
เกริ่นนำ.
ยินดีต้อนรับผู้อ่านทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งจิตวิญญาณซามูไรและเปลวเพลิงแห่งยุคเอโดะ กับเกม Shinsetsu Samurai Spirits : Bushidou Retsuden (หรือที่ฝั่งตะวันตกรู้จักกันดีในชื่อ Samurai Shodown RPG)…
ย้อนกลับไปในช่วงยุคทองของเกมตู้ไฟต์ติ้งยุค 90 ซีรีส์ Samurai Spirits ของค่าย SNK ได้สร้างปรากฏการณ์ความนิยมอย่างล้นหลามด้วยเอกลักษณ์การดวลดาบที่เฉียบคม บรรยากาศญี่ปุ่นโบราณที่ขลัง และงานออกแบบตัวละครที่ทรงเสน่ห์ จนกระทั่งในวันที่ 27 มิถุนายน 1997 ทาง SNK จึงได้ตัดสินใจนำจักรวาลการต่อสู้นี้มาขยายสู่รูปแบบเกม RPG เต็มรูปแบบ โดยวางจำหน่ายลงบนเครื่องคอนโซลยุคนั้นอย่าง Neo Geo CD, Sony PlayStation และ Sega Saturn…
ความน่าสนใจระดับปรากฏการณ์ของเกมนี้ คือการเปลี่ยนผ่านจากเกมต่อสู้ชิงจังหวะแบบ 2D สู่มหากาพย์เกมภาษาได้อย่างแนบเนียน.. SNK ยังคงอนุรักษ์จุดเด่นด้านกราฟิกพิกเซลอาร์ตอันวิจิตรตระการตา การเคลื่อนไหวของสไปรต์ตัวละครในฉากต่อสู้นั้นลื่นไหลและถอดแบบมาจากเวอร์ชันอาร์เคดแทบทุกกระเบียดนิ้ว ผสานเข้ากับดนตรีประกอบสไตล์พื้นบ้านญี่ปุ่นร่วมสมัยอันทรงพลังจากทีมงาน Shinsekai Gakkyoku Zatsugidan ที่แฟนเกมตัวจริงได้ยินเพียงไม่กี่โน้ตก็ต้องขนลุก…
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้เกมนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง คือการนำเสนอเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ลุ่มลึก และแบ่งออกเป็น 2 มหากาพย์ใหญ่ (Scenario) ซึ่งสร้างจากรากฐานของเกมภาคหลัก ได้แก่ บทการจุติของมารสวรรค์ (ภาคอามาคุสะ) และ บทคร่ำครวญวิญญาณปิศาจ (ภาคมิซูกิ) พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้อ่านเลือกตัวละครหลักได้ถึง 6 คน ซึ่งแต่ละคนจะมีบทสนทนา มิติตัวละคร ปูมหลัง และจุดเริ่มต้นการเดินทางที่ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย…
นอกจากนี้ ตัวเกมยังผสมผสาน “จิตวิญญาณของเกมต่อสู้” เข้ากับระบบ RPG ได้อย่างลงตัว ด้วยระบบใส่คำสั่งท่าไม้ตายด้วยตนเอง (Fighting Command) ที่ท้าทายจังหวะการกดปุ่มของคอเกมต่อสู้ และระบบการต่อสู้แบบดั้งเดิมสำหรับคอเกมภาษาทั่วไป…
เสน่ห์ที่แท้จริงของเกมนี้ จึงอยู่ที่การได้สัมผัสชีวิต จิตวิญญาณ และการตัดสินใจของเหล่านักรบที่ผู้อ่านเคยบังคับในเกมต่อสู้ ในแง่มุมของการเดินทาง มิตรภาพ และการเผชิญหน้ากับชะตากรรม ซึ่งยากจะหาเกม RPG ธีมซามูไรเกมใดในยุคเดียวกันมาเทียบเคียงได้ครับ…
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเล่นเกม.
เพื่อให้การเดินทางของผู้อ่านในยุคโบราณนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่เสียเวลาวนเวียนหรือเกิดข้อผิดพลาดที่ชวนหงุดหงิดใจ ผู้เขียนได้รวบรวมข้อคิดและระบบสำคัญที่ควรทราบก่อนเริ่มต้นผจญภัยไว้เป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้ครับ
• ความแตกต่างของ 6 ตัวละครหลัก
การเลือกตัวละครหลักตั้งแต่เริ่มเกมมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบทแรก (บทอามาคุสะ) ซึ่งตัวละครแต่ละตัวจะมีจุดเริ่มต้นและแรงจูงใจในการออกเดินทางแตกต่างกัน และที่สำคัญที่สุดคือ หากผู้อ่านเลือกเล่นเป็น “คิบะกามิ เก็นจูโร่” เขาจะเป็นตัวละครสายหมาป่าเดียวดายที่จะต้องลุยเดี่ยวตลอดทั้งเกมโดยไม่สามารถดึงซามูไรคนอื่นมาร่วมทีมได้เลย ต่างจากตัวละครอื่นที่สามารถหาเพื่อนร่วมทีมได้อีก 2 คน
• รูปแบบการเลือกคำสั่งต่อสู้ (Battle Command System)
เมื่อเริ่มเกม ระบบจะให้ผู้อ่านเลือกว่าจะใช้ระบบคำสั่งแบบใด:
Fighting Command: ผู้อ่านต้องควงปุ่มทิศทางและกดปุ่มโจมตีตามสูตรท่าไม้ตายของตัวละครนั้นๆ เพื่อออกท่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเร้าใจในสไตล์เกมต่อสู้ดั้งเดิม
Role-Playing Command: คำสั่งแบบเกมภาษาคลาสสิก เลือกคำสั่งและชื่อท่าจากเมนูได้ทันที เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นความสะดวกสบายและวางแผนอย่างรอบคอบ
• เคล็ดลับการสำรวจดันเจี้ยนและการเก็บสมบัติ
ระบบดันเจี้ยนของเกมนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ เมื่อผู้อ่านสามารถเดินทางไปถึงห้องบอสและเอาชนะบอสประจำดันเจี้ยนนั้นๆ ได้สำเร็จ พื้นที่ทั้งหมดในดันเจี้ยนจะได้รับการชำระล้าง ส่งผลให้ศัตรูตามทางหายไปจนหมดสิ้น ดังนั้น หากผู้อ่านไม่ประสงค์จะเสียเวลากับการตัดเข้าฉากต่อสู้แบบสุ่ม ให้มุ่งตรงไปปราบบอสให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเดินย้อนกลับมาเก็บหีบสมบัติตามจุดต่างๆ ได้อย่างสบายใจและปลอดภัยครับ
• ระบบร้านตีดาบและการจัดการธาตุ (Swordsmith & Elements)
พลังโจมตีของตัวละครจะขึ้นอยู่กับการพัฒนาอาวุธประจำกายเป็นหลัก เมื่อพบร้านตีดาบในเมืองต่างๆ ควรแวะอัปเกรดเสมอ โดยเมนูด้านขวาจะเป็นการตีบวกเพิ่มระดับความคมและพลังของดาบ ส่วนเมนูด้านซ้ายจะเป็นการแปรธาตุอาวุธ ซึ่งมีให้เลือก 7 สภาวะ ได้แก่ ไฟ, น้ำแข็ง, สายฟ้า, ลม, ศักดิ์สิทธิ์, ความมืด และไร้ธาตุ การเลือกธาตุที่ศัตรูแพ้ทางจะช่วยสร้างความเสียหายได้มากขึ้นอย่างมหาศาล
• การเรียนรู้ท่าไม้ตายสุดยอด (Super Moves / Ougi)
ท่าไม้ตายสุดยอดระดับสูงไม่ได้ปลดล็อกตามเลเวลเพียงอย่างเดียว แต่ผู้อ่านจำเป็นต้องทำตามเงื่อนไขพิเศษ เช่น การประลองกับอาจารย์หรือยอดฝีมือตามสถานที่ต่างๆ ตามที่บทสรุปได้ระบุไว้ หากข้ามการประลองเหล่านี้ไป อาจทำให้พลาดท่าไม้ตายทรงพลังไปอย่างน่าเสียดาย
• ความแตกต่างของเครื่องเล่นที่เลือกใช้งาน
เวอร์ชัน Neo Geo CD จะมีดนตรีประกอบแบบ Arrange ที่ไพเราะสมจริงที่สุด แต่มักจะใช้เวลาโหลดข้อมูลฉากต่อสู้ค่อนข้างนาน
เวอร์ชัน PlayStation1 โหลดข้อมูลได้รวดเร็วกว่า แต่มีข้อจำกัดเรื่องเฟรมเรตแอนิเมชันบางส่วน
เวอร์ชัน Sega Saturn จะมีความสมดุลทั้งในเรื่องของความเร็วในการโหลด ความลื่นไหลของภาพ และมีมินิโหมดเสริมพิเศษเพิ่มเข้ามา ผู้อ่านสามารถเลือกเล่นตามความสะดวกของตนเองได้ครับ…


บทสรุปเกม Shinsetsu Samurai Spirits : Bushidou Retsuden (ชินเซ็ทสึ ซามูไร สปิริตส์ : บุชิโด เร็ทสึเด็น)
การเริ่มเกมใหม่.
ในขั้นแรก ผู้อ่านต้องเริ่มต้นด้วยการเลือก 1 ใน 6 ตัวละครหลัก.. จากนั้นระบบจะถามเพื่อยืนยันว่าต้องการใช้ตัวละครดังกล่าวจริงหรือไม่.. หลังจากยืนยันแล้ว จะมี 2 บทเนื้อเรื่อง (แชปเตอร์) ให้เลือกเล่น.. โดยบทแรกจะอิงเนื้อเรื่องตามเกมตู้ภาคแรก Samurai Spirits (Samurai Shodown 1) ส่วนบทที่สองจะอิงตามภาค Shin Samurai Spirits (Samurai Shodown 2).. บทแรกมีชื่อว่า “บทการจุติของมารสวรรค์” หรือ Jiatenkourin no Sho (ผู้เขียนขอเรียกว่าบทของอามาคุสะ) และบทที่สองมีชื่อว่า “บทคร่ำครวญวิญญาณปิศาจ” หรือ Youkadoukoku no Sho (ผู้เขียนขอเรียกว่า บทของมิซูกิ)…
หลังจากเลือกบทแล้วจะมีตัวเลือกรูปแบบการควบคุมให้เลือกอีก 2 แบบ ได้แก่ แบบท่าต่อสู้ (Fighting command) และ แบบเกมภาษา (Role playing command) หากเลือกแบบท่าต่อสู้ ผู้อ่านจะต้องควงก้านควบคุมหรือกดปุ่มทิศทางตามท่าเพื่อออกท่าไม้ตาย ในทางกลับกันหากเลือกแบบเกมภาษา ผู้อ่านเพียงแค่เลือกชื่อท่าที่ต้องการแล้วกดยืนยันคำสั่งได้ทันที…

Amakusa and Mizuki
เรียนรู้การใช้คำสั่งพื้นฐาน.
คำสั่งพื้นฐานในการต่อสู้ 8 รูปแบบ จะเรียงลำดับในหน้าจอดังนี้:
1 2 3 4
5 6 7 8
1. โจมตีฟันปกติ
2. ท่าไม้ตายพิเศษ (ผู้อ่านจะได้เรียนรู้ท่าใหม่ๆเพิ่มขึ้น เมื่อระดับเลเวลสูงขึ้น)
3. วิ่งหนีจากการต่อสู้
4. สั่งให้ศัตรูหนีไป (สามารถใช้ได้เฉพาะเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่อ่อนแอกว่ามาก และมีเพียงตัวละครหลักเท่านั้นที่สั่งการคำสั่งนี้ได้)
5. ใช้งานไอเทม
6. ตั้งการ์ดป้องกัน
7. โจมตีอัตโนมัติ (ระบบจะควบคุมการโจมตีให้เอง)
8. เปลี่ยนแผนขบวนทัพของกลุ่ม (มีเพียงตัวละครหลักเท่านั้นที่ใช้คำสั่งนี้ได้)
หมายเหตุ: หากผู้อ่านเลือกรูปแบบการควบคุมแบบท่าต่อสู้ หน้าจอคำสั่งจะแสดงเฉพาะทิศทางการกดของท่าไม้ตายในระดับสูงสุดที่มีอยู่เท่านั้น ตัวอย่างเช่น หน้าจอจะแสดงเฉพาะการกดท่า Plasma Blade ระดับ 2 แทนที่จะแสดงระดับ 1 อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านยังคงสามารถกดใช้ท่าได้ทั้งสองระดับ
เนื้อเรื่องเริ่มต้นของแต่ละตัวละครสำหรับ Jiatenkourin no Sho (บทของอามาคุสะ).
เนื้อเรื่องบทนี้จะว่าด้วยเรื่องราวของ “อามาคุสะ ชิโร่ โทคิซาดะ” ผู้ชั่วร้ายที่พยายามจะยึดครองประเทศญี่ปุ่น ดังที่ทราบกัน.. ผู้อ่านสามารถเลือก 1 ใน 6 ตัวละครมาเป็นตัวละครหลักได้ เรียงจากซ้ายไปขวา: อุเคียว, นาโครูรู, ฮาโอมารุ, เก็นจูโร่, ชัมชัม, กัลฟอร์ด ในบทนี้…
จุดเริ่มต้นของตัวละครหลักแต่ละตัวจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งหมายความว่าตัวละครแต่ละตัวต่างมีเป้าหมายและเหตุผลเฉพาะตัวในการเดินทางไปกำจัดอามาคุสะ.. ดังนั้นเส้นทางของเนื้อเรื่องในช่วงแรกจึงขึ้นอยู่กับว่าผู้อ่านเลือกเล่นเป็นใคร

ทาจิบานะ อุเคียว. (Tachibana Ukyo)
อุเคียวเดินทางมาเพื่อสอบถามผู้เฒ่าปราชญ์เกี่ยวกับ “ดอกไม้ขั้นสูงสุด” หลังผู้เฒ่าสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของอุเคียว จึงได้บอกความจริงว่าดอกไม้นั้นจะพบได้ที่ประตูนรกเท่านั้น พร้อมทั้งแนะนำให้อุเคียวไปขอความช่วยเหลือจาก “จูเบย์ ยางิว” อุเคียวจึงได้เริ่มต้นออกเดินทาง…

นาโครูรู. (Nakoruru)
นาโครูรูเริ่มต้นการเดินทางจากหมู่บ้านเกิดของเธอ นาโครูรูและริมูรูรูผู้เป็นน้องสาวต่างเป็นกังวลเกี่ยวกับพ่อที่ยังไม่กลับมา จนกระทั่งเหยี่ยว “มามาฮาฮา” นำดาบของผู้เป็นพ่อบินกลับมาให้ เธอจึงออกตามหาพ่อจนพบ และได้รับฟังคำเตือนว่าพลังแห่งความชั่วร้ายที่กำลังขยายตัวและจะทำลายธรรมชาติลง พ่อจึงสั่งให้เธอต้องมุ่งหน้าไปยัง “เอโดะ” เพื่อตามหายอดนักดาบ “จูเบย์ ยางิว”…

ฮาโอมารุ. (Haohmaru)
เนื้อเรื่องฮาโอมารุเริ่มต้นขึ้น ณ ลานฝึกวิชาของปรมาจารย์ “นิโคติน” (อาจารย์ของฮาโอมารุและเก็นจูโร่).. “อามาคุสะ” ได้ปรากฏตัวขึ้นเพื่อมาชักชวนฮาโอมารุให้เข้าร่วมกองทัพแห่งความมืด แต่พระเอกของเราก็ปฏิเสธไปอย่างแน่นอน.. เก็นจูโร่แอบได้ยินบทสนทนาทั้งหมดและรู้สึกโกรธแค้นและเจ็บใจที่อามาคุสะไม่คิดจะชวนตนเองบ้าง จึงเข้าท้าประลองกับฮาโอมารุ ผลปรากฏว่าฮาโอมารุพ่ายแพ้ต่อเก็นจูโร่(ไม่ได้เอาจริงหรอก ไม่ได้อยากสู้).. ในเวลาต่อมา ฮาโอมารุจึงเริ่มต้นการเดินทางเพื่อไปท้าประจันหน้ากับอามาคุสะผู้ชั่วร้าย…

คิบะกามิ เก็นจูโร่. (Kibagami Genjuro)
จุดเริ่มต้นของเก็นจูโร่จะคล้ายกับเนื้อเรื่องของฮาโอมารุด้านบน.. แต่ในมุมของเก็นจูโร่ เขาจะได้ต่อสู้กับอามาคุสะโดยตรงแทนที่จะเป็นฮาโอมารุ.. แน่นอนว่าเขาพ่ายแพ้ให้กับอามาคุสะ ทำให้เขารู้สึกแค้นเคืองเป็นอย่างยิ่ง และเริ่มออกเดินทางเพื่อไปสั่งสอนอามาคุสะให้สาสม…

ชัมชัม. (Cham Cham)
แทมแทมทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องหมู่บ้านมาโดยตลอด ทว่าวันหนึ่ง อามาคุสะได้บุกมาและแย่งชิง “ศิลาพาเรนเก้” ไป.. จากการที่แทมแทมไม่สามารถปกป้องศิลาเอาไว้ได้ เทพเจ้าแห่งศิลาจึงลงทัณฑ์สาปให้เขากลายเป็นลิง.. ชัมชัมตระหนักได้ว่าเธอต้องนำศิลากลับคืนมาให้ได้ จึงได้เริ่มออกเดินทางพร้อมกับ “ปาคูปาคู” (แทมแทมในร่างลิง) เพื่อตามล่าอามาคุสะและทวงศิลากลับคืน…

กัลฟอร์ด. (Galford)
กัลฟอร์ดและเอิร์ธเควกกำลังเตรียมตัวเรียนรู้วิชาเพิ่มเติมจาก “ฮันโซ” ทว่าอามาคุสะกลับปรากฏตัวขึ้นและแย่งชิงร่างของชินโซ(ลูกชายของฮันโซ)ไปเพื่อใช้เป็นร่างสถิต.. ฮันโซไม่อาจต้านทานพลังของมันได้ เมื่ออามาคุสะหนีไปฮันโซจึงรีบไล่ตามไปทันที.. ด้านกัลฟอร์ดผู้เปี่ยมด้วยความยุติธรรมจึงเริ่มออกเดินทางเพื่อกำจัดอามาคุสะลงให้จงได้…
บทสรุปของแต่ละตัวละครสำหรับ “Jiatenkourin no Sho” (บทของอามาคุสะ)
แม้ตัวละครแต่ละตัวจะเริ่มต้นจากสถานที่ที่แตกต่างกัน แต่ในที่สุดทุกคนจะเดินทางมาบรรจบกันที่สถานที่แห่งเดียวกัน นั่นคือมหานคร “เมืองเอโดะ” นั่นเอง(สถานที่ที่ผู้อ่านจะสัมผัสได้ถึงแผ่นดินไหวเมื่อเดินทางมาถึงเป็นครั้งแรก).. นอกจากนี้ เอโดะยังเป็นสถานที่ที่ผู้อ่านสามารถเลือกซามูไรอีกสองคนเข้ามาร่วมกลุ่มได้ จากนั้นจุดหมายและสถานที่ที่ต้องเดินทางไปต่อไปจะเหมือนกันสำหรับทุกตัวละคร…

เอโดะใต้. (South Edo)
เข้ามาในเมืองเอโดะ.. ให้เดินสำรวจจนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เหล่าซามูไรมารวมตัวกัน(พื้นที่ใกล้กับท่าเรือ).. ผู้อ่านสามารถเลือกเพื่อนร่วมทีมได้เพียงสองคนเท่านั้น(หมายเหตุ: หากเลือกเก็นจูโร่เป็นตัวละครหลัก ผู้อ่านจะไม่สามารถเลือกซามูไรคนอื่นเข้ากลุ่มได้ เนื่องจากเขาชอบเดินทางเพียงลำพัง).. หลังจากเลือกเพื่อนร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว ให้มุ่งหน้าไปยังสำนักฝึกดาบ คุยกับเด็กน้อยแล้วจะทราบว่า “จูเบย์ ยางิว” ออกเดินทางไปทำธุระที่อื่น.. จากนั้นให้เข้าไปในวัดเล็กๆ นักพรตจะแจ้งว่าที่สวนด้านหลังมีสัตว์ประหลาดถูกสะกดไว้ใต้ก้อนหิน(เค้าแนะนำว่าควรรอให้จูเบย์กลับมาจัดการจะดีกว่า).. แต่ผู้อ่านต้องยืนยันว่าสามารถจัดการได้ด้วยตนเอง ให้ตอบ ‘ไม่’ เพื่อปฏิเสธที่จะฟังคำเตือน.. หลังจากปราบสัตว์ประหลาดได้แล้ว นักพรตจะมอบใบผ่านทางไปภูเขาไฟฟูจิเพื่อไปช่วยจูเบย์.. เมื่อเดินออกจากบ้านนักพรตจะเห็นพ่อลูกคู่หนึ่งกำลังมีปัญหาภายในครอบครัว ซึ่งผู้อ่านสามารถกลับมาช่วยแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ในภายหลัง.. ตอนนี้ให้ออกจากเมืองผ่านทางประตูด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้เพื่อมุ่งหน้าไปยังภูเขาไฟฟูจิ…
ภูเขาไฟฟูจิ. (Mountain Fuji)
เดินทางเข้าสู่ภูเขาแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเรื่อยๆ.. ผู้อ่านจะพบกับนักพรต(ให้เลือกคำตอบข้อที่สอง คือตอบ ‘ไม่’ สองครั้ง).. จากนั้นเขาจะท้าสู้ หลังจากเอาชนะเขาได้ ให้เดินขึ้นภูเขาไปจนกว่าจะพบทางเข้าไปภายในภูเขา โปรดทราบว่าบนยอดเขามีจุดฝึกฝนวิชาอยู่(การฝึกฝนนี้เป็นทางเลือกเสริม แต่หากเอาชนะผู้ฝึกได้ ค่าพลังความสามารถจะเพิ่มขึ้นและบางครั้งจะได้เรียนรู้ท่าไม้ตายใหม่หรือท่าไม้ตายสุดยอด).. เมื่อเข้ามาด้านในภูเขาให้เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ สุดท้ายจะพบกับ “จูเบย์ ยางิว” และผู้อ่านจะได้เผชิญหน้ากับบอสตัวแรกที่นี่.. เขามีชื่อว่า “ซันคาโดชิ” ซึ่งเป็นหนึ่งในสามพี่น้องที่จะต้องพบเจออีกในภายหลัง…
เมื่อปราบเขาได้แล้ว จูเบย์จะบอกให้ผู้อ่านเดินทางกลับไปยังเอโดะ…
เอโดะเหนือ. (North Edo)
ทางทิศตะวันออกของเอโดะเหนือ ผู้อ่านจะเห็นจูเบย์ลงไปในบ่อน้ำ ให้ตามเขาลงไป.. กลุ่มของผู้อ่านและจูเบย์จะพบว่ามีเมืองใต้ดินซ่อนอยู่ที่ปลายทางลึกสุดของปราสาท.. ผู้อ่านจะต้องสู้กับบอสหญิงที่มีชื่อว่า อุชิวากะฮิเมะ หลังจากเอาชนะเธอได้ให้หลบหนีออกจากที่นั่น.. เมื่อกลับมาถึงเอโดะ จูเบย์จะเชิญผู้อ่านไปที่บ้านของเขา(สำนักดาบที่เอโดะใต้) หลังจากสนทนากับจูเบย์แล้ว ให้เตรียมตัวขึ้นเรือ แต่ก่อนจะขึ้นเรือให้เข้าไปประลองกับจูเบย์ที่สำนักดาบก่อน เขาจะสอนท่าไม้ตายสุดยอดท่าแรกให้(จุดนี้เป็นทางเลือกเสริม แต่ผู้เขียนก็แนะนำว่าควรมีท่าไม้ตายสุดยอดติดตัวไว้จะดีกว่า)…
เมื่อไปคุยกับคนแจวเรือให้ตอบ ‘ไม่’ กับทุกคำถาม แล้วเขาจะพาผู้อ่านข้ามไปยังอิเสะทันที(ทางเลือกเสริม : หากตอบ ‘ใช่’ ผู้อ่านจะต้องช่วยแก้ปัญหาของสองพ่อลูก โดยเริ่มจากไปที่ ‘ย่านเริงรมย์’ ทางตอนเหนือของเอโดะซึ่งเป็นสถานที่ที่มีหญิงสาวคอยต้อนรับลูกค้าชาย จากนั้นไปที่ ‘ร้านตัดเสื้อ’ ผู้อ่านจะพบว่าผู้เป็นพ่ออยากซื้อชุดใหม่ให้ลูกสาวแต่ไม่มีเงินพอ เมื่อผู้อ่านให้เขายืมเงิน เขาจะคืนเงินให้ ลูกสาวเห็นเข้าก็รู้สึกซาบซึ้งใจ ช่างตัดเสื้อเห็นความผูกพันนั้นก็ประทับใจเช่นกัน จึงตัดสินใจตัดชุดให้ฟรี.. หลังจากนั้น ผู้อ่านจึงค่อยเดินทางไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ)…

อิเสะ. (Ise)
เมื่อเดินทางมาถึง ผู้อ่านจะต้องปะทะกับบอสทันที.. ที่นี่มีจุดฝึกวิชาเสริมอยู่ในสำนักของนักพรต จากนั้นให้เดินทางลงใต้เพื่อไปยังถ้ำ หลังจากปราบศัตรูระดับบอสเสร็จสิ้น ให้ออกจากอิเสะแล้วมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยัง “เคียว”(เกียวโต) แต่ก่อนที่จะเข้าสู่เคียวให้แวะไปยังหมู่บ้านที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอิเสะเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านก่อน(ผู้อ่านจะต้องต่อสู้กับเอิร์ธเควกที่นี่)…
เคียว. (Kyo)
(ขอแจ้งให้ผู้อ่านทราบว่า ในเมืองนี้มีการจัดงานแสดงดนตรี หากผู้อ่านได้ช่วยเหลือสองพ่อลูกไว้ก่อนหน้านี้ จะสามารถเข้าชมคอนเสิร์ตของลูกสาวได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียเงิน 100 เหรียญ) นอกจากนี้ทางตอนเหนือของเคียวจะมีบ้านหลังหนึ่งซึ่งมีสมบัติซ่อนอยู่(เป็นจุดสำรวจเสริม)…
จากนั้นผู้อ่านต้องไปที่หอคอย 3 ชั้น แต่ก่อนจะเข้าไปได้จะต้องคุยกับนักพรตที่อาศัยอยู่ในบ้านทางขวาของหอคอย 3 ชั้นเสียก่อน.. หลังจากเอาชนะศัตรู 3 คนในหอคอยได้แล้ว(ผู้อ่านจะได้เรียนรู้ท่าไม้ตายสุดยอดท่าที่สองที่นี่)ให้กลับไปคุยกับนักพรตคนเดิม เขาจะชี้แนะให้มุ่งหน้าไปยังโอซากะทางตะวันตกเฉียงใต้ของเคียว.. [ทางเลือกเสริม: ก่อนจะไป ผู้อ่านสามารถเดินย้อนกลับไปที่เอโดะได้ โดยบริเวณด้านนอกทางทิศเหนือของเอโดะ เมื่อผ่านประตูออกไปจะพบบ้านของ “นิโคติน” ซึ่งสามารถเรียนรู้ท่าไม้ตายสุดยอดท่าที่สามได้ที่นั่น.. แต่ผู้เขียนไม่แนะนำให้ทำเท่าใดนัก เพราะทำให้เสียเวลาเดินค่อนข้างมาก] หลังจากนั้นให้เดินทางต่อไปยังโอซากะ…
โอซากะ. (Osaka)
ในเมืองโอซากะ ผู้อ่านจะได้พบกับบอสอีกตัวหนึ่งเขาคือ “โกไคโดชิ” หนึ่งในสามพี่น้องเมื่อเดินสำรวจรอบๆ จะได้พบกับบอสหญิง “อุชิวากะฮิเมะ” อีกครั้ง.. จากนั้นจะได้พบกับ “เจ้าหญิงโทกิฮิเมะ” เธอได้กางม่านพลังปิดกั้นเส้นทางเข้าสู่ป่าเอาไว้.. ตอนนี้ผู้อ่านต้องเดินย้อนกลับไปยังหมู่บ้านเล็กๆทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิเสะที่เราเคยช่วยเหลือไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อรับ “รูปปั้นมาเรีย” จากหัวหน้าหมู่บ้าน.. เมื่อนำรูปปั้นมาเรียกลับมายังโอซากะ ม่านพลังของโทกิฮิเมะจะถูกทำลายลง ให้เข้าไปในป่าและผู้อ่านจะต้องต่อสู้กับอุชิวากะฮิเมะอีกครั้ง.. หลังเอาชนะเธอได้ ให้เดินออกมาและมุ่งหน้าไปขึ้นเรือที่ท่าเรือทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเพื่อข้ามไปยังคิวชู…

เกาะปริศนา.
เกิดพายุโหมกระหน่ำจนทำให้เรือเราซัดมาติดอยู่ที่เกาะแห่งหนึ่ง.. ให้มุ่งหน้าไปยังตอนเหนือของเกาะ เข้าไปในบ้านข้างโบสถ์แล้วสนทนากับชายชรา เขาจะบอกว่า “เก็นอัน ชิรานุย” หลบซ่อนอยู่ในโบสถ์.. ให้เข้าไปในโบสถ์และจัดการปราบเก็นอันลงเสีย.. หลังจากชนะแล้วให้กลับไปคุยกับชายชราอีกครั้ง เขาจะบอกว่าการจะได้กุญแจของอามาคุสะมานั้น ผู้อ่านต้องไปสัมผัสหินประหลาดที่กระจายอยู่ทั่วเกาะตามลำดับที่ถูกต้อง ดังนี้:
1)ก้อนหินบริเวณชายหาด.. 2)ก้อนหินทางทิศตะวันตกของเกาะ.. 3)ก้อนหินทางทิศเหนือของเกาะ.. 4)ก้อนหินทางทิศใต้ของเกาะ(ก้อนทางขวา).. 5)ก้อนหินทางทิศใต้ของเกาะ(ก้อนทางซ้าย)..
เมื่อครบแล้วให้เดินไปที่ต้นไม้ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างหินสองก้อน ผู้อ่านจะได้รับกุญแจของอามาคุสะ จากนั้นจึงสามารถขึ้นเรือเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายถัดไปได้…
เบปปุ. (Beppu)
เมื่อเดินทางมาถึงเบปปุ ผู้อ่านต้องสู้กับ “ชิจิไคโดชิ” พี่ใหญ่แห่งกลุ่มสามพี่น้อง.. หลังเอาชนะเขาได้ ให้ออกจากที่นี่แล้วมุ่งหน้าไปยังภูเขา.. ผู้อ่านจะต้องเดินอ้อมเล็กน้อยเพื่อหาทางเข้าภูเขา(หมายเหตุ: มีสถานที่ฝึกวิชาเสริมอยู่ทางทิศเหนือของภูเขา).. ทางเดินขึ้นเขาและเส้นทางภายในภูเขาค่อนข้างตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อน และปลายทางจะนำไปสู่โบสถ์ ผู้อ่านจะได้พบกับ “โทกิฮิเมะ” อีกครั้ง.. อานุภาพของรูปปั้นมาเรียจะช่วยฟื้นความทรงจำว่าแท้จริงแล้วเธอคือใคร.. เสร็จแล้วให้ออกจากถ้ำ แล้วโทกิฮิเมะจะนำพากลุ่มของผู้อ่านทะยานขึ้นสู่ปราสาทลอยฟ้า…
ปราสาทลอยฟ้า. (Sky Castle)
เดินสำรวจและปลดล็อกกรงขังต่างๆ เมื่อขึ้นมาถึงชั้นที่ 3 ผู้อ่านจะพบกับเขาวงกต ให้เดินหาทางไปเรื่อยๆจนกระทั่งพบกับบอสหญิง “อุชิวากะฮิเมะ” เพื่อตัดสินกันเป็นครั้งสุดท้าย.. หลังจากกำราบเธอลงได้ ให้มุ่งหน้าขึ้นไปเผชิญหน้าและปิดฉากการต่อสู้กับ “อามาคุสะ” ในท้ายที่สุด…

— จบบท —
เนื้อเรื่องสำหรับ Youkadoukoku no Sho (บทของมิซูกิ).
สำหรับบทนี้ ไม่ว่าผู้อ่านจะเลือกใครเป็นตัวละครหลัก จุดเริ่มต้นของเนื้อเรื่องจะเหมือนกันทั้งหมด กล่าวคือ “นิโคติน คาเฟอีน” ได้ล่วงรู้ว่า “มิซูกิ ราโฮจิน” นักพรตแห่งนรกได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา.. เพื่อยับยั้งไม่ให้มิซูกิเปลี่ยนโลกใบนี้ให้กลายเป็นขุมนรก นิโคตินจึงได้ขอร้องให้ตัวเรา(ตัวละครหลัก) หาทางหยุดยั้งหายนะในครั้งนี้ให้ได้…
การเดินทางจะเริ่มต้นด้วยตัวละครหลักและซามูไรอีกหนึ่งคนที่ผู้อ่านเลือก.. ในเวลาต่อมา หญิงสาวที่มีชื่อว่า “เลออน” (Reon) จะเข้าร่วมกลุ่มด้วย.. ซึ่งจากข้อมูลระบุว่าเธอได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะเพื่อการกำราบมิซูกิ…
ชูอุน. (Shu Un)
ให้ไปที่บ้านหลังเล็กตรงมุมซ้ายบนของเมือง ผู้อ่านจะได้พบกับ “นิโคติน” หลังคุยกับเขาเสร็จให้ออกมาเลือกเพื่อนร่วมทางที่เป็นซามูไรเข้ากลุ่มหนึ่งคน.. เมื่อเลือกได้แล้วให้เดินไปที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งมีม่านพลังสะกดปิดประตูอยู่ ผู้อ่านจะพบว่ายังไม่สามารถเข้าไปได้ ให้กลับไปหานิโคตินอีกครั้ง.. เขาจะมอบสิ่งของสำหรับทำลายม่านพลังมาให้ คราวนี้ให้กลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง ผู้อ่านและ “จูเบย์” จะได้ร่วมมือกันต่อสู้กับสัตว์ประหลาด.. หลังเอาชนะมันได้ ด้านนอกจะถูกเพลิงลุกไหม้ไปทั่ว จูเบย์จะไปรอผู้อ่านอยู่ที่มุมขวาบนของเมือง เมื่อเข้าไปด้านใน จะพบเขาวงกตขนาดเล็ก ปลายทางผู้อ่านต้องสู้กับ “อากิโอะ” (Agou) ซึ่งมันจะสามารถเอาชนะจูเบย์ได้ นิโคตินจึงจำต้องใช้พลังสาปให้อากิโอะและตนเองกลายเป็นหินไปพร้อมกันเพื่อระงับภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่กว่า..
ในเวลานี้ ระฆังทองสัมฤทธิ์แห่งความชั่วร้ายได้กระจายไปทั่วโลก.. หน้าที่ของผู้อ่านคือต้องตามหาและทำลายระฆังเหล่านั้นให้หมดสิ้น(ผู้อ่านจะได้เรียนรู้ท่าไม้ตายสุดยอดท่าที่ 1 จากนิโคตินที่นี่).. เมื่อเดินผ่านประตูนรก จะมาโผล่ที่ภูเขาไฟ ให้ออกจากภูเขาไฟแล้วเดินวนรอบภูเขาจะพบกับเมืองที่มีชื่อว่า “เบปปุ”…
เบปปุ. (Beppu)
[หมายเหตุ: หากผู้อ่านใช้ นาโครูรู ในเมืองนี้จะพบกับ “ชิคุรุ” (หมาป่าของเธอ) ซึ่งผู้อ่านสามารถเลือกเปลี่ยนได้ว่าจะใช้หมาป่าหรือเหยี่ยวมามาฮาฮา].. เมื่อถึงเบปปุ ให้เดินไปทางทิศตะวันตกของเมือง เข้าไปในบ้านที่อยู่มุมขวาบน จากนั้นเดินออกมาที่หน้าบ่อน้ำพุร้อน(ร้านค้า) หญิงสาวคนหนึ่งจะบอกว่าน้องชายของเธอยังติดอยู่ข้างในและกำลังมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น ให้เข้าไปด้านในแล้วจัดการสัตว์ประหลาด.. เพื่อเป็นการตอบแทน เด็กน้อยจะมอบสบู่ที่สามารถใช้เปิดทางเข้าถ้ำได้ เมื่อได้สบู่มาแล้วให้ไปที่ถ้ำทางตอนเหนือของเมือง บริเวณก้นบึ้งของภูเขาไฟผู้อ่านจะต้องสู้กับ “ฮาอน” หลังเอาชนะมันได้และทำลายระฆังใบแรกเรียบร้อย ให้เดินเข้าสู่จุดวาร์ปแสงสีฟ้าแล้วเลือกเส้นทางตรงกลาง ผู้อ่านจะต้องฝ่าดันเจี้ยน(ถ้ำ) ทั้งหมด 3 ส่วน ก่อนที่จะเดินทางมาถึงปักกิ่งได้…

ปักกิ่ง. (Beijing)
ไปที่บ้านของ “หวังฟู่” (มุมซ้ายบนของเมืองปักกิ่ง) คุยกับทุกคนในนั้นแล้วเดินออกมา ผู้อ่านจะเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนคุยกันอยู่ข้างนอก ให้เดินกลับเข้าไปในบ้านของหวังฟู่อีกรอบ คนในบ้านจะเล่าว่าวิญญาณชั่วร้ายได้เข้าครอบงำหวังฟู่ที่อยู่ในปราสาท ให้ผู้อ่านไปที่คุก(ทางเข้าด้านซ้าย) เพื่อช่วยผู้คนออกมาจำนวนหนึ่ง.. ออกมาจากคุกแล้วกลับไปที่บ้านของหวังฟู่อีกครั้ง จากนั้นไปที่ร้านอาหาร คนที่นั่นจะมอบอาหารให้ ให้นำอาหารนี้ไปมอบให้ยามที่เฝ้าประตูประสาท แล้วเขาจะยอมเปิดทางให้เข้าไป.. ด้านในผู้อ่านจะต้องสู้กับ “โหยวจีฮี” (Youkihi), “หวังฟู่” (Wan-Fu) และน้องชายของเขา “หวังหลง” (Wan-Ron) ให้เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ.. ผู้อ่านจะได้สู้กับหวังหลงอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้หวังฟู่จะมาช่วยสู้และสุดท้ายผู้อ่านจะได้สู้กับโหยวจีฮีอีกรอบ.. เลออนจะเป็นผู้ทำลายระฆังใบที่สองในตอนท้าย ก่อนจะออกจากปักกิ่งเข้าจุดวาร์ปสีฟ้า(อย่าลืมแวะไปที่ชั้น 2 ของบ้านหวังฟู่เพื่อเรียนรู้ท่าไม้ตายสุดยอดท่าที่สอง เมื่อเรียนรู้แล้วเดินมายังจุดวาร์ป) หวังฟู่จะออกมากล่าวขอบคุณ…
ให้มุ่งหน้าเข้าสู่ถ้ำ (ข้อควรระวัง: อย่าเข้าจุดวาร์ปสีเขียวหรือสีแดงเด็ดขาด เพราะมันจะพาผู้อ่านวนกลับมาที่เดิม) เมื่อมาถึงดันเจี้ยนทะเลทราย ให้เดินลงใต้แล้วเข้าไปในวังวนน้ำ ผู้อ่านจะต้องสู้กับ “ผู้พิทักษ์โล่ในตำนาน” เมื่อเอาชนะได้จะได้รับ “โล่แห่งชิมบาระ” (Shield of Shimbara) จากนั้นเตรียมตัวมุ่งหน้าสู่ฝรั่งเศส…

ฝรั่งเศส. (France)
ที่โบสถ์จะมีเด็กคนหนึ่งมาชวนเล่นซ่อนหา ซึ่งผู้อ่านจะตามหาเขาหรือไม่ก็ได้.. ออกจากจุดนั้นแล้วเดินไปทางซ้ายเพื่อเข้าสู่กรุงปารีส หลังคุยกับชาวเมืองสองสามคน ผู้อ่านจะทราบว่าทรัพย์สินของพ่อของ “ชาร์ล็อตต์” ถูกขโมยไป.. หน้าที่ของเราคือต้องไปชิงกลับคืนมา ให้ไปที่บ้านของชาร์ล็อตต์(อยู่ทางซ้ายของเมือง).. พ่อของเธอจะขอร้องให้ช่วยเหลือ จากนั้นให้ไปที่วิหารร้าง(ใช้เส้นทางมุมขวาบนของเมือง) เพื่อต่อสู้กับ “เอิร์ธเควก” เมื่อชนะแล้ว ให้นำ ‘สมบัติประจำตระกูล’ กลับไปคืนพ่อของชาร์ล็อตต์ เขาจะมอบบัตรเชิญเข้างานเต้นรำเป็นการตอบแทน คราวนี้ผู้อ่านสามารถเข้าไปในงานเต้นรำได้แล้ว…
เมื่อเข้าไปให้คุยกับ “ซีเกอร์” ก่อน เขาจะบอกว่าหาภรรยาไม่พบ ให้เดินสำรวจรอบๆงานจะพบแหวน ให้นำไปมอบให้ซีเกอร์ เขาจะจำได้ทันทีว่าเป็นแหวนของ “วิกตอเรีย” ภรรยาของเขาและจะตามหาเธอจนพบในห้อง วิกตอเรียจะแจ้งแก่ซีเกอร์และผู้อ่านว่าพระราชินีได้กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวไปแล้ว.. ให้ใช้ทางออกบริเวณมุมขวาล่างของงานเต้นรำ.. ในสวนผู้อ่านจะพบกับ “สเตีย” (น้องสาวของวิกตอเรีย) และต้องต่อสู้กับพระราชินี.. จากนั้นเป้าหมายต่อไปคือการไปสู้กับ “ซองแซร์แมง” (Sanzeruman) ให้ย้อนกลับไปยังจุดแรกที่ผู้อ่านมาถึง(บริเวณที่เคยเป็นโบสถ์) เมื่อเอาชนะเขาได้และทำลายระฆังใบที่สาม จุดวาร์ปสีฟ้าจะเปิดเส้นทางใหม่ไปสู่ระฆังใบถัดไป…
การเดินทางผ่านดันเจี้ยนตรงนี้อาจสร้างความสับสนได้ง่าย ผู้อ่านต้องสังเกตเส้นทางอย่างระมัดระวัง ที่นี่ผู้อ่านจะต้องสู้กับ “โพไซดอน” เมื่อชนะจะได้รับ “น้ำตาแห่งแอตลัส” (The Tear of Atlus).. และในที่สุดผู้อ่านก็จะมาถึง “กรีนเฮลล์” (ดินแดนของแทมแทมและชัมชัม)…
กรีนเฮลล์. (Green Hell)
(ทางเลือกเสริม: มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ทางตะวันตกของหมู่บ้าน เขาสามารถฝึกฝนวิชาให้ผู้อ่านได้).. ให้ไปพบหัวหน้าหมู่บ้าน เขาจะขอร้องให้ผู้อ่านช่วยขึ้นไปบนภูเขาเพื่อนำศิลาทั้ง 2 ก้อน(ศิลาพาเรนเก้และศิลาทันจิล) ที่ถูกกองทัพของมิซูกิชิงไปกลับคืนมา.. ให้มุ่งหน้าไปยัง “ภูเขาฮาเรฮาเระ” (อยู่ทางเหนือของกรีนเฮลล์) เมื่ออยู่ในป่าจะมีคนบอกว่าการจะเข้าไปยังพระราชวังสุริยันได้นั้นจำเป็นต้องมีกล้วยทองคำเสียก่อน.. เมื่อขึ้นไปบนเขา ผู้อ่านจะพบว่าจำเป็นต้องเก็บกล้วยนี้จริงๆ ด้านบนจะพบหินประหลาดสามก้อน ให้คุยกับหินก้อนที่อยู่ขวาสุด.. จากนั้นผู้อ่านจะสามารถเดินบนอากาศเพื่อไปเก็บกล้วยทองคำได้ เดินลึกขึ้นไปบนภูเขาผู้อ่านจะต้องสู้กับบอสและทำลายระฆังใบที่ 4 (การต่อสู้ครั้งนี้ซีเกอร์จะมาช่วย แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เขาต้องสละชีวิตตนเอง).. เมื่อออกจากที่นั่น เหล่าวิญญาณแห่งขุนเขาจะมาขอบคุณที่ช่วยปลดปล่อยพวกตนจากการครอบงำ.. เมื่อกลับมาที่กรีนเฮลล์ ชาวบ้านยังคงขอบคุณแม้ว่าผู้อ่านจะไม่สามารถนำศิลากลับคืนมาได้ก็ตาม.. ตอนนี้ผู้อ่านพร้อมที่จะเข้าสู่จุดวาร์ปเพื่อลุยดันเจี้ยนต่อไปแล้ว ที่นั่นผู้อ่านจะต้องสู้กับเก็นอัน [หมายเหตุ: บนภูเขาฮาเรฮาเระ หากมีริมูรูรูอยู่ในกลุ่ม ให้เดินไปทางทิศตะวันตกของป่า ริมูรูรูจะขอแวะพักเล่นน้ำในสระ ผู้อ่านจะได้รับชมภาพวาดพิเศษ (Still Picture) ของริมูรูรูขณะเล่นน้ำหนึ่งภาพ]…
ซานฟรานซิสโก. (San Francisco)
เมื่อมาถึงซานฟรานซิสโกให้เดินสำรวจและรวบรวมข่าวสาร ผู้อ่านจะทราบว่ามีผู้เฒ่าที่สามารถช่วยเหลือได้ชื่อว่า “โฮลี่” (บ้านของเขาอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง).. ให้คุยกับเด็กๆหน้าบ้านของเขา จากนั้นไปที่ฟาร์ม(หรือสวน) ทางทิศตะวันตกของเมืองเพื่อเก็บ “แอปเปิลทองคำ” แล้วนำกลับมาให้โฮลี่.. เขาจะสอนวิธีใหม่ในการทำลายระฆังให้แก่ผู้อ่าน ตอนนี้ผู้อ่านสามารถขึ้นไปบนภูเขาเพื่อทำลายระฆังใบที่ห้าได้แล้ว หลังทำลายเสร็จให้กลับมาคุยกับหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าบ้านของโฮลี่ เธอจะมอบกุญแจให้.. จากนั้นให้กลับไปที่จุดวาร์ปเพื่อเข้าสู่ถ้ำอีกครั้ง เสาหินที่เคยเปิดไม่ได้จะสามารถใช้กุญแจนี้ปลดล็อกได้แล้ว.. ลึกเข้าไปผู้อ่านจะต้องสู้กับ “โมอิน” (สัตว์ประหลาดประเภทโกเลม) เมื่อเอาชนะได้ผู้อ่านก็จะเดินทางมาถึงเคียวในที่สุด…
เคียว. (Kyo)
เมื่อมาถึงเคียว ผู้อ่านจะเห็นสัตว์ประหลาดกำลังคุยอยู่กับนักพรต ให้ไปที่ร้านอาหาร(อยู่ทางซ้ายของสำนักนักพรต) ผู้อ่านจะได้พบกับ “ไกระ” (Gaira) เขาจะชวนผู้อ่านไปที่บ้านของเขา(สำนักนักพรตทางตอนใต้ของเคียว).. หลังคุยกับไกระแล้ว ผู้อ่านควรไปที่สถานที่ฝึกวิชา(หอคอย 3 ชั้น) เพื่อเรียนรู้ท่าไม้ตายสุดยอดท่าที่สาม.. จากนั้นให้ไปที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งมีชายนั่งเฝ้าอยู่ด้านหน้า หลังจากการต่อสู้เล็กน้อยจบลง ให้กลับไปหาไกระอีกครั้ง แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังเคียวเหนือ ไปที่บ้านที่มีนักพรตชุดดำยืนเฝ้าประตูอยู่.. ผู้อ่านจะได้สู้กับ “คิฟูอิน” ในที่สุด เขาจะบอกว่าสัตว์ประหลาดฮาอนและระฆังได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว.. ตอนนี้ให้ผู้อ่านออกจากเมืองเคียว(ใช้ทางออกด้านทิศใต้) มุ่งหน้าลงใต้ผ่านประตูเมืองและเดินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงอิเสะ…
อิเสะ. (Ise)
เมื่อมาถึงอิเสะ ชายชราคนหนึ่งจะเล่าตำนานของ 3 วีรบุรุษในอดีตให้ฟัง หนึ่งในนั้นคือ “บิซูกิ” (Bizuki) เธอคือนักพรตฝ่ายธรรมะผู้เคยต่อสู้กับมิซูกิและเคยปกป้องหมู่บ้านอิเสะแห่งนี้ไว้.. แต่บัดนี้ ความชั่วร้ายได้หวนกลับมาอีกครั้ง ชายชราจึงขอร้องให้ผู้อ่านช่วยกอบกู้สถานการณ์.. หลังคุยจบให้ไปที่วัด(มุมซ้ายของหมู่บ้าน) หญิงชราที่วัดจะทักทายและบอกว่าเธอมีชีวิตอยู่มาถึง 1,000 ปีแล้ว และจำได้ว่าเคยพบผู้อ่านมาก่อน จากนั้นให้เข้าไปในห้องด้านในวัด “ฮาอน” จะรอท้าสู้ผู้อ่านอยู่ที่นั่น ในระหว่างที่มันกำลังเล่นงานผู้อ่าน จู่ๆผู้อ่านจะตื่นขึ้นมาในสถานที่เดิมแต่บรรยากาศเปลี่ยนไป ผู้อ่านจะได้พบกับ “ฮิอน” (Hion) และ บิซูกิ เมื่อเดินออกมาข้างนอกและพบกับหญิงชราอีกครั้ง.. เธอจะบอกว่าเธอมีอายุเพียง 800 ปีและไม่เคยพบผู้อ่านมาก่อน ทำให้ผู้อ่านตระหนักได้ว่าตนเองได้ข้ามเวลาย้อนกลับมาในอดีตเมื่อ 200 ปีก่อนเข้าแล้ว (จุดที่น่าทึ่งคือ ตัวผู้อ่านได้กลายมาเป็นหนึ่งใน 3 วีรบุรุษในตำนานเสียเอง) เมื่อรวบรวมสมาชิกทั้งสามคนครบแล้ว ให้เดินลงไปทางใต้ของอิเสะเพื่อเข้าสู่ถ้ำ หลังปราบสัตว์ประหลาดสองตัวด้านในลงได้ ชาวบ้านในอิเสะจะจัดงานเฉลิมฉลองชัยชนะและความสงบสุขที่หวนคืนมา.. บริเวณด้านนอก บิซูกิทราบดีว่าในอนาคตเธอจะต้องถูกมิซูกิเข้าสิงร่าง แต่เธอจะยืนยันหนักแน่นกับผู้อ่านว่าเธอตั้งใจแน่วแน่ที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตให้ได้…
ภูเขาแห่งความกลัว. (โอโซโระซัง / Osoro San)
วันรุ่งขึ้น กลุ่มของผู้อ่านจะวาร์ปไปยัง “ภูเขาแห่งความกลัว” (โอโซโระซัง).. ผู้อ่านต้องสู้กับมิซูกิที่นี่ แต่พลังของนางแข็งแกร่งเกินไปจนดูดกลืนร่างของบิซูกิเข้าไป บิซูกิใช้สติสัมปชัญญะและพลังเฮือกสุดท้ายส่งผู้อ่านและฮิอนกลับมายังอิเสะ.. เมื่อเดินออกมาจากวัด ผู้อ่านจะได้ยินเด็กๆพูดคุยกันถึงความล้มเหลวของบิซูกิ ให้กลับเข้าไปในวัด นักพรตจะมอบ “เส้นผมย้อนเวลา” ให้เรา.. ผู้อ่านต้องนำไปกดใช้ในห้องด้านใน ฮิอนจะบอกผู้อ่านว่าเธอปรารถนาที่จะกลับไปใช้ชีวิตเยี่ยงสตรีธรรมดาอีกครั้ง(ซึ่งหมายถึงการมีครอบครัว เลี้ยงดูลูก และสอนวิชาการต่อสู้ให้).. เมื่อกลับคืนสู่ยุคปัจจุบัน ผู้อ่านจะพบว่าสัตว์ประหลาดตรงหน้าแท้จริงแล้วคือ “ฮาอน” (ฮาอนคนเดียวกับที่เคยร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับบิซูกิ) ก่อนที่มันจะอันตรธานหายไป ผู้อ่านทราบได้ทันทีว่ามันถูกเรียกตัวไปที่เคียว ให้เดินขึ้นเหนือผ่านประตูเมืองเพื่อกลับไปยังเคียวอีกครั้ง…
เคียว. (Kyo)
มุ่งหน้าไปยังเคียวเหนือ ผู้อ่านจะพบกับฮาอนอีกครั้งและจะได้ทำลายระฆังใบที่หกที่นี่ จากนั้นผู้อ่านต้องก้าวเข้าสู่จุดวาร์ปสีฟ้าอีกรอบ.. ในที่สุดผู้อ่านจะต้องต่อสู้กับร่างจำลองของตนเอง บิซูกิจะบอกว่านี่คือหนทางเดียวที่จะเข้าถึงและเชี่ยวชาญวิถีแห่งอัศวินที่แท้จริง.. หลังจากผ่านจุดนี้มาได้ ผู้อ่านจะกลับมายังภูเขาแห่งความกลัว(โอโซโระซัง) อีกครั้งหนึ่ง…

ภูเขาแห่งความกลัว. (Mountain of Fear)
เมื่อเข้ามาด้านใน ผู้อ่านจะพบกับประตูสองบาน ให้เลือกเข้าประตูด้านซ้ายจากนั้นเลือกประตูด้านขวาและเลือกประตูด้านขวาอีกครั้ง.. ผู้อ่านจะได้ทำลายระฆังใบที่ 7 ในจุดถัดจากนี้.. และในบทสรุปสุดท้าย ผู้อ่านจะต้องเผชิญหน้าเพื่อปราบ “มิซูกิ” และ “แอมโบรเซีย” ลงให้จงได้…
********* จบบริบูรณ์ *********
บทส่งท้าย.
ในที่สุด มหากาพย์การเดินทางอันยาวไกลผ่านทั้งเปลวเพลิงแห่งยุคเอโดะ ถ้ำลึก ขุนเขาสูง ไปจนถึงปราสาทลอยฟ้าและขุมนรกของ Shinsetsu Samurai Spirits : Bushidou Retsuden ก็ได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้วนะครับ…
สิ่งที่ผู้อ่านได้รับกลับไปจากเกมนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ความเพลิดเพลินจากการเอาชนะบอสใหญ่ หรือความพึงพอใจในการสะสมท่าไม้ตายจนครบครันเท่านั้น แต่คือคุณค่าของเรื่องราวที่แฝงไว้ด้วยแง่คิดอันทรงพลังตามวิถีแห่ง “บูชิโด”
เราได้เห็นถึงตัวตนของ อามาคุสะ และ มิซูกิ ที่ชี้ให้เห็นว่า ความเคียดแค้นและความปรารถนาในอำนาจที่ไร้ขอบเขตนั้น ท้ายที่สุดแล้วมีแต่จะนำพาทุกสิ่งไปสู่ความว่างเปล่าและความพินาศ ในขณะเดียวกัน เราก็ได้ประจักษ์ถึงความเสียสละของเหล่านักรบอย่าง นาโครูรู ที่ยืนหยัดปกป้องธรรมชาติและสรรพชีวิต, ความรักอันบริสุทธิ์ของ อุเคียว ที่ยอมฝ่าฟันอันตรายเพื่อดอกไม้เพียงหนึ่งดอกแด่หญิงผู้เป็นที่รัก, หรือแม้กระทั่งความเด็ดเดี่ยวของ ฮาโอมารุ และ เก็นจูโร่ ที่มุ่งมั่นขัดเกลาฝีมือเพื่อแสวงหาสัจธรรมแห่งดาบของตนเอง สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ทำให้เกมนี้มีคุณค่าเหนือกาลเวลา และเป็นมากกว่าแค่เกมอาร์เคดที่ถูกเปลี่ยนแนว…
ผู้เขียนต้องขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านจากใจจริง ที่ได้ให้เกียรติติดตามอ่านบทสรุปและร่วมเดินทางไปกับคู่มือฉบับนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหา คำแนะนำ และความตั้งใจที่ผู้เขียนได้กลั่นกรองลงไป จะช่วยคลี่คลายอุปสรรคและทำให้ผู้อ่านได้รับอรรถรสจากเกมนี้อย่างเต็มที่ที่สุด.. หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ.. ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการดื่มด่ำโลกแห่งวิดีโอเกมคลาสสิก แล้วพบกันใหม่ในบทสรุปเกมหน้า สวัสดีครับ…
