีแบบหมุนตัว (Spin Attack) หากคุณชาร์จปล่อยได้เร็วพอ Red Eyegore สองตัวอาจทำให้คุณรับมือลำบากเนื่องจากพวกมันอยู่ติดกัน ส่งลูกธนูเข้าที่ตาของพวกมันเพื่อกำจัดทิ้ง ยกไหขึ้นเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรของคุณให้พร้อม แล้วเดินขึ้นไปเพื่อเตรียมต่อสู้กับบอสดันเจี้ยน

บอสของ Eastern Palace คือ Armos Knights ทั้งหกตัว รูปปั้น Armos ขนาดใหญ่เหล่านี้จะมีชีวิตขึ้นมาและเริ่มกระโดดไปรอบๆ ห้อง ในช่วงแรก พวกมันจะตั้งแถวเป็นวงกลมและหมุนตามเข็มนาฬิกา จากนั้นหลังจากผ่านไปสองสามวินาที พวกมันจะเรียงแถวหน้ากระดานที่ด้านบนของฉากแล้วกระโดดลงมาพร้อมกัน

Link จะต้องฟันพวกมันตัวละสิบหกครั้งด้วยดาบ Fighter’s Sword เพื่อกำจัด แต่วิธีที่ง่ายกว่ามากคือการใช้ธนูและลูกธนู เนื่องจากจะใช้ธนูเพียงแค่สามดอกก็สามารถฆ่าได้ในแต่ละตัว เมื่อเหล่า Armos กระโดดไปรอบๆ ห้องในทิศทางตามเข็มนาฬิกา ให้ไปยืนใกล้กับมุมขวาล่างของห้องแล้วหันหน้าไปทางทิศเหนือ คุณจะสามารถยิงธนูซ้ำๆ และโจมตีโดน Armos Knights หลายตัวได้หลายครั้งในจุดนี้

เมื่อเหลือ Armos Knight เพียงตัวเดียว มันจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและจะกระโดดตรงมายังตำแหน่งที่ Link อยู่ทันที ขณะที่ Link เคลื่อนที่ไปรอบๆ ห้อง อัศวินสีแดงจะกระโดดตามอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามจะทับลงบนตัวเขา การใช้ดาบยังคงได้ผลที่นี่ แต่ลูกธนูคือวิธีที่ดีที่สุด เคลื่อนที่ไปรอบๆ ห้องอย่างรวดเร็ว และกะตำแหน่งตัวคุณเองให้ดีเพื่อที่ว่าเมื่อมันตกลงมา คุณจะสามารถยิงธนูสวนกลับไปได้ หรืออาจจะฟันดาบใส่ได้สักสองสามครั้ง

หลังจากอัศวินตัวสุดท้ายถูกกำจัด ให้เก็บ Heart Container เพื่อเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดของคุณเป็นหกหัวใจ หยิบ Pendant of Courage แล้วคุณจะถูกส่งตัวออกมายังด้านนอกของดันเจี้ยน

บทที่ 3 : Desert Palace.

3.1 Pegasus Shoes and the Book of Mudora.

ตอนนี้เมื่อ Link ได้ Pendant of Courage มาแล้ว จุดหมายแรกคือการไปหา Sahasrahla ที่นี่ในบริเวณ Eastern Palace Compound คุณสามารถพบ Sahasrahla ได้ในกระท่อมเล็กๆ ทางทิศตะวันตกของทางเข้า Eastern Palace พูดคุยกับ Sahasrahla แล้วเขาจะมอบ Pegasus Shoes ให้กับ Link รองเท้าเหล่านี้จะมอบความสามารถในการพุ่งตัว (Dash) ให้กับ Link

ภายในกระท่อมที่ Sahasrahla อาศัยอยู่จะมีกำแพงร้าว สำหรับกำแพงร้าวประเภทนี้โดยเฉพาะ Link สามารถใช้ระเบิด (Bomb) ระเบิดมันทิ้ง หรือจะใช้ Pegasus Shoes พุ่งชนก็ได้ เก็บ Rupee และ Bomb ที่พบอยู่ด้านใน จากนั้นให้ออกจากกระท่อม

Sahasrahla ได้ทำเครื่องหมายตำแหน่งของ Pendant ที่เหลืออีกสองชิ้นไว้บนแผนที่ของคุณ Pendant of Power นั้นตั้งอยู่ภายใน Desert Palace ที่มุมซ้ายล่าง (ตะวันตกเฉียงใต้) ของแผนที่โลก (Overworld) อย่างไรก็ตาม Link จำเป็นต้องได้รับ Book of Mudora ก่อนจึงจะสามารถเข้าไปในปราสาทได้

Book of Mudora สามารถหาได้ในบริเวณตอนใต้ของหมู่บ้าน Kakariko (Kakariko Village) ให้เข้าไปใน House of Books ที่พบที่นี่ แล้วคุณจะเห็นหนังสือสีเขียววางอยู่บนชั้นวาง Link สามารถใช้ Pegasus Shoes พุ่งชนชั้นหนังสือ เพื่อทำให้หนังสือตกลงมาที่พื้นซึ่ง Link สามารถเก็บมันขึ้นมาได้

ถึงจุดนี้ Link สามารถเดินทางตรงไปยัง Desert Palace เพื่อลุยดันเจี้ยนต่อไปได้เลย แต่ก็มีไอเทมเสริมมากมายให้เก็บรวบรวมในแผนที่โลก สิ่งแรกก็คือการกลับไปที่ Sanctuary ตรงทางทิศตะวันตกของ Sanctuary จะมีหน้าผาที่สูงกว่าซึ่งมีกองหินอยู่ หินเหล่านี้สามารถทำลายได้ด้วยการใช้ Pegasus Shoes พุ่งชน ทำลายมันเพื่อเปิดทางลงบันไดลับ เข้าไปด้านในเพื่อรับ Piece of Heart ชิ้นที่ 5

จุดหมายต่อไปอยู่ทางตอนใต้สุดของแผนที่โลก เดินทางไปยังบ้านของ Link (Link’s House) และจากตรงนั้นให้มุ่งหน้าลงใต้เพื่อเข้าสู่ Great Swamp ที่ปลายสุดทางใต้ของ Great Swamp นั้น Link จะพบอาคารที่รู้จักกันในชื่อ Swamp Ruins ซากปรักหักพังแห่งนี้จะมีความสำคัญมากในช่วงหลังของภารกิจ แต่สำหรับตอนนี้ มันมีประโยชน์แค่ในการใช้เพื่อเก็บ Piece of Heart เท่านั้น

ภายใน Swamp Ruins นั้น Link สามารถผลักบล็อกให้พ้นทางเพื่อไปยังหีบสมบัติที่มี Bomb อยู่เล็กน้อย หาก Link ออกแล้วเข้าไปใน Ruins ใหม่ บล็อกจะถูกรีเซ็ต ทำให้เขาสามารถเดินไปยังห้องต่อไปได้ ที่ด้านบนของห้อง ให้ดึงคันโยกอันขวา จะทำให้ประตูกั้นน้ำทางขวาเปิดออก และปล่อยให้น้ำไหลออกมา ออกจาก Ruins แล้วคุณจะพบ Piece of Heart ชิ้นที่ 6 อยู่ด้านนอก นอกจากนี้ยังมีปลา (Fish) อยู่สองตัว สิ่งที่แปลกคือ Link สามารถหยิบปลาตัวใดตัวหนึ่งขึ้นมา แล้วนำมันไปให้พ่อค้าขวด (Bottle Merchant) ใน Kakariko Village ได้ตลอดทาง พ่อค้าจะให้รางวัล Link โดยมอบ Rupees, Bombs, Arrows และ Magic Jar ขนาดใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น Link สามารถโยนปลาลงไปในน้ำลึกที่ไหนก็ได้เพื่อรับ Red Rupee เป็นการตอบแทน

จาก Swamp Ruins ให้เดินทางไปทางตะวันออกสองฉากเพื่อไปถึง Lake Hylia ทันทีที่คุณเข้ามาในฉากนี้ ให้เดินไปทางเหนือแล้วคุณจะพบรอยร้าวที่กำแพง วาง Bomb แล้วเข้าไปในถ้ำ กำจัด Mini-Moldorm สี่ตัวที่พบที่นี่ คุณสามารถเดินไปยังฝั่งซ้ายและขวาของฉากได้โดยการค่อยๆ เดินเลาะไปตามกำแพงด้านใต้ พูดคุยกับหัวขโมย (Thief) แล้วเขาจะให้ 300 Rupees แก่คุณ! นอกจากนี้ คุณยังสามารถเปิดหีบสมบัติเพื่อรับเพิ่มอีก 40 Rupee รวมถึง Bomb และ Arrow อีกด้วย

กลับออกมาข้างนอก ให้มุ่งหน้าไปทางตะวันออกต่อไปรอบๆ Lake Hylia เมื่อคุณถึงมุมตะวันออกเฉียงใต้ ให้เลี้ยวไปทางเหนือและเดินตามทางต่อไปจนกระทั่งถึงถ้ำ เดินเข้าไปด้านในแล้ววาง Bomb ตรงกำแพงที่มีรอยร้าว คุณสามารถเก็บนางฟ้า (Fairies) ที่นี่ได้ แต่ความลับที่แท้จริงอยู่ตรงกลางห้อง ใช้ Pegasus Shoes พุ่งชนรูปปั้นนางฟ้า แล้วมันจะปล่อยผึ้ง (Bee) ออกมา จับมันโดยใช้ตาข่ายจับแมลง (Bug-Catching Net) นี่ไม่ใช่ผึ้งธรรมดา แต่มันคือ Good Bee (ผึ้งแสนดี) Link สามารถปล่อยมันออกมากำจัดศัตรูในฉากได้ และผึ้งจะบินกลับมาหา Link เสมอ ออกจากถ้ำได้เลย

ทางซ้ายของถ้ำเพียงเล็กน้อยจะมีกำแพงที่มีรอยร้าว วาง Bomb แล้วเข้าไปข้างใน เดินขึ้นไปอีกฉากและเปิดหีบสมบัติเพื่อรับ Ice Rod! ไอเทมชิ้นนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้จนกว่าจะถึงช่วงท้ายเกม แต่ก็มีประโยชน์หลายอย่างในช่วงแรกๆ

เหลือของดีให้เก็บอีกเพียงชิ้นเดียวก่อนจะเข้าสู่ Desert Palace โชคดีที่มันอยู่ติดกับดันเจี้ยนเลย เดินทางกลับไปยัง Great Swamp และมุ่งหน้าไปยังมุมตะวันตกเฉียงใต้ของแผนที่โลก เพื่อเข้าสู่ Desert of Mystery

ที่มุมขวาบนของทะเลทราย จะมีถ้ำที่ Link สามารถเข้าไปได้ ในห้องที่สอง จะมีรอยร้าวอยู่ตามแนวกำแพงทิศใต้ วาง Bomb ไว้ที่กำแพงแล้วเข้าไปด้านในเพื่อพบกับ Piece of Heart ชิ้นที่ 7 นั่นคือสิ่งที่เป็นทางเลือกหลักๆ ทั้งหมดที่คุณสามารถทำได้ในตอนนี้ ถึงเวลาลุย Desert Palace กันแล้ว

3.2 Desert Palace.

เมื่อคุณได้รับคัมภีร์ Book of Mudora จากบริเวณตอนใต้ของหมู่บ้าน Kakariko (Kakariko Village) แล้ว ให้มุ่งหน้าไปยัง Desert of Mystery ที่มุมซ้ายล่าง (ตะวันตกเฉียงใต้) ของแผนที่โลก (Overworld) บริเวณด้านหน้าทางเข้าวิหารทะเลทราย (Desert Temple) จะมีรูปปั้นสามตัว โดยมีตัวหนึ่งขวางทางเดินของ Link อยู่ เดินเข้าไปหาแท่นหินที่อยู่ตรงกลางบริเวณนี้ แล้วใช้ Book of Mudora อ่านข้อความบนแท่นหิน Link จะร้องเพลงออกมา ทำให้รูปปั้นทั้งสามตัวขยับ เปิดทางเข้าสู่ Desert Temple

ภายใน Desert Palace จะมีห้องทางเลือกอยู่หลายห้องที่คุณไม่จำเป็นต้องเข้าไปก็ได้ คู่มือนี้จะครอบคลุมเฉพาะเส้นทางที่รวดเร็วที่สุดในการเคลียร์ดันเจี้ยนเท่านั้น ในห้องแรกจะมี Leever อยู่หลายตัว รวมถึง Beamos ที่จะยิงลำแสงเลเซอร์พุ่งใส่ Link เดินฝ่าไปทาง Beamos แล้วเลือกใช้เส้นทางเดินไปทางซ้าย ยกไหที่ขวางทางออกแล้วเดินขึ้นไป

คุณจะพบ Red Devalant ขวางทางอยู่ ใช้ดาบฟันสองครั้งหรือยิงธนูใส่หนึ่งครั้งเพื่อกำจัดศัตรูตัวนี้ เดินต่อไปทางซ้ายหนึ่งฉาก จากนั้นเดินขึ้นไปผ่านประตูที่เปิดอยู่ กุญแจดอกเล็ก (Small Key) จะซ่อนอยู่ที่บริเวณมุมซ้ายบนของฉาก เช่นเดียวกับตอนที่คุณได้ Book of Mudora มา เพียงแค่พุ่งชนคบเพลิงแล้วกุญแจดอกเล็กก็จะตกลงมา เก็บมันขึ้นมาแล้วออกจากห้อง

พุ่งตัว (Dash) ไปทางขวาสองฉาก แล้วเดินลงมาอีกหนึ่งฉาก ใช้กุญแจดอกเล็กไขประตูที่ล็อคอยู่ที่นี่แล้วเดินผ่านเข้าไป กำจัด Popo ทั้งสามตัว แล้วประตูที่อยู่ด้านบนจะเปิดออก คุณสามารถเก็บเข็มทิศ (Compass) จากหีบสมบัติได้หากต้องการ

มีป้อมปืนติดผนัง (Wall Turrets) อยู่ที่ด้านข้างของห้อง ซึ่งจะยิงลูกบอลออกมาใส่ Link หลบหลีกลูกบอลเหล่านั้นและเก็บกุญแจดอกใหญ่ (Big Key) จากหีบสมบัติในห้องนี้ หลังจากนั้น ให้เดินย้อนกลับลงมาหนึ่งฉากและไปทางซ้ายหนึ่งฉากเพื่อกลับสู่ห้องโถงหลัก เดินขึ้นไปหนึ่งฉาก ไปทางซ้ายสองฉาก และคราวนี้ให้เดินต่อไปทางซ้ายอีกหนึ่งฉาก

ห้องนี้มีไหวางเรียงรายอยู่มากมายพร้อมกับรูปปั้น Beamos ตั้งอยู่ตรงกลางพอดี มีไอเทมดีๆ ให้เก็บเยอะมาก แต่ต้องระวังเลเซอร์ของ Beamos ให้ดี ใต้ไหที่มุมซ้ายบนจะมีสวิตช์ที่พื้นซึ่งจะเปิดประตูออก ในห้องถัดไป ให้เปิดหีบสมบัติใบใหญ่เพื่อรับถุงมือพลัง (Power Glove) ไอเทมนี้จะช่วยให้ Link สามารถยกหินก้อนใหญ่ขึ้นได้ เดินย้อนกลับลงมาหนึ่งฉากและไปทางขวาหนึ่งฉาก

เดินลงมาอีกหนึ่งฉากและไปทางซ้ายหนึ่งฉาก โดยคอยหลบเลี่ยงศัตรูระหว่างทาง ออกจากดันเจี้ยนในครึ่งแรกทางทิศใต้เพื่อกลับออกมาด้านนอก ในขณะที่อยู่ข้างนอก ให้เดินลงทางใต้ไปตามขอบทางด้านซ้าย แล้วคุณจะสามารถเก็บ Piece of Heart ชิ้นที่ 8 ได้ ตอนนี้ให้วิ่งไปยังด้านเหนือสุดของทะเลทราย จะมีทางเข้าอีกแห่งหนึ่งซึ่งถูกขวางด้วยก้อนหินหลายก้อน ตอนนี้คุณสามารถยกหินเหล่านี้ได้แล้ว ให้ยกมันออกและเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของดันเจี้ยน

มีบล็อกสามก้อนอยู่ที่มุมขวาบนในห้องนี้ หลบรูปปั้น Beamos และผลักบล็อกก้อนล่างสุดลงมาเพื่อเปิดประตู จะมีแผ่นกระเบื้องบิน (Flying Tiles) จำนวนมากลอยขึ้นมาจากพื้นและพุ่งเข้าหา Link Link สามารถหลบการโจมตีเหล่านี้ได้โดยการซ่อนตัวอยู่ตรงทางเข้าประตู ซึ่งจะทำให้กระเบื้องพุ่งชนกำแพงจนแตกไปเอง หรืออีกวิธีหนึ่ง Link สามารถรีบคว้ากุญแจที่ซ่อนอยู่ใต้ไหบริเวณมุมซ้ายล่างของห้อง แล้วรีบเดินผ่านประตูที่ล็อคอยู่ไปอย่างรวดเร็ว

มีห้องอีกห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วย Beamos และ Popo หลายตัว กำจัด Popo ให้หมดแล้วเดินไปทางขวาผ่านประตูที่เปิดออก ห้องขนาดใหญ่ห้องนี้มี Popo และ Beamos อีกหลายตัว เมื่อเดินมาถึงกลางห้องจะมีไหเรียงรายอยู่ให้ Link ยก ไหใบที่สองจากทางขวาจะซ่อนกุญแจดอกเล็กเอาไว้ เก็บมันขึ้นมาแล้วเดินผ่านประตูข้างหน้าไป

มีห้องกระเบื้องบิน (Flying Tile) อีกห้องหนึ่ง คราวนี้กุญแจจะซ่อนอยู่ใต้ไหที่มุมขวาบน กำจัด Red Eyegore ที่อยู่ในห้องถัดไป จากนั้นหยิบตะเกียง (Lamp) ออกมา จุดคบเพลิงทั้งสี่จุด จะทำให้กำแพงเคลื่อนที่และเปิดเผยทางเข้าไปพบบอสดันเจี้ยน เมื่อคุณพร้อมแล้ว ให้เดินขึ้นไปหนึ่งฉากเพื่อเผชิญหน้ากับ Lanmolas

พวก Lanmolas จะเริ่มต้นจากการอยู่ใต้ดิน และคุณจะเห็นพื้นดินสั่นสะเทือนก่อนที่พวกมันจะโผล่ขึ้นมา เมื่อ Lanmola พุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน มันจะยิงก้อนหินสี่ก้อนออกไป โดยแต่ละก้อนจะพุ่งกระจายออกไปในทิศทางทแยงมุมที่แตกต่างกัน

ในขณะที่ Lanmola โผล่พ้นดินขึ้นมา จุดอ่อนของมันจะอยู่ที่ส่วนหัว Link สามารถใช้ดาบฟันโจมตีศัตรูตัวนี้ได้ก่อนที่มันจะมุดกลับลงไปใต้ดิน แม้จะยากขึ้นมาหน่อย แต่การกะจังหวะยิงธนูให้ดีก็ใช้ได้ผลดีเช่นกัน แต่วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการกำจัดศัตรูเหล่านี้คือการใช้คทาเวทมนตร์น้ำแข็ง (Ice Rod) อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับการใช้ธนู มันต้องการความแม่นยำและการกะจังหวะที่ดีเยี่ยม

เมื่อเหลือ Lanmola เพียงตัวเดียว พฤติกรรมของมันจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย หลังจากที่มันโผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน คราวนี้มันจะยิงหินแปดก้อนพุ่งเข้าหา Link หินเหล่านี้จะกระจายออกมาทั้งในแนวทแยง แนวนอน และแนวตั้ง หลบก้อนหินพวกนี้และจัดการปิดฉาก Lanmola ตัวสุดท้ายด้วยวิธีเดียวกับที่ใช้กำจัดสองตัวแรก

หลังจากที่ Lanmola ตัวสุดท้ายถูกกำจัด ให้เก็บ Heart Container แบบเต็มดวงเพื่อเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดของคุณเป็นแปดหัวใจ หยิบ Pendant of Power แล้วคุณก็จะถูกส่งตัวออกมายังด้านนอกของดันเจี้ยนในไม่ช้า

บทที่ 4 : Tower of Hera.

4.1 Zora’s Flippers and Death Mountain.

ตอนนี้เมื่อ Link ได้รับ Power Glove มาแล้ว ก็มีไอเทมดีๆ อีกหลายชิ้นให้เราไปเก็บรวบรวม รวมถึงชิ้นส่วนหัวใจ (Heart Pieces) สองชิ้นและตีนกบ (Zora’s Flippers) คุณจะต้องมีเงิน 500 Rupees เพื่อซื้อ Flippers ดังนั้นหากคุณยังหาจุดเก็บ Rupee ลับไม่ครบ อย่าลืมกลับไปเช็คดูในบทก่อนหน้านะครับ ก่อนอื่นเราจะออกจากทะเลทรายไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วเดินกลับไปยังบ้านของ Link (Link’s House)

จากบ้านของ Link ให้เดินไปทางตะวันออกแล้วขึ้นเหนือข้ามสะพานไป เดินไปทางเหนือต่อไปอีกสองฉาก แล้วมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเพื่อไปยังร้านขายยา (Potion Shop) อีกครั้ง ทางตะวันออกของร้านขายยาจะมีหินก้อนใหญ่ ซึ่งตอนนี้ Link สามารถยกมันขึ้นได้แล้วเพราะเขามี Power Glove โยนมันให้พ้นทางแล้วเดินมุ่งหน้าไปทางตะวันออก

ใช้ Pegasus Shoes ของคุณพุ่งชนหินเพื่อเปิดทาง กำจัดหรือหลบหลีก Buzz Blobs แล้วเดินขึ้นไปตามทางฝั่งขวา ที่นี่จะมีศัตรูอยู่หลายชนิด แต่คุณสามารถหลบหลีกพวกมันทั้งหมดได้ในขณะที่มุ่งหน้าไปทางเหนือเพื่อเข้าสู่ Zora’s Waterfall

ที่นี่คุณจะพบ River Zora จำนวนมาก แต่บางตัวจะขึ้นมาบนน้ำตื้นและเดินเข้าหา Link คุณสามารถทำให้พวกมันมึนงงได้ด้วยการฟันดาบหนึ่งครั้ง แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว แค่พยายามหลบหลีกพวกมันก็พอ เดินขึ้นไปตามทาง มุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ คุณจะเห็น Piece of Heart อยู่บนขอบหน้าผาที่สูงกว่าทางด้านขวา แต่เรายังไม่สามารถเก็บมันได้ในตอนนี้

เมื่อคุณเริ่มเดินไปทางตะวันออก เส้นทางน้ำจะแยกออก ให้เลือกเส้นทางใต้สุดแล้วมุ่งหน้าไปทางตะวันออก เดินทางไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือของน้ำตก แล้วคุณจะได้พบกับ King Zora ลองขอซื้อ Flippers จากเขา แล้วเขาจะเสนอขายให้คุณในราคา 500 Rupees Flippers เป็นไอเทมที่จำเป็น และจะช่วยให้ Link ว่ายน้ำในบริเวณที่ลึกได้ นอกจากนี้ ตอนนี้ Link สามารถใช้ทางน้ำของ Zora (Zora Waterways) ที่กระจายอยู่ทั่ว Hyrule ได้แล้ว

จากจุดที่ King Zora อยู่ ให้เดินตรงลงมาทางใต้เพื่อพบกับน้ำตก ว่ายน้ำเข้าหามันเพื่อกระโดดลงไปยังพื้นที่ด้านล่าง เดินลงมาแล้วไปทางซ้ายเพื่อพบกับพื้นที่บนบก เดินต่อไปและเก็บ Piece of Heart ชิ้นที่ 9 กระโดดลงน้ำตกอีกแห่งหนึ่ง แล้วออกจาก Zora’s Waterfall ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของฉาก

เดินไปทางด้านซ้ายของฉากนี้แล้วคุณจะพบกับน้ำตก กระโดดลงน้ำแล้วว่ายเข้าไปในน้ำตกเพื่อพบกับถ้ำลับ ด้านในนั้น Link จะพบสระน้ำลึกลับ (Mysterious Pond) ซึ่งเขาสามารถโยนสิ่งของบางอย่างลงไปในน้ำได้ หลังจากโยนไอเทมลงไปแล้ว นางฟ้าจะปรากฏตัวขึ้น พร้อมถาม Link ว่าเขาทำสิ่งของชิ้นนี้ตกใช่ไหม ให้ตอบใช่ แล้วนางฟ้าจะคืนอาวุธให้ Link มีการอัปเกรดบางอย่างที่ Link สามารถหาได้จากสระน้ำนี้ Link สามารถโยน Boomerang ลงไปเพื่อรับ Magical Boomerang Link ยังสามารถโยน Fighter’s Shield ลงไปเพื่อรับ Fire Shield ได้ด้วย และสุดท้าย Link สามารถโยนขวดเปล่า (Empty Bottle) ลงไปเพื่อรับขวดคืน ซึ่งคราวนี้จะเติมเต็มไปด้วยยาวิเศษ (Medicine of Magic)

ทางทิศใต้ของสระน้ำลึกลับเล็กน้อย Link จะพบหนึ่งในทางน้ำของ Zora (Zora’s Waterways) ซึ่งตั้งอยู่ในน้ำ จุดวาร์ปนี้จะดูเหมือนกับจุดที่ River Zora จะโผล่ขึ้นมา แต่มันจะไม่หายไป ว่ายเข้าไปในนั้น แล้วมันจะพา Link ไปยัง Lake Hylia ซึ่งตั้งอยู่ที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของ Overworld

หลังจากผ่านทางน้ำน้ำวน (Whirlpool Waterway) มาแล้ว ให้ว่ายน้ำไปทางทิศเหนือเพื่อไปยังเกาะเล็กๆ ภายในทะเลสาบ เข้าไปในถ้ำตรงนี้ แล้วคุณจะมาอยู่ที่สระแห่งความสุข (Pond of Happiness) ที่ปลายสุดทิศเหนือของถ้ำนี้ Link จะพบกับสระน้ำ และหากเขาเดินเข้าไปใกล้ เขาจะมีตัวเลือกให้โยน Rupee ลงในสระ ในตอนแรก Link สามารถเลือกโยน 5 หรือ 20 Rupee ก็ได้ หลังจากโยน Rupee ลงไปแล้ว คุณสามารถเดินออกห่างจากสระสักสองสามก้าวแล้วเดินกลับมาเพื่อโยน Rupee เพิ่มได้

โยน Rupee ลงในสระซ้ำๆ จนกว่าคุณจะโยนไปครบ 100 Rupee Venus ราชินีแห่งนางฟ้า (Queen of Fairies) จะปรากฏตัวขึ้น พร้อมถาม Link ว่าเขาต้องการพก Bomb หรือ Arrow เพิ่มขึ้นไหม การเลือกพก Bomb เพิ่ม จะทำให้ Link พก Bomb ได้สูงสุด 15 ลูก ส่วนการเลือกพก Arrow เพิ่ม จะทำให้ Link พก Arrow ได้สูงสุด 35 ดอก

หลังจากนั้นสักครู่ Link สามารถเดินกลับไปที่สระน้ำได้อีกครั้ง และจะมีตัวเลือกให้โยน Rupee เพิ่มลงไป คราวนี้เขาสามารถโยนได้เร็วขึ้น โดยโยนทีละ 25 หรือ 50 Rupee ทุกครั้งที่ Link โยนครบ 100 Rupee Venus จะปรากฏตัวขึ้นและเสนอตัวอัปเกรด Bomb หรือ Arrow ให้ Link Link สามารถอัปเกรด Bomb หรือ Arrow ได้ทีละ 5 ชิ้นในแต่ละครั้ง การอัปเกรดขั้นสุดท้ายสำหรับทั้ง Bomb และ Arrow คือการเพิ่มความจุขึ้น 10 ชิ้น ซึ่งจะทำให้ Link สามารถพก Bomb ได้สูงสุด 50 ลูก และ Arrow สูงสุด 70 ดอก ทางขวาของสระแห่งความสุขเพียงเล็กน้อย Link สามารถระเบิดกำแพงเพื่อพบกับนางฟ้าที่บินไปมา เพื่อนำมาเก็บไว้ในขวดได้

พอด้านนอกของ Pond of Happiness ให้กระโดดลงน้ำและว่ายไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ว่ายตามทางน้ำแคบๆ ขึ้นไปหนึ่งฉากและไปทางซ้ายหนึ่งฉากเพื่อไปยังสะพาน ว่ายน้ำไปทางสะพาน แล้ว Link จะถูกพาไปยังพื้นที่ใต้สะพาน พูดคุยกับ Camper ที่พบที่นี่ แล้วเขาจะมอบขวดเปล่าใบที่ 3 ให้กับคุณ!

ว่ายน้ำกลับไปทางขวาและลงมาหนึ่งฉากเพื่อกลับไปยัง Lake Hylia ใช้บันไดใกล้ๆ ทางขวาเพื่อกลับขึ้นฝั่ง เดินขึ้นไปหนึ่งฉาก ไปทางซ้ายหนึ่งฉาก และขึ้นไปอีกสองฉาก ข้ามสะพานแล้วเดินขึ้นไปอีกหนึ่งฉากเลียบฝั่งซ้ายมือ เดินไปทางซ้ายหนึ่งฉากเพื่อไปยังสุสานแห่ง Hyrule (Hyrulian Cemetery)

เข้าไปในบริเวณสุสาน และมุ่งหน้าไปยังมุมซ้ายบน ยกก้อนหินเล็กๆ สองก้อนที่ขวางหลุมศพออก แล้วดันหลุมศพให้เปิดออกเพื่อเผยให้เห็นหลุมลับ กระโดดลงไปเพื่อกลับไปสู่ท่อระบายน้ำของ Hyrule Castle อีกครั้ง

ตอนนี้เมื่อคุณมี Bomb และ/หรือ Pegasus Shoes แล้ว คุณสามารถระเบิดกำแพงทางด้านตะวันตกของฉากให้เปิดออกได้ ในห้องลับนี้ คุณจะพบหีบสมบัติสามใบ ใบหนึ่งมีเงิน 300 Rupees และอีกสองใบมี Bomb และ Arrow ออกจากห้องกลับไปทางขวา แล้วเดินขึ้นไปหนึ่งฉาก เดินผ่านห้องต่างๆ เพื่อกลับไปยัง Sanctuary แล้วเดินออกไปสู่ Overworld

จากด้านนอก Sanctuary ให้ไปทางซ้ายหนึ่งฉากและขึ้นหนึ่งฉาก ใกล้ๆ กับส่วนบนของฉากนี้ Link สามารถอ่านป้ายที่มีข้อความห้ามเข้า Death Mountain ได้ ทางขวาของป้ายนี้เล็กน้อย Link สามารถยกหินก้อนใหญ่ออกแล้วเข้าไปในถ้ำ ซึ่งจะนำไปสู่ Death Mountain

กระโดดลงจากหน้าผาแล้วเลี้ยวขวาที่ทางแยกแรก เลือกเส้นทางทิศใต้ที่ทางแยกถัดไปแล้วเดินไปจนถึงกำแพงทางขวา จะมีทางเดินแคบๆ มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ให้เดินไปตามทางนั้น ทางขวาเล็กน้อย Link จะพบกับชายชราผู้หลงทาง (Old Man) พูดคุยกับเขาแล้วเดินต่อไปทางขวาเพื่อไปยังฉากถัดไป

ระวังหลุมพรางในถ้ำนี้ และเดินไปจนสุดขอบด้านขวาของห้อง เมื่อถึงปลายทาง ชายชราจะบอกให้ Link เลี้ยวขวา โดยมุ่งหน้าลงล่าง เดินตามทางนี้ต่อไปแล้วออกจากถ้ำเพื่อเข้าสู่ Death Mountain

พื้นที่บริเวณนี้เต็มไปด้วย Deadrocks และหินที่ร่วงหล่นลงมา (Boulders) Deadrock จะกลายเป็นหินหาก Link ใช้ดาบฟันใส่มัน สิ่งนี้อาจสร้างปัญหาได้เนื่องจากพวกมันสามารถขวางทางเดินของ Link ได้ หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง พวกมันจะกลับมามีชีวิตและเคลื่อนไหวไปมา หลบหลีกศัตรูและก้อนหิน แล้วเดินต่อไปทางขวา

เมื่อ Link และชายชราเดินผ่านถ้ำแห่งต่อไป ชายชราจะขอบคุณ Link และมอบ Magic Mirror ให้กับเขา! ไอเทมชิ้นนี้จะมีประโยชน์ในไม่ช้า จากนั้นชายชราจะเดินเข้าไปในถ้ำเล็กๆ แห่งนี้ ในระหว่างการผจญภัย Link สามารถกลับมาที่ถ้ำนี้เพื่อพูดคุยกับชายชรา และเขาจะช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับ Link ได้ตลอดเวลา

หลังจากที่ชายชราเดินเข้าไปในถ้ำ ให้เดินไปทางขวาแล้วขึ้นบันไดขั้นแรกที่ Link พบ เดินไปทางขวาแล้วขึ้นไป จะพบกับถ้ำแห่งหนึ่ง ให้ข้ามมันไปและเดินไปจนสุดทางซ้ายของฉาก ข้ามถ้ำตรงนี้ไปเช่นกัน แล้วปีนขึ้นบันไดขนาดใหญ่แทน

ทางขวาของบันไดใหญ่ Link จะพบถ้ำที่เขาสามารถเข้าไปได้ ทางทิศใต้ของถ้ำนี้โดยตรง Link จะมองเห็นส่วนหนึ่งของถ้ำอีกแห่งที่อยู่ริมหน้าผา กระโดดลงไปที่ถ้ำนี้แล้วเข้าไปข้างใน เดินขึ้นบันไดที่ปลายสุดด้านเหนือของห้องแล้วเดินอ้อมไปเก็บ Piece of Heart ชิ้นที่ 10 กระโดดลงไปในหลุมที่อยู่ข้างใต้ชิ้นส่วนหัวใจพอดี และเก็บนางฟ้าทางขวาได้เลยหากต้องการ เดินไปทางซ้ายหนึ่งฉากแล้วออกจากถ้ำนี้ไปทางทิศใต้

กระโดดลงจากหน้าผาแล้วเดินไปทางซ้ายอีกครั้ง ปีนขึ้นบันไดยาวแล้วมุ่งหน้าไปทางขวาจนสุดทาง Link จะพบกับก้อนหินสามก้อนตรงกลางพื้นที่นี้ ตรงกลางนั้น Link จะพบจุดวาร์ปสีน้ำเงิน (Blue Warp Portal) จุดวาร์ปนี้จะนำพากลับสู่ Dark World

เมื่อ Link มาถึง Dark World เขาจะกลายร่างเป็นกระต่ายที่ไร้ทางสู้ ให้เดินตรงไปทางทิศตะวันตก แล้ว Link จะพบกับพื้นที่บนพื้นซึ่งมีลวดลายรูปข้าวหลามตัดสองแบบแยกกันอย่างชัดเจน ยืนบนลวดลายทางขวาแล้วใช้ Magic Mirror ที่เราเพิ่งได้มาจากชายชรา ซึ่งจะส่งตัว Link กลับสู่ Light World

หยิบ Piece of Heart ชิ้นที่ 11 ซึ่งอยู่ใกล้ๆ แล้วกระโดดลงจากหน้าผาไปทางเหนือ เดินไปทางขวาแล้วเข้าไปในอาคารที่นี่ ในที่สุดก็มาถึงดันเจี้ยนต่อไป Tower of Hera แล้ว

4.2 : Tower of Hera.

จากจุดเริ่มต้นของดันเจี้ยน ให้ฟันไปที่สวิตช์คริสตัล (Crystal Switch) เพื่อลดระดับบล็อกสีน้ำเงินลง เดินลงบันไดที่อยู่ทางด้านซ้ายของห้อง ที่นี่จะมี Stalfos สองตัว รวมถึงศัตรู Mini-Moldorm คุณสามารถกำจัดศัตรูเหล่านี้ได้หากต้องการ แต่จริงๆ แล้วคุณเพียงแค่ต้องเก็บกุญแจดอกเล็ก (Small Key) เท่านั้น จะเลือกตีคริสตัลบล็อกหรือแค่ใช้บูมเมอแรง (Boomerang) ดึงมันมาก็ได้ จากนั้นเดินกลับขึ้นบันไดไป

ไปยืนอยู่ทางทิศเหนือของบล็อกสีน้ำเงินที่ถูกลดระดับลงมาใกล้กับทางเข้าดันเจี้ยน ใช้บูมเมอแรงปาใส่สวิตช์คริสตัล เพื่อทำให้บล็อกสีส้มลดระดับลง ที่สุดทางเหนือของห้อง คุณสามารถเปิดหีบสมบัติที่พบตรงนี้เพื่อรับแผนที่ดันเจี้ยน (Dungeon Map) หลบหลีก Red Kodongo ที่จะพ่นไฟใส่คุณ แล้วใช้กุญแจดอกเล็กไขประตูที่ล็อคอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของห้อง

ภายในห้องนี้จะมีแผ่นกระเบื้องบิน (Flying Tiles) พุ่งเข้ามาหา ใช้ดาบฟันทำลายพวกมันขณะที่บินเข้ามาจนกว่าพวกมันจะออกมาจนหมด ฟันสวิตช์คริสตัลเพื่อลดระดับบล็อกสีน้ำเงินลง แล้วเดินไปทางขวาหนึ่งฉาก

โจมตีสวิตช์คริสตัลเพื่อลดระดับบล็อกสีส้มลง แล้วเดินลงมาหนึ่งฉาก กำจัดศัตรูในห้องนี้หากคุณต้องการให้ทุกอย่างง่ายขึ้น หยิบตะเกียง (Lamp) ของคุณออกมาแล้วจุดคบเพลิงทั้งสี่จุดในห้องนี้ ซึ่งจะทำให้หีบสมบัติปรากฏขึ้น เปิดมันเพื่อรับกุญแจดอกใหญ่ (Big Key)!

เดินย้อนกลับขึ้นไปหนึ่งฉาก และตรวจสอบให้แน่ใจว่าบล็อกสีส้มถูกยกขึ้นมาแล้วก่อนที่จะเดินไปทางซ้าย โจมตีสวิตช์เพื่อยกบล็อกสีน้ำเงินขึ้น แล้วเดินขึ้นบันไดไป มุ่งหน้าไปยังมุมตะวันออกเฉียงใต้ของห้อง และเดินขึ้นบันไดที่พบตรงจุดนี้

ระวังอย่าตกลงไปในหลุมบริเวณนี้ เพราะมันจะพาคุณกลับไปที่ชั้นก่อนหน้า กำจัด Hardhat Beetles ทั้งสามตัว แล้วเดินไปทางซ้ายผ่านประตูที่เปิดออก ห้องนี้จะแตกต่างออกไปเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่าบล็อกสีไหนถูกลดระดับลงมา ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ให้เหยียบสัญลักษณ์รูปดาวบนพื้นเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งของหลุมในห้อง เมื่อคุณมีทางเดินที่โล่งแล้ว ให้เดินขึ้นไปผ่านประตูที่ล็อคอยู่

เดินผ่านห้องนี้ไป โดยเหยียบสัญลักษณ์รูปดาวหากจำเป็น ทางด้านขวามือ ต้องแน่ใจว่าสวิตช์คริสตัลเป็นสีแดงและบล็อกสีน้ำเงินถูกยกขึ้นแล้วก่อนที่จะเดินขึ้นบันได

ยกไหบริเวณนี้ขึ้นและกำจัด Mini-Moldorm ที่ขวางทางคุณอยู่ ตรงกลางห้อง ให้เปิดหีบสมบัติเพื่อรับเข็มทิศ (Compass) มุ่งหน้าไปยังมุมตะวันตกเฉียงเหนือของห้อง แล้วเดินขึ้นบันไดไป

เหยียบสัญลักษณ์รูปดาวบนพื้นที่อยู่ทางด้านซ้ายของห้องเพื่อเปลี่ยนทิศทางของหลุมต่างๆ หลุมเดี่ยวเล็กๆ จะปรากฏขึ้นบริเวณตอนกลางค่อนไปทางเหนือของห้อง ไปยืนอยู่ทางทิศเหนือของหลุมนี้พอดี แล้วทิ้งตัวลงไปสู่ชั้นล่าง เดินขึ้นไปและเปิดหีบสมบัติเพื่อรับไอเทมประจำดันเจี้ยน นั่นคือ Moon Pearl! เดินลงมาและมุ่งหน้ากลับไปยังมุมตะวันตกเฉียงเหนือของห้อง แล้วเดินกลับขึ้นบันไดไป

เดินไปยังมุมตะวันตกเฉียงเหนือของห้อง แล้วคุณจะพบกับหลุมหลายหลุม หากคุณตกลงไปในหลุมที่อยู่เหนือสุด Link จะร่วงทะลุลงไปหลายห้อง โดยตกลงไปในไหขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนแต่ละชั้น ที่ชั้นล่างสุด Link จะพบว่าตัวเองอยู่ในสระนางฟ้าเล็กๆ ดังนั้นอย่าลืมจับนางฟ้าไว้หากคุณจำเป็นต้องใช้ ก้าวเข้าไปในจุดวาร์ปเพื่อกลับไปยังชั้นที่สูงกว่า

ที่ด้านตะวันออกของห้อง จะมีไหเรียงรายอยู่ล้อมรอบด้วยบล็อกสีส้มที่ลดระดับลงมา ใต้บล็อกแต่ละก้อนเหล่านี้จะมีหัวใจฟื้นฟูพลัง (Recovery Heart) ซ่อนอยู่ ซึ่งจะมีประโยชน์ในการฟื้นฟูพลังชีวิตหากคุณเจอศึกหนักระหว่างสู้กับบอส เมื่อคุณพร้อมแล้ว ให้ปีนบันไดที่มุมตะวันออกเฉียงเหนือของห้องเพื่อไปสู่ห้องบอส

บอสของดันเจี้ยนนี้มาในรูปแบบของ Moldorm เมื่อคุณพร้อมที่จะต่อสู้กับมัน ให้กระโดดลงจากขอบทางตอนใต้สุดของห้องเพื่อเข้าสู่ลานประลอง Moldorm เป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายหนอนขนาดใหญ่ที่เคลื่อนที่ไปตามพื้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าตัว Moldorm เองจะไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อ Link มากนัก แต่ขอบหน้าผาที่อยู่รอบๆ ต่างหากคือสิ่งที่จะทำให้ Link ลำบากที่สุด หาก Moldorm ชน Link ตกจากขอบแท่นประลอง Link จะร่วงกลับลงไปยังชั้นก่อนหน้า

จุดอ่อนของ Moldorm คือหางของมัน เมื่อ Link หาจังหวะเปิดได้ เขาควรใช้ดาบฟันเข้าที่ Moldorm Link สามารถใช้กำแพงทิศใต้เป็นเหมือนตาข่ายนิรภัยได้ เพราะหาก Moldorm ชน Link กระเด็นไปโดนกำแพงนั้น เขาจะไม่ตกลงจากขอบลาน อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ดีคือ Link สามารถใช้ Pegasus Boots พุ่งตัวทะลุผ่าน Moldorm และฟันเข้าที่หางของมันระหว่างทางได้เลย หลังจากฟันดาบไปห้าครั้ง Moldorm จะเริ่มเคลื่อนที่ไปรอบๆ ห้องเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ฟันดาบซ้ำอีกเพียงหนึ่งครั้ง Moldorm ก็จะถูกกำจัด

หลังจากที่ Moldorm ถูกกำจัดแล้ว ให้เก็บ Heart Container เพื่อเพิ่มพลังชีวิตของคุณเป็นเก้าหัวใจเต็ม หยิบ Pendant of Wisdom แล้วคุณก็จะถูกส่งตัวออกมายังด้านนอกของดันเจี้ยนในไม่ช้า

บทที่ 5 : ปราสาทไฮรูลทาวเวอร์. (Hyrule Castle Tower)

5.1 : ดาบมาสเตอร์ซอร์ด (The Master Sword)

เมื่อลิงก์ (Link) ได้รับเครื่องรางครบทั้งสามชิ้นแล้ว ก็ถึงเวลาออกตามหาดาบมาสเตอร์ซอร์ด จากภายนอกบริเวณทางเข้าหอคอยแห่งเฮรา ให้กระโดดลงมายังขอบผาด้านล่าง เดินไปทางทิศตะวันตกจนสุดขอบพื้นที่ จากนั้นเดินลงบันไดขนาดใหญ่ แล้วเข้าไปในถ้ำตรงจุดนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางนำออกจากภูเขาเดธเมาน์เทน (Death Mountain)

ภายในถ้ำอันมืดมิดแห่งนี้ประกอบด้วยห้องเพียงสองห้องที่เต็มไปด้วยค้างคาวคีส (Keese) และหลุมตามพื้นดินที่ลิงก์อาจพลัดตกลงไปได้ ขอให้ระมัดระวังในการเดินทางผ่านห้องเหล่านี้ แล้วเดินออกจากถ้ำไป

เมื่อกลับออกมาภายนอกแล้ว ให้กระโดดลงจากขอบผาและเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ จากนั้นเดินไปยังมุมตะวันตกเฉียงเหนือของพื้นที่นี้ แล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเพื่อเข้าสู่ป่าแห่งความหลงลืม (Lost Woods)

เดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และเดินลอดผ่านขอนไม้ท่อนแรกที่มองเห็น จากนั้นเดินลอดผ่านขอนไม้อันถัดไปที่อยู่ทางซ้ายทันที คุณจะเห็นขอนไม้ท่อนที่สามอยู่ทางทิศตะวันตก ให้เดินไปลอดผ่านท่อนนั้น เดินลอดผ่านขอนไม้อีกหนึ่งท่อนต่อไป และเดินมุ่งหน้าไปยังมุมตะวันตกเฉียงเหนือของป่า Lost Woods จากนั้นเดินลอดผ่านขอนไม้ท่อนสุดท้ายเพื่อเข้าสู่พื้นที่ป่าส่วนพิเศษ

เดินขึ้นไปทางทิศเหนือจะพบกับแท่นที่ประดิษฐานดาบมาสเตอร์ซอร์ด เดินขึ้นไปบนแท่นและสำรวจเพื่อดึงดาบมาสเตอร์ซอร์ด ซึ่งจะตัดเข้าสู่ฉากคัตซีนที่ลิงก์ปลดปล่อยพลังของเครื่องรางทั้งสามและได้รับดาบมาสเตอร์ซอร์ดมาครอบครอง!

ทันทีหลังจากได้รับดาบมาสเตอร์ซอร์ด ลิงก์จะได้รับการติดต่อทางจิต (โทรจิต) จากซาฮาสราห์ลา (Sahasrahla) และหลังจากที่ลิงก์เดินออกจากพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหญิงเซลด้าก็จะติดต่อทางจิตมาอีกครั้ง โดยเธอจะตะโกนเตือนว่ามีกองทหารกำลังบุกเข้าไปในโบสถ์ (Sanctuary) ก่อนที่จะส่งเสียงกรีดร้องออกมา

ก่อนที่จะดำเนินภารกิจหลักต่อไป เราสามารถใช้ดาบมาสเตอร์ซอร์ดที่เพิ่งได้มาเพื่อปลดล็อกไอเทมเวทมนตร์ชิ้นใหม่ก่อนได้ ให้เดินออกจากป่า Lost Woods ตามเส้นทางเดิมที่เข้ามา จากนั้นเดินทางไปทางทิศตะวันออกของป่า Lost Woods เล็กน้อย แล้วเข้าไปในถ้ำที่นำทางขึ้นสู่ภูเขาเดธเมาน์เทนอีกครั้ง

ถ้ำแห่งนี้คือถ้ำเดิมที่เราเคยพบชายชราก่อนหน้านี้ ให้เดินทางผ่านถ้ำโดยใช้เส้นทางเดิมอย่างแม่นยำ เดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ แล้วออกจากถ้ำมืดทางมุมตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อกลับออกมาภายนอกบนภูเขาเดธเมาน์เทน ให้ปีนขึ้นไปตามเส้นทางเดิมจนกระทั่งถึงประตูมิติ (Warp Portal) จากนั้นให้ก้าวข้ามประตูมิติเพื่อเข้าสู่โลกแห่งความมืด (Dark World) อีกครั้ง

เนื่องจากตอนนี้คุณมีไข่มุกจันทรา (Moon Pearl) อยู่ในครอบครองแล้ว ลิงก์จึงยังคงร่างเดิมตามปกติ ให้เดินไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อยและใช้กระจกเวทมนตร์ (Magic Mirror) ณ ตำแหน่งเดิมกับที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อข้ามมิติกลับมายังโลกแห่งแสงสว่าง (Light World) จากนั้นกระโดดลงจากขอบผาสูงด้านบนไปยังทิศเหนือ เพื่อให้อยู่บริเวณด้านนอกของหอคอยแห่งเฮรา

ทางทิศตะวันตกของหอคอยแห่งเฮราจะมีสะพานขนาดใหญ่ เดินข้ามสะพานไปแล้วจะพบกับแผ่นหินจารึกสีเขียว ให้เดินเข้าไปใกล้และใช้สมุดมูดอรา (Book of Mudora) ขณะยืนอยู่หน้าแผ่นหิน ลิงก์จะชูดาบขึ้นฟ้าและได้รับตราเวทมนตร์เอเธอร์ (Ether Medallion) ความสามารถของเวทมนตร์นี้สามารถแช่แข็งศัตรูเกือบทั้งหมดบนหน้าจอได้ในคราวเดียว ซึ่งนี่เป็นไอเทมเวทมนตร์สำคัญที่จำเป็นต้องนำไปใช้ในเนื้อเรื่องช่วงหลัง

หลังจากได้รับตราเวทมนตร์เอเธอร์แล้ว ให้ออกจากภูเขาเดธเมาน์เทนตามเส้นทางเดิม จุดหมายถัดไปของเราคือโบสถ์ (Sanctuary) ดังนั้นให้มุ่งหน้าไปที่นั่นทันที เมื่อมาถึง คุณจะพบว่านักปราชญ์ผู้ภักดี (Loyal Sage) นอนบาดเจ็บอยู่บนพื้น โดยเขาจะแจ้งให้ลิงก์ทราบว่าเจ้าหญิงเซลด้าถูกจับตัวไปยังปราสาทไฮรูลแล้ว

ออกจากโบสถ์แล้วเดินไปทางทิศตะวันตกหนึ่งหน้าจอ จากนั้นเดินลงมาทางทิศใต้ทันทีหนึ่งหน้าจอเพื่อเข้าสู่เขตป่า กำจัดหรือหลบหลีกทหารยามแล้วเดินไปทางทิศตะวันออกเพื่อไปยังด้านนอกของปราสาทไฮรูล เดินไปยังด้านหน้าของปราสาทและมุ่งหน้าเข้าสู่ลานกว้าง เดินตรงต่อไปเพื่อเข้าไปในปราสาทไฮรูลอีกครั้ง

เมื่อกลับเข้ามาภายในปราสาทไฮรูล ให้เดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอแล้วขึ้นบันได จากนั้นเดินออกจากปราสาทไฮรูลจากชั้นที่สองนี้เพื่อออกไปยังด้านนอกอีกครั้ง เดินไปทางขวาคุณจะเห็นบาเรียสายฟ้าขวางทางเข้าอยู่ ให้ใช้ดาบฟันทำลายบาเรียดังกล่าว บาเรียจะสลายตัวไป ทำให้คุณสามารถเข้าไปยังปราสาทไฮรูลทาวเวอร์ (Hyrule Castle Tower) ได้

5.2 : หอคอยปราสาทไฮรูล. (Hyrule Castle Tower)

เมื่อคุณเข้ามาภายในปราสาทไฮรูลทาวเวอร์ ให้เดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ คุณจะพบกับทหารลูกตุ้มโซ่ทองคำ (Gold Ball and Chain Troopers) สองตัว ศัตรูเหล่านี้มีพลังชีวิตสูงกว่าร่างสีเทาที่เคยต่อสู้มาในช่วงต้นเกม ให้ใช้บูมเมอแรงปาเพื่อทำให้พวกมันสตันชั่วคราว แล้วตามด้วยการฟันดาบ เมื่อกำจัดทั้งสองตัวได้แล้ว ให้เดินต่อไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ

ในห้องถัดไป ลิงก์จะพบกับอัศวินดาบ (Sword Knights) สองตัว ทหารพวกนี้มีความดุร้ายและรวดเร็วกว่าทหารที่ลิงก์เคยต่อสู้ด้วยมาก่อนหน้า พวกมันจะวิ่งพุ่งตรงเข้ามาหาและหลบหลีกได้ยาก ให้โจมตีจากด้านข้างของลำตัวฝั่งที่ไม่ได้ถือดาบ หลังจากกำจัดพวกมันทั้งสองตัวได้แล้ว ให้เปิดหีบสมบัติเพื่อรับกุญแจดอกเล็ก (Small Key) นำกุญแจไปไขประตูล็อกและขึ้นบันไดไป

ห้องถัดไปนี้จะมีอัศวินดาบอีกหนึ่งตัวและค้างคาวชาซูพา (Chasupa) แต่จะมองเห็นได้ค่อนข้างยากเนื่องจากห้องมืด กำจัดหรือหลบพวกมันแล้วเดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ ห้องต่อไปนี้จะเป็นทางวงกตที่เต็มไปด้วยทหารดาบสีฟ้าและค้างคาวชาซูพา ให้เดินขึ้น, เลี้ยวซ้าย, แล้วเดินลงจนกว่าจะพบคบเพลิง ใช้ตะเกียงจุดไฟเพื่อให้มองเห็นภายในห้อง มีหีบสมบัติทางฝั่งตะวันตกของห้องซึ่งบรรจุกุญแจดอกเล็กอยู่ อย่าลืมเก็บมาด้วย จากนั้นให้หาทางเดินไปยังมุมตะวันออกเฉียงใต้ของห้องแล้วมุ่งหน้าไปทางขวา

ห้องถัดไปนี้ก็มืดเช่นกัน และมีอัศวินดาบอยู่อีกสองตัว คุณสามารถเลือกที่จะกำจัดหรือหลบหลีกพวกมันก็ได้ จากนั้นปีนบันไดขึ้นไปยังชั้นถัดไป

ห้องต่อมานี้ยังคงมืดอยู่ โดยจะมีทหารดาบสีฟ้าวิ่งพุ่งชาร์จเข้าใส่คุณ รวมถึงมีพลธนูสีฟ้าที่คอยยิงธนูโจมตีใส่ กำจัดหรือหลบหลีกพวกมันแล้วมุ่งหน้าไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ เดินตรงไปทางซ้ายแล้วจุดคบเพลิงเพื่อให้แสงสว่างแก่ห้อง กำจัดทหารสีฟ้าจำนวนหนึ่ง แล้วเดินผ่านประตูที่อยู่บริเวณมุมขวาบนของห้องไป

ในห้องนี้จะพบพลธนูสีฟ้าสองนายและทหารดาบสีฟ้าอีกหนึ่งนาย นอกจากนี้ยังมีคบเพลิงสองอันที่สามารถจุดไฟเพื่อให้มองเห็นได้ง่ายขึ้น ให้กำจัดศัตรูทั้งสามตัว โดยพลธนูสีฟ้าตัวหนึ่งจะดรอปกุญแจดอกเล็ก ใช้กุญแจไขประตูล็อกแล้วขึ้นบันไดไป

กำจัดค้างคาวชาซูพาสองตัวและอัศวินหอก (Spear Knights) สองตัวเพื่อเปิดประตูด้านซ้าย ก่อนที่จะเดินไปทางซ้าย คุณสามารถอ่านข้อความบนแผ่นหินโทรจิตบนผนังเพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการต่อสู้กับอกาห์นิม (Agahnim) ได้ ในห้องถัดไปให้กำจัดทหารหอกสีแดงสองตัวแล้วเดินลงมาด้านล่างหนึ่งหน้าจอ

ห้องนี้จะมีทหารหอกสีแดงสองตัวและค้างคาวชาซูพาสองตัว ทหารหอกตัวที่อยู่ตรงกลางห้องจะถือกุญแจดอกเล็กอยู่ ให้ยกหม้อขึ้นและกำจัดเขา เดินต่อไปทางขวาหนึ่งหน้าจอจะพบกับศัตรูที่รับมือได้ยากสามตัว กำจัดหรือเพิกเฉยต่อพวกมันแล้วขึ้นบันไดไป

ผลักรูปปั้นไปทางซ้ายและกำจัดศัตรูหากต้องการ ก่อนจะเดินต่อไปยังห้องถัดไป เดินข้ามขอบทางเดินแคบๆ แล้วปีนบันไดขึ้นสู่ชั้นถัดไป เดินตรงไปข้างหน้าแล้วคุณจะพบกับอกาห์นิมและเจ้าหญิงเซลด้า หลังจากการสนทนาจบลง ให้ใช้ดาบฟันผ้าม่านผืนกลางตามแนวด้านบนของห้อง แล้วมุ่งหน้าขึ้นไปเผชิญหน้ากับอกาห์นิม

อกาห์นิมไม่สามารถสร้างความเสียหายได้ด้วยดาบมาสเตอร์ซอร์ดโดยตรง แต่ลิงก์จะต้องใช้เวทมนตร์ของพ่อมดเองสะท้อนกลับไปทำร้ายเขา อกาห์นิมมีรูปแบบการโจมตีหลักสามแบบ แบบแรกคือการยิงลูกแก้วเวทมนตร์พุ่งเข้าใส่ลิงก์ ลูกแก้วเหล่านี้สามารถใช้ดาบมาสเตอร์ซอร์ดฟันสะท้อนกลับไปหาอกาห์นิมเพื่อสร้างความเสียหายให้แก่เขาได้

นอกจากนี้ อกาห์นิมจะปล่อยอัญมณีหมุนวนเข้าใส่ลิงก์เป็นครั้งคราว หากลิงก์ใช้ดาบฟันการโจมตีนี้ ลูกแก้วจะแตกกระจายออกเป็นหกทิศทาง ซึ่งมักจะสร้างความเสียหายให้แก่ลิงก์ ทางที่ดีที่สุดคือควรหลบหลีกการโจมตีรูปแบบนี้ และเป็นบางครั้งที่อกาห์นิมจะลอยไปอยู่ตรงกึ่งกลางด้านบนสุดของห้อง เมื่อเขาไปอยู่ตรงนั้น ให้ยืนหลบอยู่ทางฝั่งซ้ายหรือขวาของอกาห์นิม หากอกาห์นิมหันมามองที่ลิงก์ แสดงว่าเขากำลังจะใช้การโจมตีสองรูปแบบแรก แต่หากเขายังคงหันหน้าลงมาทางทิศใต้ นั่นหมายความว่าเขากำลังจะปล่อยการโจมตีด้วยสายฟ้าที่รุนแรงอย่างยิ่ง จงหลีกเลี่ยงการยืนใกล้บริเวณกึ่งกลางห้องระหว่างการโจมตีนี้

จงฟันสะท้อนการโจมตีของอกาห์นิมต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งปราบเขาลงได้ หลังจากนั้น ลิงก์จะถูกดึงดูดข้ามมิติไปยังโลกแห่งความมืด (Dark World)

ข้อควรระวังเพิ่มเติมสำหรับบทนี้ :

ในการต่อสู้กับ Agahnim ระวังเรื่องการเผลอฟันลูกแก้วกระจาย (Spinning Jewel) เพราะสะท้อนไม่ได้และจะแตกออกเป็น 6 ทิศทาง ทำความเสียหายหนักมาก แนะนำให้หลบอย่างเดียว.

ช่วงที่ Agahnim ลอยไปกึ่งกลางด้านบนห้อง ต้องสังเกตทิศทางการหันหน้าให้ดี หากหน้าตรงลงมา ให้รีบฉากหลบไปชิดมุมห้องทันทีเพื่อหลบสายฟ้าผ่า.

บทที่ 6 : วังแห่งความมืด. (Dark Palace)

6.1 โลกแห่งความมืด. (Dark World)

เมื่อคุณสามารถควบคุมลิงก์ในโลกแห่งความมืด (Dark World) ได้แล้ว ให้เดินลงมาจากพีระมิดแห่งพลัง (Pyramid of Power) ไปทางฝั่งขวา บริเวณขอบขวาสุดของพีระมิด คุณจะพบกับชิ้นส่วนหัวใจ (Piece of Heart) ให้กระโดดลงไปยังขอบผาใกล้เคียงแล้ววิ่งไปเก็บชิ้นส่วนหัวใจชิ้นนี้มา

กระโดดลงจากพีระมิดแล้วมุ่งหน้าไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ ก่อนที่เราจะเดินทางไปยังดันเจี้ยนแห่งแรกในโลกแห่งความมืด มีไอเทมอันทรงพลังชิ้นหนึ่งที่เราสามารถไปเก็บมาได้ก่อน ในระหว่างทางคุณจะพบกับฝูงศัตรูหน้าใหม่หลากหลายชนิด สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ส่วนใหญ่คือร่างคู่ขนานในโลกแห่งความมืดของศัตรูที่คุณเคยพบในโลกแห่งแสงสว่าง

เดินขึ้นไปด้านบนสองหน้าจอและเลี้ยวขวาหนึ่งหน้าจอ เพื่อไปยังพื้นที่ซึ่งเดิมเคยเป็นร้านขายยาเวทมนตร์ในโลกแห่งแสงสว่าง ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ได้กลายเป็นร้านค้าของพ่อค้า แต่ไม่มีสินค้าอะไรที่คุ้มค่าแก่การซื้อ ให้ยกหินก้อนใหญ่ทางขวาของร้านแล้วเดินต่อไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ จากนั้นเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอทางฝั่งขวาเพื่อเข้าสู่บึงแห่งลางร้าย (Lake of Ill Omen)

พื้นที่แห่งนี้เดิมทีคือทางเข้าน้ำตกแห่งโซรา (Zora’s Waterfall) บริเวณใกล้เคียงจะมีป้ายปักไว้ซึ่งเขียนว่า “ขอสาปแช่งใครก็ตามที่โยนสิ่งของลงในวงหินของข้า” แน่นอนว่า สิ่งที่ลิงก์ควรทำก็คือยกหินหัวกะโหลกที่อยู่ใกล้ๆ แล้วโยนลงไปในวงหินที่อยู่ทางซ้ายทันที ปลาดุกยักษ์ (Catfish) จะปรากฏตัวขึ้นและมอบไอเทมให้คุณเพื่อแลกกับการที่คุณยอมเดินจากไป ปลาดุกจะมอบตราเวทมนตร์เควก (Quake Medallion) ให้แก่ลิงก์ ซึ่งเป็นไอเทมทรงพลังที่สามารถกำจัดศัตรูเกือบทั้งหมดที่ปรากฏบนหน้าจอได้ และยังเป็นไอเทมจำเป็นที่ลิงก์จะต้องใช้ในภารกิจช่วงหลังอีกด้วย

ตอนนี้ลิงก์พร้อมที่จะเดินทางไปยังดันเจี้ยนแรกในโลกแห่งความมืดแล้ว ให้เดินทางย้อนกลับไปจนถึงพีระมิดแห่งพลัง จากพีระมิดให้เดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ, เดินลงหนึ่งหน้าจอ, เดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ, และเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ

เดินไปตามทางเดินฝั่งขวาแล้วคุณจะพบเครื่องหมายบนพื้นที่ดูคล้ายลูกศร ให้เดินตามลูกศรขึ้นไปผ่านแนวต้นไม้พุ่มหนาทึบสีเขียว เดินตรงไปตามทางบังคับเส้นนี้ไปทางซ้ายจนสุดทาง แล้วมุ่งหน้าขึ้นไปจนถึงส่วนบนสุดของพื้นที่

คุณจะพบกับพื้นที่เขาวงกตพุ่มไม้สีเขียวขนาดใหญ่ หากสังเกตด้านบนให้ดี รอยสัญลักษณ์จะบ่งบอกถึงเส้นทางที่ลิงก์สามารถเดินทะลุผ่านไปได้ ให้หาทางเดินผ่านเขาวงกตพุ่มไม้นี้ไป เมื่อคุณเดินทะลุออกมาทางขวาของเขาวงกต จะมีลิงตัวหนึ่งเดินตามคุณมาและถามขอยืมเงิน 10 รูปี ให้ตกลงมอบเงินให้มัน แล้วมันจะคอยเดินตามคุณต่อไป

เดินไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่นี้โดยมีเจ้าลิงกิกิ (Kiki the Monkey) เดินตามมาด้วย คุณจะพบกับทางเข้าขนาดใหญ่ที่ถูกล็อกเอาไว้ หากคุณเดินเข้าไปใกล้ กิกิจะเสนอตัวช่วยเปิดทางเข้าให้โดยแลกกับเงิน 100 รูปี ให้ตกลงจ่ายเงินให้มัน แล้วจึงก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยนแห่งแรกของโลกแห่งความมืด ซึ่งก็คือวังแห่งความมืด (Dark Palace)

6.2 วังแห่งความมืด. (Dark Palace)

เมื่อเข้ามาภายในดันเจี้ยน ให้เหยียบสวิตช์บนพื้นที่อยู่ทางซ้ายของห้อง แล้วเดินขึ้นผ่านประตูที่เปิดออกไป ที่นี่คุณจะพบกับศัตรูที่ชื่อเฮลมาซอร์ (Helmasaur) สิ่งมีชีวิตพวกนี้ไม่สามารถสร้างความเสียหายจากด้านหน้าได้เนื่องจากมีหน้ากากเหล็กป้องกันอยู่ ให้โจมตีพวกมันจากทางด้านหลังหรือด้านข้างเพื่อกำจัดมัน หรืออีกวิธีคือการยกหม้อมาปาใส่พวกมัน จากนั้นให้เดินลงบันไดไปยังชั้นล่าง

คุณจะพบกับรูปปั้นเมดูซ่าสองตัวที่คอยพ่นลูกไฟเข้าใส่คุณ ให้หลบหลีกพวกมันแล้วไปยกหม้อที่อยู่บริเวณมุมล่างซ้ายของห้อง เหยียบสวิตช์เพื่อทำให้หีบสมบัติปรากฏขึ้นมา เปิดหีบเพื่อรับกุญแจดอกเล็ก (Small Key) แล้วเดินกลับขึ้นบันไดไป

จากทางเข้าดันเจี้ยน เส้นทางฝั่งขวาเป็นเส้นทางเสริมทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่แผนที่ดันเจี้ยน (Dungeon Map), บ่อน้ำพุนางฟ้า และกุญแจดอกเล็กอีกหนึ่งดอก อย่างไรก็ตาม คุณสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจดอกดังกล่าว จากทางเข้า ให้เดินตรงขึ้นไปด้านบนสองหน้าจอจากกึ่งกลางห้อง โดยใช้กุญแจดอกเล็กที่คุณเพิ่งได้รับมา คุณจะพบกับศัตรูเทอร์เรอร์พิน (Terrorpin – เต่าเกราะ) ในจุดนี้ แต่คุณยังไม่สามารถกำจัดพวกมันได้ในตอนนี้ ดังนั้นให้วิ่งผ่านพวกมันไปก่อน คุณจะพบกับบลูบาริ (Blue Bari – แมงกะพรุนสีฟ้า) ซึ่งคุณสามารถใช้ดาบฟันได้ แต่ต้องแน่ใจว่าได้ฟันในช่วงที่ตัวมันไม่มีกระแสไฟฟ้า ที่ฝั่งขวาของห้องจะมีบล็อกอยู่สองก้อน ให้ผลักก้อนทางขวาออกไปทางขวาเพื่อให้มันตกลงไป แล้วกระโดดลงไปยังชั้นล่าง

เมื่อกระโดดลงมาแล้ว ให้ยกหัวกะโหลกที่อยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาแล้วเหยียบสวิตช์ที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ เปิดหีบสมบัติใกล้ๆ เพื่อรับกุญแจดอกเล็ก จากนั้นก้าวเข้าสู่วาร์ปพอร์ทัลที่อยู่ทางขวาบนของห้อง ในห้องนี้จะมีวาร์ปพอร์ทัลอีกอันหนึ่งที่คุณสามารถก้าวเข้าไปได้ แต่อย่าเพิ่งเข้า เพราะเส้นทางนั้นจะนำไปสู่แผนที่ดันเจี้ยนและกุญแจดอกเล็กส่วนเสริมตามที่เจมี่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ให้เดินขึ้นบันไดที่อยู่ด้านบนสุดของหน้าจอแทน

ผลักรูปปั้นทางซ้ายให้พ้นทาง แล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอตรงกลางห้องอีกครั้ง คราวนี้ให้เลือกใช้เส้นทางฝั่งซ้าย ในขณะที่คุณเดินขึ้นไปตามทางแคบๆ คุณจะสังเกตเห็นว่ามีรอยร้าวอยู่บนพื้น ให้วางระเบิดเพื่อระเบิดเปิดทางแล้วกระโดดลงไปในหลุม

เดินขึ้นไปด้านบนสุดของห้องแล้วใช้กุญแจดอกเล็กไขประตูล็อก เดินขึ้นบันไดแล้วเปิดหีบสมบัติเพื่อรับกุญแจดอกใหญ่ (Big Key)! กระโดดลงจากขอบผาทางขวาแล้วก้าวผ่านวาร์ปพอร์ทัลอีกครั้ง ปีนขึ้นบันได ผลักบล็อกให้พ้นทาง แล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจออีกครั้ง

ใช้เส้นทางฝั่งขวาอีกรอบ คราวนี้ให้เดินผ่านบล็อกต่างๆ แล้วมุ่งหน้าขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ เปิดหีบสมบัติที่พบตรงนี้เพื่อรับกุญแจดอกเล็ก คุณจะเห็นสัญลักษณ์รูปลูกศรบนพื้น หากคุณเดินไปในทิศทางนั้น ลิงก์จะกระโดดข้ามช่องว่างและลงสู่แท่นถัดไปได้อย่างปลอดภัย ปีนขึ้นบันไดแล้วเดินไปยังมุมตะวันตกเฉียงเหนือของห้อง ไขประตูล็อกแล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ

ห้องถัดไปนี้อาจจะยุ่งยากสักหน่อย คุณต้องยกหม้อขึ้น แล้วรีบวิ่งขึ้นไปทางเหนือเพื่อยกหม้ออีกชุดหนึ่ง พร้อมกับคอยหลบหลีกหรือกำจัดเฮลมาซอร์สองตัวไปด้วย สิ่งที่ทำให้ห้องนี้ยากคือพื้นห้องจะเริ่มพังทลายลงใต้เท้าของคุณ กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการคว้าหม้อหัวกะโหลกอันหนึ่งตั้งแต่ตอนเพิ่งเดินเข้ามาแล้วปาใส่เฮลมาซอร์ทันที ส่วนการจะผ่านเฮลมาซอร์ตัวที่สองนั้น คุณสามารถใช้รองเท้าเพกาซัส (Pegasus Shoes) พุ่งทะลวงผ่านมันไปได้ แต่คุณต้องรีบตั้งหลักและยกหม้อให้ทันก่อนที่มันจะเข้าถึงตัว หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คุณสามารถใช้เวทมนตร์เอเธอร์ (Ether) แช่แข็งมัน หรือใช้เวทมนตร์เควก (Quake) หรือผงเวทมนตร์ (Magic Powder) เสกให้มันกลายเป็นสไลม์ ซึ่งจะทำให้กำจัดได้ง่ายมาก เมื่อผ่านข้ามไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว ให้มุ่งหน้าไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ

คุณสามารถเปิดหีบสมบัติตรงนี้เพื่อรับเข็มทิศ (Compass) ได้ จากนั้นให้เดินลงบันไดอันใดอันหนึ่งในสองอันของห้องนี้เพื่อลงสู่ชั้นล่าง คุณสามารถใช้ตะเกียงจุดไฟเพื่อให้ความสว่างภายในห้องได้หากต้องการ ในห้องนี้จะมีแอนตี้แฟรี่ (Anti-Fairies – กะโหลกไฟเด้ง) สองตัว ซึ่งคุณสามารถใช้ผงเวทมนตร์เสกให้พวกมันกลายเป็นนางฟ้าเพื่อจับใส่ขวดไว้ได้ บนพื้นจะมีรูปีสีฟ้ากระจายอยู่จำนวนมาก อย่าลืมเก็บมาด้วย ที่ด้านล่างสุดของห้องจะมีหีบสมบัติสองใบ ใบหนึ่งบรรจุลูกธนู และอีกใบหนึ่งบรรจุกุญแจดอกเล็ก ให้เก็บกุญแจดอกเล็กแล้วเดินกลับขึ้นบันไดไป

ห้ามเดินผ่านประตูที่อยู่ทางใต้สุดของห้องเด็ดขาด ประตูนั้นจะนำทางกลับไปยังห้องโถงกลางขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง และเราไม่จำเป็นต้องเสียกุญแจดอกเล็กไปโดยเปล่าประโยชน์ ให้เดินย้อนกลับไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ แล้วใช้กุญแจดอกเล็กไขเปิดประตูล็อกตรงนี้แทน ห้องนี้จะมืดและเต็มไปด้วยโคดอนโกสีเขียว (Green Kodongos) สองสามตัว ซึ่งจะคอยพ่นลูกไฟใส่ลิงก์ ให้เดินผ่านเขาวงกตไป ที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของห้อง ลิงก์จะพบหีบสมบัติที่มีระเบิดอยู่ จากหีบนั้น คุณสามารถเดินไปยังมุมตะวันตกเฉียงใต้ และตามด้วยมุมตะวันออกเฉียงใต้ของห้อง ซึ่งจะมีหีบสมบัติที่บรรจุกุญแจดอกเล็กอยู่

ถัดขึ้นไปทางเหนือของหีบสมบัติกุญแจดอกเล็กเล็กน้อย จะมีรอยแตกบนกำแพงฝั่งขวา ให้วางระเบิดเพื่อระเบิดเปิดทาง เดินผ่านเข้าไปแล้วเปิดหีบสมบัติใบใหญ่เพื่อรับไอเทมประจำดันเจี้ยน ซึ่งก็คือ ค้อนเวทมนตร์ (Magic Hammer) เมื่อได้ค้อนมาอยู่ในมือแล้ว ให้ใช้กระจกเวทมนตร์ (Magic Mirror) วาร์ปกลับไปยังทางเข้าดันเจี้ยนทันที

จากทางเข้าดันเจี้ยน ให้เดินขึ้นไปด้านบนสองหน้าจอ ตอนนี้คุณมีค้อนเวทมนตร์แล้ว คุณสามารถใช้มันทุบศัตรูเทอร์เรอร์พินเพื่อให้พวกมันหงายท้อง เผยให้เห็นส่วนท้องที่อ่อนนุ่ม จากนั้นจึงใช้ดาบฟันเพื่อกำจัดพวกมัน เดินไปตามทางฝั่งซ้ายแล้วขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ ใช้เส้นทางฝั่งซ้ายแล้วกระโดดข้ามไปยังแท่นตรงกลางขนาดใหญ่ ศัตรูฮาร์ดแฮตบีเทิล (Hardhat Beetles) และกันชนเด้ง (Bumper) กลางห้องอาจจะสร้างความรำคาญได้อย่างมาก คุณสามารถใช้ค้อนเวทมนตร์หรือดาบจัดการกับพวกมันได้ เมื่อกำจัดพวกมันหมดแล้ว ให้ใช้บูมเมอแรงปาไปโดนสวิตช์คริสตัล ซึ่งจะทำให้บล็อกสีฟ้าที่ขวางทางอยู่ลดระดับลง เดินข้ามบล็อกสีฟ้าที่ลดระดับลงไปทางขวา แล้วมุ่งหน้าไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ

เดินไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือของห้องแล้วยกหม้อหัวกะโหลกสามใบขึ้น มีสวิตช์บนพื้นที่มุมห้อง แต่อันนี้จะไม่ค้างลงเมื่อเหยียบ ลิงก์จำเป็นต้องลากรูปปั้นขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ มาวางทับไว้บนสวิตช์ วิธีนี้จะทำให้ประตูเปิดค้างไว้ จากนั้นให้เดินขึ้นบันไดแล้วผ่านประตูไป

ในห้องนี้จะมีกอริยะ (Goriyas) สามตัวที่เคลื่อนไหวเลียนแบบตามการเคลื่อนที่ของคุณ ตัวสีเขียวนั้นกำจัดได้ง่ายมาก เพียงแค่คุณหันหน้าเข้าหาพวกมันตรงๆ แล้วยิงด้วยธนู ส่วนตัวสีแดงจะพ่นลูกไฟใส่คุณหากคุณหันหน้าเข้าหามันตรงๆ เคล็ดลับคือให้หันหน้าไปทางกอริยะสีแดง แต่อย่าให้อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันพอดี ให้ยิงธนูออกไปแล้วรีบก้าวหลบไปทางซ้ายหรือขวาทันที เพื่อให้กอริยะตัวนั้นเดินเข้ามาในแนววิถีที่ลูกธนูกำลังพุ่งไป เมื่อโดนธนูสองดอก กอริยะสีแดงก็จะถูกปราบลงและประตูจะเปิดออก ให้เดินผ่านไปได้เลย

ในพื้นที่นี้จะมีกับดักใบมีด (Blade Trap) เคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็ว ให้รอจนกว่ามันจะเคลื่อนผ่านคุณไป แล้วรีบวิ่งไปทางฝั่งขวาของห้อง ที่นั่นจะมีรูปปั้นที่มีดวงตาขนาดใหญ่อยู่ ให้หยิบคันธนูขึ้นมาแล้วยิงลูกธนูใส่ที่ดวงตาของรูปปั้น วิธีนี้จะทำให้กำแพงทางขวาเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นบันไดทางลง ให้เดินไปแล้วลงบันไดไป

ใช้ค้อนเวทมนตร์ทุบตุ่นสิ่งกีดขวางที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อเปิดทางให้ลิงก์เดินผ่าน คุณสามารถใช้ค้อนทุบพวกเทอร์เรอร์พินให้หงายท้องแล้วกำจัดพวกมันได้เช่นกัน ไปยืนบริเวณมุมซ้ายบนของห้องแล้วยิงธนูหรือปาบูมเมอแรงใส่สวิตช์คริสตัล เพื่อสลับบล็อกที่ลดระดับลง ใช้กุญแจดอกเล็กดอกสุดท้ายที่คุณมีกับประตูล็อกแล้วเดินไปทางห้องฝั่งซ้าย หมายเหตุ: หากคุณไม่มีกุญแจดอกเล็ก เป็นไปได้มากว่าคุณอาจจะพลาดเก็บไปหนึ่งดอก หรือเผลอใช้กุญแจกับประตูที่ไม่จำเป็น โปรดจำไว้ว่า มีกุญแจดอกเล็กอยู่ในห้องก่อนที่คุณจะได้รับค้อนเวทมนตร์ และนอกจากนี้ เส้นทางฝั่งขวาจากทางเข้าดันเจี้ยนก็มีกุญแจดอกเล็กอยู่อีกดอกหนึ่งเช่นกัน

กำจัดเทอร์เรอร์พินที่อยู่โดดเดี่ยวในห้องนี้ แล้วเดินลงมาด้านล่างหนึ่งหน้าจอ ห้องนี้มีคบเพลิงสองอันที่ลิงก์สามารถใช้ตะเกียงจุดไฟได้ รวมถึงมีเทอร์เรอร์พินอีกหกตัว กำจัดศัตรูทั้งหมดแล้วเดินไปทางขวาผ่านประตูที่เปิดออก ผลักบล็อกขวาบนลงมาด้านล่างในห้องนี้ แล้วก้าวเข้าสู่วาร์ปพอร์ทัล

เดินขึ้นไปตามทางแคบๆ นี้แล้วกำจัดเทอร์เรอร์พินสี่ตัวที่ขวางทางอยู่ เมื่อคุณพร้อมแล้ว ให้เดินผ่านประตูล็อกเข้าไปเพื่อประจันหน้ากับบอสประจำดันเจี้ยน ราชันย์เฮลมาซอร์ (Helmasaur King)

ราชันย์เฮลมาซอร์จะเคลื่อนที่ไปรอบห้องและมีรูปแบบการโจมตีที่หลากหลาย มันจะคอยฟาดหางไปมาอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นบางครั้งมันจะฟาดหางยืดออกไปไกลกว่าเดิมเพื่อพยายามโจมตีลิงก์ที่อยู่ข้างหน้า นอกจากนี้ มันยังจะพ่นลูกไฟพุ่งเข้าใส่ลิงก์ ซึ่งลูกไฟนี้จะแตกตัวออกเป็นสามลูก และแต่ละลูกจะแตกย่อยออกเป็นอีกสี่ลูก พุ่งออกไปในแนวทแยงมุมทั้งสี่ทิศทางเสมอ ราชันย์เฮลมาซอร์ยังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสถูกตัว ดังนั้นพยายามระวังอย่าให้มันเดินชนคุณ

ในการที่จะปราบราชันย์เฮลมาซอร์ คุณจะต้องทำลายหน้ากากด้านหน้าของมันออกก่อน ลิงก์สามารถทำได้สองวิธี: ไม่ว่าจะใช้ค้อนเวทมนตร์ทุบใส่หน้ากากของมัน หรือใช้ระเบิดเพื่อระเบิดหน้ากากให้แตกออก ราชันย์เฮลมาซอร์ยังสร้างความเสียหายเมื่อสัมผัสโดนตัวเช่นกัน ดังนั้นต้องคอยระวังอย่าให้มันพุ่งชน

หลังจากหน้ากากถูกทำลายลง อัญมณีสีเขียวจะปรากฏขึ้นบนหัวของราชันย์เฮลมาซอร์ ตอนนี้ลิงก์สามารถใช้ดาบฟันหรือยิงธนูใส่อัญมณีนี้ได้แล้ว โดยจะต้องโจมตีด้วยดาบหรือลูกธนูรวมกันให้ได้ 8 ครั้งเพื่อเอาชนะมัน

หลังจากราชันย์เฮลมาซอร์ถูกกำจัดลง อย่าลืมเก็บชิ้นส่วนหัวใจภาชนะ (Heart Container) เพื่อเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดของคุณเป็น 11 ช่อง จากนั้นเดินเข้าไปเก็บคริสตัลชิ้นแรกเพื่อสนทนากับหนึ่งในเจ็ดสาวพรหมจารี

จุดควรระวังเป็นพิเศษสำหรับบทนี้ :

เรื่องการประหยัดกุญแจ (Small Key): ในห้องใต้ดินที่เก็บเข็มทิศและรูปีสีฟ้า ห้ามเปิดประตูทิศใต้เด็ดขาด เพราะเป็นประตูลวงที่จะทำให้คุณเสียกุญแจไปฟรีๆ จนทำให้กุญแจไม่พอเปิดห้องบอส และต้องเสียเวลาย้อนไปเดินเก็บทางฝั่งขวาของดันเจี้ยน.

Kiki the Monkey: ตอนนำกิกิเดินผ่านเขาวงกตพุ่มไม้ ระวังอย่าให้โดนศัตรูโจมตีหรือวิ่งกระแทกแรงๆ จนมันตกใจหนีไป และเตรียมเงินสำรองไว้อย่างน้อย 110 รูปี (10 รูปีตอนรับตามมา + 100 รูปีตอนเปิดประตู) เสมอ.

การสู้กับ Helmasaur King: ช่วงเฟสแรก การใช้ “ค้อนเวทมนตร์” ทุบหน้ากากจะปลอดภัยและควบคุมระยะง่ายกว่าการวางระเบิดมาก และเมื่อหน้ากากแตก ให้ใช้ “ธนู” เล็งยิงที่อัญมณีสีเขียวจากระยะปลอดภัย จะช่วยเซฟพลังชีวิตได้ดีที่สุด.

บทที่ 7 : วังแห่งบึงน้ำ. (Swamp Palace)

7.1 ไอเทมเสริมในโลกกว้าง. (Overworld Goodies)

มีชิ้นส่วนหัวใจและไอเทมเสริมทางเลือกอยู่เป็นจำนวนมากที่เราสามารถตามเก็บได้ในตอนนี้ เนื่องจากเรามีค้อนเวทมนตร์ (Magic Hammer) และสามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกแห่งความมืด (Dark World) ได้แล้ว เนื้อหาในส่วนนี้เกือบทั้งหมดจะเป็นภารกิจเสริม ดังนั้นคุณสามารถข้ามไปยังหัวข้อ 7.2 ได้ทันทีหากต้องการดำเนินภารกิจหลักต่อไป โดยไอเทมจำเป็นชิ้นเดียวที่เราจะได้รับในส่วนนี้คือ ขลุ่ย (Flute) แต่คุณจะยังไม่จำเป็นต้องใช้มันจนกว่าจะถึงช่วงหลังของเกม

จากภายนอกของวังแห่งความมืด (Dark Palace) ให้เดินไปทางทิศตะวันตกและเดินผ่านเขาวงกตพุ่มไม้ที่เราเคยพบกับเจ้าลิงกิกิ เดินผ่านพื้นที่นี้ทั้งหมดแล้วออกจากหน้าจอทางทิศใต้บริเวณมุมตะวันตกเฉียงใต้ของพื้นที่ เดินต่อไปทางทิศตะวันตกหนึ่งหน้าจอแล้วเดินลงมาทางทิศใต้ ซึ่งคุณจะพบกับหลักไม้เก้าอัน ลิงก์สามารถใช้ค้อนเวทมนตร์ทุบหลักไม้เหล่านี้ลงเพื่อให้สามารถเดินผ่านไปได้ จากนั้นเดินลงมาทางทิศใต้อีกหนึ่งหน้าจอ

เดินลงมาทางทิศใต้แล้วกระโดดลงจากขอบผาเพื่อลงสู่น้ำ พื้นที่นี้เดิมทีคือทะเลสาบไฮเลีย (Lake Hylia) แต่ภูมิประเทศได้เปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะมีชิ้นส่วนหัวใจชิ้นหนึ่งอยู่บนแท่นสูงในบริเวณนี้ จากจุดที่คุณเพิ่งกระโดดลงจากขอบผา ให้ว่ายน้ำไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เล็กน้อยจนกระทั่งถึงบริเวณน้ำตื้นที่คุณสามารถยืนได้ จากนั้นหยิบกระจกเวทมนตร์ (Magic Mirror) ออกมาใช้เพื่อกลับไปยังโลกแห่งแสงสว่าง คุณจะปรากฏตัวอยู่บนแท่นสูงที่มีชิ้นส่วนหัวใจ (Piece of Heart) ชิ้นหนึ่งรออยู่!

เนื่องจากเราอยู่ในบริเวณนี้แล้ว เราจึงสามารถแวะไปยังบ่อน้ำพุแห่งความสุข (Pond of Happiness) ได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ตรงใจกลางของทะเลสาบไฮเลีย หากคุณยังไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ลิงก์สามารถโยนเงินรูปีลงไปในบ่อน้ำพุได้ และหลังจากที่โยนเงินครบ 100 รูปี คุณจะสามารถเลือกอัปเกรดความจุของระเบิดหรือลูกธนูได้ เนื่องจากเรากำลังจะได้เงินรูปีเป็นจำนวนมากในส่วนนี้ ช่วงเวลานี้จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำเงินรูปีส่วนใหญ่มาใช้ในการอัปเกรด

ตอนนี้เราต้องกลับไปยังโลกแห่งความมืด ให้กระโดดลงไปในน้ำของทะเลสาบไฮเลียแล้วว่ายไปยังมุมตะวันตกเฉียงเหนือ ปีนขึ้นฝั่งแล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ เดินต่อไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอและเดินลงหนึ่งหน้าจอเพื่อกลับไปยังพื้นที่บึงน้ำ จากตรงนี้ให้เดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอแล้วคุณจะเห็นหลักไม้สองสามอัน ให้ใช้ค้อนทุบอันหนึ่งลงแล้วยกหินทางซ้ายขึ้นเพื่อเปิดทางเข้าสู่ประตูมิติไปยังโลกแห่งความมืด จากนั้นก้าวเข้าไปในประตูมิติได้เลย

เดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอและมุ่งหน้าไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่นี้ จะมีรอยแตกบนกำแพงซึ่งลิงก์สามารถวางระเบิดได้ ให้วางระเบิดแล้วเข้าไปในถ้ำ พูดคุยกับคนที่อยู่ข้างในแล้วเขาจะมอบเงินให้คุณถึง 300 รูปี! ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถวางระเบิดตรงกำแพงฝั่งทิศเหนือเพื่อเปิดห้องลับที่มีหีบสมบัติเพิ่มอีกสี่ใบ โดยแต่ละใบจะบรรจุรูปีสีแดง รวมเป็นเงินทั้งหมด 80 รูปี

เมื่อกลับออกมาข้างนอก ให้เดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอและเดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ เดินลงและเลี้ยวซ้ายหนึ่งหน้าจอพร้อมกับกำจัดศัตรูที่คุณพบเจอ เดินไปยังมุมตะวันตกเฉียงใต้ของพื้นที่นี้แล้วคุณจะพบกับหินก้อนใหญ่ ให้ยืนอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของก้อนหินแล้วใช้กระจกเวทมนตร์วาร์ปกลับไปยังโลกแห่งแสงสว่าง คุณจะไปอยู่บนขอบผาสูงและสามารถเข้าไปในถ้ำใกล้ๆ ได้ ให้เดินเข้าไปข้างในแล้วเก็บชิ้นส่วนหัวใจมา

เดินกลับออกมาข้างนอกแล้วก้าวเข้าสู่วาร์ปพอร์ทัลที่คุณสร้างไว้เพื่อกลับสู่โลกแห่งความมืด เดินขึ้นไปทางทิศเหนือในพื้นที่นี้แล้วคุณจะพบกับพุ่มไม้เตี้ยสีม่วงจำนวนมาก ให้ใช้ดาบฟันพุ่มไม้เหล่านี้แล้วเดินขึ้นไปในพื้นที่ดังกล่าว เดินขึ้นไปทางทิศเหนือจะพบกับชายคนหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ เด็กชายเป่าขลุ่ย (Flute Boy) นั่งอยู่บนตอไม้ ให้เดินเข้าไปคุยกับเขาแล้วเขาจะมอบพลั่ว (Shovel) ให้กับคุณ

หยิบกระจกเวทมนตร์ออกมาแล้วเดินเว้นระยะห่างออกมาจากชายคนนั้น จากนั้นใช้กระจกเวทมนตร์เพื่อกลับสู่โลกแห่งแสงสว่าง หมายเหตุ: คุณจะต้องไม่ยืนอยู่ใกล้กับเด็กชายคนนั้นมากเกินไป มิฉะนั้นเด็กชายเป่าขลุ่ยในโลกแห่งแสงสว่างจะเป่าขลุ่ยของเขา ซึ่งจะทำให้ลิงก์หยุดชะงักขยับไม่ได้ และเมื่อคุณกลับมาควบคุมลิงก์ได้ คุณจะถูกวาร์ปกลับไปยังโลกแห่งความมืดโดยอัตโนมัติเนื่องจากคุณยืนทับอยู่บนตำแหน่งของวาร์ปพอร์ทัล

บริเวณส่วนตะวันตกเฉียงเหนือของพื้นที่นี้ จะมีดอกไม้สองสามดอกอยู่บนพื้น ให้ใช้พลั่วที่คุณเพิ่งได้รับมาขุดดอกไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ใต้ดอกไม้ดอกหนึ่ง ลิงก์จะพบกับขลุ่ย (Flute) ให้เก็บมันขึ้นมาแล้วกลับไปยังโลกแห่งความมืด พูดคุยกับชายบนตอไม้อีกครั้งแล้วเขาจะขอให้คุณเป่ามันให้เขาฟังเป็นครั้งสุดท้าย

แม้ว่าคุณจะมีขลุ่ยแล้ว แต่มันยังไม่สามารถใช้งานได้ในทันที ให้กลับไปยังโลกแห่งแสงสว่างแล้วเดินทางไปยังหมู่บ้านคาคาริโกะ (Kakariko Village) มุ่งหน้าไปยังใจกลางหมู่บ้านบริเวณใกล้กับกังหันบอกทิศทางลมรูปไก่ (Weathercock) ยืนอยู่ทางทิศใต้ของรูปปั้นแล้วเป่าขลุ่ย เป็ดจะบินทะลุออกมาจากรูปปั้นและเริ่มบินวนไปรอบๆ หลังจากนี้ ลิงก์จะสามารถเป่าขลุ่ยจากจุดใดก็ได้เกือบทุกที่ในโลกแห่งแสงสว่าง แล้วจะมีเป็ดบินมารับตัวลิงก์ไป ซึ่งจะช่วยให้ลิงก์สามารถวาร์ปไปยังจุดหมายที่กำหนดไว้ทั่วโลกแห่งแสงสว่างได้อย่างรวดเร็ว

ยังคงอยู่ในโลกแห่งแสงสว่างและเดินไปทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านคาคาริโกะ ในบริเวณนี้จะมีถ้ำอยู่แห่งหนึ่ง แต่ถ้าลิงก์เดินเข้าไปข้างในก็จะพบกับประตูล็อก ถัดจากถ้ำจะมีหลุมที่ลิงก์สามารถกระโดดทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาสูงได้ ให้ใช้ค้อนเวทมนตร์ทุบหลักไม้แล้วกระโดดลงจากขอบผาเพื่อลงไปในหลุม เดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอแล้วโรยผงเวทมนตร์ (Magic Powder) ลงบนหม้อสีแดง แมดแบทเทอร์ (Mad Batter) จะปรากฏตัวขึ้นและอ้างว่าเขากำลังสาปคุณ แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่เขาทำคือการทำให้การโจมตีด้วยเวทมนตร์ของคุณใช้พลังเวทเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น! หลังจากได้รับการอัปเกรดแล้ว ให้ออกจากถ้ำ

กลับไปยังหมู่บ้านคาคาริโกะแล้วเดินไปจนสุดมุมตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน จากนั้นมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือเพื่อเข้าสู่ป่า Lost Woods เลี้ยวขวาในทันทีแล้วเดินออกจากป่า Lost Woods ไปทางทิศใต้ เดินลงมาแล้วใช้ค้อนเวทมนตร์ทุบหลักไม้ ยกหินขึ้นเพื่อเปิดทางเข้าสู่ประตูมิติ แล้วก้าวเข้าไปเพื่อเข้าสู่โลกแห่งความมืด

เมื่อกลับมายังโลกแห่งความมืด ให้เดินขึ้นไปด้านบนเล็กน้อยแล้วเลี้ยวซ้าย ฟันพุ่มไม้ไปตามทาง เดินลงมาทางทิศใต้เรื่อยๆ เพื่อเข้าสู่หมู่บ้านคนนอกรีต (Village of Outcasts) ซึ่งเป็นพื้นที่คู่ขนานของหมู่บ้านคาคาริโกะในโลกแห่งความมืด มีสิ่งต่างๆ ให้ทำมากมายที่นี่ แต่จุดแรกที่เราจะแวะคือร้านเกมเปิดหีบสมบัติ (Treasure Chest Game) ซึ่งอยู่ภายในบ้านบริเวณมุมตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน คุยกับเจ้าของร้านแล้วเขาจะอนุญาตให้ลิงก์เปิดหีบสมบัติได้สองใบในราคา 30 รูปี ลิงก์สามารถสุ่มได้ลูกธนู, ระเบิด, หัวใจฟื้นพลัง และเงินรูปีจากเกมนี้ แต่รางวัลสำคัญที่สุดคือชิ้นส่วนหัวใจ (Piece of Heart) ที่หายาก! ตำแหน่งของไอเทมในเกมนี้จะเป็นการสุ่มอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นให้เล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะได้รับชิ้นส่วนหัวใจ

มีพื้นที่ลับอยู่สองแห่งในหมู่บ้านคนนอกรีตที่ลิงก์สามารถหาเงินรูปีได้เป็นจำนวนมาก จุดแรกคือตำแหน่งที่เคยเป็นร้านค้าในโลกแห่งความมืด ตั้งอยู่ใกล้กับทางตอนใต้ของหมู่บ้านแต่ทางเข้าถูกปิดกั้นไว้ ให้ใช้ระเบิดทำลายเปิดทางแล้วเดินเข้าไปข้างใน เปิดหีบสมบัติเพื่อรับเงิน 300 รูปี!

จุดถัดไปตั้งอยู่ที่มุมตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่บ้านคนนอกรีต เข้าไปในบ้านแล้วเดินไปยังหีบสมบัติที่อยู่ข้างใน เปิดหีบเพื่อรับเงินเพิ่มอีก 300 รูปี!

ออกจากหมู่บ้านคนนอกรีตโดยเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอทางมุมตะวันออกเฉียงเหนือ วิ่งไปทางทิศตะวันออกสามหน้าจอเพื่อไปยังสุสานในเวอร์ชันโลกแห่งความมืด ซึ่งก็คือสวนผีสิง (Ghostly Garden) บริเวณส่วนซ้ายบนของหน้าจอนี้ ให้พุ่งชนบล็อกเพื่อให้มันสลายหายไป เดินไปทางขวาแล้วขึ้นบันไดไปยังหน้าผาสูง หยิบกระจกเวทมนตร์ออกมาขณะอยู่บนหน้าผาสูงเพื่อวาร์ปไปยังโลกแห่งแสงสว่าง เข้าไปในถ้ำตรงนี้แล้ววางระเบิดตรงกำแพงฝั่งทิศเหนือ เดินผ่านเข้าไปแล้วเก็บชิ้นส่วนหัวใจ! ออกจากถ้ำแล้วกลับไปยังโลกแห่งความมืด

ทางขวาของบันได ให้ฟันพุ่มไม้แล้วเข้าไปในพื้นที่ปิดขนาดเล็กแห่งนี้ ยืนที่มุมล่างขวาแล้วใช้กระจกเวทมนตร์เพื่อกลับสู่โลกแห่งแสงสว่าง หันหน้าเข้าหาป้ายหลุมศพในบริเวณนี้แล้วใช้รองเท้าเพกาซัส (Pegasus Boots) พุ่งชน หลุมศพจะเปิดออก ให้เดินลงไปข้างใน เปิดหีบสมบัติที่พบเพื่อรับผ้าคลุมเวทมนตร์ (Magic Cape)! เมื่อสวมใส่ผ้าคลุมเวทมนตร์ ลิงก์จะล่องหนและไม่ได้รับความเสียหายใดๆ แต่จะสูญเสียพลังเวทอย่างต่อเนื่อง เดินกลับออกมาข้างนอกแล้วกลับสู่โลกแห่งความมืด

เดินไปทางซ้ายสองหน้าจอแล้วเดินขึ้นไปด้านบนสองหน้าจอ หยิบกระจกเวทมนตร์ออกมาอีกครั้งแล้วมุ่งหน้ากลับสู่โลกแห่งแสงสว่าง ที่นี่จะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่คนตัดไม้กำลังโค่นอยู่ก่อนหน้านี้และสีของมันดูแปลกไป ให้ใช้รองเท้าเพกาซัสพุ่งชนต้นไม้นั้น ซึ่งจะทำให้ใบไม้ทั้งหมดร่วงหล่นลงมา กระโดดลงไปในโพรงลำต้นของต้นไม้ จับนางฟ้าเก็บไว้หากคุณต้องการ จากนั้นเดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอและเก็บชิ้นส่วนหัวใจ! ออกจากถ้ำแล้วกลับสู่โลกแห่งความมืด

เนื่องจากเราเพิ่งได้เงินรูปีมามากมายที่หมู่บ้านคนนอกรีต คุณจึงน่าจะพร้อมสำหรับการเก็บชิ้นส่วนหัวใจชิ้นถัดไป ให้กลับไปยังโลกแห่งแสงสว่างแล้วใช้ขลุ่ยวาร์ปไปยังจุดหมายหมายเลข 4 ที่บ้านของลิงก์ จากตรงนั้นให้เดินลงหนึ่งหน้าจอและไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ ทุบหลักไม้แล้วยกหินเพื่อเข้าสู่โลกแห่งความมืด เดินไปทางฝั่งตะวันตกของหน้าจอแล้วยกหินก้อนใหญ่ขึ้น เดินต่อไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอแล้วขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพื้นที่นี้ เดินไปทางซ้ายสองหน้าจอแล้วคุณจะถึงจุดเล่นเกมขุดดิน (Digging Game)

ด้วยราคา 80 รูปี ลิงก์จะสามารถขุดดินในพื้นที่นี้ได้เป็นเวลา 30 วินาทีโดยใช้พลั่วที่มอบให้ ลิงก์สามารถขุดเจอเงินรูปีได้เป็นจำนวนมาก แต่รางวัลใหญ่ที่สุดคือชิ้นส่วนหัวใจ สิ่งนี้อาจจะค่อนข้างน่าเบื่อและขึ้นอยู่กับความโชคดีของคุณ มันอาจจะทำให้คุณเสียเงินรูปีไปค่อนข้างมาก ให้ขุดดินต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะชนะได้ชิ้นส่วนหัวใจมาครอง

ใช้กระจกเวทมนตร์เพื่อกลับสู่โลกแห่งแสงสว่างแล้วเป่าขลุ่ย เลือกจุดหมายหมายเลข 1 เพื่อวาร์ปไปยังภูเขาเดธเมาน์เทน จากตรงนี้ ให้ปีนขึ้นเขาตามวิธีที่คุณเคยทำมาก่อนหน้าแล้วก้าวเข้าสู่วาร์ปพอร์ทัลเพื่อกลับสู่โลกแห่งความมืด เมื่อคุณกลับเข้ามาในโลกแห่งความมืดแล้ว ให้เดินลงมาทางทิศใต้โดยตรงแล้วกระโดดลงจากขอบผา เข้าไปในถ้ำตรงนี้ ใช้ค้อนทุบตุ่นสิ่งกีดขวางในถ้ำ ถ้ำนี้จะเต็มไปด้วยหนามแหลมที่จะสร้างความเสียหายให้กับลิงก์ ให้ใช้ผ้าคลุมเวทมนตร์ที่เราเพิ่งได้มาแล้วรีบวิ่งไปตามทางเดินเส้นตรงอย่างรวดเร็ว ที่ปลายทาง ให้ยกหินก้อนใหญ่ขึ้นแล้วก้าวพ้นจากดงหนาม เปิดหีบสมบัติตรงนี้เพื่อรับคทาแห่งเบียร์นา (Cane of Byrna) ไอเทมชิ้นนี้จะสร้างวงแหวนแสงล้อมรอบตัวลิงก์ ซึ่งสามารถใช้ในการโจมตีศัตรูได้เช่นกัน แทนที่จะเดินย้อนกลับผ่านถ้ำเดิม การเซฟแล้วออกจากเกม (Save and Quit) ในจุดนี้จะปลอดภัยกว่า ซึ่งจะทำให้คุณไปเริ่มที่จุดเซฟที่กำหนดไว้ในโลกแห่งความมืด

กลับไปยังโลกแห่งแสงสว่างแล้วใช้ขลุ่ยวาร์ปไปยังจุดหมายหมายเลข 4 จากตรงนั้นให้เดินลงหนึ่งหน้าจอและไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ ทุบหลักไม้แล้วยกหินอีกครั้งเพื่อเปิดประตูมิติเข้าสู่โลกแห่งความมืด เดินลงหนึ่งหน้าจอและไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอเหมือนกับเวลาที่คุณจะไปยังพื้นที่ทะเลทรายในโลกแห่งแสงสว่าง ทางเข้าสู่ทะเลทรายในตอนนี้ถูกปิดกั้นไว้และมีหลักไม้สีชมพูจำนวนหนึ่งปักอยู่บนพื้น ให้ยืนอยู่ทางทิศเหนือของหลักไม้อันสุดท้ายแล้วใช้กระจกเวทมนตร์ คุณควรจะปรากฏตัวอยู่บนขอบผาสูงในโลกแห่งแสงสว่าง จากตรงนั้นให้เดินไปทางซ้ายแล้วใช้สมุดมูดอรา (Book of Mudora) กับแผ่นหิน ลิงก์จะได้รับตราเวทมนตร์บอมบอส (Bombos Medallion)! นี่คือตราเวทมนตร์ที่ทรงพลังที่สุด แต่ก็เป็นเพียงเหรียญเดียวที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในการจบเกม จากนั้นกลับผ่านประตูมิติเพื่อกลับสู่โลกแห่งความมืด

7.2 การค้นหาทางเข้าดันเจี้ยน. (Finding the Dungeon)

จุดหมายต่อไปของเราอยู่ที่วังแห่งบึงน้ำ (Swamp Palace) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนกลางค่อนไปทางใต้ของโลกแห่งความมืด จากพีระมิดแห่งพลัง ให้เดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอแล้วเดินลงหนึ่งหน้าจอ ใช้ค้อนเวทมนตร์ทุบหลักไม้แล้วมุ่งหน้าลงมาทางทิศใต้ หลังจากทุบหลักไม้แล้ว ให้เดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอแล้วเดินลงหนึ่งหน้าจอ

เดินลงและไปทางซ้ายอีกหนึ่งหน้าจอเพื่อไปยังวังแห่งบึงน้ำ น่าเสียดายที่เรายังไม่สามารถทำอะไรภายในวังได้มากนักในเวลานี้ เนื่องจากเราต้องไปทำอะไรบางอย่างในโลกแห่งแสงสว่างเสียก่อน ให้ใช้กระจกเวทมนตร์เพื่อกลับสู่โลกแห่งแสงสว่างแล้วเข้าไปในอาคารที่พบตรงจุดนี้

ผลักบล็อกตรงกลางขึ้นไปด้านบน จากนั้นผลักบล็อกอันใดอันหนึ่งที่เหลือไปด้านข้าง หลังจากนั้นให้เดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ โยกคันโยกทางฝั่งขวา ซึ่งจะทำให้ประตูกั้นน้ำเปิดออกและปล่อยให้น้ำไหลผ่าน เดินออกจากอาคาร และหากคุณยังไม่ได้เก็บมาก่อนหน้านี้ จะมีชิ้นส่วนหัวใจรอคุณอยู่ทางซ้ายของตัวอาคาร มิฉะนั้นให้ก้าวเข้าสู่วาร์ปพอร์ทัลเพื่อกลับสู่โลกแห่งความมืด

เมื่อประตูกั้นน้ำเปิดออก สิ่งนี้จะส่งผลต่อการไหลของน้ำในโลกแห่งความมืดด้วยเช่นกัน ดังนั้นตอนนี้คุณจึงสามารถเข้าไปในวังแห่งบึงน้ำได้แล้ว หมายเหตุ: นี่เป็นครั้งแรกในภารกิจของลิงก์ที่จำเป็นต้องใช้ตีนกบ (Flippers) ดังนั้นหากคุณยังไม่มี คุณจะต้องไปเก็บมาให้ได้ในตอนนี้

7.3 วังแห่งบึงน้ำ. (Swamp Palace)

จากจุดเริ่มต้นของวังแห่งบึงน้ำ ให้กระโดดลงไปในน้ำแล้วว่ายไปทางซ้าย ปีนบันไดสั้นๆ ขึ้นไปแล้วคุณจะพบกับศัตรูสองสามชนิดในจุดนี้ มีกับดักใบมีด (Blade Trap) ที่เคลื่อนที่ไปมา รวมถึงศัตรูโฮเวอร์ (Hovers) สามตัวที่เดินอยู่เหนือน้ำตื้น ที่ส่วนบนของห้องจะมีศัตรูเคียเมรอน (Kyameron) ศัตรูเหล่านี้เป็นฟองน้ำที่จะปรากฏตัวขึ้นมาจากน้ำตื้นแล้วกระดอนไปรอบห้อง กำจัดโฮเวอร์ทั้งสามตัวแล้วหีบสมบัติจะปรากฏขึ้น หยิบกุญแจดอกเล็ก (Small Key) จากหีบแล้วเดินผ่านประตูล็อกไป

มีกำแพงแตกร้าวอยู่ทางฝั่งซ้ายซึ่งลิงก์สามารถใช้ระเบิดทำลายเปิดทางได้ ซึ่งจะนำไปสู่หีบสมบัติที่บรรจุแผนที่ดันเจี้ยน (Dungeon Map) กลับมาในห้องโถงใหญ่ จะมีหัวกะโหลกสี่อันอยู่ตรงกลาง กะโหลกอันล่างสุดในสี่อันจะมีกุญแจดอกเล็กซ่อนอยู่ ให้เก็บกุญแจแล้วเดินผ่านประตูล็อกไปทางทิศตะวันตก

มีศัตรูหลากหลายชนิดในห้องนี้ แต่คุณสามารถเดินผ่านพวกมันไปได้เลย เดินลงบันไดแล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ ยกหม้อที่พบตรงนี้เพื่อรับกุญแจดอกเล็ก เดินกลับไปยังห้องก่อนหน้าแล้วใช้กุญแจดอกเล็กกับประตูล็อก ใช้ค้อนเวทมนตร์ทุบตัวตุ่นในห้องนี้แล้วผลักคันโยกขนาดใหญ่ไปทางซ้าย ซึ่งจะทำให้น้ำเริ่มไหล

กลับไปยังห้องก่อนหน้าแล้วกระโดดลงไปในน้ำ ว่ายน้ำไปทางฝั่งตะวันตกของห้องแล้วเดินไปทางซ้ายเพื่อเข้าสู่ห้องโถงกลางขนาดใหญ่ของดันเจี้ยน

ห้องโถงกลางขนาดใหญ่นี้มีประตูมากมายที่ลิงก์สามารถเข้าไปได้ เส้นทางที่นำลงไปทางทิศใต้เป็นทางเลือกเสริมทั้งหมด และจะนำทางให้ลิงก์ไปเก็บเข็มทิศ (Compass) ปีนขึ้นบันไดทางตะวันตกเฉียงใต้ของห้องแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก กำจัดหรือหลีกเลี่ยงศัตรูอีกครั้งแล้วเดินลงบันไดไป เดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอแล้วยกหัวกะโหลกขึ้นเพื่อหากุญแจดอกเล็กอีกหนึ่งดอก เดินย้อนกลับลงมาหนึ่งหน้าจอและไปทางขวาหนึ่งหน้าจอเพื่อกลับสู่ห้องโถงกลาง

ปีนบันไดที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของห้องแล้วใช้กุญแจดอกเล็กผ่านประตูล็อกไป ฟันสวิตช์คริสตัลเพื่อลดระดับบล็อกสีฟ้าลง แล้วดันคันโยกเพื่อทำให้น้ำไหลผ่านห้อง ก่อนที่คุณจะออกจากห้องนี้ ต้องแน่ใจว่าสวิตช์คริสตัลเป็นสีแดงและบล็อกสีฟ้าถูกยกตัวขึ้น ออกทางประตูด้านขวาเพื่อกลับสู่ห้องโถงกลาง

ปีนบันไดอีกครั้งแล้วเดินผ่านประตูทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของห้อง คราวนี้ลิงก์สามารถกระโดดลงน้ำและว่ายข้ามบล็อกไปทางซ้ายได้แล้ว ปีนกลับขึ้นมาบนฝั่งแล้วเดินผ่านประตูไปทางซ้าย มีบล็อกขวางทางอยู่ในน้ำตื้นตรงนี้ ให้ผลักบล็อกอันล่างสุดไปทางซ้าย จากนั้นผลักบล็อกที่อยู่ติดกันขึ้นไปด้านบน ปีนขึ้นบันไดแล้วเดินขึ้นบันไดตรงส่วนบนสุดของห้อง

ผลักบล็อกไปทางขวาแล้วรีบวิ่งไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือของห้อง ผลักบล็อกตรงนี้ให้พ้นทางแล้วทิ้งตัวลงไปในหลุม เมื่อคุณตกลงมาบนขอบทาง บล็อกสีส้มควรจะลดระดับลงอยู่ ดังนั้นให้เดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ เปิดหีบสมบัติตรงนี้เพื่อรับกุญแจดอกใหญ่ (Big Key) เก็บกุญแจแล้วเดินกลับไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ กระโดดลงจากขอบทางแล้วเดินย้อนกลับไปจนถึงห้องโถงกลางขนาดใหญ่

เมื่อกลับมายังห้องโถงกลาง ให้ปีนบันไดตรงกลางห้องแล้วเปิดหีบใบใหญ่ตรงนี้เพื่อรับไอเทมประจำดันเจี้ยน ตะขอยิงฮุกช็อต (Hookshot) ไอเทมชิ้นนี้ช่วยให้ลิงก์สามารถยิงยึดเกาะกับวัตถุในระยะไกลเพื่อดึงตัวเองเข้าไปหา หรือในบางกรณีก็สามารถดึงไอเทมขนาดเล็กเข้ามาหาตัวได้ หลังจากได้รับฮุกช็อตแล้ว ให้หันไปทางขวาทันทีและใช้มันยิงเกาะหม้อหัวกะโหลกทางฝั่งขวาของห้อง ยกหม้อทางขวาสุดเพื่อรับกุญแจดอกเล็ก

ปีนกลับขึ้นบันไดตรงกลางห้องแล้วเดินไปทางเหนือของหีบสมบัติใบใหญ่เล็กน้อย หันหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือแล้วใช้ฮุกช็อตยิงเกาะหม้อที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ใช้กุญแจดอกเล็กไขประตูล็อกแล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ

เดินไปทางซ้ายแล้วกำจัดเรดบาริ (Red Bari) ในบริเวณนี้ ยกหม้อขึ้นแล้วคุณจะพบสวิตช์บนพื้น แต่มันจะไม่ค้างลง ดังนั้นคุณจะต้องลากรูปปั้นใกล้ๆ มาทับไว้บนสวิตช์ การทำเช่นนี้จะเปิดประตูสองบานในห้อง บานหนึ่งอยู่ใกล้ๆ และอีกบานหนึ่งอยู่อีกฝั่งของห้อง เดินไปทางฝั่งขวาของห้องแล้วเดินขึ้นผ่านประตูด้านซ้าย เดินตรงไปข้างหน้าแล้วเดินลงบันได

ผลักคันโยกไปทางซ้ายแล้วน้ำจะถูกระบายออกจากห้อง เดินลงบันไดแล้วเดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ วิ่งไปทางใต้สุดของห้องแล้วเดินผ่านประตูไป เปิดหีบสมบัติเพื่อรับเงินรูปีเสริม แล้วเดินกลับไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ วิ่งขึ้นไปด้านบนสุดของห้องแล้วเดินผ่านประตูไป

มีบล็อกหกอันเรียงกันเป็นแถวในห้องนี้ บล็อกอันที่สามจากทางซ้ายสามารถผลักไปทางขวาได้และหีบสมบัติจะปรากฏขึ้น เปิดหีบเพื่อรับเงินรูปี มีช่องท่อระบายน้ำขนาดเล็กเรียงกันอยู่ที่ด้านบนของห้องซึ่งมีน้ำไหลลงมา ช่องที่สองจากทางขวาสามารถเดินทะลุเข้าไปได้เนื่องจากเป็นประตูลับ เดินผ่านเข้าไปแล้วปีนขึ้นบันไดในห้องถัดไป

เดินลงมาด้านล่างหนึ่งหน้าจอแล้วกระโดดลงไปในน้ำ ว่ายไปทางฝั่งขวาของห้องแล้วปีนบันไดขึ้นมา ยกหม้อตรงนี้เพื่อรับกุญแจดอกเล็ก มีศัตรูน่ารำคาญลอยอยู่ในน้ำซึ่งจะว่ายเข้ามาหาบันได คุณสามารถใช้บอมบอส (Bombos), เอเธอร์ (Ether) หรือเควก (Quake) เพื่อกำจัดพวกมันได้ มีกำแพงแตกร้าวอยู่ตามแนวด้านเหนือของห้อง และถ้าคุณวางระเบิด มันจะนำไปสู่ห้องที่มีไอเทมเสริม รวมถึงหัวใจฟื้นพลังสองดวง กระโดดกลับลงไปในน้ำแล้วว่ายน้ำไปทางฝั่งซ้ายสุดของห้อง ใช้กุญแจดอกเล็กแล้วเดินผ่านประตูไป เดินขึ้นไปและเมื่อคุณพร้อมแล้ว ให้มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือเพื่อประจันหน้ากับบอสประจำดันเจี้ยน

อาร์กัส (Arrghus) เป็นดวงตายักษ์ที่ล้อมรอบด้วยสมุนตัวเล็กๆ ที่เรียกว่า อาร์กิ (Arrgi) ลิงก์จำเป็นต้องกำจัดเกราะคุ้มกันชั้นนอกที่เป็นสมุนเหล่านี้ออกให้หมดเสียก่อน จึงจะสามารถโจมตีร่างหลักของอาร์กัสได้ คอยรักษาระยะห่างจากอาร์กัสแล้วใช้ฮุกช็อตดึงอาร์กิออกมาทีละตัว เมื่อมันหลุดออกจากร่างของอาร์กัสแล้ว ให้ใช้ดาบฟันสองครั้งเพื่อกำจัดมัน ทำตามขั้นตอนนี้ซ้ำๆ จนกระทั่งอาร์กิตัวเล็กๆ ทั้งหมดถูกกำจัดจนหมดสิ้น

จากนั้นอาร์กัสจะกระโดดขึ้นไปในอากาศแล้วทิ้งตัวกระแทกลงมาในน้ำ ไม่ว่าอาร์กัสจะตกลงมาตรงจุดไหน มันจะเริ่มพุ่งไปยังมุมล่างขวาของหน้าจอก่อนเสมอ จากนั้นมันจะพุ่งสะท้อนไปมารอบห้องอย่างรวดเร็วโดยกระดอนไปตามกำแพง เมื่ออาร์กัสพุ่งเข้ามาใกล้ ให้ใช้ดาบฟันใส่มันแล้วมันจะกระโดดกลับขึ้นไปในอากาศอีกครั้ง มันจะทิ้งตัวกระแทกลงมาใหม่และวนซ้ำรูปแบบเดิม ใช้ดาบมาสเตอร์ซอร์ดฟันอาร์กัสให้โดน 8 ครั้งเพื่อปราบมัน หรืออีกวิธีหนึ่งคือ อาร์กัสจะถูกกำจัดได้ด้วยการยิงคทาไอซ์ร็อด (Ice Rod) เพียง 4 ครั้งเท่านั้น

หลังจากอาร์กัสถูกปราบลง ให้เก็บชิ้นส่วนหัวใจภาชนะ (Heart Container) ที่ดรอปไว้ รวมถึงเก็บคริสตัลชิ้นที่สองเพื่อปลดปล่อยสาวพรหมจารี

ข้อควรระวังและคำแนะนำพิเศษสำหรับบทนี้.

เรื่องตีนกบ (Flippers) สำคัญที่สุด : หากคุณยังไม่ได้ซื้อตีนกบจาก King Zora (ราคา 500 รูปี) จะไม่สามารถเล่นดันเจี้ยน Swamp Palace นี้ได้เลย ดังนั้นต้องจัดการเตรียมเงินและซื้อมาให้พร้อมก่อนลุย

กลไกการระบายน้ำของวัง: วังแห่งนี้จะไม่สามารถเข้าได้เลยหากไม่ได้ไปดึงคันโยกเปิดประตูกั้นน้ำที่อาคารร้างในโลกแห่งแสงสว่าง (Light World) ก่อน เพราะระดับน้ำในโลกมืดจะสัมพันธ์กับโลกสว่าง

การดึงตัว Flute Boy : ตอนขุดหาขลุ่ย ให้ระวังอย่าใช้กระจกเวทมนตร์ใกล้ตำแหน่งของเด็กชายมากเกินไป เพราะหากเกิดอาการสตันจากเสียงขลุ่ยตอนสลับโลก ลิงก์อาจจะเดินถอยกลับมาเหยียบพอร์ทัลวาร์ปกลับไปโลกมืดทันที ทำให้เสียเวลาเดินใหม่

เทคนิคจัดการบอส Arrghus : ในเฟสสองที่อาร์กัสเริ่มกระดอนไปมา หากคุณมี Ice Rod ผู้เขียนแนะนำให้ใช้ Ice Rod ยิงเลย เพราะยิงเข้าเป้าเพียง 4 ครั้งก็จบทันที ปลอดภัยและรวดเร็วกว่าการเอาดาบเข้าไปเสี่ยงคลุกวงใน

บทที่ 8 : ป่ากะโหลก. (Skull Woods)

8.1 ไอเทมเสริมในโลกกว้าง. (Overworld Goodies)

ดันเจี้ยนถัดไปตั้งอยู่บริเวณมุมตะวันตกเฉียงเหนือของโลกแห่งความมืด (Dark World) มีวิธีการเดินทางไปยังพื้นที่ส่วนนี้ของโลกภายนอกได้สองสามวิธี ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพีระมิดแห่งพลัง (Pyramid of Power) จะมีสะพานที่ขาดอยู่ เมื่อมีตะขอยิงฮุกช็อต (Hookshot) คุณจะสามารถใช้มันยิงเกาะหินเพื่อข้ามไปยังพื้นที่ตอนเหนือของโลกแห่งความมืดได้

อย่างไรก็ตาม หากคุณเลือกเล่นดันเจี้ยนแบบข้ามลำดับ ก็ยังมีวิธีที่สองในการเดินทางมายังพื้นที่ส่วนนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาฮุกช็อต โดยให้เดินทางไปยังหมู่บ้านคาคาริโกะ (Kakariko Village) ในโลกแห่งแสงสว่าง เดินไปยังมุมตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้านแล้วมุ่งหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือจนกระทั่งเข้าสู่ป่า Lost Woods เมื่อเข้ามาแล้ว ให้เลี้ยวขวาในทันทีและเดินออกจากป่า Lost Woods ไปทางทิศใต้ เดินลงมาทางทิศใต้แล้วใช้ค้อนเวทมนตร์ (Magic Hammer) ทุบหลักไม้ จากนั้นคุณจะสามารถยกหินขึ้นเพื่อเปิดทางเข้าสู่ประตูมิติไปยังโลกแห่งความมืดได้

ตอนนี้เมื่อคุณมีทั้งฮุกช็อตและสามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนนี้ของโลกแห่งความมืดได้แล้ว จะมีชิ้นส่วนหัวใจ (Piece of Heart) อีกหนึ่งชิ้นที่คุณสามารถไปเก็บมาได้ ให้เดินทางไปยังถ้ำที่เป็นเส้นทางนำไปสู่ภูเขาเดธเมาน์เทน ซึ่งในโลกแห่งความมืด ถ้ำนี้จะตั้งอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน แม้ว่าเส้นทางข้างในจะนำพาไปยังจุดอื่นก็ตาม

เมื่อเข้ามาในถ้ำ ให้เดินขึ้นไปยังชั้นบนสุดแล้วคุณจะพบกับเหวลึกขวางทางอยู่ ให้ใช้ฮุกช็อตยิงข้ามเหวเพื่อไปยึดเกาะกับหัวกะโหลกอันหนึ่ง ทางทิศใต้ของหัวกะโหลกจะมีกันชนเด้ง (Bumper) ขวางทางอยู่ ให้สวมผ้าคลุมเวทมนตร์ (Magic Cape) แล้วเดินทะลุผ่านกันชนเด้งไปได้โดยตรง เดินออกจากถ้ำแล้วเก็บชิ้นส่วนหัวใจมาครอง

ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะมุ่งหน้าไปยังดันเจี้ยนที่สี่ ป่ากะโหลก (Skull Woods) ซึ่งดันเจี้ยนแห่งนี้จะไม่เหมือนกับดันเจี้ยนส่วนใหญ่ในเกม เนื่องจาก Skull Woods จะมีพื้นที่บางส่วนที่ต้องเดินเชื่อมต่อกันบนโลกภายนอก (Overworld)

8.2 ป่ากะโหลก. (Skull Woods)

ดันเจี้ยน Skull Woods จะแบ่งออกเป็นส่วนในร่มทั้งหมดสามส่วนด้วยกัน และไม่เหมือนกับดันเจี้ยนส่วนใหญ่ตรงที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของดันเจี้ยนนี้ คุณไม่จำเป็นต้องเดินสำรวจเลย ให้เดินทางไปยังจุดที่มีพุ่มไม้ 9 พุ่มจัดเรียงกันในรูปแบบตาราง 3×3 จากตรงนี้ ให้เดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวทางเดิน วกกลับลงมาทางทิศใต้แล้วเข้าไปในดันเจี้ยนตรงบริเวณที่เป็นปากหัวกะโหลก

กำจัดบลูบาริ (Blue Baris) สองตัวที่คุณพบเจอ รวมถึงกิบโด (Gibdos – มัมมี่) อีกสองตัว ศัตรูกิบโดเหล่านี้อาจจะจัดการได้ค่อนข้างยากเนื่องจากพวกมันมีพลังชีวิตสูงมาก กลยุทธ์หนึ่งที่ได้ผลดีคือการใช้ตราเวทมนตร์บอมบอส (Bombos) เพียงครั้งเดียว ซึ่งจะสามารถกวาดล้างศัตรูทั้งสี่ตัวในห้องได้ในคราวเดียว และโปรดระวังวอลล์มาสเตอร์ (Wallmaster – มือผี) ที่จะทิ้งตัวลงมาจากเพดานด้วย หากมันจับตัวลิงก์ได้ มันจะพาเขากลับไปยังทางเข้าห้องและศัตรูทั้งหมดจะเกิดใหม่

ยกหม้อหัวกะโหลกที่อยู่ตรงกลางห้องขึ้น ลิงก์จำเป็นต้องลากรูปปั้นจากฝั่งขวาของห้องมาวางทับไว้บนสวิตช์ ซึ่งจะเปิดประตูด้านบน เนื่องจากคุณจะต้องใช้วิธีลากดึงรูปปั้นขึ้นไปด้านบนแทนที่จะเป็นการผลัก

ในห้องถัดไปจะมีฝูงศัตรูรวมตัวกันอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง และเป็นอีกครั้งที่การใช้บอมบอสจะช่วยกำจัดพวกมันทั้งหมดได้ง่ายที่สุดในคราวเดียว เปิดหีบสมบัติเพื่อรับกุญแจดอกใหญ่ (Big Key) หากคุณต้องการเติมพลังเวทให้เต็ม คุณสามารถวางระเบิดตรงกำแพงฝั่งขวาซึ่งจะนำไปสู่หม้อที่บรรจุไอเทมฟื้นพลังเวท หลังจากนั้น ให้ใช้กระจกเวทมนตร์ (Magic Mirror) หรือจงใจยอมให้วอลล์มาสเตอร์จับตัวเพื่อส่งคุณกลับไปยังทางเข้า

ออกจากดันเจี้ยนส่วนนี้แล้วเดินกลับขึ้นไปทางทิศเหนือ เดินไปยังตำแหน่งพุ่มไม้ 9 พุ่มแล้วใช้ดาบฟันทำลายพุ่มไม้ จะมีทางเข้าลับซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้ตรงกลาง ให้ทิ้งตัวลงไปเพื่อเข้าสู่ดันเจี้ยนส่วนถัดไป

ยกหม้อใบหนึ่งขึ้นแล้วปาใส่เฮลมาซอร์ (Helmasaur) เพื่อกำจัดมัน คุณอาจต้องการกำจัดฮาร์ดแฮตบีเทิล (Hardhat Beetle) ในห้องนี้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากมันค่อนข้างน่ารำคาญ มีกำแพงแตกร้าวอยู่ทางฝั่งซ้ายของห้อง ให้วางระเบิดเพื่อทำลายเปิดทาง แล้วมุ่งหน้าไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ

มีหลุมขนาดใหญ่หลายหลุมในห้องนี้ แต่หากลิงก์เดินเลียบไปตามแนวกำแพงฝั่งขวาแล้วเดินเลียบกำแพงฝั่งทิศใต้ เขาก็จะสามารถหลีกเลี่ยงหลุมเหล่านั้นได้ เดินไปยังใจกลางห้องแล้วดึงคันโยก ซึ่งจะส่งผลให้กำแพงด้านล่างเกิดการระเบิดเปิดทางออก

กำจัดมินิมอลดอร์ม (Mini-Moldorms) สองตัวตรงนี้ แล้วเปิดหีบสมบัติใบใหญ่เพื่อรับไอเทมประจำดันเจี้ยน คทาไฟ (Fire Rod)! หยิบฮุกช็อตออกมาแล้วใช้มันยิงเกาะรูปปั้นอันใดอันหนึ่งในสองอันที่อยู่ทางใต้สุดของห้อง หลังจากนั้นให้ออกทางประตูด้านใต้

เดินไปตามทางทิศตะวันตกเฉียงใต้อีกครั้ง และเข้าสู่ปากหัวกะโหลกเหมือนกับตอนที่คุณเริ่มเข้าดันเจี้ยน คราวนี้ ให้เดินผ่านประตูไปทางทิศตะวันตกและเดินต่อไปทางซ้ายสองหน้าจอ ยกหม้อที่อยู่บริเวณมุมซ้ายบนของห้องเพื่อเก็บกุญแจดอกเล็ก (Small Key) แม้ว่าจะมีประตูล็อกอยู่ที่นี่ แต่เราไม่ต้องการใช้มันในจุดนี้ เนื่องจากควรเก็บไว้ใช้ในดันเจี้ยนส่วนถัดไปจะดีกว่า ให้เดินออกจากห้องผ่านประตูด้านใต้

เมื่อกลับออกมาข้างนอก ให้เดินขึ้นไปตามทางฝั่งซ้ายแล้วคุณจะเห็นโครงสร้างที่มีลักษณะแปลกตา ให้หยิบคทาไฟ (Fire Rod) ออกมาแล้วยิงไฟใส่ด้านหน้าของส่วนที่ดูคล้ายจมูก การทำเช่นนี้จะเผาทำลายส่วนใหญ่ของโครงสร้างนั้น ทำให้ดวงตาของมันเปิดออกและเผยให้เห็นทางเข้า ให้เดินเข้าไปสู่ส่วนสุดท้ายของดันเจี้ยนนี้ได้เลย

หากคุณไม่มีกุญแจสำรอง คุณจะต้องเดินลงบันไดทางซ้ายและเดินผ่านเขาวงกตที่คดเคี้ยวยาวเหยียดเพื่อไปให้ถึงหีบสมบัติที่มีกุญแจดอกเล็ก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคุณได้เก็บกุญแจมาจากส่วนก่อนหน้าของดันเจี้ยนแล้ว คุณจึงสามารถเดินมุ่งหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือผ่านประตูล็อกได้ทันที

ห้องนี้จะมีรูปดาวบนพื้นหลายดวง เมื่อลิงก์เหยียบลงบนดาว รูปแบบการจัดวางของหลุมบนพื้นจะเปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังมีฝูงบาริสามตัว รวมถึงวอลล์มาสเตอร์ด้วย ดังนั้นจงระมัดระวังให้ดี คุณสามารถเดินตัดมุมทแยงและเดินเลียบขอบหลุมอย่างระมัดระวังได้หากต้องการ แต่มันค่อนข้างเสี่ยง มิฉะนั้นก็ให้เดินลัดเลาะไปรอบๆ ห้อง โดยเดินไปยังใจกลางห้อง, จากนั้นไปที่มุมล่างซ้าย, แล้วไปมุมบนซ้าย, ตามด้วยดาวสี่ดวงใกล้กับมุมขวาบน, มุมขวาบนสุด, แล้วจึงมุ่งหน้าไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ

มีกิบโดอยู่หลายตัวในห้องนี้ และเป็นความคิดที่ดีที่จะกำจัดพวกมันทิ้งเสียก่อนที่จะเดินหน้าต่อไป เวทมนตร์บอมบอสสามารถกำจัดพวกมันได้ทั้งหมดในคราวเดียว หรือคุณจะใช้คทาไฟยิงกำจัดพวกมันด้วยการยิงเพียงนัดเดียวก็ได้ มีไอเทมฟื้นพลังเวทพิเศษอยู่ใต้หม้อทางฝั่งขวาของห้อง ในการที่จะผ่านไปได้ ลิงก์จำเป็นต้องจุดคบเพลิงทั้งสี่อันในห้อง คบเพลิงสามอันด้านล่างสามารถจุดได้ด้วยตะเกียง แต่คุณจำเป็นต้องใช้คทาไฟเพื่อจุดคบเพลิงอันที่สี่ เมื่อจุดคบเพลิงครบทั้งสี่อันแล้ว ให้เดินผ่านประตูที่เปิดออกไป

มีศัตรูหลากหลายชนิดอยู่ภายในห้องนี้ คุณสามารถกำจัดพวกมันทั้งหมดได้โดยใช้ตราเวทมนตร์บอมบอส หรือจะแค่เดินหลบหลีกพวกมันไปก็ได้ หลังจากนั้น ให้ใช้ดาบฟันกำแพงบริเวณส่วนเหนือสุดของห้องเพื่อเปิดทางเดินไปยังห้องถัดไป คุณจะพบศัตรูอีกสี่ตัวในห้องนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กิบโดตัวหนึ่งจะถือกุญแจดอกเล็กอยู่ ให้กำจัดพวกมันทั้งหมด เก็บกุญแจ แล้วมุ่งหน้าไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ

มีหม้อหัวกะโหลกสองใบในห้องนี้ ใบหนึ่งมีไอเทมฟื้นพลังเวทอยู่ ดังนั้นอย่าลืมเก็บมาด้วยเนื่องจากคุณจำเป็นต้องใช้มันในการต่อสู้กับบอส เมื่อคุณพร้อมแล้ว ให้กระโดดทิ้งตัวลงไปเพื่อประจันหน้ากับบอสประจำดันเจี้ยน มอธูลา (Mothula)

มีหลากหลายวิธีที่ลิงก์จะได้รับบาดเจ็บในการต่อสู้กับบอสตัวนี้ มอธูลาจะยิงลำแสงไฟออกมาสามทิศทาง ลำแสงเหล่านี้อันตรายมาก โดยแต่ละครั้งจะสร้างความเสียหายถึงสองหัวใจ นอกจากนี้ยังมีกับดักใบมีด (Blade Traps) ที่จะเคลื่อนที่ไปมาตามพื้น ซึ่งสร้างความเสียหายครั้งละหนึ่งหัวใจ ตัวพื้นห้องจะเปลี่ยนทิศทางการเลื่อนอยู่ตลอดเวลา และหากลิงก์สัมผัสถูกตัวมอธูลา เขาจะสูญเสียพลังชีวิตสองหัวใจ

ลิงก์สามารถสร้างความเสียหายแก่มอธูลาได้หลายวิธี วิธีที่นิยมที่สุดคือการใช้คทาไฟ (Fire Rod) ซึ่งต้องยิงให้โดน 8 ครั้งเพื่อปราบมอธูลา หรืออีกทางเลือกหนึ่ง ลิงก์สามารถใช้ดาบโจมตีได้ แต่มันมีพลังทำลายต่ำกว่าและมีความเสี่ยงสูงกว่ามาก เนื่องจากจำเป็นต้องเข้าไปประชิดตัวบอส ส่วนวิธีต่อสู้กับมอธูลาที่น่าประหลาดใจวิธีหนึ่งคือการใช้ค้อนเวทมนตร์ (Magic Hammer) โดยการทุบให้โดนตรงๆ เพียง 4 ครั้งก็สามารถเอาชนะบอสตัวนี้ได้

หลังจากปราบมอธูลาลงได้ ให้เก็บชิ้นส่วนหัวใจภาชนะ (Heart Container) รวมถึงคริสตัลชิ้นที่สามมาครอบครอง

ข้อควรระวังและกลยุทธ์สำคัญสำหรับบทนี้.

เรื่องกุญแจประหยัดเวลา (Key Shortcut) : ตรงจุดที่เก็บกุญแจดอกเล็กในอาคารที่สอง ห้ามนำไปไขประตูด้านในอาคารนั้นเด็ดขาด เพราะจะทำให้คุณเสียเวลาเดินเขาวงกตที่ยาวมากในอาคารสุดท้าย ให้เก็บกุญแจข้ามมาไขประตูด้านหน้าของอาคารสุดท้ายเลย จะช่วยประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงได้มหาศาล

ระวัง Wallmaster (มือผี) : ตลอดดันเจี้ยนนี้ เวลาได้ยินเสียงลมหรือเห็นเงาดำตกลงมา ให้เคลื่อนที่ตลอดเวลา ห้ามยืนนิ่ง เพราะหากโดนจับจะถูกลากกลับไปจุดเริ่มต้นและศัตรูจะรีเซ็ตใหม่ทั้งหมด

การบริหารพลังเวท (Magic Meter) : ก่อนกระโดดลงไปสู้กับ Mothula ต้องตรวจสอบหลอดพลังเวทให้เต็ม หรือมีขวดเขียว/ขวดฟ้าสำรองไว้เสมอ เพราะการกำจัด Mothula ด้วย Fire Rod เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด แต่ถ้าพลังเวทหมดกลางคัน จะต้องเข้าไปเสี่ยงคลุกวงในด้วยดาบหรือค้อนบนสายพานที่ลื่นไถล ซึ่งอันตรายมาก

บทที่ 9 : อาณาเขตการ์กอยล์. (Gargoyle’s Domain)

9.1 : การค้นหาทางเข้าดันเจี้ยน. (Finding the Dungeon)

ดันเจี้ยนถัดไปตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของโลกแห่งความมืด (Dark World) ภายในหมู่บ้านคนนอกรีต (Village of Outcasts) ซึ่งตรงกับตำแหน่งของหมู่บ้านคาคาริโกะในโลกแห่งแสงสว่าง แม้ว่าเราจะได้คทาไฟ (Fire Rod) มาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีภารกิจเสริมใหม่ๆ ปรากฏขึ้นมาเพิ่มเติมในตอนนี้ ดังนั้นเราจึงสามารถมุ่งหน้าตรงไปยังดันเจี้ยนถัดไปได้ทันที

เมื่อคุณเดินทางมาถึงหมู่บ้านคนนอกรีต ให้มุ่งหน้าไปยังใจกลางหมู่บ้าน ซึ่งคุณจะพบกับรูปปั้นการ์กอยล์ที่ถือส้อมสามง่ามขนาดใหญ่อยู่ ให้ดึงส้อมสามง่ามนั้นเพื่อเปิดเผยทางเข้าสู่ดันเจี้ยนถัดไป ซึ่งก็คือ อาณาเขตการ์กอยล์ (Gargoyle’s Domain)

9.2 : อาณาเขตการ์กอยล์. (Gargoyle’s Domain)

สี่ห้องแรกของดันเจี้ยน Gargoyle’s Domain นั้นมีขนาดค่อนข้างกว้างใหญ่และมีพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องเดินสำรวจอยู่เป็นจำนวนมาก จากทางเข้าดันเจี้ยน ให้เดินขึ้นไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือของห้องโดยรักษาระดับอยู่บนทางเดินชั้นบน กระโดดลงจากขอบทางเดินแล้วเดินขึ้นไปทางทิศเหนือหนึ่งหน้าจอ เลี้ยวขวาในทันทีแล้วเดินต่อไปยังหน้าจอถัดไป

ในห้องนี้จะมีลำแสงเปลี่ยนร่างเป็นกระต่าย (Rabbit Beam) ดังนั้นคุณอาจจะกลายร่างเป็นกระต่ายชั่วคราว ให้เดินลงมาทางทิศใต้ต่อไปยังหน้าจอถัดไป เดินขึ้นบันไดที่อยู่ทางใต้เพื่อขึ้นสู่ทางเดินชั้นบน จากนั้นกระโดดลงมาอีกครั้งที่มุมตะวันตกเฉียงใต้ เดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอแล้วเปิดหีบสมบัติเพื่อรับกุญแจดอกใหญ่ (Big Key)

เดินกลับไปทางขวาหนึ่งหน้าจอแล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ ปีนบันไดทางฝั่งขวาเพื่อขึ้นสู่ทางเดินชั้นบน มุ่งหน้าไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือของห้องแล้วใช้กุญแจดอกใหญ่ไขประตูล็อกเข้าไป

พุ่งตัวขึ้นไปด้านบนสุดของห้องแล้วยกหัวกะโหลกทางขวาขึ้นเพื่อหากุญแจดอกเล็ก (Small Key) เก็บกุญแจแล้วนำไปใช้ไขประตูล็อกที่อยู่บริเวณมุมตะวันตกเฉียงใต้ของห้อง

ยกหม้อขึ้นเพื่อเก็บไอเทมต่างๆ แล้วเดินผ่านฝูงศัตรูไปยังห้องถัดไป คุณสามารถโรยผงเวทมนตร์ (Magic Powder) ใส่แอนตี้แฟรี่ (Anti-Fairy) ได้หากต้องการ จากนั้นเดินมุ่งหน้าต่อไปทางซ้าย พุ่งตัวขึ้นไปด้านบนสุดของห้องแล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ ยกหัวกะโหลกเพื่อเก็บกุญแจดอกเล็ก ก่อนที่จะเดินผ่านประตูล็อกไป ต้องแน่ใจว่าได้ฟันสวิตช์คริสตัลเพื่อให้บล็อกสีฟ้าลดระดับลงเรียบร้อยแล้ว

ยกหัวกะโหลกที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของห้องแล้วเหยียบสวิตช์บนพื้นเพื่อเปิดประตู เดินต่อไปทางทิศตะวันออกสามหน้าจอจนกระทั่งถึงห้องที่มีแสงสว่างส่องลงมา วางระเบิดลงแล้วโยนมันไปยังพื้นแตกร้าวตรงจุดที่มีแสงส่องลงมา การทำเช่นนี้จะระเบิดเปิดหลุมบนพื้น ทำให้แสงสว่างสามารถส่องลงไปยังห้องด้านล่างได้ เดินย้อนกลับไปทางซ้ายสามหน้าจอแล้วเดินลงบันไดไป

เดินลงมาด้านล่างหนึ่งหน้าจอ โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าบล็อกสีฟ้าลดระดับลงอยู่ เดินผ่านประตูไปทางขวา เดินต่อไปทางขวาหนึ่งหน้าจอแล้วเดินลงบันไดตรงส่วนบนของห้อง

ยกบล็อกขนาดใหญ่ขึ้นแล้วเดินลงมาด้านล่างหนึ่งหน้าจอ เดินต่อไปทางขวาหนึ่งหน้าจอแล้วเดินผ่านประตูบานเล็กที่ถูกล็อกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคุณพบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่สุดทางเดิน เธอจะเดินตามคุณไปรอบๆ และขอร้องให้คุณช่วยพาเธอออกไปข้างนอก อย่าลืมเปิดหีบสมบัติในบริเวณใกล้เคียงเพื่อเก็บกุญแจดอกเล็กมาด้วย

เมื่อมีหญิงสาวเดินตามคุณมาแล้ว ให้เดินไปทางซ้ายสองหน้าจอ ไขประตูล็อกทางซ้ายแล้วเดินผ่านเข้าไป ใช้ค้อนทุบสิ่งกีดขวางแล้วเปิดหีบสมบัติเพื่อรับไอเทมประจำดันเจี้ยน ถุงมือไททัน (Titan’s Mitt) ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถยกหินที่มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้นได้ ให้รีบเดินผ่านประตูไปอย่างรวดเร็วก่อนที่พื้นจะพังทลายลงใต้เท้าของคุณ เดินต่อไปทางขวาหนึ่งหน้าจอแล้วเดินย้อนกลับขึ้นไปหนึ่งหน้าจอเพื่อขึ้นสู่ชั้นบน

ยกหัวกะโหลกที่อยู่มุมบนขวาของห้องแล้วเหยียบสวิตช์บนพื้นเพื่อเปิดประตูใกล้ๆ เดินผ่านประตูเข้าไปแล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอเพื่อเข้าสู่ห้องบอส นำหญิงสาวเดินเข้าไปในจุดที่มีแสงสว่างส่องลงมา แล้วเธอจะแปลงร่างกลายเป็น ไบลนด์ (Blind) บอสประจำดันเจี้ยน

ไบลนด์จะเคลื่อนที่ไปมาระหว่างซ้ายและขวา พร้อมกับยิงลำแสงเลเซอร์เข้าใส่ลิงก์เป็นครั้งคราว ศีรษะของไบลนด์คือจุดอ่อนเพียงจุดเดียวของมัน และเมื่อลิงก์ใช้ดาบฟันเข้าที่ศีรษะ ลูกไฟจะถูกยิงออกมาสี่ทิศทาง หลังจากฟันเข้าที่ศีรษะของไบลนด์ครบ 3 ครั้ง ศีรษะจะหลุดออกจากลำตัวและเริ่มบินหมุนวนไปรอบห้อง จากนั้นไบลนด์จะงอกศีรษะที่สองออกมา

หากคุณมีคทาแห่งเบียร์นา (Cane of Byrna) หรือผ้าคลุมเวทมนตร์ (Magic Cape) การต่อสู้นี้คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำมาใช้ เมื่อใช้คทาแห่งเบียร์นา ลิงก์จะสามารถเดินชนทะลุตัวไบลนด์ได้โดยตรงและให้ลำแสงของคทาสร้างความเสียหายแทน ส่วนหากลิงก์ใช้ผ้าคลุมเวทมนตร์ เขาก็จะสามารถใช้ดาบสร้างความเสียหายได้โดยไม่ต้องรับบาดเจ็บใดๆ

นอกเหนือจากคทาแห่งเบียร์นาแล้ว ดาบมาสเตอร์ซอร์ดเป็นเพียงอาวุธที่ใช้งานได้จริงชิ้นเดียวที่สามารถทำอันตรายไบลนด์ได้ การเข้าประชิดตัวไบลนด์อาจเป็นเรื่องยากเมื่อมันอยู่ด้านบนสุดของหน้าจอ แต่เนื่องจากศีรษะของมันจะอยู่ใกล้เข้ามา มันจึงโจมตีได้ง่ายกว่ามากเมื่อมันลอยลงมาอยู่ด้านล่างของหน้าจอ ลิงก์จำเป็นต้องปราบศีรษะของไบลนด์ให้ครบทั้งสามศีรษะ การต่อสู้จึงจะสิ้นสุดลง

หลังจากปราบไบลนด์ลงได้ อย่าลืมเก็บชิ้นส่วนหัวใจภาชนะ (Heart Container) เพื่อเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดของคุณ จากนั้นเก็บคริสตัลเพื่อพูดคุยกับสาวพรหมจารี

ข้อควรระวังและคำแนะนำพิเศษสำหรับบทนี้.

ปริศนาแสงสว่าง (Sunlight Puzzle) : ในชั้นบน จุดที่มีแสงส่องผ่านหน้าต่าง อย่าลืมวางระเบิดแล้วโยนไปที่รอยแตกบนพื้นเด็ดขาด เพราะหากแสงไม่ส่องลงไปยังห้องบอสด้านล่าง คุณจะไม่สามารถบังคับให้บอส Blind เผยร่างจริงได้

สวิตช์คริสตัลบล็อกสีฟ้า : ก่อนจะลงบันไดไปชั้นล่างเพื่อช่วยหญิงสาว ต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าฟันสวิตช์คริสตัลให้บล็อกสีฟ้าลดระดับลงแล้ว มิฉะนั้นจะเดินติดบล็อกและต้องเสียเวลาเดินวนกลับมาแก้

การหลอกลวงของสาวพรหมจารี : หญิงสาวที่ช่วยออกมาจากคุกใต้ดิน แท้จริงแล้วคือตัวบอส Blind ปลอมตัวมา ทันทีที่พาเธอเดินเข้าจุดแสงแดดส่อง เธอจะกลายร่างและเริ่มโจมตีทันที ขอให้เตรียมตัวและเปิดใช้ Cane of Byrna หรือ Magic Cape ล่วงหน้าได้เลย

เทคนิคจัดการ Blind : เมื่อหัวของบอสหลุดออกมาลอยเคว้งและพ่นไฟ การวิ่งหลบหัวบินพร้อมกับหลบเลเซอร์จะชุลมุนมาก การเปิดใช้ไอเทมอมตะอย่างผ้าคลุมหรือคทาแสงจะช่วยให้ผ่านบอสตัวนี้ได้อย่างง่ายดายโดยไม่เสียพลังชีวิตเลย



บทที่ 10 : วังน้ำแข็ง. (Ice Palace)

10.1 : ไอเทมเสริมในโลกกว้าง. (Overworld Goodies)

เมื่อมีถุงมือไททัน (Titan’s Mitt) แล้ว ตอนนี้ลิงก์จะสามารถเข้าถึงได้ทั้งวังน้ำแข็ง (Ice Palace) และบึงมิเซอรีไมร์ (Misery Mire) ซึ่งคุณสามารถเลือกพิชิตดันเจี้ยนใดก่อนหลังก็ได้ตามลำดับที่ต้องการ นอกจากนี้ ยังมีไอเทมเสริมในโลกภายนอก (Overworld) อีกมากมายที่ลิงก์สามารถออกตามเก็บได้แล้วในตอนนี้

ออกจากหมู่บ้านคนนอกรีต (Village of Outcasts) ไปทางทิศใต้ แล้วเดินไปทางทิศตะวันตก คุณจะพบกับสิ่งมีชีวิตคล้ายกบกำลังกระโดดไปมา ตอนนี้ลิงก์มีถุงมือไททันแล้ว จึงสามารถยกหัวกะโหลกหินหนักๆ ที่ขวางทางอยู่ได้ พูดคุยกับกบตัวนั้นแล้วมันจะเริ่มเดินตามคุณมา ให้กลับไปยังหมู่บ้านคนนอกรีตแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกหนึ่งหน้าจอ

ใช้กระจกเวทมนตร์ (Magic Mirror) แล้วกบตัวนั้นจะคืนร่างกลายเป็นช่างตีดาบ เข้าไปในบ้านตรงนี้เพื่อพาสองพี่น้องช่างตีดาบให้กลับมาพบกัน จากนั้นเดินออกจากบ้านแล้วกลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง พูดคุยกับช่างตีดาบแล้วพวกเขาจะเสนออัปเกรดตีดาบของคุณให้แกร่งขึ้น (Tempered Sword) ในราคาเพียง 10 รูปีเท่านั้น

ออกจากบ้านแล้วเดินกลับไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ จากนั้นเดินกลับมาทางขวาหนึ่งหน้าจอแล้วเข้าไปในบ้านอีกครั้ง พูดคุยกับช่างตีดาบเพื่อรับดาบเทมเพิร์ดซอร์ด (Tempered Sword) คืนมา อาวุธชิ้นนี้จะช่วยให้ลิงก์สามารถสร้างความเสียหายได้รุนแรงขึ้นอย่างมาก

ก้าวกลับเข้าไปในประตูมิติเพื่อกลับสู่โลกแห่งความมืด เดินไปยังบริเวณที่เคยเป็นบ้านของช่างตีดาบในโลกแห่งแสงสว่าง ทางทิศใต้ของตัวบ้านจะมีหลักไม้ปักอยู่จำนวนหนึ่ง ให้ใช้ค้อนเวทมนตร์ (Magic Hammer) ทุบหลักไม้ทั้งหมดลงแล้วบันไดจะปรากฏขึ้น เดินลงไปในถ้ำแล้วเก็บชิ้นส่วนหัวใจ (Piece of Heart) ที่อยู่ในนั้นมา

ในโลกแห่งความมืด ให้เดินทางไปยังตำแหน่งที่เคยเป็นบ้านของช่างตีดาบ แล้วคุณจะพบหีบสมบัติใบหนึ่งถูกทิ้งไว้ เดินเข้าไปสำรวจ ลิงก์จะไม่สามารถเปิดหีบใบนี้ได้ แต่หีบจะคอยเลื่อนตามหลังลิงก์ไปทุกที่ที่เขาเดิน ลิงก์ไม่สามารถใช้รองเท้าเพกาซัส (Pegasus Shoes) ได้ในช่วงเวลานี้ เนื่องจากจะทำให้หีบสมบัติหลุดทิ้งไว้ข้างหลัง ให้ยกหินขึ้นแล้วเดินไปทางทิศตะวันตกเพื่อไปยังหมู่บ้านคนนอกรีต

ใช้กระจกเวทมนตร์เพื่อกลับสู่โลกแห่งแสงสว่าง หากคุณมีขลุ่ย ให้เป่าขลุ่ยแล้ววาร์ปไปยังจุดหมายหมายเลข 7 ในเขตบึงใหญ่ (Great Swamp) จากตรงนั้น ให้เดินไปทางทิศตะวันตกราวกับว่าคุณกำลังมุ่งหน้าไปยังทะเลทราย พูดคุยกับชายที่นั่งอยู่ข้างเสาป้ายและตกลงว่าจะไม่เปิดเผยความลับของเขา เขาจะช่วยเปิดหีบสมบัติให้แก่คุณ ซึ่งจะมอบขวดเปล่าใบที่ 4 อันเป็นขวดใบสุดท้ายให้แก่คุณ

ใช้ขลุ่ยและวาร์ปไปยังจุดหมายหมายเลข 6 ในเขตทะเลทราย ยกหินหนักทางขวาขึ้นแล้วก้าวเข้าสู่ประตูมิติเพื่อเข้าสู่โลกแห่งความมืด

กระโดดลงจากขอบผาแล้ววิ่งขึ้นไปทางทิศเหนือ เข้าสู่ทางเดินบริเวณส่วนตะวันตกเฉียงเหนือของบึงน้ำเพื่อไปยังถ้ำแห่งหนึ่ง ในถ้ำนี้จะมีหีบสมบัติอยู่หนึ่งคู่ โดยใบหนึ่งจะบรรจุเงินรูปี และอีกใบหนึ่งบรรจุชิ้นส่วนหัวใจ

เมื่อกลับออกมาข้างนอกในพื้นที่บึงน้ำ ให้เดินทางไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือของบึง ยืนใกล้กับมุมแล้วใช้กระจกเวทมนตร์เพื่อกลับสู่โลกแห่งแสงสว่าง ยกหินก้อนใหญ่ตรงนี้แล้วเข้าไปในถ้ำเพื่อพบกับชิ้นส่วนหัวใจอีกชิ้นหนึ่ง ผลักบล็อกให้พ้นทางเพื่อเข้าไปเก็บชิ้นส่วนหัวใจ

ณ จุดนี้ คุณพร้อมที่จะลุยกับวังน้ำแข็ง (Ice Palace) หรือบึงมิเซอรีไมร์ (Misery Mire) แล้ว โดยวังน้ำแข็งจะเป็นดันเจี้ยนตามลำดับถัดไปและสามารถดูรายละเอียดได้ด้านล่างนี้ อย่างไรก็ตาม มิเซอรีไมร์ก็อยู่ใกล้ๆ กันและสามารถเข้าสำรวจได้เช่นกัน ข้อสังเกต: หากคุณกำลังเล่นเกมเวอร์ชัน Super Nintendo หรือเวอร์ชันที่วางจำหน่ายตามมาในภายหลัง การไปเอาไอเทมจากมิเซอรีไมร์มาก่อนจะช่วยให้การเล่นในวังน้ำแข็งง่ายขึ้นเล็กน้อย แต่หากคุณกำลังเล่นเวอร์ชัน Game Boy Advance การไปเล่นมิเซอรีไมร์ก่อนจะไม่ได้สร้างความได้เปรียบแต่อย่างใด

10.2 : การค้นหาทางเข้าดันเจี้ยน. (Finding the Dungeon)

ในโลกแห่งแสงสว่าง ให้เป่าขลุ่ยแล้ววาร์ปไปยังจุดหมายหมายเลข 8 กระโดดลงทะเลสาบแล้วว่ายน้ำไปยังใจกลางทะเลสาบไฮเลีย ปีนขึ้นไปบนเกาะแล้วยกหินหนักขึ้นเพื่อพบกับประตูมิตินำทางสู่โลกแห่งความมืด ก้าวเข้าสู่โลกแห่งความมืดแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ดันเจี้ยนถัดไป วังน้ำแข็ง (Ice Palace)

10.3 : วังน้ำแข็ง. (Ice Palace)

สองสามชั้นแรกของวังน้ำแข็งจะมีเส้นทางที่ค่อนข้างเป็นเส้นตรงและไม่น่าจะสร้างความลำบากให้คุณมากนัก คุณจำเป็นต้องมีพลังเวทมนตร์ติดตัวเพื่อใช้ผ่านช่วงแรกๆ ของดันเจี้ยนนี้ ในห้องแรก ให้เดินไปทางเหนือสุดแล้วศัตรูฟรีซอร์ (Freezor) จะปรากฏตัวขึ้น ใช้คทาไฟ (Fire Rod) หลอมละลายศัตรูตัวนี้แล้วเดินผ่านไปยังห้องถัดไป

ศัตรูตัวล่างสุดในห้องนี้จะถือกุญแจดอกเล็ก (Small Key) อยู่ ให้กำจัดศัตรูตัวนั้นแล้วเดินผ่านประตูล็อกลงสู่ชั้นล่าง

เหยียบสวิตช์บนพื้นที่มุมห้องแล้วเดินหน้าต่อไปยังห้องถัดไป ผลักบล็อกแล้วมุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้อีกหนึ่งห้อง คุณสามารถหันหลังกลับและเดินย้อนกลับไปยังหน้าจอก่อนหน้าได้ทันที แต่ถ้าคุณต้องการ คุณสามารถใช้ตราเวทมนตร์บอมบอส (Bombos) เพื่อกำจัดพวกเพนเกเตอร์ (Pengators) ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้คุณเก็บเข็มทิศ (Compass) มาได้

เมื่อกลับมายังห้องบล็อก ให้ผลักบล็อกขึ้นไปทางทิศเหนือแล้วเดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ ยกหัวกะโหลกอันล่างขึ้นแล้วเหยียบสวิตช์บนพื้นเพื่อเปิดประตู เดินกลับไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ

เหยียบสวิตช์บนพื้น ผลักบล็อก และคราวนี้ให้เดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ ตีสวิตช์คริสตัลเพื่อลดระดับบล็อกสีฟ้า วางระเบิดไว้ข้างๆ สวิตช์คริสตัลแล้วรีบวิ่งขึ้นไปด้านบนสุดของห้อง เมื่อระเบิดทำงาน มันจะทำให้บล็อกสีส้มลดระดับลง โยนระเบิดลงบนพื้นแตกร้าวแล้วทิ้งตัวลงสู่ชั้นล่าง

เดินไปยังส่วนตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ของห้อง แล้วอัศวินสตัลฟอส (Stalfos Knights) สองตัวจะทิ้งตัวลงมา ใช้ดาบฟันพวกมันหนึ่งครั้งแล้ววางระเบิดเพื่อระเบิดร่างพวกมันให้แหลก ซึ่งจะทำให้ประตูเปิดออก

มีฝูงศัตรูบลูบาริ (Blue Bari) และบาบาสุ (Babasu) ในห้องนี้ โดยบลูบาริตัวที่สองจำเป็นต้องถูกกำจัดเนื่องจากมันมีกุญแจดอกเล็กอยู่ เก็บกุญแจแล้วมุ่งหน้าไปยังฝั่งตะวันตกสุดของห้อง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสวิตช์คริสตัลเป็นสีส้ม แล้วจึงเดินผ่านประตูล็อกไป

ยกหม้อที่มุมตะวันตกเฉียงใต้ของห้องเพื่อหาสวิตช์บนพื้น จากนั้นมุ่งหน้าไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ เพิกเฉยต่อศัตรูแล้วเดินลงไปยังชั้นล่างต่อไป

มีฝูงเพนเกเตอร์อยู่ในห้องนี้ หากคุณมีตราเวทมนตร์บอมบอสหรือเควก ให้ใช้เพียงครั้งเดียวเพื่อกำจัดศัตรูทั้งหมดในคราวเดียว ล่อให้กับดักใบมีด (Blade Trap) ทำงานแล้วรีบวิ่งผ่านไป เข้าประตูทางฝั่งซ้าย วิ่งไปทางซ้ายของห้องแล้วเดินลงบันได

ที่ชั้นล่าง ให้ทิ้งตัวลงตามรอยแตกทางฝั่งขวาของห้อง เดินไปทางขวาสองหน้าจอ หม้อใบแรกที่อยู่เหนือทางเข้าที่คุณเพิ่งเดินผ่านมาจะมีกุญแจดอกเล็กอยู่ ดังนั้นอย่าลืมเก็บมาด้วย จากนั้นยกบล็อกก้อนบนขวาจากในบรรดาบล็อกเดี่ยวสี่ก้อนเพื่อหาสวิตช์บนพื้น เหยียบสวิตช์แล้วเดินลงมาด้านล่างหนึ่งหน้าจอ

รีบวิ่งผ่านแนวไฟแล้วเดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ หากคุณมีปัญหาในการผ่านแท่งไฟหมุนกูรูกูรูบาร์ (Guruguru Bar) คุณสามารถสวมผ้าคลุมเวทมนตร์ (Magic Cape) แล้วค่อยๆ เดินข้ามพื้นน้ำแข็งอย่างระมัดระวัง ยกหม้อขึ้นและเหยียบสวิตช์บนพื้นเพื่อสร้างหีบสมบัติขึ้นมา เปิดหีบเพื่อรับกุญแจดอกเล็ก จากนั้นเดินกลับไปยังบันได

รีบวิ่งผ่านห้องนี้แล้วเดินผ่านประตูล็อกไป เดินไปยังส่วนเหนือสุดของห้องอย่างระมัดระวังแล้วเดินผ่านประตูไป ใช้ฮุกช็อตยิงข้ามเหวแล้วเดินลงมาด้านล่างหนึ่งหน้าจอ วิ่งผ่านกับดักใบมีดแล้วเดินขึ้นบันไดไป

ใช้ฮุกช็อตยิงข้ามเหวแล้วเดินขึ้นบันไดตรงมุมขวาบนของห้อง ใช้ค้อนทุบสิ่งกีดขวางแล้วยกหินขึ้นเพื่อหากุญแจดอกเล็ก ระวังลำแสงเปลี่ยนร่างกระต่าย รวมถึงพวกอัศวินสตัลฟอสในระหว่างที่คุณเดินไปยังฝั่งซ้ายของห้อง ดึงลิ้นของรูปปั้นเพื่อเปิดประตูแล้วเดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ หากคุณต้องการ จะมีสวิตช์บนพื้นที่จุดนี้ซึ่งจะสร้างหีบสมบัติบรรจุแผนที่ดันเจี้ยน (Dungeon Map) ขึ้นมา

เดินขึ้นบันไดแล้วยกหม้อออกเพื่อเดินไปให้ถึงหีบสมบัติ เปิดหีบเพื่อรับกุญแจดอกใหญ่ (Big Key) จากนั้นเดินกลับลงบันไดไป ดึงลิ้นรูปปั้นแล้วเดินกลับไปทางซ้ายหนึ่งห้อง จากนั้นเดินลงบันไดไป

ยกหม้อขึ้นแล้วเหยียบสวิตช์บนพื้นเพื่อสร้างหีบสมบัติทางฝั่งซ้าย ใช้ฮุกช็อตยิงข้ามไปหาหีบสมบัติ จากนั้นเปิดหีบเพื่อรับกุญแจดอกเล็กอีกดอกหนึ่ง รีบพุ่งตัวข้ามไปยังห้องทางซ้ายแล้วเดินลงบันไดไป

เมื่อกลับมาที่ห้องนี้ คุณสามารถใช้คทาไฟกำจัดฟรีซอร์ทั้งสองตัว ซึ่งจะทำให้หีบสมบัติที่มีระเบิดปรากฏขึ้น วางระเบิดตรงรอยแตกบนพื้นทางซ้าย ทิ้งตัวลงผ่านรอยแตกทางซ้ายเพื่อลงสู่ชั้นล่าง

เปิดหีบสมบัติใบใหญ่เพื่อรับไอเทมประจำดันเจี้ยน ชุดเกราะสีฟ้า (Blue Mail)! ไอเทมนี้จะช่วยลดทอนความเสียหายที่คุณได้รับลงครึ่งหนึ่ง ผลักบล็อกแล้วมุ่งหน้าไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ ใช้กุญแจดอกใหญ่เพื่อผ่านประตูล็อกไป ใช้กุญแจดอกเล็กกับประตูล็อกถัดไปเพื่อลงสู่ชั้นล่าง

หมายเหตุ: หากคุณกำลังเล่นเกมเวอร์ชัน Super Nintendo และคุณได้เก็บไอเทมประจำดันเจี้ยนจากมิเซอรีไมร์มาเรียบร้อยแล้ว จะมีทางลัดขนาดใหญ่ตรงจุดนี้ คุณสามารถยกหม้อขึ้นแล้วใช้คทาโซมาเรีย (Cane of Somaria) วางบล็อกทับลงบนสวิตช์พื้น ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถมุ่งหน้าลงไปด้านล่างหนึ่งหน้าจอและตรงไปถึงบอสประจำดันเจี้ยนได้อย่างรวดเร็ว

ใช้กุญแจดอกเล็กกับประตูล็อกทางขวา ฟันสวิตช์คริสตัลเพื่อให้บล็อกสีฟ้าลดระดับลง ตอนนี้ให้เดินย้อนกลับไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ, เดินขึ้นหนึ่งหน้าจอ, แล้วจึงเดินขึ้นบันไดไป

เมื่อบล็อกสีฟ้าลดระดับลง คุณสามารถกระโดดลงจากขอบทางเดินตรงนี้ได้หากต้องการไปยังบ่อน้ำพุนางฟ้าลับ มิเช่นนั้นให้เดินย้อนกลับลงมาด้านล่างหนึ่งหน้าจอ

ณ จุดนี้ คุณจำเป็นต้องเดินย้อนกลับผ่านหลายๆ ห้องของดันเจี้ยน โดยไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ, ลงหนึ่งหน้าจอ, ซ้ายหนึ่งหน้าจอ, แล้วจึงเดินกลับขึ้นบันไดไป

วิ่งผ่านประตูด้านบนเพื่อกลับมายังห้องยาวห้องนี้ คราวนี้ ให้ยกหม้อทางฝั่งขวาของดันเจี้ยนเพื่อหาสวิตช์บนพื้น เหยียบสวิตช์แล้วเดินผ่านประตูไปทางซ้าย ทิ้งตัวลงหลุมเพื่อกลับไปยังห้องสมบัติใหญ่ และมุ่งหน้าไปทางขวาหนึ่งหน้าจออีกครั้ง

ตอนนี้เมื่อคุณกลับมาอยู่ทางฝั่งซ้ายของห้องโดยที่บล็อกสีฟ้าลดระดับลงแล้ว คุณจะสามารถผลักบล็อกตกลงไปยังชั้นล่างได้ ผลักบล็อกก้อนล่างไปทางขวาแล้วกระโดดทิ้งตัวลงตามหลังมันไป ยกหม้อขึ้นแล้วผลักบล็อกลงมาทับบนสวิตช์พื้น เมื่อประตูเปิดออก ให้มุ่งหน้าลงไปยังห้องด้านล่าง

มีหลุมซ่อนอยู่ใต้บล็อกขนาดใหญ่ตรงมุมล่างซ้ายของห้อง ให้ยกหม้อ, ลากรูปปั้น, ใช้ค้อนทุบสิ่งกีดขวาง และยกบล็อกขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเผยหลุมที่ซ่อนอยู่ ทิ้งตัวลงไปเพื่อประจันหน้ากับบอสประจำดันเจี้ยน โคลด์สแตร์ (Kholdstare)

โคลด์สแตร์จะเริ่มการต่อสู้โดยถูกห่อหุ้มอยู่ภายในก้อนน้ำแข็งแข็งขนาดยักษ์ ก้อนน้ำแข็งจะร่วงหล่นลงมาจากเพดาน กระแทกลงบนพื้นและแตกกระจายออกเป็นสี่ทิศทาง ลิงก์ต้องใช้การโจมตีด้วยไฟเพื่อผ่านเฟสแรกอันเรียบง่ายนี้ โดยจะต้องยิงด้วยคทาไฟ (Fire Rod) 8 นัด หรืออีกทางเลือกหนึ่งที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าคือการใช้ตราเวทมนตร์บอมบอส (Bombos Medallion) เพียงครั้งเดียว ก็จะสามารถทำลายเฟสแรกของโคลด์สแตร์ลงได้ทันที

ในระหว่างเฟสที่สอง โคลด์สแตร์จะแยกร่างออกเป็นลูกตายักษ์น้ำแข็งสามดวงและลอยไปมารอบห้อง ก้อนน้ำแข็งจะยังคงตกลงมาจากเพดานอย่างต่อเนื่อง มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะหลบหลีกทั้งน้ำแข็งที่ร่วงหล่นและลูกตาทั้งสามดวงไปพร้อมกัน ในช่วงเฟสนี้ ลิงก์จะต้องโจมตีลูกตาแต่ละดวง ซึ่งสามารถใช้อาวุธได้หลากหลาย คทาไฟคือไอเทมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะใช้การยิงเข้าเป้าตรงๆ เพียงสี่นัดเพื่อทำลายลูกตาแต่ละดวง หรือหากลิงก์มีดาบเทมเพิร์ดซอร์ด ก็จะต้องใช้การฟันดาบหกครั้งเพื่อกำจัดลูกตาแต่ละข้าง

อีกหนึ่งกลยุทธ์ในการปราบโคลด์สแตร์คือการใช้คทาแห่งเบียร์นา (Cane of Byrna) แม้ว่าลำแสงที่ล้อมรอบจากคทาจะไม่ทำอันตรายต่อโคลด์สแตร์ แต่จะช่วยให้ลิงก์สามารถเดินหน้าฟันดาบโจมตีได้อย่างดุดัน โดยไม่ต้องพะวงเรื่องการได้รับความเสียหายเลย

หลังจากปราบโคลด์สแตร์ลงได้ อย่าลืมเก็บชิ้นส่วนหัวใจภาชนะ (Heart Container) เพื่อเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดของคุณ จากนั้นเก็บคริสตัลเพื่อพูดคุยกับสาวพรหมจารี

ข้อควรระวังและคำแนะนำพิเศษสำหรับบทนี้.

การลากหีบลึกลับ (Locked Chest): ตอนพาหีบจากบ้านช่างตีดาบไปหาชายใบ้ที่ทะเลทราย ห้ามกดพุ่งชนด้วยรองเท้าเพกาซัส (Pegasus Boots) โดยเด็ดขาด เพราะหีบจะหลุดทันทีและคุณจะต้องเดินกลับไปลากใหม่

ปริศนาบล็อกทับสวิตช์พื้น (The Infamous Block Puzzle) : ห้องก่อนเข้าห้องบอสจะมีจุดที่สร้างความสับสนให้ผู้เล่นมากที่สุด คือสวิตช์พื้นที่จะไม่ยอมค้างหากไม่มีของทับ หากเล่นบน SNES แล้วไม่อยากเดินวนรอบดันเจี้ยน ให้แวะไปเก็บ Cane of Somaria ที่ Misery Mire มาก่อน จะสร้างบล็อกทับสวิตช์ได้ทันที

การสู้กับ Kholdstare : ในเฟสแรก อย่าเสียเวลาและพลังเวทยิง Fire Rod ถึง 8 ครั้ง แค่กดใช้เหรียญตรา Bombos เพียงทีเดียว น้ำแข็งยักษ์จะแตกกระจายทันที ประหยัดพลังเวทไว้ใช้ยิง Fire Rod ซ้ำในเฟส 2 ได้คุ้มค่ากว่ามาก

บทที่ 11 : บึงมิเซอรีไมร์. (Misery Mire)

11.1 ไอเทมเสริมในโลกกว้าง. (Overworld Goodies)

หลังจากผ่านวังน้ำแข็ง (Ice Palace) แล้ว เราสามารถมุ่งหน้าตรงไปยังดันเจี้ยนถัดไป บึงมิเซอรีไมร์ (Misery Mire) ได้ทันที ข้อสังเกต: คุณจำเป็นต้องมีตราเวทมนตร์เอเธอร์ (Ether Medallion) อยู่ในครอบครองแล้วจึงจะสามารถผ่านเข้าไปได้ หากคุณยังไม่ได้เก็บมา คุณสามารถไปหาเก็บได้ทางทิศตะวันตกของหอคอยแห่งเฮรา (Tower of Hera) บนยอดเขาเดธเมาน์เทน (Death Mountain)

กลับไปยังโลกแห่งแสงสว่างแล้วเป่าขลุ่ย วาร์ปไปยังจุดหมายหมายเลข 6 ในเขตทะเลทราย ยกหินก้อนใหญ่ตรงนี้แล้วก้าวเข้าสู่ประตูมิติเพื่อเข้าสู่โลกแห่งความมืด

เดินขึ้นไปทางทิศเหนือแล้วคุณจะมาอยู่บริเวณด้านนอกของดันเจี้ยนพอดี คุณจะเห็นสัญลักษณ์ของตราเวทมนตร์เอเธอร์ปรากฏอยู่บนพื้น ให้ยืนทับลงบนสัญลักษณ์นั้นพอดีแล้วกดใช้ตราเวทมนตร์เพื่อเปิดทางเข้าดันเจี้ยน จากนั้นก้าวเข้าไปข้างในเพื่อลุยดันเจี้ยนถัดไปในโลกแห่งความมืด บึงมิเซอรีไมร์

11.2 บึงมิเซอรีไมร์. (Misery Mire)

บึงมิเซอรีไมร์เป็นดันเจี้ยนที่มีห้องเสริมที่ไม่จำเป็นอยู่หลายห้อง และมีหลากหลายเส้นทางในการผ่านดันเจี้ยนนี้ คู่มือฉบับนี้จะพาลองก์ผ่านไปด้วยเส้นทางที่รวดเร็วที่สุด โดยหลีกเลี่ยงห้องที่ไม่จำเป็นทั้งหมด รวมถึงข้ามการเก็บไอเทมเสริมอย่างแผนที่ดันเจี้ยนและเข็มทิศ

ในห้องแรก ให้ใช้ฮุกช็อต (Hookshot) ยิงข้ามเหวแล้วเดินลงบันไดไป มีวิซโรบ (Wizzrobes – พ่อมด) และโปโปะ (Popos) จำนวนหนึ่งอยู่ในห้องนี้ รวมถึงศัตรูบีมอส (Beamos) ด้วย วิซโรบจะคอยหายตัวไปมาและจะโจมตีโดนตัวมันได้เฉพาะตอนที่มันปรากฏตัวเต็มที่แล้วเท่านั้น กำจัดศัตรูทั้งหมดอย่างระมัดระวังแล้วเดินขึ้นผ่านประตูไป

ในห้องโถงกลางนี้ ให้เดินลงบันไดแล้วเดินผ่านทางวงกตไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือของห้อง เดินขึ้นบันไดแล้วมุ่งหน้าขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ ผลักบล็อกเดี่ยวไปทางซ้ายแล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ เดินขึ้นไปต่ออีกหนึ่งหน้าจอแล้ววิ่งขึ้นไปทางเหนือเพื่อไปให้ถึงหีบสมบัติที่บรรจุกุญแจดอกเล็ก (Small Key)

เดินย้อนกลับมาสามหน้าจอเพื่อกลับมายังห้องโถงกลางขนาดใหญ่อีกครั้ง คราวนี้ให้เดินไปยังมุมตะวันตกเฉียงเหนือของห้องแล้วเดินขึ้นบันได เดินไปยังมุมตะวันตกเฉียงใต้แล้วใช้กุญแจดอกเล็กกับประตูล็อก

กำจัดบลูบาริ (Blue Bari) ในห้องนี้เนื่องจากมันจะดรอปกุญแจดอกเล็ก จากนั้นใช้กุญแจนี้เพื่อเดินผ่านประตูล็อกไปทางซ้าย เพิกเฉยต่อแผ่นกระเบื้องบินบนพื้นแล้วเดินลงมาด้านล่างหนึ่งหน้าจอ รีบวิ่งวนรอบห้องแล้วเดินลงบันไดเพื่อลงสู่ชั้นล่าง

ในห้องนี้ เมื่อรวมกับห้องด้านล่างแล้ว จะมีคบเพลิงอยู่สี่อัน ก่อนอื่นคุณต้องผลักบล็อกให้พ้นทางเพื่อเปิดทางให้คุณเข้าถึงคบเพลิงได้อย่างรวดเร็ว ผลักบล็อกแถวบนและแถวล่างเข้าไปด้านใน จากนั้นผลักบล็อกแถวกลางขึ้นหรือลง เพื่อเปิดเป็นทางเดิน เมื่อผลักบล็อกทั้งสี่ก้อนพ้นทางแล้ว ให้ใช้ตะเกียง (Lamp) จุดไฟคบเพลิงทั้งสี่อัน

เมื่อคบเพลิงทั้งสี่อันถูกจุดติดแล้ว ให้เดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอและกำแพงขนาดใหญ่จะเลื่อนเปิดออก ทิ้งตัวลงผ่านช่องว่างทางฝั่งขวาของห้องเพื่อลงสู่ชั้นล่าง เปิดหีบสมบัติเพื่อรับกุญแจดอกใหญ่ (Big Key)

ตอนนี้เมื่อเราได้กุญแจดอกใหญ่มาแล้ว ก็ถึงเวลาไปเก็บไอเทมประจำดันเจี้ยน เดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอแล้วก้าวเข้าสู่วาร์ปพอร์ทัล เดินไปทางขวา, ลง, และเลี้ยวขวาหนึ่งหน้าจอเพื่อกลับสู่ห้องโถงหลัก เดินลงบันไดเพื่อลงสู่ชั้นล่างแล้วเดินย้อนกลับไปยังมุมตะวันออกเฉียงใต้ของห้อง จากตรงนี้ให้เดินขึ้นบันไดแล้วมุ่งหน้าไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ

หยิบฮุกช็อตออกมาแล้วเดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ ใช้ฮุกช็อตยิงข้ามเหวไปยึดบล็อกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วรีบวิ่งขึ้นไปทางเหนือทันที หากคุณวิ่งไม่เร็วพอ พื้นจะพังทลายลงและคุณจะต้องเริ่มทำใหม่อีกรอบ ที่ส่วนบนสุดของห้อง ให้เปิดหีบใบใหญ่เพื่อรับ คทาแห่งโซมาเรีย (Cane of Somaria)

เดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ และหากบล็อกสีฟ้าลดระดับลงอยู่ ให้เดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ หากบล็อกไม่ได้ลดระดับลง ให้กระโดดลงจากขอบทาง ปีนขึ้นบันไดแล้วเดินกลับไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอเพื่อกลับสู่ห้องโถงหลัก เดินกลับไปยังส่วนตะวันออกเฉียงเหนือของห้อง เดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ แล้วเลี้ยวขวาหนึ่งหน้าจอ

ยกหม้อที่มุมบนซ้ายเพื่อหากุญแจดอกเล็ก แล้วเดินผ่านประตูล็อกไป กระโดดลงจากขอบทางแล้วเดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ เดินขึ้นบันไดแล้วใช้กุญแจดอกใหญ่ผ่านประตูล็อกไป วิ่งไปตามทางเดินแล้วเดินลงบันไดที่ปลายสุดของโถงทางเดิน

ห้องนี้จะมืดและจะมีลูกไฟถูกยิงเข้าใส่ลิงก์อยู่ตลอดเวลา เดินไปทางฝั่งซ้ายของห้องแล้วยกหม้อขึ้นเพื่อเผยสวิตช์บนพื้น จากตรงนี้ ให้ใช้คทาแห่งโซมาเรียสร้างบล็อกขึ้นมาทับบนสวิตช์ ซึ่งจะเปิดประตูที่อยู่ใกล้ๆ

หลบหลีกศัตรูแล้วเดินต่อไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ เดินหลบกับดักใบมีดอย่างระมัดระวังแล้วเดินไปยังฝั่งซ้ายของห้อง เดินขึ้นไปด้านบนแล้วคุณจะเห็นสวิตช์คริสตัลอยู่อีกฝั่งของช่องว่าง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสวิตช์เป็นสีแดง แล้วเดินผ่านประตูด้านตะวันตกเฉียงใต้ของห้องไป

ใช้วางระเบิดเพื่อระเบิดเปิดรูที่ด้านบนของห้องแล้วเดินผ่านเข้าไป ฟันสวิตช์คริสตัลให้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าแล้วเดินกลับลงมาด้านล่างหนึ่งหน้าจอ เมื่อบล็อกสีฟ้าลดระดับลงแล้ว ให้เดินผ่านประตูด้านซ้ายไป

วิ่งขึ้นไปด้านบนสุดของห้องแล้วตีสวิตช์คริสตัลเพื่อให้มันเปลี่ยนเป็นสีแดง เดินลงบันไดเพื่อลงสู่ชั้นล่าง เดินข้ามบล็อกที่ลดระดับลงแล้วไขประตูล็อกเข้าไปเพื่อประจันหน้ากับบอสประจำดันเจี้ยน วิเทรียส (Vitreous)

ในช่วงเฟสแรก วิเทรียสจะส่งลูกตาบริวารพุ่งเข้าใส่ลิงก์ ซึ่งสร้างความเสียหายได้ค่อนข้างรุนแรง แม้ว่าจะใช้ดาบเทมเพิร์ดซอร์ด ลูกตาเหล่านี้ก็ยังต้องฟันถึงหกครั้งจึงจะกำจัดได้ อีกวิธีหนึ่งในการกำจัดลูกตาเล็กๆ เหล่านี้คือการยิงด้วยลูกธนูสามดอก แม้ว่าการใช้ธนูจะเล็งยากกว่า แต่ข้อดีอย่างหนึ่งคือคุณสามารถยิงโดนลูกตาที่ลอยอยู่ข้างๆ วิเทรียสได้

จงระมัดระวังเนื่องจากในช่วงเฟสนี้ ลิงก์จะถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่ได้แค่บริเวณครึ่งล่างของหน้าจอเท่านั้น เมื่อใดก็ตามที่วิเทรียสเปลี่ยนร่างกลายเป็นสีขาว นั่นหมายความว่ามันกำลังจะปล่อยสายฟ้าฟาดเข้าใส่ลิงก์ ดังนั้นให้รีบวิ่งหลบไปทางฝั่งซ้ายหรือฝั่งขวาของห้องทันที

ในช่วงเฟสแรกของการต่อสู้นี้ หากคุณมีคทาแห่งเบียร์นา (Cane of Byrna) คุณสามารถเปิดใช้งานมันแล้วยืนกดฟันดาบรัวๆ ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคุณจะไม่มีคทานี้ ขอเพียงแค่คุณฟันดาบให้เร็วพอ ลูกตาเหล่านั้นก็ไม่น่าจะสร้างปัญหาให้คุณได้มากนัก

หลังจากลูกตาทั้งหมดยกเว้นลูกตานิ่งๆ สี่ดวงถูกกำจัดไปแล้ว วิเทรียสจะลอยขึ้นจากบึงโคลนและเริ่มกระโดดพุ่งเข้าใส่คุณ ในช่วงเฟสนี้ จะต้องใช้การฟันด้วยดาบเทมเพิร์ดซอร์ดถึง 16 ครั้งจึงจะปราบวิเทรียสลงได้ แต่วิธีที่มีประสิทธิภาพกว่ามากในการปราบมันคือการยิงด้วยลูกธนู 8 ดอก เพียงแค่ยืนอยู่ใต้ตัววิเทรียส เล็งเป้าขึ้นไปทางทิศเหนือ แล้วระดมยิงธนูใส่มันอย่างต่อเนื่อง

หลังจากวิเทรียสถูกกำจัดลง อย่าลืมเก็บชิ้นส่วนหัวใจภาชนะ (Heart Container) เพื่อเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดของคุณ จากนั้นเก็บคริสตัลชิ้นที่หกเพื่อสนทนากับสาวพรหมจารี

ข้อควรระวังและกลยุทธ์สำคัญสำหรับบทนี้.

ไอเทมบังคับก่อนมาดันเจี้ยนนี้ : อย่าลืมเด็ดขาดนะคะว่าต้องมีเหรียญตรา Ether Medallion ก่อนเท่านั้น ถึงจะเปิดปากทางเข้าดันเจี้ยน Misery Mire ได้ หากยังไม่ได้ไปเก็บที่ Death Mountain จะเสียเวลาเดินมาฟรี

ปริศนาจุดคบเพลิง 4 อัน : จุดคบเพลิงห้องใต้ดินเพื่อให้ผนังเลื่อนเปิดทางเอากุญแจ Big Key ไฟจะดับไวพอสมควร ให้จัดเรียงผลักบล็อกเปิดทางเดินให้โล่งก่อนเป็นอันดับแรก แล้วใช้ Lamp เดินวนจุดไฟให้เร็วที่สุด

การหลบสายฟ้าของ Vitreous : สังเกตตัวบอสให้ดี เมื่อไหร่ที่ตัวก้อนเมือกตาหลักของบอสเริ่มกะพริบเปลี่ยนเป็น “สีขาว” ให้หยุดฟันลูกตาทันที แล้วรีบวิ่งฉากไปชิดขอบกำแพงซ้ายหรือขวาเพื่อหลบแนวสายฟ้าผ่าตรงกลาง

กระสุนธนูสำรอง : ในเฟส 2 ของบอส การใช้ธนูยิงสวนตอนมันกระโดดเข้าหาเป็นวิธีจบไวที่สุด (โดนแค่ 8 ดอก) ดังนั้นควรเตรียมลูกธนูสำรองไว้ไม่ต่ำกว่า 30-40 ดอกก่อนเข้าห้องบอส

บทที่ 12 : ศิลาเต่า. (Turtle Rock)

12.1 ไอเทมเสริมในโลกกว้าง. (Overworld Goodies)

เมื่อผ่านทั้งวังน้ำแข็ง (Ice Palace) และบึงมิเซอรีไมร์ (Misery Mire) เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มีไอเทมเสริมสองสามอย่างที่คุณสามารถออกไปตามเก็บได้ในโลกภายนอก (Overworld) จุดหมายแรกของคุณคือร้านขายระเบิด (Bomb Shop) ที่ตั้งอยู่ในโลกแห่งความมืด ซึ่งตั้งอยู่ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นบ้านของลิงก์ในโลกแห่งแสงสว่าง ให้เดินทางไปยังจุดดังกล่าวแล้วเข้าไปในร้าน

ตอนนี้จะมีสุดยอดระเบิด ซูเปอร์บอมบ์ (Super Bomb) วางจำหน่ายในราคา 100 รูปี ให้คุณซื้อมาได้เลย ระเบิดขนาดยักษ์ลูกนี้จะคอยเดินลากตามหลังคุณไปตลอดเวลา ลิงก์ห้ามกระโดดลงจากขอบผาและห้ามใช้รองเท้าเพกาซัส (Pegasus Boots) เป็นอันขาดในขณะที่ระเบิดลูกนี้กำลังเดินตามอยู่ เพราะจะทำให้ระเบิดเริ่มนับเวลาถอยหลังและระเบิดขึ้นทันที

ลิงก์จะต้องพาระเบิดซูเปอร์บอมบ์ลูกนี้ไปยังพีระมิดแห่งพลัง (Pyramid of Power) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางแผนที่ ทางฝั่งซ้ายของพีระมิดจะมีรอยแตกขนาดใหญ่บนกำแพง และหากลิงก์วางระเบิดซูเปอร์บอมบ์ลงตรงจุดนี้ มันจะระเบิดเปิดรูขนาดใหญ่ขึ้นมา

เดินผ่านเข้าไปในรูนั้นแล้วคุณจะพบบ่อน้ำพุนางฟ้าลับ โยนดาบเทมเพิร์ดซอร์ด (Tempered Sword) ลงไปในน้ำแล้วตอบตกลงว่าคุณทำมันตกลงไปจริงๆ นางฟ้าจะมอบรางวัลตอบแทนด้วยดาบทองคำ โกลเดนซอร์ด (Golden Sword) ซึ่งเป็นดาบที่มีพลังทำลายล้างสูงที่สุดในเกม ยิ่งไปกว่านั้น ให้โยนลูกธนูของคุณลงไปเพื่ออัปเกรดเป็น ธนูเงิน (Silver Arrows) และสุดท้าย คุณสามารถโยนขวดเปล่าลงไปเพื่อรับขวดที่บรรจุยาโพชั่นสีเขียว (Green Potion) กลับคืนมาได้อีกด้วย

กลับไปยังโลกแห่งแสงสว่างแล้วใช้ขลุ่ยวาร์ปไปยังภูเขาเดธเมาน์เทน จากจุดวาร์ป ให้เดินไปทางทิศตะวันออกหนึ่งหน้าจอเพื่อไปยังสะพานที่ขาด ใช้ฮุกช็อต (Hookshot) ยิงข้ามเหวแล้วมุ่งหน้าไปยังใต้สุดของพื้นที่นี้ ซึ่งคุณจะพบกับหินก้อนหนึ่ง ให้ยกหินขึ้นแล้วก้าวเข้าสู่ประตูมิติเพื่อเข้าสู่โลกแห่งความมืด

มีถ้ำสองแห่งที่ลิงก์สามารถเข้าไปได้บริเวณขวาบนของพื้นที่นี้ ให้เข้าไปในถ้ำทางซ้ายแล้วเดินขึ้นบันไดทางฝั่งซ้าย เดินไปตามทางเดินแล้วทิ้งตัวลงไปในหลุม ผลักบล็อกขึ้นไปด้านบนแล้วเดินกลับขึ้นบันไดที่อยู่ใกล้ๆ คราวนี้ ให้ทิ้งตัวลงไปในหลุมที่อยู่ทางขวา

เดินขึ้นบันไดทางฝั่งขวาแล้วทิ้งตัวลงไปในหลุมที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอ ผลักบล็อกให้พ้นทางเพื่อเดินไปยังหีบสมบัติหากคุณต้องการ ซึ่งจะได้รับระเบิดและเงินรูปีเสริม เดินขึ้นบันไดทางซ้ายแล้วเดินตามทางออกไปนอกถ้ำ

เมื่อกลับออกมาข้างนอก ให้ยกหินก้อนใหญ่ขึ้นแล้วเดินลงบันไดไป จะมีเงินรูปีเสริมอยู่ในถ้ำนี้หากคุณต้องการเก็บ แต่มันไม่มีอะไรที่สำคัญนัก ที่ปลายทางเดินด้านบน จะดูเหมือนว่าลิงก์กำลังจะเดินตกหน้าผา แต่จริงๆ แล้วมีทางเดินล่องหนซ่อนอยู่ หากลิงก์กดใช้ตราเวทมนตร์เอเธอร์ (Ether Medallion) เส้นทางเดินจะสว่างขึ้นมาให้เห็น เดินข้ามเหวไปแล้ววางระเบิดตรงกำแพงฝั่งทิศเหนือ

ในห้องถัดไป คุณสามารถวางระเบิดตรงกำแพงด้านบนเพื่อไปยังบ่อน้ำพุนางฟ้าได้หากต้องการ และจากนั้นให้วางระเบิดตรงกำแพงทางซ้ายเพื่อเดินออกจากถ้ำ

เมื่อกลับออกมาข้างนอก ให้ใช้กระจกเวทมนตร์ (Magic Mirror) เพื่อกลับสู่โลกแห่งแสงสว่าง บนเกาะลอยฟ้าแห่งนี้ ลิงก์จะพบกับชิ้นส่วนหัวใจ (Piece of Heart) ให้เก็บมันมาแล้วกลับไปยังโลกแห่งความมืด

12.2 การค้นหาทางเข้าดันเจี้ยน. (Finding the Dungeon)

ในการที่จะผ่านเข้าสู่ดันเจี้ยนศิลาเต่า (Turtle Rock) คุณจำเป็นต้องมีตราเวทมนตร์เควก (Quake Medallion) อยู่ในครอบครอง ซึ่งตราเวทมนตร์เควกนี้สามารถหาได้ที่บึงแห่งลางร้าย (Lake of Ill Omen) อันเป็นพื้นที่คู่ขนานในโลกแห่งความมืดของน้ำตกแห่งโซรา

กลับไปยังภูเขาเดธเมาน์เทนแล้วมุ่งหน้าขึ้นไปยังหอคอยแห่งเฮรา (Tower of Hera) จากตรงนั้น ให้เดินไปทางทิศตะวันออกเพื่อไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือสุดของแผนที่ ในหน้าจอนี้ ให้ยกหินก้อนใหญ่แล้วเดินขึ้นบันไดไป ที่นี่จะมีหลักไม้ปักอยู่สามอัน และลิงก์จำเป็นต้องใช้ค้อนทุบพวกมันตามลำดับที่ถูกต้อง ลำดับที่ถูกต้องคือ: ขวา, บน, ซ้าย การทำเช่นนี้จะสร้างประตูมิติขึ้นมา ให้ก้าวเข้าไปเพื่อกลับสู่โลกแห่งความมืด

ยืนอยู่เหนือสัญลักษณ์ตราเวทมนตร์เควกแล้วกดใช้เหรียญตรา การทำเช่นนี้จะทำให้ทางเข้าของดันเจี้ยนศิลาเต่าเปิดเผยออกมา กระโดดลงจากขอบผาแล้วก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยน

12.3 ศิลาเต่า. (Turtle Rock)

ยกหม้อขึ้นเพื่อเติมพลังเวทของคุณให้เต็ม จากนั้นใช้คทาแห่งโซมาเรีย (Cane of Somaria) ตรงเครื่องหมายคำถามด้านบนเพื่อสร้างแท่นลอยที่เคลื่อนที่ได้ ก้าวขึ้นไปยืนบนนั้นแล้วนั่งแท่นลอยมุ่งหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือเพื่อเข้าสู่ห้องถัดไป

ใช้คทาอีกครั้งเพื่อสร้างแท่นลอยแล้วนั่งไปรอบๆ ห้อง เมื่อใดก็ตามที่คุณมาถึงจุดที่แท่นลอยสามารถเปลี่ยนทิศทางได้ ให้กดปุ่มทิศทางที่คุณต้องการจะไปค้างไว้ แล้วแท่นจะเคลื่อนที่ไปตามทางนั้น ให้หาทางมุ่งหน้าไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือของห้องแล้วเดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ

สร้างแท่นลอยขึ้นมาแล้วนั่งมุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้ มีคบเพลิงสี่อันอยู่ในห้องนี้ และคุณจำเป็นต้องใช้คทาไฟ (Fire Rod) จุดไฟให้ครบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม คุณอย่าเพิ่งรีบจุดไฟในทันที เนื่องจากไฟจะดับลงหลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่ง คุณไม่ควรเริ่มใช้คทาไฟจนกว่าจะเคลื่อนที่เข้ามาถึงรางเลื่อนวงใน หลังจากจุดคบเพลิงครบทั้งสี่อันแล้ว ให้รีบวิ่งไปที่ประตูแล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ

ในห้องนี้คุณสามารถเดินชิดติดแนวกำแพงเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกับดักลูกกลิ้งหนามชนได้ หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คุณสามารถใช้ผ้าคลุมเวทมนตร์ (Magic Cape) แล้วเดินทะลุผ่านมันไปได้เลย มุ่งหน้าไปยังส่วนเหนือสุดของห้องแล้วเปิดหีบสมบัติทางขวาเพื่อรับกุญแจดอกเล็ก (Small Key)

เดินย้อนกลับลงมาและไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอเพื่อกลับสู่ห้องโถงเปิดขนาดใหญ่ ใช้คทาสร้างแท่นลอยขึ้นมา และคราวนี้ ให้เดินทางไปยังมุมตะวันตกเฉียงเหนือของห้อง ใช้กุญแจดอกเล็กกับประตูล็อกแล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ

ศัตรูในห้องนี้สามารถกำจัดได้ด้วยการยิงคทาไฟเพียงนัดเดียว หรือจะใช้ดาบฟันทำลายชิ้นส่วนร่างกายของมันออกทีละชิ้นก็ได้ เก็บกุญแจแล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ

ศัตรูเชนชอมป์ (Chain Chomps – ลูกตุ้มเขี้ยว) ในห้องนี้สร้างความเสียหายได้รุนแรงมาก และวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงพวกมันคือการใช้ผ้าคลุมเวทมนตร์หากคุณมี ใช้บูมเมอแรงหรือฮุกช็อตยิงใส่สวิตช์คริสตัลในขณะที่คุณอยู่บริเวณครึ่งล่างของห้อง การทำเช่นนี้จะลดระดับบล็อกสีฟ้าลง ให้รีบวิ่งไปยังส่วนตะวันออกเฉียงใต้ของห้องทันที ผลักบล็อกเดี่ยวไปทางซ้าย ซึ่งจะทำให้หีบสมบัติปรากฏขึ้น ตีสวิตช์คริสตัลอีกครั้งแล้ววิ่งไปเปิดหีบสมบัติเพื่อรับกุญแจดอกเล็ก ไขประตูแล้วเดินลงสู่ชั้นล่าง

มุ่งหน้าไปยังส่วนตะวันออกเฉียงใต้ของห้องแล้วเดินขึ้นบันได เดินเข้าไปในอุโมงค์ท่อแล้วมันจะพาคุณไปยังมุมตะวันตกเฉียงเหนือของห้อง เดินผ่านประตูด้านซ้ายไป

ใช้อุโมงค์ท่ออันขวาในบรรดาสองท่อ แล้วเดินไปทางซ้ายเพื่อเข้าสู่ห้องถัดไป มีศัตรูอยู่หลายตัวในห้องนี้ แต่ศัตรูตัวเด้งดึ๋งที่รู้จักกันในชื่อ ฮกกุบกกุ (Hokkubokku) คือตัวที่คุณจำเป็นต้องกำจัด เก็บกุญแจดอกเล็กที่มันดรอปไว้แล้วเดินผ่านประตูล็อกไป แต่คุณจะต้องทำให้รวดเร็ว เนื่องจากดวงตาด้านบนจะคอยยิงเลเซอร์เข้าใส่คุณ

เดินเข้าอุโมงค์ท่อแล้วเปิดหีบสมบัติที่พบตรงนี้เพื่อรับกุญแจดอกใหญ่ (Big Key) เข้าอุโมงค์ท่อถัดไปแล้วมุ่งหน้ากลับไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ ลอดผ่านอุโมงค์ท่อตรงนี้เพื่อกลับไปยังส่วนตะวันออกเฉียงใต้ของห้องอีกครั้ง จากนั้นเดินเข้าอุโมงค์ท่อแล้วมุ่งหน้ากลับไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ

คราวนี้ให้ใช้อุโมงค์ท่อที่อยู่ทางซ้ายมือของคุณ แล้วเดินลงมาด้านล่างหนึ่งหน้าจอ กำจัดศัตรูแล้วเดินลงและไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ ที่นี่คุณจะพบกับลำแสงจากดวงตาจำนวนมากที่คอยยิงเลเซอร์ใส่ ให้วิ่งอย่างระมัดระวังแล้ววางระเบิดตรงกำแพงฝั่งทิศใต้ จากนั้นเดินผ่านช่องเปิดออกไปข้างนอก

เดินไปทางขวา แต่ก่อนที่จะเดินเข้าไปในถ้ำ ให้ใช้กระจกเวทมนตร์เพื่อกลับสู่โลกแห่งแสงสว่างเสียก่อน ที่นี่คุณจะพบกับถ้ำซึ่งก่อนหน้านี้คุณไม่สามารถเข้าถึงได้ ให้เดินเข้าไปข้างใน

ภายในถ้ำคุณจะพบกับศัตรูกอริยะ (Goriya) สี่ตัว ให้ใช้ดาบและลูกธนูกำจัดพวกมัน แล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ ตรงนี้คุณจะพบกับชิ้นส่วนหัวใจชิ้นสุดท้ายของเกม! เดินกลับออกมาข้างนอกแล้วก้าวเข้าสู่ประตูมิติเพื่อกลับสู่โลกแห่งความมืด จากนั้นให้เข้าดันเจี้ยนใหม่อีกครั้งจากทางเข้าฝั่งขวา

ใช้ฮุกช็อตยิงข้ามเหวแล้วเปิดหีบสมบัติใบใหญ่เพื่อรับไอเทมประจำดันเจี้ยน โล่กระจก (Mirror Shield) เดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอแล้วเดินผ่านประตูล็อกด้านบน ก้าวเข้าสู่อุโมงค์ท่อแล้วเดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอ

ใช้วางระเบิดเพื่อระเบิดเปิดทางเดินที่มุ่งหน้าขึ้นไปด้านบนและทางขวา ทางเดินไปทางขวาจะนำไปสู่ห้องที่เต็มไปด้วยเงินรูปี ให้เก็บมันมาหากคุณต้องการ จากนั้นให้เลือกใช้เส้นทางมุ่งหน้าขึ้นทิศเหนือ ใช้ธนูหรือบูมเมอแรงยิงใส่สวิตช์คริสตัล จากนั้นวิ่งไปเปิดหีบสมบัติเพื่อรับกุญแจดอกเล็ก ตีสวิตช์อีกครั้งแล้วเดินผ่านประตูล็อกไป

ใช้คทาแห่งโซมาเรียบนเครื่องหมายคำถามเพื่อสร้างแท่นลอย เมื่อคุณก้าวขึ้นไปบนแท่นเคลื่อนที่แล้ว ให้เลี้ยวขวาและเลี้ยวลงใต้ทันที กดปุ่มลงค้างไว้เพื่อให้แท่นเลือกเข้าเส้นทางทิศใต้เสมอในทุกๆ ทางแยก คุณจะมาถึงแท่นตรงกลางที่มีหัวกะโหลกวางอยู่ ให้ยกหัวกะโหลกขึ้นแล้วเหยียบสวิตช์บนพื้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเหยียบสวิตช์บนพื้นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

ก้าวกลับขึ้นไปบนแท่นเคลื่อนที่แล้วนั่งมันไปจนสุดทางฝั่งซ้ายของห้อง จากนั้นมุ่งหน้าลงใต้ไปยังมุมตะวันตกเฉียงใต้ คุณจะเห็นเครื่องหมายคำถามซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของรางเดิน ให้สังเกตแนวรางเดินจากเครื่องหมายคำถามไว้แล้วมองตามไปทางทิศตะวันออกในขณะที่คุณกำลังเคลื่อนที่อยู่บนแท่นลอย เมื่อคุณเห็นช่องเปิด ให้เลี้ยวขึ้นเหนือแล้วเลี้ยวไปทางทิศตะวันตก นำแท่นร่อนไปยังช่องประตูบริเวณมุมล่างซ้ายของห้อง

ในห้องถัดไปนี้ คุณสามารถใช้รองเท้าเพกาซัสพุ่งตัวลงมาทางทิศใต้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับกำจัดศัตรูเดี่ยวๆ ไปตามทาง ระวังอย่าวิ่งเลยจนตกขอบผาที่ปลายทาง เดินลงไปยังห้องด้านล่างต่อไป และอีกครั้ง ให้เดินลงมาทางทิศใต้และที่ปลายสุดของห้อง ให้ใช้วางระเบิดเพื่อระเบิดเปิดรู ก้าวผ่านประตูเพื่อออกไปสู่ภายนอกอีกครั้ง

เดินกลับเข้ามาในดันเจี้ยน จุดประสงค์ทั้งหมดของขั้นตอนนี้คือ เพื่อให้เวลาที่คุณใช้กระจกเวทมนตร์ คุณจะมาปรากฏตัวที่ทางเข้าดันเจี้ยนจุดใหม่ตรงนี้ ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณพลาดตายในการต่อสู้กับบอสที่กำลังจะมาถึง คุณก็จะมาเกิดใหม่ที่นี่แทนที่จะต้องกลับไปเริ่มที่ทางเข้าแรกสุดของดันเจี้ยน จากด้านล่างของห้อง ให้ใช้ทางเดินแรกไปทางซ้าย โล่กระจก (Mirror Shield) จะสามารถป้องกันลำแสงเลเซอร์ขนาดยักษ์ที่ยิงเข้าใส่คุณได้ ให้เปิดหีบสมบัติเพื่อรับกุญแจดอกเล็ก หากคุณเพิ่งออกไปข้างนอกมา คุณสามารถใช้กระจกเวทมนตร์ ณ จุดนี้เพื่อวาร์ปมายังปลายสุดทางใต้ของห้องได้อย่างรวดเร็ว วิ่งกลับขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอแล้วเดินผ่านประตูล็อกไปทางซ้าย

เดินผ่านเขาวงกตนี้ไป โดยคอยใช้บูมเมอแรงตีสวิตช์คริสตัลไปตามทาง ใช้ผงเวทมนตร์ (Magic Powder) โรยใส่แอนตี้แฟรี่เพื่อรับหัวใจฟื้นพลังเสริม จากนั้นเดินลงบันไดที่อยู่ด้านบนสุดของหน้าจอ

ในห้องสุดท้ายนี้ ให้ใช้คทาแห่งโซมาเรียบนเครื่องหมายคำถามเพื่อสร้างแท่นลอย อย่าลืมยกหม้อในบริเวณใกล้เคียงเพื่อเติมพลังเวทของคุณให้เต็ม จากนั้นนั่งแท่นลอยมุ่งหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือ เดินผ่านประตูล็อกเข้าไปเพื่อประจันหน้ากับบอสประจำดันเจี้ยน ไตรเนกซ์ (Trinexx)

ไตรเนกซ์จะมีสามหัว และในช่วงเริ่มต้นของการต่อสู้ หัวธาตุขนาดเล็กสองหัวจะเริ่มโจมตีลิงก์ หัวสีแดงทางซ้ายจะพ่นไฟใส่ลิงก์ ในขณะที่หัวสีฟ้าจะพ่นน้ำแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หัวสีฟ้าถือเป็นภัยคุกคามอย่างมาก เพราะถึงแม้มันจะไม่ทำอันตรายต่อลิงก์โดยตรง แต่มันจะพ่นน้ำแข็งเคลือบติดพื้นห้องอย่างถาวร ทำให้พื้นลื่นจนควบคุมการเดินได้ยาก

นอกจากนี้ หัวหลักตรงกลางขนาดใหญ่ของไตรเนกซ์จะคอยยืดคอขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่ลิงก์เป็นครั้งคราว ซึ่งสร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาล คุณสามารถคาดเดาการโจมตีนี้ล่วงหน้าได้จากการสังเกตหางของไตรเนกซ์ที่จะเริ่มส่ายไปมาอย่างรวดเร็วผิดปกติ

ลิงก์จะต้องใช้คทาไฟ (Fire Rod) ยิงใส่หัวสีฟ้าเพื่อทำให้มันสตันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ จากนั้นให้กระหน่ำฟันด้วยดาบซ้ำๆ จนกว่ามันจะเริ่มขยับตัวได้อีกครั้ง ทำขั้นตอนนี้ซ้ำๆ จนกระทั่งกำจัดหัวสีฟ้าได้สำเร็จ ส่วนหัวสีแดง ลิงก์จะต้องใช้คทาไอซ์ร็อด (Ice Rod) ยิงใส่ ซึ่งจะมีรูปแบบและวิธีการจัดการเหมือนกันทุกประการกับหัวแรก ทำขั้นตอนนี้ซ้ำๆ จนกระทั่งปราบหัวทั้งสองลงได้

ไตรเนกซ์จะระเบิดเปลือกกระดองออกและเริ่มลอยเลื้อยไปมารอบห้องเป็นวงรี ก้อนหินตรงกลางลำตัวของมันจะกะพริบแสง บ่งบอกถึงจุดอ่อน เคลื่อนที่ไปรอบห้องเพื่อหลบการพุ่งชนของมัน และเมื่อคุณสบโอกาส ให้ใช้ดาบฟันเข้าที่ก้อนหินตรงลำตัวของมัน ทำซ้ำขั้นตอนนี้หลายๆ ครั้งจนกระทั่งไตรเนกซ์ถูกปราบลงอย่างสมบูรณ์

หลังจากไตรเนกซ์ถูกกำจัดลง อย่าลืมเก็บชิ้นส่วนหัวใจภาชนะ (Heart Container) เพื่อเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดของคุณ จากนั้นเก็บคริสตัลชิ้นที่เจ็ดเพื่อสนทนากับสาวพรหมจารีคนสุดท้าย

ข้อควรระวังและกลยุทธ์สำคัญสำหรับบทนี้.

การพา Super Bomb : ห้ามใช้ Pegasus Boots หรือกระโดดข้ามเนินต่างระดับเด็ดขาด เพราะระเบิดยักษ์จะหลุดมือและจุดชนวนระเบิดทันที ซึ่งจะเสียเงินฟรี 100 รูปี และต้องเดินกลับไปซื้อใหม่ที่ Bomb Shop

การอัปเกรดที่ Fairy ในพีระมิด : ห้ามลืมโยน Tempered Sword เพื่อเอา Golden Sword (ดาบเลเวล 4 ดาบที่แรงที่สุดในเกม) และโยน Arrows เพื่อรับ Silver Arrows เด็ดขาด เพราะ Silver Arrows เป็นไอเทมภาคบังคับที่จำเป็นต้องใช้สังหารบอสตัวสุดท้ายอย่างกานอน (Ganon) ในบทถัดไป

การสร้าง Checkpoint ด้านนอก Turtle Rock : เมื่อระเบิดผนังด้านล่างออกไปสู่อากาศภายนอกดันเจี้ยนได้แล้ว อย่าลืมเดินกลับเข้ามาในดันเจี้ยนทันที เพื่อบันทึกจุดวาร์ปของ Magic Mirror ไว้ หากพลาดตายตอนสู้กับ Trinexx จะได้ไม่ต้องนั่งรถรางโซมาเรียย้อนกลับมาตั้งแต่หน้าประตูใหญ่

การสู้กับ Trinexx : ระวังเรื่องพลังเวท (Magic Meter) ให้ดีค่ะ เพราะต้องใช้ทั้ง Fire Rod และ Ice Rod หากพลังเวทหมด คุณจะไม่สามารถสตันหัวธาตุทั้งสองได้เลย เตรียมยาเขียวหรือยาฟ้าติดขวดไว้สำรองอย่างน้อย 1-2 ขวดเสมอ

บทที่ 13 : หอคอยแห่งกานอน. (Ganon’s Tower)

13.1 การเดินทางสู่หอคอย. (Reaching the Tower)

หลังจากพิชิตศิลาเต่า (Turtle Rock) เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาลุยสู่หอคอยแห่งกานอน (Ganon’s Tower) ให้เดินไปทางซ้ายสองหน้าจอ กำจัดหรือหลบหลีกศัตรูไลเนล (Lynels – มนุษย์สิงโต) ไปตามทาง หอคอยแห่งกานอนจะตั้งอยู่ในโลกแห่งความมืด ซึ่งตรงกับตำแหน่งของหอคอยแห่งเฮรา (Tower of Hera) ในโลกแห่งแสงสว่าง

เดินขึ้นไปยังหอคอย แล้วสาวพรหมจารีทั้งเจ็ดจะร่วมมือกันทำลายผนึกของหอคอย เผยให้เห็นบันไดทางขึ้น และเปิดทางให้ลิงก์สามารถก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยนสุดท้ายได้

13.2 หอคอยแห่งกานอน. (Ganon’s Tower)

ในช่วงส่วนแรกของหอคอยแห่งกานอน จะมีสองเส้นทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนที่ลิงก์สามารถเลือกเดินได้ ซึ่งทั้งสองเส้นทางจะไปบรรจบลงที่ตำแหน่งเดียวกัน ลิงก์สามารถเดินลงบันไดทางมุมบนซ้ายหรือมุมบนขวาของห้องนี้ก็ได้ แต่จำเป็นต้องเลือกเดินเพียงแค่เส้นทางใดเส้นทางหนึ่งในสองเส้นนี้เท่านั้น คู่มือฉบับนี้จะครอบคลุมเส้นทางที่ง่ายกว่าในสองเส้นทาง ดังนั้นให้คุณเดินลงบันไดที่อยู่บริเวณมุมบนซ้ายของห้อง

มีกุญแจดอกหนึ่งวางอยู่บนยอดคบเพลิงในห้องนี้ แต่มันไม่จำเป็นต้องใช้เลยจริงๆ ให้เพิกเฉยต่อมันแล้วเดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ ยกหม้อที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของห้องเพื่อหากุญแจดอกเล็ก (Small Key)

มีตัวตุ่นสี่ตัวในห้องนี้ที่ลิงก์สามารถใช้ค้อนทุบได้ ให้ทุบพวกมันสองตัวเพื่อที่คุณจะได้สามารถผลักบล็อกตรงกลาง ซึ่งจะส่งผลให้ประตูเปิดออก จากนั้นเดินหน้าต่อไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ

หยิบฮุกช็อต (Hookshot) ออกมาแล้วใช้มันยิงข้ามไปยึดเกาะแท่นตรงกลางห้อง จากนั้นยิงอีกครั้งเพื่อไปยังแท่นทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แล้วยิงต่อไปยังแท่นทางฝั่งตะวันออก ใช้ฮุกช็อตอีกครั้งเพื่อข้ามไปยังแท่นขนาดใหญ่บริเวณใต้สุดของห้อง

ประตูล็อกทางขวาจะนำไปสู่เพียงแค่แผนที่ดันเจี้ยนเท่านั้น ดังนั้นคุณสามารถมองข้ามมันไปได้เลย ให้ตีสวิตช์คริสตัลเพื่อลดระดับบล็อกสีฟ้า ใช้คทาแห่งโซมาเรีย (Cane of Somaria) วางบล็อกสีแดงไว้ข้างๆ สวิตช์คริสตัล จากนั้นเดินลงมาที่ใต้สุดของห้องแล้วกดใช้คทาอีกเป็นครั้งที่สอง ซึ่งจะทำให้บล็อกระเบิดออกและแรงระเบิดจะไปโดนสวิตช์คริสตัล ทำให้บล็อกสีฟ้ายกตัวขึ้น เดินหน้าลงไปยังห้องถัดไป

มีกุญแจดอกเล็กอยู่บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของห้องนี้ ดังนั้นให้เก็บมันมาหากคุณจำเป็นต้องใช้ ใช้คทาแห่งโซมาเรียเพื่อวางบล็อกลงไปทางซ้ายของสวิตช์คริสตัล เดินไปยังส่วนตะวันออกเฉียงเหนือหรือตะวันออกเฉียงใต้ของห้อง แล้วใช้คทาอีกครั้งเพื่อให้บล็อกสีฟ้าลดระดับลง ใช้กุญแจดอกเล็กแล้วเดินผ่านเข้าไปสู่ห้องถัดไป

ตีสวิตช์คริสตัลแล้วค่อยๆ เดินฝ่าไปอย่างระมัดระวังเพื่อไปยังวาร์ปพอร์ทัลทางฝั่งขวาของห้อง เดินผ่านห้องนี้อย่างรอบคอบแล้วคุณจะพบบล็อกเดี่ยวก้อนหนึ่งอยู่ทางฝั่งซ้าย ผลักมันไปทางซ้าย ซึ่งจะทำให้หีบสมบัติปรากฏขึ้นบนอีกฝั่งของช่องว่าง ใช้ฮุกช็อตยิงข้ามไปแล้วเปิดหีบเพื่อรับกุญแจดอกเล็ก ใช้กุญแจดอกนี้เพื่อเดินผ่านประตูล็อกที่อยู่ใกล้ๆ

มีชุดแผ่นวาร์ปกระจายอยู่ทั่วห้องนี้ และในแต่ละครั้งคุณจะมีตัวเลือกสองสามทางว่าจะเลือกเหยียบแผ่นไหน จากทางเข้าห้องนี้ ให้เหยียบแผ่นวาร์ปตามลำดับต่อไปนี้

  • เหยียบแผ่นวาร์ปทางขวา
  • เหยียบแผ่นวาร์ปที่อยู่มุมล่างซ้าย
  • เหยียบแผ่นวาร์ปที่มุมล่างซ้ายของห้อง

จากนั้นให้เดินไปยังมุมตะวันออกเฉียงเหนือของห้องแล้วเหยียบแผ่นวาร์ป ก้าวขึ้นบนแผ่นวาร์ปที่อยู่ติดกันแล้วเดินหน้าไปทางทิศตะวันออกหนึ่งหน้าจอ

ตรงนี้คุณจะพบว่าตัวเองอยู่ในห้องโถงเปิดขนาดใหญ่ หมายเหตุ: หากตอนเริ่มต้นดันเจี้ยนคุณเลือกเดินลงบันไดทางมุมบนขวา คุณก็จะมาลงเอยด้วยการเข้าสู่ห้องนี้จากทางฝั่งขวาเช่นกัน ให้เดินไปยังส่วนบนของห้องแล้วคุณจะพบหม้อหัวกะโหลกสองใบ ให้ยกขึ้นเฉพาะหม้อใบบนสุดเพียงใบเดียวเท่านั้น

ตอนนี้ให้เดินไปยังด้านบนสุดของหน้าจอ แต่อย่าเพิ่งเดินผ่านประตูไป ให้มองไปทางขวาแล้วคุณจะพบคบเพลิงอันหนึ่ง ใช้คทาไฟจุดคบเพลิงแล้วเส้นทางเดินล่องหนจะสว่างขึ้นมา จากนั้นคุณสามารถใช้ฮุกช็อตยิงเกาะหม้อหัวกะโหลกด้านล่างเพื่อข้ามไปยังทางเดินได้อย่างรวดเร็ว รีบเดินผ่านห้องนี้ไปก่อนที่ไฟบนคบเพลิงจะดับลง หากคบเพลิงดับลง คุณสามารถใช้ตราเวทมนตร์เอเธอร์ (Ether Medallion) เพื่อช่วยให้มองเห็นเส้นทางเดินได้ชั่วคราว เมื่อเดินไปถึงปลายทางเดินแล้ว ให้เดินขึ้นผ่านช่องประตูไป

ยกหม้อทางส่วนตะวันออกเฉียงใต้ของห้องแล้วเปิดหีบสมบัติเพื่อเก็บลูกธนู วางระเบิดลงบนพื้นแตกร้าวเพื่อระเบิดเปิดหลุมบนพื้น แล้วทิ้งตัวลงสู่ชั้นล่าง

ที่นี่คุณจะได้ต่อสู้กับอัศวินอาร์มอส (Armos Knights) อีกครั้ง แต่คราวนี้พื้นห้องจะเป็นน้ำแข็งล้วนๆ ทำให้ลื่นและควบคุมทิศทางได้ยาก หากคุณมีธนูเงิน (Silver Arrows) การยิงเพียงดอกเดียวจะสามารถสังหารอัศวินแต่ละตัวได้ทันที หลังจากกำจัดพวกมันหมดแล้ว ให้เดินขึ้นผ่านประตูที่เปิดออก

เปิดหีบสมบัติตรงนี้เพื่อรับระเบิด, ลูกธนู และกุญแจดอกใหญ่ (Big Key) เดินลงมาและไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ คุณสามารถพุ่งชนหรือวางระเบิดกำแพงทิศเหนือเพื่อพบบ่อน้ำพุนางฟ้าได้ จากนั้นให้เดินขึ้นบันไดเพื่อขึ้นสู่ชั้นบน

ผลักบล็อกให้พ้นทางแล้วเปิดหีบสมบัติเพื่อรับ ชุดเกราะสีแดง (Red Mail) ซึ่งจะช่วยลดทอนความเสียหายที่ลิงก์ได้รับลงอย่างมาก เดินขึ้นผ่านประตูเพื่อกลับไปยังห้องก่อนหน้า จากนั้นเดินขึ้นบันไดเพื่อกลับไปใกล้กับทางเข้าดันเจี้ยน

เมื่อมีกุญแจดอกใหญ่อยู่ในมือ ให้เดินขึ้นบันไดแล้วมุ่งหน้าขึ้นสู่ชั้นบน ใช้ฮุกช็อตหรือไอเทมตีสวิตช์คริสตัลแล้วเดินผ่านห้องนี้ไป ผลักบล็อกบริเวณมุมบนซ้ายของห้องเพื่อเปิดประตูแล้วเดินลงมาด้านล่างหนึ่งหน้าจอ

ในห้องนี้คุณจำเป็นต้องใช้ลูกธนูเพื่อกำจัดกอริยะ (Goriyas) สองตัว กับดักใบมีดอาจจะขวางทางคุณได้ ดังนั้นหากจำเป็น คุณสามารถผลักรูปปั้นหินเพื่อไปขวางทางพวกมันไว้ได้ ยิงธนูใส่กอริยะทั้งสองตัวแล้วเดินผ่านประตูที่เปิดออกไป

กำจัดกอริยะอีกสองตัวแล้วเดินขึ้นไปด้านบนสองหน้าจอ เดินลงบันไดแล้วมุ่งหน้าขึ้นไปด้านบนซึ่งจะมีอายกอร์ (Eyegores – ยักษ์ตาเดียว) สองตัวซ่อนอยู่ ตีสวิตช์คริสตัลแล้วกำจัดศัตรู ยกหม้อขึ้นเพื่อหาสวิตช์บนพื้น ซึ่งจะเปิดประตูออก เดินย้อนกลับไปยังส่วนบนของห้องแล้วเดินไปทางขวาหนึ่งหน้าจอ

ในห้องนี้คุณสามารถใช้ผ้าคลุมเวทมนตร์ (Magic Cape) เพื่อเดินผ่านไปได้อย่างปลอดภัย หรือค่อยๆ หลบกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงเข้าใส่คุณอย่างระมัดระวัง ทางฝั่งขวาของห้องนี้จะมีห้องลับอยู่หลังกำแพงแตกร้าว ในการที่จะข้ามไปให้ได้ ลิงก์จะต้องยืนอยู่ใต้บล็อกสองก้อนทางขวาโดยตรง หันหน้าขึ้นด้านบน ใช้รองเท้าเพกาซัสพุ่งชนบล็อก ซึ่งจะส่งลิงก์กระเด็นลอยข้ามเหวไป วางระเบิดเพื่อระเบิดกำแพง เผยให้เห็นบ่อน้ำพุนางฟ้า ใช้ฮุกช็อตยิงข้ามเหวกลับมาแล้วเดินขึ้นบันไดไป

กำจัดศัตรูทั้งสี่ตัวในห้องนี้แล้วเดินหน้าต่อไป การใช้ตราเวทมนตร์บอมบอสเป็นวิธีที่ดีในการกำจัดพวกมันโดยไม่เสียเลือด ในห้องถัดไปจะมีศัตรูอีกสามตัว ให้จัดการพวกมันด้วยเช่นกันแล้วเดินต่อไปยังห้องถัดไป

ศัตรูอีกสามตัว พร้อมกับบีมอส (Beamos) อีกหนึ่งคู่ กำจัดพวกมันแล้วเดินลงผ่านไปยังห้องถัดไป คราวนี้จะมีพื้นน้ำแข็งบางส่วน แต่ให้กำจัดศัตรูทั้งสองตัวแล้วเดินต่อไปยังห้องถัดไป กำจัดศัตรูตรงนี้แล้วเดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ เดินต่อไปทางซ้ายอีกหนึ่งหน้าจอแล้วคุณจะได้เผชิญหน้ากับศัตรูที่คุ้นเคยในร่างของ ลันโมลาส์ (Lanmolas – หนอนทรายยักษ์)

การต่อสู้กับลันโมลาส์จะเหมือนกับเมื่อนานมาแล้วทุกประการ เว้นแต่ว่าตอนนี้จะมีรูปปั้นในห้องที่คอยพ่นลูกไฟใส่คุณเพิ่มเข้ามาด้วย หากคุณมีดาบทองคำ (Golden Sword) การฟันเพียงสองครั้งจะสามารถกำจัดศัตรูแต่ละตัวได้ หรืออีกทางเลือกหนึ่ง การยิงด้วยธนูเงินเพียงดอกเดียวก็สามารถกำจัดพวกมันได้เช่นกัน เดินขึ้นไปด้านบนหนึ่งหน้าจอแล้วขึ้นสู่ชั้นถัดไป

มีวิซโรบ (Wizzrobes) สามตัวในห้องนี้ รวมถึงทางเดินล่องหน เมื่อวิซโรบปรากฏตัวขึ้น ให้กดใช้ตราเวทมนตร์เอเธอร์เพื่อกำจัดพวกมันทั้งหมดในคราวเดียว และช่วยส่องทางเดินล่องหนให้สว่างขึ้นมาชั่วคราว เดินลงมาทางทิศใต้อย่างระมัดระวังผ่านประตูไป

วิ่งผ่านห้องนี้แล้วเดินขึ้นไปตามทางฝั่งขวา จะมีวิซโรบอยู่ที่นี่อีก และทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือการใช้ตราเวทมนตร์เอเธอร์อีกครั้ง ใช้รองเท้าเพกาซัสพุ่งตัวขึ้นไปด้านบนสุดของห้องก่อนที่จะเดินไปทางทิศตะวันออกหนึ่งหน้าจอ

สิ่งแรกที่ควรทำในห้องนี้คือเดินสำรวจและยกหม้อหัวกะโหลกทั้งหมดออกไปเพื่อไม่ให้มันขวางทาง และเพื่อที่คุณจะได้เก็บพลังเวทมนตร์ด้วย คุณจะต้องจุดคบเพลิงทั้งสี่อันในห้องนี้ให้ติดพร้อมกัน แล้วรีบวิ่งไปยังประตูทางใต้สุดของห้อง เจมี่ขอแนะนำให้เริ่มจากอันบนสุดก่อน แล้ววนตามเข็มนาฬิกาไปรอบห้อง คุณสามารถทำได้ด้วยตะเกียง แต่การใช้คทาไฟจะช่วยให้ทำได้ง่ายขึ้นกว่ามาก

ในห้องถัดไป อย่าลืมยกหม้อที่มุมบนขวาเพื่อเติมพลังเวทของคุณให้เต็ม จากนั้นค่อยๆ เดินขึ้นบันไดอย่างระมัดระวัง บนชั้นที่สูงขึ้นไป คุณจะต้องจุดคบเพลิงตามมุมทั้งสี่ของห้อง เจมี่ขอแนะนำให้ใช้ตะเกียงจุดคบเพลิงล่างขวาและล่างซ้ายก่อน จากนั้นวนกลับมาที่กลางห้องแล้วใช้คทาไฟยิงจุดสองอันสุดท้าย คุณต้องทำอย่างรวดเร็วเนื่องจากพื้นจะพังทลายลงหลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่ง เมื่อคบเพลิงทั้งสี่อันถูกจุดติดแล้ว ให้เดินขึ้นผ่านประตูไป

กำจัดศัตรูสองตัวตรงนี้แล้วตัวหนึ่งจะดรอปกุญแจดอกเล็ก คุณสามารถเปิดหีบสมบัติตรงนี้ได้หากจำเป็นต้องเติมระเบิดและลูกธนู มีรอยแตกตรงกำแพงฝั่งทิศใต้และคุณจำเป็นต้องวางระเบิด โดยต้องคอยหลบกับดักใบมีดไปด้วย การกะจังหวะโยนระเบิดที่ดีจะทำให้ระเบิดเคลื่อนที่ไปตามทางเลื่อนและไประเบิดเปิดกำแพงออก

ตีสวิตช์คริสตัลเพื่อเดินไปยังหีบสมบัติตรงกลางห้องซึ่งบรรจุกุญแจดอกเล็ก ใช้กุญแจกับประตูล็อกแล้วเดินหน้าต่อไป

กระโดดลงจากขอบทางแล้วต่อสู้กับมอลดอร์ม (Moldorm – หนอนยักษ์) อีกครั้ง หากคุณมีดาบทองคำ จะใช้การฟันดาบเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นในการปราบมัน แต่ก็เหมือนเช่นเคย คุณสามารถถูกมันชนกระเด็นตกลงไปยังชั้นล่างได้ หากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น ให้เดินขึ้นบันไดตรงมุมบนขวาของห้องแล้วเริ่มกระบวนการใหม่อีกครั้ง เมื่อปราบมอลดอร์มได้แล้ว ให้ใช้ฮุกช็อตยิงข้ามไปหาหีบสมบัติทางใต้สุดของห้อง ผลักบล็อกให้พ้นทางแล้วเดินไปทางซ้ายหนึ่งหน้าจอ

ห้องนี้จะมีแท่นเลื่อนเคลื่อนที่, กับดักใบมีด และกันชนเด้ง ทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณคือการใช้ผ้าคลุมเวทมนตร์แล้วรีบวิ่งผ่านมันไปอย่างรวดเร็ว ที่ด้านบนของห้อง ให้เดินขึ้นบันไดเพื่อขึ้นสู่ชั้นบน เดินไปทางซ้ายแล้วเดินผ่านประตูล็อกเข้าไปเพื่อประจันหน้ากับบอส อกาห์นิม (Agahnim)

การต่อสู้กับอกาห์นิมเกือบจะเหมือนกับการต่อสู้ในครั้งแรกทุกประการ ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคืออกาห์นิมจะแยกร่างออกเป็นสามร่าง อย่างไรก็ตาม เงาของร่างที่มีสีเข้มที่สุดคือร่างจริงของอกาห์นิม เช่นเดียวกับครั้งก่อน คุณจำเป็นต้องใช้ดาบฟันสะท้อนลูกแก้วเวทมนตร์สีฟ้ากลับไปหาอกาห์นิมเพื่อสร้างความเสียหายแก่เขา

แม้ว่าอีกสองร่างของอกาห์นิมจะเป็นร่างปลอม แต่คุณก็สามารถฟันลูกแก้วสีฟ้าของร่างปลอมให้กระดอนไปในทิศทางที่ร่างจริงของอกาห์นิมยืนอยู่เพื่อสร้างความเสียหายแก่เขาได้เช่นกัน เช่นเดียวกับครั้งก่อน ร่างจริงของอกาห์นิมจะลอยไปอยู่ตรงกึ่งกลางด้านบนสุดของห้องเป็นครั้งคราวและเล็งลงมาด้านล่าง บ่งบอกว่าเขากำลังจะปล่อยสายฟ้าผ่า

หลังจากการโจมตีสะท้อนกลับโดนตัวเพียงแค่ห้าครั้ง อกาห์นิมก็จะถูกปราบลง และกานอน (Ganon) จะปรากฏตัวขึ้น จากนั้นลิงก์จะเรียกนกของเขามาและถูกพาตัวไปยังพีระมิดแห่งพลัง ซึ่งเกิดรูขนาดใหญ่เปิดออกที่นั่น

13.3 การต่อสู้ครั้งสุดท้าย. (Final Battle)

ก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ลิงก์ควรมีหัวใจเต็มและมีพลังเวทเต็ม คุณควรไปเก็บทั้งดาบทองคำ (Golden Sword) และธนูเงิน (Silver Arrows) มาให้เรียบร้อยเพื่อช่วยให้การต่อสู้ง่ายขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นความคิดที่ดีที่จะเติมยาโพชั่นสีฟ้า (Blue Potion) ลงในขวดให้เต็ม หรืออย่างน้อยควรมีนางฟ้าสำรองไว้สองสามตัว เมื่อคุณพร้อมแล้ว ให้กระโดดทิ้งตัวลงไปในพีระมิดเพื่อประจันหน้ากับ กานอน (Ganon)

ทันทีที่คุณตกลงไปในหลุม ให้ใช้ดาบฟันกานอนหนึ่งทีก่อนที่เขาจะเริ่มพูด ในช่วงแรกของการต่อสู้ กานอนจะควงตรีศูลไปรอบๆ แล้วขว้างมันไปยังส่วนอื่นๆ ของห้อง จากนั้นเขาจะวาร์ปไปรับตรีศูลและทำซ้ำกระบวนการเดิม ในระหว่างขั้นตอนนี้ พยายามหาจังหวะฟันดาบใส่เขาให้ได้มากที่สุดพร้อมกับคอยหลบหลีกตรีศูลไปด้วย

หลังจากลิงก์ฟันกานอนไปได้มากพอแล้ว กานอนจะเริ่มเสกค้างคาวเพลิง (Blazing Bats) และส่งพวกมันบินพุ่งเข้าใส่ลิงก์ ในระหว่างจังหวะการโจมตี ให้พยายามหาช่องว่างเข้าไปฟันดาบเรื่อยๆ ทำขั้นตอนนี้ซ้ำๆ จนกระทั่งกานอนเปลี่ยนเข้าสู่เฟสถัดไป

ในที่สุดกานอนจะเริ่มเสกค้างคาวเพลิงออกมาในทันที โดยส่งมันพุ่งเป็นแนวเส้นตรงตรงเข้าหาลิงก์ หลังจากกานอนวาร์ปไปรอบห้อง ให้พยายามหาจังหวะชิงฟันดาบใส่เขาก่อนเป็นอันดับแรก การฟันโดนเขาก่อนที่เขาจะเสกค้างคาวเพลิงจะทำให้เขากระโดดขึ้นไปในอากาศแล้วทุบกระแทกลงบนพื้น ซึ่งจะทำให้พื้นส่วนบนของห้องพังทลายลง ทำขั้นตอนนี้ซ้ำๆ สี่ครั้ง และหลังจากการโจมตีสำเร็จครบสี่ครั้ง กานอนจะทำให้ลานประลองกลายสภาพเป็นเกาะเดี่ยว

ทันทีหลังจากการโจมตีครั้งที่สี่ กานอนจะทำให้คบเพลิงทั้งสองอันดับลง ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของการต่อสู้ ลิงก์จะต้องใช้ตะเกียงหรือคทาไฟจุดคบเพลิงทั้งสองอันเพื่อให้มองเห็นตัวกานอน ข้อสังเกต: หลังจากกานอนกระทืบพื้นเป็นครั้งที่สี่ คบเพลิงล่างซ้ายจะดับลงก่อน หากลิงก์เคลื่อนไหวได้เร็วพอและจุดคบเพลิงล่างซ้ายใหม่อีกครั้ง “ก่อนที่” คบเพลิงล่างขวาจะดับลง สิ่งนี้จะส่งผลให้คบเพลิงล่างขวาสว่างค้างอยู่ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของการต่อสู้ ซึ่งจะทำให้การเล่นง่ายขึ้นอย่างมาก เนื่องจากลิงก์จะต้องคอยจุดไฟเพียงแค่คบเพลิงอันเดียวเท่านั้น

ในช่วงเฟสสุดท้ายของการต่อสู้นี้ ก่อนอื่นลิงก์จะต้องจุดคบเพลิงทั้งสองอันให้ติด เมื่อคบเพลิงสว่างขึ้น ลิงก์จะสามารถใช้ดาบฟันใส่กานอนได้ ซึ่งจะทำให้ร่างของเขากลายเป็นสีฟ้า ให้หยิบธนูเงิน (Silver Arrows) ออกมาแล้วยิงใส่กานอน ทำขั้นตอนนี้ซ้ำๆ จนกระทั่งคุณยิงธนูเงินโดนกานอนครบสี่ครั้ง และเขาก็จะถูกปราบลงในที่สุด…..

สรุปข้อควรระวังและกลยุทธ์สำคัญที่สุดสำหรับศึกสุดท้าย.

เตรียมความพร้อมก่อนโดดลงหลุม Pyramid : ต้องมั่นใจว่ามี Silver Arrows และ Golden Sword เรียบร้อยแล้ว เพราะหากไม่มีธนูเงิน จะไม่สามารถจบเกมได้เลยในเฟสสุดท้าย และพกยาฟ้าหรือแฟรี่ใส่ขวดให้เต็มทั้ง 4 ใบ

เทคนิคหยุดไฟดับสลับ (Torch Glitch/Trick) : ในช่วงที่กานอนกระทืบพื้นจนเป็นเกาะลอยฟ้าและไฟดับ ให้รีบวิ่งไปจุดคบเพลิงฝั่ง “ล่างซ้าย” ให้ติดทันที ก่อนที่อัน “ล่างขวา” จะดับสนิท หากทำทัน อันขวาจะติดค้างถาวร คุณจะเหลือสมาธิคอยจุดแค่เสาซ้ายต้นเดียว จะสบายขึ้นเยอะมาก

จังหวะสังหารกานอน : กานอนจะโดนธนูเงินได้ เฉพาะตอนที่ตัวเป็นสีฟ้าเท่านั้น ลำดับการทำคอมโบคือ จุดคบเพลิงให้ห้องสว่าง -> ฟันด้วยดาบให้ตัวกานอนแข็งเป็นสีฟ้า -> รีบสลับยิง Silver Arrow ทันที ทำครบ 4 ชุด กานอนจะสลายร่างและเข้าสู่ฉากจบอันยิ่งใหญ่

********* จบบริบูรณ์ *********

บทส่งท้าย.

แด่ผู้กล้าแห่งไฮรูล.. การเดินทางอันยาวไกลของคุณได้สิ้นสุดลงแล้วในที่สุด.. อำนาจมืดของกานอนถูกสยบ สันติสุขได้หวนคืนสู่อาณาจักรไฮรูล และพลังแห่งตรีเทพไตรฟอร์ซได้กลับมาเปล่งประกายความสมดุลอีกครั้ง.. ตลอดระยะเวลาหลายสิบชั่วโมงที่คุณได้ก้าวผ่านตัวอักษรและแผนที่ในคู่มือเล่มนี้ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านจะได้รับอะไรกลับไปมากกว่าแค่ความสนุกจากการกดปุ่มเล่นเกมเท่านั้น.. เพราะแท้จริงแล้วสิ่งที่ The Legend of Zelda สื่อสารกับเราตลอดทั้งเกม คือปรัชญาของพลังทั้งสามประการ.. นั่นคือ…
ความกล้าหาญ (Courage) : ที่ทำให้เรากล้าก้าวเท้าออกจากบ้านในคืนที่มืดมิดและเผชิญหน้ากับความกลัว.
ปัญญา (Wisdom) : ที่สอนให้เราใจเย็น ช่างสังเกต ขบคิด และค้นหาทางออกของทุกปัญหาที่ขวางกั้น.
พลัง (Power) : ที่ไม่ได้หมายถึงการทำลายล้าง แต่คือความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปกป้องสิ่งที่เรารักจนถึงที่สุด.

ในยุคสมัยที่เกมพัฒนาไปไกลจนแทบแยกไม่ออกระหว่างภาพยนตร์กับเกมเพลย์ แต่เสน่ห์ของงานศิลปะ 16-bit อย่าง A Link to the Past ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “เกมที่สร้างขึ้นด้วยหัวใจ จะไม่มีวันล้าสมัยไปตามกาลเวลา” จริงๆ.. หากคู่มือเล่มนี้มีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยไว้ ณ ที่นี้.. และหากมันได้ช่วยเติมเต็มความสุข รอยยิ้ม หรือพาคุณย้อนเวลากลับไปสัมผัสความอบอุ่นในวัยเด็กได้แม้เพียงเล็กน้อย นั่นก็ถือเป็นรางวัลที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับผู้เขียนจริงๆ..

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่เลือกอ่านบทสรุปกับทาง “เกมเอ็กซ์แม็กกาซีน” เสมอมา.. สามารถคอมเม้นท์ความประทับใจจากเกมนี้หรือเคล็ดลับต่างๆที่อยากแชร์กับเพื่อนๆได้ที่กล่องคอมเม้นท์ด้านล่าง(คอมเม้นท์จะปรากฏเมื่อแอดมินอนุมัตินะครับ ไม่ต้องตกใจถ้าไม่ปรากฏทันที ป้องกันสายแฮ็คกับสายสแปมครับ).. อยากโดเนทหรือเลี้ยงกาแฟนักเขียน โดเนทได้ที่ QR ด้านล่างเช่นกันนะครับ.. แล้วพบกันใหม่ในเกมหน้า บทสรุปหน้าครับโผมมม.. สวัสดีครับบบบ… 😁

บทสรุป The Legend of Zelda A Link to the Past, The Legend of Zelda A Link to the Past, The Legend of Zelda, A Link to the Past, A Link to the Past, บทสรุป เดอะ เลเจ้นด์ อ็อฟ เซลด้า อะลิงก์ทูเดอะพาสต์, เดอะ เลเจ้นด์ อ็อฟ เซลด้า, อะลิงก์ทูเดอะพาสต์, ลิงก์, เซลด้า, Link, Zelda, คู่มือเกม The Legend of Zelda A Link to the Past, บทสรุปเกม The Legend of Zelda A Link to the Past,


แชร์ลงโซเชียลมีเดีย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: ชอบบทความ กรุณาส่งลิงก์มาที่นี่แทนนะครับ อย่าก็อปปี้บทความไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด..
สินค้าแนะนำประจำวัน
เก็บโค้ดลดประจำวันนี้