บทสรุป Final Fantasy 6 (ไฟนอลแฟนตาซีภาค 6)

admin_kwunh
แชร์ลงโซเชียลมีเดีย

เกริ่นนำ.

สุดยอดเกมส์ RPG ที่ต้องให้ 5 ดาวตลอดกาล.. สมบูรณ์แบบและประทับใจในทุกๆด้านเท่าที่เครื่องคอนโซล ณ เวลานั้น(1994)จะสามารถทำออกมาได้.. ลายเส้น, สีสัน, คาแรคเตอร์, เรื่องราว, ระบบการเล่น, เสียงประกอบ, เสียงดนตรี, กิมมิคนู่นนี่, มุขตลก, ทุกอย่าง “เพอร์เฟ็ค”.. เรื่องราวสุดดราม่า สะเทือนใจในแทบทุกตอน.. ตัวละครเอกทุกตัวสามารถเป็นพระเอกและนางเอกได้ทุกตัว.. แต่ละคนมีคุณธรรมและมีความเท่ห์ของตัวเองทุกตัว.. ไม่มีใครหล่อน้อยกว่ากันเลยซักคน.. เกมส์นี้สามารถทำให้แอดมินที่เกลียดเกมภาษา(RPG)เอามากๆ(เพราะไม่เข้าใจ) เปลี่ยนมาเป็นรักเกมส์ภาษาได้เลย.. คิดเอาละกัน.. ใครที่ยังไม่เคยเล่น น้องๆรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยสัมผัส ต้องเล่นเท่านั้นครับ.. เกมส์นี้ 5 ดาวตลอดกาลสำหรับแอดมิน…..

เป็นเรื่องราวของ “ทีน่า”(หรือ “เทอร์ร่า” ในภาคภาษาอังกฤษ) สาวน้อยผู้เป็นลูกครึ่งมนุษย์และอสูร เธอถูกกองทัพของจักวรรดิ์กัสตร้า(หรือ “กัสโทร่า” ในภาษาญี่ปุ่น)สะกดจิตเพื่อใช้เป็นเครื่องมือและนำทางไปสู่การควานหาศิลาอสูร เพื่อหวังครอบครองพลังทั้งหมดนั้น.. และความโลภนั้น พาไปสู่หายนะและการล่มสลายของโลกและดวงดาว.. สนุกแบบสุดลิ่มทิ่มประตู.. ดึงอารมณ์ของผู้เล่นเข้าไปในเกมส์ได้แบบสุดจริง สำหรับแอดมิน….. มองข้ามเทคโนโลยีกราฟฟิคไปให้หมด.. แล้วเสพย์แบบเปิดใจครับ.. เกมส์นี้สนุกสุดใจจริงๆ…..

บทสรุป

เริ่มต้นเกม.. “ทีน่า” สาวน้อยลูกครึ่งมนุษย์กับสัตว์อสูร(นางเอกของเรา) จะถูกควบคุมจิตใจด้วย “มงกุฏทาส” เพื่อให้มาทำภารกิจเก็บกู้ “ศิลาอสูร” ที่ท้ายหมู่บ้านเหมืองถ่านหิน “นัลเช”.. เธอจะมาพร้อมกับทหารของจักรวรรดิกัสตร้า(หรือ กัสโทร่า)สองนาย คือ บิ๊กและเวจ.. ความมันส์ในต้นเกมนี้คือ เราจะมาพร้อมกับยานพาหนะจักรกลสุดเท่ห์และทรงพลัง “เมจิเทคอาเมอร์” ยิงได้ไม่อั้น ฮีลได้ไม่อั้น สนุกจริงเชียว….. เมื่อเดินฝ่าหิมะ(ฉากเริ่มต้นในตำนานที่แสนประทับใจ และบิ๊วท์อารมณ์ได้อย่างดี)จนถึงหมู่บ้าน.. ให้เดินฝ่าเข้าไปจนถึงเหมืองท้ายหมู่บ้าน.. ระหว่างทางจะเจอกับการ์ดของหมู่บ้านพร้อมกับสุนัขคู่ใจเข้ามาขวางเรื่อยๆ.. เมื่อถึงช่วงท้ายเหมืองจะเจอจุดเซฟเป็นประกายแว๊บๆ.. ไปยืนทับตรงนั้นจะสามารถเซฟได้ในหน้าเมนู.. ถึงท้ายสุด การ์ดจะเรียกมอนสเตอร์หอยทากสายฟ้า “ยูมิล” มาสู้กับเรา เป็นบอสตัวแรก จัดการให้ได้.. อาวุธที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ “มิสไซด์” (คำแนะนำคืออย่ายิงตอนมันหดหัวเข้าไปในกระดอง เพราะมันจะโจมตีสวนแบบไม่คุ้มกับเรา)..

Tina : ทีน่า
(หรือ Terra : เทอร์ร่า ในภาคภาษาอังกฤษ )

เมื่อเอาชนะได้ เราจะได้เจอกับสัตว์อสูรที่ถูกผนึกอยู่ และทันใดนั้น พลังของสัตว์อสูรนั้นทำปฏิกิริยากับทีน่าอย่างรุนแรง ทหารที่มาด้วยอย่างบิ๊กและเวจ สู่ขิตทันที…..

หอยทากสายฟ้า “ยูมิล” บอสตัวแรก
สัตว์อสูรที่โดนผนึกกว่า 1,000 ปี
ทำปฏิกิริยารุนแรงจนเหลือแค่ทีน่าที่ทนไหว

ทีน่าตื่นได้สติขึ้นมาอีกครั้งในบ้านของผู้ชายท่านหนึ่ง ซึ่งได้ช่วยทีน่าเอาไว้.. เธอปวดหัว และจำอะไรไม่ค่อยได้ จำได้แต่ชื่อของตัวเองเท่านั้น.. จังหวะนี้ตัวเกมจะให้เราตั้งชื่อตัวละคร.. ซักพักหนึ่ง จะมีการ์ดของหมู่บ้านมาตามหาตัวเธอ ซึ่งผู้ชายเจ้าของบ้านพยายามถ่วงเวลาและให้เราหนีไปทางด้านหลัง.. เราจะออกมาด้านหลังบ้าน ให้เราหนีเข้าไปในถ้ำ เราจะถูกตามล่าอย่างหนัก ในถ้ำจะเจอกับมอนส์ฯตลอดทางให้เราสู้ไปหนีไป.. จนท้ายที่สุด เราเหมือนจะจนมุม แต่ก็บังเอิญพลัดตกลงไปในหลุมเสียก่อน ทีน่าจะหมดสติไปอีกครั้ง…..

Locke Cole : ล็อค โคล

จากนั้น พระเอกนักล่าสมบัติสุดหล่อของเรา “ล็อค” จะปรากฏตัวขึ้นที่บ้านของผู้ชายที่ช่วยทีน่าเอาไว้.. เค้าเรียกล็อคมาและรีบบอกให้ตามไปช่วยทีน่าทันที.. ***ล็อคมีความสามารถพิเศษเป็นการ “ขโมย” ซึ่งสามารถขโมยไอเท็มต่างๆจากมอนสเตอร์ได้ โดดเด่นเรื่องความรวดเร็วคล่องตัว.. เมื่อล็อคมาถึงตัวทีน่า ปรากฏว่าทีมการ์ดใกล้ถึงตัวทีน่าเข้าทุกที และมากันหลายคนหลายกลุ่มด้วย แต่ระหว่างนั้นเอง “ม็อคเกิ้ล” เจ้าเหมียวสายบู๊ที่อาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้ จะมาร่วมด้วยช่วยเราสู้.. เราจะแบ่งทีมออกเป็นสามกลุ่ม.. ม็อคแต่ละตัวจะมีอาวุธแตกต่างกันไป.. เมื่อลงตัวแล้ว ให้เราแยกกันออกไปไฝว้กับทีมการ์ด อย่าให้มาถึงตัวทีน่าได้.. เราสามารถกดสลับเปลี่ยนกลุ่มในการบังคับได้ตลอดเวลา(ถ้าเป็นเครื่อง SFC จะกดปุ่ม Y).. เทคนิคง่ายๆคือ ไม่ต้องเดินมั่วซั่ว เล็งกระจายยืนอุดอยู่กับที่ตามรูทางเดินต่างๆ แค่นั้นพอ รอมันเดินมาชนเรา.. เดินสะเปะสะปะอาจพลาดได้…..

ตื่นมาก็จำอะไรไม่ได้เลย
จนมุมจนได้ ทำยังไงต่อดี
ชะแว้บ! พระเอกสุดหล่อมาช่วยแล้ว!!

เมื่อเอาชนะทีมการ์ดได้ทั้งหมด เราจะสามารถออกมาจากถ้ำได้ (ข้างๆหมู่บ้าน).. ทีนี้เราจะสามารถ เดินอ้อมมาเข้าไปในห้องสมุดหน้าหมู่บ้านได้(แต่เข้าในหมู่บ้านไม่ได้นะ เดี๋ยวการ์ดจับเอา).. ภายในห้องนี้จะมีนักปราชญ์และผู้ทรงความรู้มากมาย พวกเค้าจะให้คำแนะนำในการเล่นเกมเบื้องต้นต่างๆได้หลายอย่าง ถ้าไม่รีบควรคุยด้วยให้หมด จะได้รู้อะไรเยอะอยู่.. มีอ่างฮีลให้ ถ้าอยากเก็บเลเวล…..

Edgar Figaro : เอ็ดการ์ ฟิกาโร่

เมื่อเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว ให้เราพาทีน่าเดินทางเลาะชายเขาลงมาทางทิศใต้.. เราจะเจอกับทะเลทราย และกลางทะเลทรายนั้นเราจะเจอกับ “ปราสาทฟิกาโร่” ซึ่งปกครองโดยกษัตริย์ “เอ็ดการ์ ฟิกาโร่”.. เอ็ดการ์เป็นคนน่ารัก ไม่ถือตัว เจ้าชู้แบบเปิ่นๆ มีความพยายามจะเจ้าชู้ แต่ก็ดูตลกทุกครั้ง.. เค้าเก่งกาจมากในเรื่องของเครื่องยนต์กลไก.. ความสามารถพิเศษของเค้าคือ “การใช้เครื่องจักร” หรือ “Tools” นั่นเอง.. ซึ่งเป็นประโยชน์มาก เพลินมาก…..

ฉากต่อสู้บนแผ่นดินที่แสนสวยงาม
ในป่าทึบก็มีมอนส์ฯแปลกๆนะ
กระเบนทะเลทรายงั้นรึ!?


เมื่อถึงปราสาท ให้เราพาทีน่าไปคุยกับเอ็ดการ์ที่ห้องพระราชา .. แล้วล็อคกับเอ็ดการ์จะแยกตัวไป.. ให้เราพาทีน่าเดินสำรวจและพูดคุยให้ทั่วปราสาท.. เราจะได้พบข้อมูลเพิ่มเติมจากแม่นมเอ็ดการ์ว่ากษัตริย์เอ็ดการ์มีฝาแฝดอีกหนึ่งคน มีนามว่า “มาร์ช” (หรือ “ซาบิ้น” ในภาคภาษาอังกฤษ).. เค้าแยกตัวออกไปฝึกวิทยายุทธเป็นนักบวชสายหมัดที่ภูเขาแห่งหนึ่ง..

Kefka : เคฟก้า

หลังจากเดินคุยสำรวจของและหาข้อมูลจนทั่วปราสาทแล้ว ให้เรากลับไปคุยกับเอ็ดการ์อีกครั้ง.. สักพักจะมีทหารวิ่งมารายงานว่าเจ้า “เคฟก้า” ตัวร้าย ซึ่งเป็นขุนนางคนสำคัญของจักรวรรดิ์กัสตร้า ได้ยกทีมมาเยือน.. ซึ่งมันมาตามหาทีน่านั่นเอง.. เอ็ดการ์พยายามปฏิเสธและโกหกว่าทีน่าไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่เคฟก้าก็ไม่ได้เชื่อ ก่อนที่มันจะทำทีจากไป.. เมื่อเราได้บังคับทีน่าอีกครั้ง ให้เดินตามล็อคไปที่ห้องพักทางซีกขวา แล้วล็อคจะเล่าให้เราฟังว่า เอ็ดการ์เบื้องหน้าทำทีเป็นพวกเดียวกับทางจักรวรรดิ์กัสตร้า แต่แท้จริงแล้วแอบสนับสนุนกองกำลังต่อต้าน “รีเทินเนอร์” เพื่อต่อสู้กับจักรวรรดิ์อย่างลับๆ..

เยี่ยมชมปราสาทฟิกาโร่
การมาเยือนของเจ้าสารเลว “เคฟก้า”

เมื่อทุกคนพักผ่อน.. เอ็ดการ์จะสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงแปลกๆและจะมีทหารวิ่งมารายงานว่าพระราชวังกำลังลุกไหม้เพราะถูกวางเพลิง และนั่นก็เป็นฝีมือของเจ้าเคฟก้านั่นเอง.. มันจะขู่ให้เอ็ดการ์ส่งตัวทีน่าให้อีกครั้ง แต่เอ็ดการ์จะปฏิเสธและบอกให้ทหารไปเตรียมนก “โจโคโบะ” ให้สามตัวพร้อมกับเอาปราสาทดำลงใต้ดิน.. แล้วเค้าจะกระโดดลงมาควบนก พาไปรับล็อคกับทีน่าเพื่อหนีออกจากที่นี่.. ปราสาทฟิกาโร่จะดำลงใต้ดินทั้งหมด.. เคฟก้าจะสั่งให้ทหารของมันไล่ตามเรา และสุดท้ายจะปะทะกัน.. ระหว่างการต่อสู้ ถ้าเราให้ทีน่าใช้เวทมนตร์ ทั้งล็อคและเอ็ดการ์จะตกใจมากเพราะเพิ่งเคยเห็นคนใช้เวทมนตร์กับตาครั้งแรก.. เมื่อจัดการกับทหารของเคฟก้าเรียบร้อยแล้ว ให้เราเดินทางมาที่ปากถ้ำบริเวณขวาล่างของทะเลทราย แล้วใช้ถ้ำนั้นเพื่อข้ามทะลุมายังเมือง “เซ้าท์ฟิกาโร่” ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถ้ำ..

Shadow : ชาโดว์

เมื่อเดินทะลุถ้ำออกมา จะเจอกับเมือง “เซ้าท์ฟิกาโร่” ให้สำรวจให้ทั่ว(แต่ยังไม่ต้องพักโรงแรมก็ได้ เพราะเดี๋ยวเราจะไปนอนฟรี เรางก).. เราจะได้พบกับ “ชาโดว์” นินจารับจ้างสุดเท่ห์และลึกลับนั่งอยู่ที่บาร์กับ “อินเตอร์เซ็พเตอร์” สุนัขคู่ใจ.. คุยกันได้แค่นิดหน่อยเท่านั้นในตอนนี้.. สำรวจเมืองเสร็จแล้วให้ออกจากเมืองเดินไปทางทิศเหนือ จะพบกับบ้านเดี่ยวหลังหนึ่งอยู่อย่างสันโดษ ให้เข้าไปสำรวจ เอ็ดการ์จะรู้สึกคุ้นมากทั้งกลิ่นและข้าวของเครื่องใช้.. ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะที่นี่คือที่อยู่ของ “มาร์ช” น้องชายฝาแฝดของเค้านั่นเอง.. เราสามารถนอนพักที่นี่ได้เพื่อเพิ่ม HP/MP ให้เต็ม.. เมื่อตื่นเช้ามา เราจะเจอคุณตาคนหนึ่ง เมื่อสอบถามถึงเจ้าของบ้าน คุณตาบอกว่าเค้าไปที่ “หุบเขาโค้ลท์”.. ให้เราออกเดินทางไปที่หุบเขาโค้ลท์ทางทิศตะวันออกทันที.. เตรียมไอเท็มให้พร้อมที่เมืองด้วย เพราะต้องบู๊พอสมควร.. เมื่อถึงหุบเขาโค้ลท์ให้เดินตะลุยสำรวจไปจนสุดทาง.. ระหว่างทางเราจะเจอเงาลึกลับกระโดดข้ามหัวแว้บวับไปมา แต่ไม่รู้ว่าอะไรหรือใคร.. ให้ตามเงานั้นไป…..

เอ็ดการ์คุ้นเคยกับกลิ่นและข้าวของ
สอบถามข้อมูลกับคุณลุง
เจ้า “วัลกัส” ศิษย์เนรคุณ

เมื่อถึงสุดทาง เราจะได้พบกับ “วัลกัส” เจ้าศิษย์เนรคุณซึ่งฆ่าอาจารย์ “ดันแค่น” ซึ่งเป็นทั้งพ่อและอาจารย์ของมัน(ในภาคภาษาญี่ปุ่น จะออกเสียงชื่อว่า “บัลกัส” เพราะภาษาญี่ปุ่นไม่มี ว.แหวน และจะใช้ บ.ใบไม้แทน)และเป็นอาจารย์ของ “มาร์ช” ด้วยนั่นเอง.. อาจารย์เห็นว่าวัลกัสชั่วร้าย นิสัยไม่ดี จึงลองใจมันและสุดท้ายก็ตัดสินใจถ่ายทอดวิชาสุดยอดให้กับมาร์ช วัลกัสไม่พอใจ จึงได้ลงมือฆ่าท่านอาจารย์ดันแค่นที่ดูเหมือนว่ารักมาร์ชกว่าตัวเอง.. วัลกัสจะโจมตีเรา และในระหว่างที่สู้กัน “มาร์ช” พี่น้องฝาแฝดของเอ็ดการ์ ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น และการต่อสู้ตัดสินครั้งสุดท้ายระหว่างเค้าและวัลกัสก็ได้เกิดขึ้น.. เอาชนะวัลกัสให้ได้ โดยใช้ท่าไม้ตายพิเศษที่อาจารย์ได้สอนไว้.. ***ความสามารถพิเศษของมาร์ชคือ “การใช้ท่าไม้ตาย” แบบเกมส์ไฟท์ติ้ง ต้องกดคอมมานด์ให้ถูกต้องตามที่กำหนดในท่านั้นๆ แล้วท่าไม้ตายสุดอลังฯก็จะออกมา ถ้าพลาดก็ไม่ออก.. เพลินและลุ้นนักแล.. ถ้าติดคือคุ้ม ไม่ต้องใช้ MP ฟินไปอีกแบบ.. ท่าที่จะสามารถปราบวัลกัสได้คือ “ซ้าย,ขวา,ซ้าย,ต่อย” นั่นเอง…..

Sabin : ซาบิ้น (หรือ มาร์ช ในภาคภาษาญี่ปุ่น)

เมื่อเอาชนะวัลกัสได้ เราจะได้มาร์ชร่วมเดินทางเพื่อไปยังฐานทัพลับของกองกำลังต่อต้าน “รีเทินเนอร์”.. เดินทะลุถ้ำออกมา แล้วเดินทางไปทางทิศเหนือ จะพบกับถ้ำอีกถ้ำ ที่นี่คือแหล่งกบดานลับของกองกำลังรีเทินเนอร์นั่นเอง..

พบหัวหน้าสูงสุดของกลุ่ม “รีเทินเนอร์”

เมื่อเข้าไปในฐานทัพ นักรบจะพาเราไปพบกับหัวหน้าสูงสุด ซึ่งก็คือพ่อเฒ่า “บานัน” สุดเฟี้ยวนั่นเอง.. ในตอนแรกบานันจะไม่เชื่อใจทีน่าเท่าไหร่ เพราะมองว่าเป็นคนของจักรวรรดิ์และเคยใช้เวทมนตร์เล่นงานทหารจำนวนมากมาแล้วด้วยตัวคนเดียว.. แต่สุดท้าย บานันก็เหมือนจะเข้าใจว่าเธอถูกสะกด และมองว่าพลังของเธอเป็นความหวังสุดท้ายที่สำคัญมากๆที่จะช่วยให้เอาชนะจักรวรรดิ์ได้ในที่สุด.. ตกกลางคืน ทีน่าจะนอนไม่หลับและลุกขึ้นมา ให้เราบังคับทีน่าให้ไปคุยกับทุกๆคน เราจะได้ข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมจากเพื่อนของเรา และสุดท้ายให้ไปคุยกับบานันที่ยืนอยู่หน้าถ้ำคนเดียว.. เค้าจะถามทีน่าว่า จะเข้าร่วมกับรีเทินเนอร์หรือไม่ ถ้าเราตอบตกลง บานันจะให้เราไปเรียกเพื่อนๆทุกคนมาประชุมพร้อมหน้ากัน..

Banon : บานัน
(หรือบาน็อนก็ได้ แล้วแต่)

เนื้อหาการประชุม จะพูดถึง “มหาสงครามเวทมนตร์” เมื่อ 1,000 ปีที่แล้ว.. บานันมีความเชื่อว่า มันกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งเพราะความโลภของกัสตร้า และทีน่าคือกุญแจสำคัญที่อาจจะช่วยดึงสัตว์อสูรมาเป็นพวก เพื่อเพิ่มกำลังให้เอาชนะจักรวรรดิ์ได้.. ในขณะกำลังประชุมกัน จะมีทหารของรีเทินเนอร์วิ่งมาบอกข่าวด้วยสภาพร่างกายที่ปางตาย.. เค้าแจ้งข่าวว่า กองทัพของจักรวรรดิ์ได้ยึดเมืองเซ้าท์ฟิกาโร่ไว้เรียบร้อยแล้ว และกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้.. ทุกคนจึงต้องรีบออกเดินทาง.. ล็อคจะปลีกตัวแยกออกมาเพื่อไปสืบข่าวและดูสถานการณ์ที่เมืองเซ้าท์ฟิกาโร่.. ส่วน เอ็ดการ์,มาร์ช,และทีน่า ต้องคุ้มครองบานันให้ไปถึงนัลเชอย่างปลอดภัย..

ล่องแพหรรษา

ให้เราออกมาที่ขอบแม่น้ำลีเทอร์ กระโดดลงแพเพื่อออกเดินทาง(ห้ามให้บานันตายเด็ดขาด บานันตายคือเกมโอเวอร์ทันที).. เมื่อลงไปล่องแพ จะเจอทางเลี้ยวลดคดเคี้ยวพอสมควร ซึ่งเราจะต้องเป็นคนเลือกเส้นทาง ใช้ความสามารถพิเศษในการเลือกและจดจำนิดหน่อย.. ในระหว่างการล่องแพบนสายน้ำสุดเชี่ยว เราจะถูกดักโจมตีโดยเจ้าตัวแสบ “ออลทรอส” มอนสเตอร์ปลาหมึกเจ้าเล่ห์และปากมาก ***บานันมีความสามารถพิเศษในการอธิษฐานเพื่อรักษาทุกคนได้พร้อมๆกัน.. สู้ไปพักใหญ่ ออลทรอสจะมุดน้ำหนี มาร์ชไม่ยอมให้หนี เค้าจะกระโดดตามลงไปฟัดกับมัน จนสุดท้ายถูกน้ำซัดแยกออกไปคนละทางกับเพื่อนๆที่อยู่บนแพ…..

ไอ้ตัวแสบออลทรอส
เนื้อเรื่องถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน

ถึงตอนนี้เนื้อเรื่องจะถูกแยกออกเป็น 3 ส่วน คือ
1. ล็อค กับปฏิบัติการณ์ที่เซ้าท์ฟิกาโร่
2. เอ็ดการ์, ทีน่า, และบานัน ที่นัลเช
3. มาร์ช ผู้ถูกแม่น้ำซัดจนแยกกับเพื่อนๆ

เริ่มที่เนื้อเรื่องของ “ล็อค”.. ต้องแอบเข้าเมืองเพื่อสืบข้อมูลและแผนการณ์ของจักรวรรดิ์ แล้วรีบไปสมทบกับเพื่อนๆที่นัลเช.. ตอนนี้ในเมืองจะเต็มไปด้วยทหารของจักรวรรดิ์กระจายกำลังกันประจำจุดอยู่ทั่วเมือง เราต้องทำภารกิจสไตล์ลอบเร้นหลีกเลี่ยงการปะทะ เพราะพวกมันมีเมจิเทคอยู่ด้วยหลายคันมาก ปะทะตรงๆโอกาสตายสูง.. เริ่มแรกให้เราไปขโมยเสื้อผ้าของพ่อค้าที่ยืนอยู่ในร้านขายไอเท็มมาใส่ก่อน เดินไปคุยกับเค้าแล้วเค้าจะเก๋าใส่เรา ให้จัดการซะแล้วถอดเสื้อผ้ามันมาให้หมดโดยใช้คำสั่ง “ขโมย” หรือ “Steal” ที่เป็นความสามารถพิเศษของล็อคนั่นเอง.. เมื่อขโมยมาได้ เราจะสวมใส่ปลอมตัวกลายเป็น “พ่อค้า” ทันที.. จากนั้นให้เราลงไปที่ชั้นล่างของบ้านที่อยู่ซ้ายล่างของร้านขายไอเท็ม ที่ชั้นใต้ดินจะมีหนุ่มน้อยเฝ้าอยู่ เค้าจะให้ผ่านเฉพาะพ่อค้าเท่านั้น เมื่อเราใส่ชุดพ่อค้ามาเค้าจะเปิดทางให้เพื่อให้เราทะลุไปอีกฝั่งของเมืองได้.. จากนั้นให้เราเดินขึ้นไปบนกำแพงเมืองด้านซ้ายสุด จะพบทหารที่ใส่ชุดออกโทนสีเขียว ให้สู้กับเค้าแล้วขโมยชุดมาแบบเดียวกับที่ทำกับพ่อค้า(ไม่ต้องโจมตีหรือฆ่านะ).. เมื่อได้ชุดมาเราจะปลอมตัวเนียนเป็นทหาร จะสามารถคุยกับทหารและได้ข้อมูลสำคัญๆมา..

ภาระกิจลอบเล้นที่ต้องระวังอย่างมาก
เซลีสผู้ถูกมองว่าทรยศ
พระเอกมาช่วยแว้วว!!

เราจะสามารถทะลุผ่านมายัง “ผับ” ได้ เพราะเพื่อนทหารจะเปิดทางให้.. ไปที่ชั้นล่างของผับ จะมีอยู่ห้องหนึ่งที่มีพ่อค้าอยู่หนึ่งคนพร้อมกับรีเจนซี่ชุดใหญ่อยู่บนโต๊ะ ทุบหัวมันแล้วขโมยชุดเก็บชุดสุราพร้อมมิกเซอร์มาให้หมด แล้วนำไปส่งเสริฟให้กับคุณลุงที่อยู่ในบ้านทางซ้ายล่างของร้านขายไอเท็ม(แกรอคนไปส่งเหล้าอยู่).. แกจะให้ข้อมูลบางอย่างกับเราด้วย.. เสร็จแล้วลงไปที่ชั้นใต้ดินอีกครั้ง จะเจอกับหนุ่มน้อยที่ยืนขวางทางอยู่เหมือนเดิม แต่รอบนี้เค้าจะถามพาสเวิร์ดจากเรา ให้ตอบข้อที่ 2 แล้วเค้าจะเปิดทางลับให้เราผ่านทาง.. แต่ถ้าเราตอบผิด เราจะโดนทุบหัวแล้วลากมาโยนไว้ที่แรกตอนแอบเข้าเมือง(ไอ่โหด).. เมื่อผ่านทางลับ เราจะทะลุมาที่บ้านด้านบนซ้าย ไปที่ชั้นสองตรงห้องที่มีคนนั่งกินเหล้าอยู่และมีเสียงลมผ่าน ที่หลังตู้จะมีทางลับอยู่ซึ่งเราสามารถลงไปได้ และจะทะลุไปที่คุกใต้ดินของเมืองเซ้าท์ฟิกาโร่.. เมื่อถึงบริเวณห้องขัง ให้เราสำรวจที่ประตูห้องขัง เมื่อแอบดูเราจะพบกับนายพลสาว “เซลีส” หนึ่งในขุนนางคนสำคัญของจักรวรรดิ์กัสตร้าถูกจับมัดและขังเอาไว้โดยเหล่าทหาร.. สาเหตุก็เพราะ เธอไม่โอเคกับแผนการณ์ของเคฟก้าที่กำลังจะไปวางยาพิษในแม่น้ำให้กับเมือง “โดม่า” ซึ่งแน่นอนว่ามันจะทำให้ผู้คนตายกันหมดแม้แต่เด็กหรือผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่อง เธอจึงคัดค้านและถูกจักรวรรดิ์มองว่าเธอเป็นผู้ทรยศนั่นเอง.. เมื่อทหารออกไปหนึ่งคนและหลับไปหนึ่งคน ให้เราลงไปช่วยเธอ แล้วเราจะได้เธอร่วมเดินทาง.. หลังจากช่วยเซรีส ให้สำรวจที่ตัวทหารยามแล้วเราจะเจอชิ้นส่วนนาฬิกา ให้เก็บมา..

Celes : เซลีส

พาเซลีสเดินออกมาตามทาง.. ไปห้องขวาสุดแล้วสำรวจนาฬิกาขวาบน แล้วเราจะนำชิ้นส่วนที่ได้จากทหารยามใส่เข้าไป ทางลับก็จะเปิดออก.. เดินสำรวจทางและเก็บของให้ทั่ว จะได้ของมาเยอะพอสมควร.. เดินจนสามารถทะลุออกหลังเมืองได้.. เมื่อออกจากเซ้าท์ฟิกาโร่ได้ ให้เดินทางไปยังถ้ำซ้ายบนซึ่งเป็นถ้ำเดียวกับที่เราเคยทะลุมาตอนหนีเจ้าเคฟก้า.. เดินสวนย้อนกลับไป.. และก่อนที่จะพ้นตัวถ้ำ เครื่องจักรสังหารของจักรวรรดิ์จะไล่ตามเรามาได้ทัน เราจะต้องสู้กับมันให้ชนะถึงจะผ่านไปได้.. จัดการมันซะ….. เมื่อเราออกจากถ้ำได้ ก็จะสามารถไปถึงนัลเชได้อย่างปลอดภัย.. จบเนื้อเรื่องในพาร์ทภารกิจของล็อค..

ต่อกันที่เนื้อเรื่องในฝั่งของ เอ็ดการ์, ทีน่า, และบานัน บนแพ.. เราจะล่องแพมาเรื่อยๆจนในที่สุดจะขึ้นฝั่งได้.. ให้เราเดินเท้าไปจนถึงนัลเช แต่เมื่อถึงแล้ว ทหารการ์ดของนัลเชจะไม่ยอมให้เราเข้าเมือง แม้บานันและเอ็ดการ์จะเป็นคนเข้าไปคุยด้วยก็ตาม.. ให้เราเดินเลาะมายังจุดที่ล็อคเคยพาทีน่าหนีออกมา สำรวจบริเวณนั้น เอ็ดการ์จะเปิดปากถ้ำออกจนได้.. ให้เราเดินกลับไปทางที่เคยมา จนเรามาเจอกับห้องโถงที่คล้ายกับที่ทีน่าตกมาสลบ แล้วไฝว้กับทหารยามกันชุดใหญ่.. มาถึงตรงนี้จะมีแสงไฟแว้บๆนำทางเรา เราต้องจดจำเส้นทางที่แสงไฟนำไปให้ได้เป๊ะๆ ห้ามผิด ถ้าผิดจะได้บวกกับมอนส์ฯแทน.. เดินตามแสงไฟไปแบบเป๊ะๆ แล้วเราจะรอดไปได้..

แสงนำทางที่ต้องจำให้ได้เป๊ะๆ
ทุกคนฝากความหวังไว้ที่ทีน่า

สำรวจถ้ำเราจะเจอกับรังของแก๊งค์ม็อคเกิ้ลสายบวก.. หาข้อมูลพูดคุย และเดินจนทะลุถ้ำออกมาที่หลังหมู่บ้าน เข้าไปในบ้านคุณผู้ชายที่เคยช่วยทีน่าเอาไว้.. เค้าชื่อ “อาวิส”.. เราทุกคนจะคุยกันเรื่องสารทุกข์สุกดิบต่างๆ และปิดท้ายด้วยความกังวลว่า “สัตว์อสูร” จะมาเป็นพวกเราและช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น.. หรือจะมาทำให้ทุกอย่างแย่ลงกันแน่นะ….. จบเนื้อเรื่องในพาร์ทของการพาบานันให้มาถึงนัลเชอย่างปลอดภัย..

ความห้าวเป็นเหตุ

ทีนี้ก็มาถึงเนื้อเรื่องของหนุ่มมาร์ชสายลุย.. หลังจากโดนน้ำซัดจนต้องแยกกับเพื่อนๆบนแพ มาร์ชก็ลอยคอมาจนขึ้นฝั่งทางตะวันออก.. พอขึ้นแผ่นดินได้ จะอยู่ใกล้ๆกับบ้านหลังหนึ่ง ให้เข้าไปสำรวจ จะได้เจอกับชาโดว์และอินเตอร์เซ็ฟเตอร์อีกครั้ง.. มาร์ชจะถามถึงเส้นทางการไปนัลเช แล้วเราจะได้ชาโดว์ร่วมเดินทางถ้าเราตอบตกลง.. จากนั้นเดินลงมาทางใต้ จะพบกับค่ายทหารของจักรวรรดิ์ที่เตรียมกำลังพลไว้บุก “ปราสาทโดม่า” เมื่อเราแอบฟังทหารคุยกัน เราจะได้รู้เรื่องราวของ “นายพลเลโอ” ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคนดีและเป็นที่รักและเกรงใจของลูกน้องของทหารทุกคนเป็นอย่างมาก.. และกำลังจะถูกเจ้าเคฟก้าซึ่งหมั่นไส้ หาวิธีเล่นงานอยู่..

Leo : นายพลเลโอ

เราแอบฟังได้สักพัก หัวหน้ากองพันจะสั่งรวมกำลังพลเพื่อบุกปราสาทโดม่า และภาพจะตัดมาที่สงครามที่โดม่า.. ในขณะที่ทหารของโดม่ากำลังขวัญเสียและอาจแพ้อยู่นั้น ก็ได้ปรากฏยอดนักดาบแห่งอาณาจักร ผู้สาบานตนว่าจะสละแม้ชีพเพื่อถวายแด่นายเหนือหัวของตน นามของเค้าคือ “ไคเอ็น”.. ***ไคเอ็นเป็นยอดซามูไร เป็นยอดนักดาบแห่งเมืองโดม่า เค้าเป็นคนสุภาพมากๆสุภาพที่สุด แต่ฝีมือดาบร้ายกาจ มักเรียกตัวเองอย่างถ่อมตนว่า “ข้าน้อย” มีความสามารถพิเศษเป็น “วิชาดาบ” ในเลเวลต่างๆ ยิ่งเลเวลสูงท่าจะยิ่งพิเศษและรุนแรง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเวลาในการชาร์จที่นานขึ้นไปด้วย

ยอดฝีมือปรากฏกาย
ใส่เดี่ยวไปเลยย!! แมนๆ!!
ใจใหญ่เกินตัวจริงๆ ต้องช่วยซะแล้ว

เมื่อยอดนักรบอย่างไคเอ็นออกโรง เกมจึงพลิกทันที เค้าสามารถปลิดชีพผู้นำทัพฝ่ายจักรวรรดิ์ลงได้ในที่สุด.. กองทหารแตกพ่าย และล่าถอยไป.. กลับมาที่ค่ายทหารของจักรวรรดิ์ นายพลเลโอจะได้คำสั่งแปลกๆเรียกตัวกลับไปหากัสตร้า เค้าไม่เห็นด้วยกับแผนวางยาพิษของเคฟก้า แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหยุดมันได้.. หลังจากเลโอเดินทางออกจากค่าย เคฟก้าก็ลงมือทันที.. วางยาพิษลงในแม่น้ำที่ไหลไปหาปราสาทโดม่า.. ทุกคนที่เผลอใช้น้ำหรือกินน้ำ ตายเกือบทั้งหมด ซึ่งนั่นก็รวมถึงพระราชาแห่งโดม่า, ภรรยา, และลูกชายของไคเอ็นด้วย.. ด้วยความโกรธจัด ไคเอ็นจึงได้บุกเดี่ยวไปที่ค่ายทหารของจักรวรรดิ์แต่เพียงผู้เดียว.. ให้เราเข้าไปช่วยเค้าต่อสู้ด้วย.. เมื่อปราบทหารได้ทั้งหมด เราจะขี่เครื่องจักรของจักรวรรดิ์ฝ่าวงล้อมออกมาจากค่ายได้อย่างปลอดภัย และจะได้ยอดนักดาบไคเอ็นร่วมเดินทางด้วย…..

Cyan : ไคเอ็น
(หรือไซเอ็น)

หลังจากฝ่าทหารออกมาจากค่ายได้แล้ว ให้เราเดินทางต่อ ข้ามสะพานไปทางตะวันตก ลงใต้และข้ามกลับมาทางตะวันออกอีกครั้ง เราจะเจอกับ “แฟนธ่อมฟอร์เรสต์” หรือ “ป่าผีสิง” นั่นเอง.. มีความซับซ้อนนิดหน่อย(มีบ่อน้ำฮีลที่สามารถรักษา HP/MP ให้เราได้ด้วย) สำรวจให้ทั่วเราจะเจอกับสถานีรถไฟเก่าแก่ เป็นสถานีรถไฟผีสิง ที่ดูเหมือนจะกลายเป็นสถานีรับส่งดวงวิญญาณจากโลกมนุษย์ไปยังโลกวิญญาณเสียแล้วในตอนนี้.. มาร์ชจะซนขึ้นไปบนขบวนรถไฟจนได้ แต่ไคเอ็นจะให้รีบลง แต่ก็ไม่ทันแล้ว ประตูจะล็อคเองและรถไฟจะออกวิ่ง.. ให้เราสำรวจและตะลุยให้ทั่ว มีจุดเซฟให้ และมีผีบางตัวเป็นมิตรจนร่วมเป็นทีมเดียวกับเรา ช่วยเราสู้ได้.. เดินไปเรื่อยๆเพื่อหาหัวรถจักร.. ไปทางซ้ายจนสุด เราจะโดนฝูงผีเข้ารุมล้อมจนไม่เหลือทางเลือกอื่น ให้เราปีนขึ้นหลังคา แล้วมาร์ชจะใช้ความสามารถพิเศษในการจั๊มพ์พาเราทุกคนกระโดดข้ามโบกี้รถไฟไปสองตู้..

ป่าผีสิงก็มีของดีแฮะ
ห้าวจนได้เรื่องตลอดศก
แว้ก!! ผีล้อม.. แลนสูแลน!!..

จากนั้นให้เราหาที่สับสวิทช์เพื่อตัดโบกี้ด้านหลังให้ขาดออกจากโบกี้ที่เราอยู่.. เมื่อตัดได้แล้วให้เราเดินทางต่อ.. จะมีอยู่ห้องหนึ่งที่เมื่อเราเปิดกล่องสมบัติแล้วจะได้เจอกับเจ้า “ซิกฟรีท” จัดการมันซะ.. เมื่อเราชนะมันได้ มันจะหนีและขโมยสมบัติในกล่องไปด้วย.. เดินต่อมาอีกไม่ไกล คุณผีที่ช่วยเราสู้มาตลอดเค้าจะขอแยกตัวออกไป.. เราก็เดินทางต่อจนถึงหัวรถจักร.. สับสวิทช์อันที่ 1 และ 3 แล้วเดินไปสำรวจที่ปล่องควัน.. เจ้ารถไฟผีสิงมันจะโกรธที่เราคิดจะไปลดความเร็วมันหรือหยุดมัน มันจะโจมตีเราทันที.. ให้จัดการสยบความคลั่งของเจ้ารถไฟซะ…… ***เทคนิคพิเศษในการปราบเจ้านี่อย่างง่ายดายคือ ขว้างขน “ฟินิกซ์ดาวน์” ใส่มัน ตายง่ายๆเลย.. แต่ถ้าใครอยากมัน ก็ฟัดกันยาวๆไป.. สิ่งที่ห้ามลืมอีกอย่างคือ ห้ามลืมที่จะใช้ท่าไม้ตาย “ซูเพล็กซ์” ของมาร์ชใส่มันด้วย.. ฮาดีพิลึก.. แข็งแรงเกิ๊นน สะใจดี.. ยกรถไฟเหาะสูงขึ้นไปบนฟ้า แล้วกระแทกมันลงกับพื้น.. เย่!!!

นี่แน่ะ!! อย่าดูถูกพลังของมาร์ชฟิกาโร่คนนี้นะ!!
เศร้ากว่านี้มีอีกไม๊.. ชีวิต..

เมื่อเอาชนะได้ ดราม่าก็เกิด .. เจ้ารถไฟจะยอมปล่อยเราลง แต่เนื่องจากมันเป็นรถไฟแห่งเมืองผี หน้าที่ของมันคือมารับดวงวิญญาณของคนที่ตายจากโลกมนุษย์ เพื่อไปยังยมโลก หรือโลกวิญญาณนั่นเอง.. ไคเอ็นจะได้พบดวงวิญญาณของภรรยาและลูกชายที่รักที่กำลังจะจากไปที่นี่อีกครั้ง(โคตรเศร้าเลย น้ำตาจะแตกจริงๆ ลองคิดเป็นตัวเองสิ).. ไคเอ็นเห็นภรรยาเอเลเน่และลูกชายเดินขึ้นรถไฟไป.. เค้าพยายามวิ่งตามอย่างเสียสติ เอเลเน่และลูกออกมาบอกลาไคเอ็นอีกครั้งในขณะที่รถไฟกำลังออก.. “ที่รัก.. คุณทำให้ชั้นมีความสุขมาก.. ได้โปรด อย่าลืมชั้น…..” เอเลเน่กล่าว ก่อนที่ต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ…..

***แม้แต่ตอนพิมพ์อยู่นี่ น้ำตาแอดมินยังไหลอีกครั้ง คงเหมือนตายทั้งเป็นจริงๆ..

Gau : เกาว์

ออกจากป่า ลงใต้นิดมาขวาหน่อย แล้วขึ้นเหนือ จะเจอกับน้ำตก “บาเรน”.. ถึงตรงนี้ ชาโดว์จะขอแยกตัวออกไป เพราะภาระกิจเรียบร้อยแล้ว.. เรากับไคเอ็นต้องกระโดดจากน้ำตกลงไป เพราะเราหนีทหารจักรวรรดิ์อยู่ ไม่มีทางเลือกอื่น.. เมื่อตกลงมา เราจะหมดสติแล้วลอยมาเกยตื้นที่แผ่นดินแห่งหนึ่ง.. เราจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาพบกับหนุ่มน้อยสายสัตว์ป่า(โตมาในป่าเหมือนทาร์ซาน พูดได้บ้าง แต่พูดไม่เก่งเท่าไหร่) เค้าชื่อ “เกาว์” แต่เค้าจะวิ่งหนีไปด้วยความตกใจ….. ให้เราออกเดินเท้าผ่านทุ่งหญ้าซาวันน่าที่มีชื่อว่า “เดอะเวลด์” ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ.. ดนตรีจะเฟี้ยวมาก ให้อารมณ์ของทุ่งหญ้าและสัตว์ป่า ระวังตัวด้วย มอนส์ฯโหดอยู่..

ลอยเกยตื้นมาอีกละ.. สภาพ..
โว่ว.. ทุ่งหญ้าซาวันน่า พร้อมกับดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์..

แล้วเราจะพบกับหมู่บ้าน “ม็อบบริส”.. พักผ่อนให้เรียบร้อยแล้วหาซื้อเนื้อตากแห้งติดตัวไว้.. ออกไปผจญภัยในทุ่งกว้างอีกครั้งเพื่อรอโอกาสได้เจอเกาว์อีก.. พอเจอเค้าอีกครั้ง ไม่ต้องโจมตี ให้ตั้งการ์ดและโยนเนื้อตากแห้งให้เค้า.. แล้วเค้าจะขอเพิ่มอีก แล้วจะยอมเป็นพวก ร่วมเดินทางกับเรา.. ***ความสามารถพิเศษของเกาว์คือ การเลียนแบบการโจมตีของสัตว์ในป่า ซึ่งมีให้เลือกเยอะมากก เพลินมาก บางท่ารุนแรงมาก.. ลองเลือกใช้กันดูตามความเหมาะสมครับ.. แต่มีข้อเสียอยู่นิดหน่อยตอนใช้ท่าคือ เกาว์จะอยู่ในหมวดบ้าคลั่ง เราไม่สามารถคอนโทรลเค้าได้อีก ก็คือใช้ไอเท็มไม่ได้ เลือกเมนูอื่นไม่ได้ เค้าจะสู้ของเค้าไปเรื่อย..

ไอเดียพิเรนทร์ของนายมาร์ชก็มา

หลังจากที่เกาว์เข้าร่วมกลุ่ม จัดแจงซื้อไอเท็มและนอนพักผ่อนให้เพียงพอ.. จะเก็บเลเวลซักพักหรือจะเดินทางต่อเลยก็แล้วแต่.. พอใจแล้วเดินลงมาทางทิศใต้ จะเจอถ้ำๆหนึ่ง ซึ่งถ้ำนี้เกาว์ได้เคยเก็บ “หมวกดำน้ำ” เอาไว้ มาร์ชเลยได้ไอเดียใช้หมวกดำน้ำนี้เดินทางกลับนัลเช.. เราทั้งหมดจะกระโดดลงแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวอีกครั้ง เกาว์กลัวไม่ใช่น้อยแต่สุดท้ายก็มาด้วย.. เราจะไปโผล่เกยตื้นที่เมืองท่า “นิเคอา” (เป็นเวรเป็นกรรมอะไรกับน้ำนักหนาหนอหนุ่มมาร์ช).. เมื่อถึงนิเคอา ให้เราเดินซื้อของ, พูดคุย, และสำรวจให้ทั่วเมือง.. พอใจแล้วไปคุยกับลุงเจ้าของเรือ เราจะสามารถติดเรือจนกลับไปที่นัลเชได้.. เป็นอันจบเนื้อเรื่องในพาร์ทของมาร์ช…..

การประชุมเครียดที่นัลเช

ที่นัลเชกำลังประชุมกันอยู่อย่างเข้มข้น.. มีพ่อใหญ่บ้านของนัลเชร่วมประชุมอยู่ด้วย เค้าอยากวางตัวเป็นกลางเพราะคิดว่าจะรอดจากการโจมตีของจักรวรรดิ์ แต่เมื่อล็อคมาถึงก็ได้บอกความจริงไปว่าไม่เป็นอย่างนั้น จักรวรรดิ์กำลังจะโจมตีนัลเช.. ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ.. ประชุมยังไม่ทันเสร็จ เคฟก้าก็ยกทัพมาบุกนัลเชเพื่อยึดอสูรที่ถูกผนึก มันตั้งใจฆ่าทุกคน.. พวกเราทุกคนจะไปรวมตัวพร้อมรบกันที่บนเนินเขา.. เซฟซะให้เรียบร้อยกันพลาด.. แบ่งกลุ่มพร้อมรบตามความเหมาะสมเป็นสามกลุ่ม กลุ่มละไม่เกินสี่คน.. จัดให้ดี มีผลมาก ถ้าจัดดีก็สนุกสุดๆ….. ลักษณะการรบเป็นแบบเดียวกับที่เคยปกป้องทีน่าในถ้ำ.. ศัตรูจะเดินมาตามร่องทางเดิน.. จัดการให้หมด….. เมื่อจัดการตัวลูกน้องหมดแล้ว ก็ไปจัดการกับเจ้าเคฟก้า.. เมื่อชนะ มันจะเลือกหนีไป.. แต่มันก็ไม่ยอมจบ..

ไม่เคยจบกับหมอนี่
พร้อมรบเต็มพิกัด
ไม่มีใครยอมใคร

หลังจากชนะเคฟก้าได้.. พวกเราทั้งหมดจะเดินมารวมกันที่หน้าสัตว์อสูรแช่แข็งอีกครั้ง.. เกิดปฏิกิริยากับทีน่าอีกเหมือนเดิม เพื่อนๆกระเด็นกระดอนตกหน้าผา หัวทิ่มหัวตำ.. แต่รอบนี้ หนักกว่าเดิม คือทีน่าถึงขั้นกลายร่างเป็นสัตว์อสูรซะเอง.. เธอเหาะขึ้นฟ้า แล้วบินกระเซอะกระเซิงหายไป…..

เอาอีกแล้ว.. จะรอดไม๊พวกเรา..

เมื่อเราทุกคนกลับมาพักที่บ้าน แล้วตื่นขึ้นมา เราทุกคนจะปรึกษากัน ว่าจะต้องแบ่งทีมออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มนึงอยู่กับบานันที่นัลเชเพื่อพิทักษ์บานันและเมืองนัลเช.. ส่วนอีกกลุ่มจะออกไปตามหาทีน่า.. ให้เราเลือกสมาชิกกลุ่มที่จะออกลุยให้เรียบร้อย เลือกให้ดี.. (ชอบมากตอนนี้).. ถ้าอยากรู้เรื่องเอ็ดการ์กับมาร์ชเพิ่มเติม ก็ให้มีสองคนนี้อยู่ในกลุ่มด้วย.. เดี๋ยวตอนเราใช้ปราสาทเพื่อข้ามทวีป จะมีคัทซีนเรื่องราวของสองคนนี้ให้ประทับใจกันด้วย…..

เตรียมตัวเรียบร้อยก็ออกเดินทางจากนัลเชไปที่ปราสาทฟิกาโร่.. เมื่อถึงก็พูดคุยและเตรียมตัวให้พร้อม ถ้ามีเอ็ดการ์กับมาร์ชมาด้วย เมื่อเรากดนอนพักผ่อน จะมีคัทซีนเรื่องราวเกี่ยวกับสองพี่น้องเกิดขึ้น เป็นเรื่องราวเมื่อสิบปีที่แล้วก่อนที่เอ็ดการ์จะขึ้นครองราชย์ ดูเหมือนพระบิดาจะสิ้นพระชนม์จากเล่ห์เหลี่ยมของจักรวรรดิ์อีกเช่นเคย มาร์ชเสียใจมากและอยากแก้แค้นแต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ยังเด็กและกำลังของฟิกาโร่ก็ไม่ได้มากมายนัก.. เค้าไม่อยากเป็นพระราชา เค้ารู้สึกว่ามันวุ่นวายและเปลือกปลอม เค้าจึงชวนเอ็ดการ์หนีไปด้วยกัน แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบ เอ็ดการ์จึงบอกว่าทำแบบนั้นไม่ได้ จะต้องมีใครซักคนเป็น.. เอ็ดการ์จึงเสนอไอเดีย “การโยนเหรียญ” ใครชนะ จะได้เลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง.. คนชนะการเสี่ยงคือมาร์ช.. และเค้าเลือกความ “อิสระ” นั่นเอง….. เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว ให้ไปคุยกับคุณลุงที่คุมห้องเครื่องยนต์ จะมีตัวเลือกปลายทางใหม่ คือดำปราสาทไปโผล่ที่หมู่บ้าน “โคลินเกน” ได้ เพราะปราสาทได้รับการอัพเกรดให้ดำผ่านแนวภูเขาได้แล้ว.. เลือกไปโคลินเกน…..

หนุ่มบึ้กที่ไม่ได้กลับบ้านมานาน
ดราม่าสุดซึ้งของสองพี่น้องตระกูลฟิกาโร่

เมื่อดำจนไปผุดที่ทะเลทรายใกล้โคลินเกนได้แล้ว ให้รวบรวมข่าวสาร สำรวจเมือง ที่นี่จะเป็นเมืองที่ล็อคเคยอยู่มาก่อน จะมีเรื่องราวของล็อคแสดงออกมาถ้ามีล็อคมาด้วย คนรักของล็อคเสียชีวิตและเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่เมืองนี้….. หาข้อมูล พูดคุย และซื้อไอเท็มให้พร้อม เรากำลังจะไปบู๊กัน..

เศร้าสัสรัสเซีย.. เรื่องราวของหนุ่มล็อค..

ลงใต้มา จะเจอกับเมือง “จิดอล” สำรวจพูดคุยกับชาวเมืองซักหน่อย มีอาวุธและเครื่องป้องกันใหม่ๆด้วย สอยซะถ้ามีตังค์.. มาทางตะวันออกอีกนิดและขึ้นเหนือมาอีกหน่อย จะพบกับเมือง “โซโซ”.. เมืองนี้จะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เหมือนซ่องโจรต้องสาป มีฝนตกตลอดเวลา ชื้นแฉะ และมีดนตรีที่ไม่เป็นมิตร ไม่น่าไว้ใจ เหมือนต้องระวังตัวตลอดเวลา.. รู้สึกเครียดนิดๆเวลามาเมืองนี้ แต่ก็รู้สึกเก๋และมีเอกลักษณ์ดี….. หาอาคารสูงมากๆที่สามารถขึ้นไปได้เรื่อยๆ ขึ้นไปให้สุด.. ระหว่างทางจะได้ปะทะกับเจ้า “ดาดัลม่า” ด้วย.. เอาชนะให้ได้ แล้วไปต่อจนชั้นบนสุด.. เราจะได้พบกับทีน่าที่นี่ โดยมีพ่อเฒ่าสัตว์อสูรรามูห์เฝ้าอยู่..

ไม่น่าไว้ใจจริงๆ.. เมืองนี้..
มีทั้ง “โจร” และ “ยักษ์” สินะ
พ่อเฒ่าอสูร “รามูห์”

คุยกันแล้วอสูรรามูห์จะเปลี่ยนร่างตัวเองกลายเป็นศิลาอสูรรามูห์.. เราจะได้ศิลาอสูรมา 4 ชิ้นคือ รามูห์, กิเลน, ไซเล็น, และเก็ทซี.. ***ความสนุกของภาคนี้ที่สำคัญอีกอย่างคือ การพกศิลาอสูรติดตัวนี่แหละ เป็นอีกเสน่ห์ที่ทำให้เกมสนุกมาก.. เมื่อเราพกศิลาอสูรติดตัว เราจะสามารถอันเชิญอสูรตนนั้นมาช่วยเป็นท่าโจมตีได้ และเราจะซึมซับเรียนรู้เวทย์มนตร์ที่อสูรตนนั้นมีได้ด้วย การเรียนรู้จะค่อยๆเพิ่มขึ้นจนเต็ม 100% เราก็จะสามารถใช้มนตร์นั้นได้.. สามารถเข้าไปดูได้ที่หน้าเมนู.. ที่เมืองโซโซนี้มีอาวุธของเอ็ดการ์ซ่อนอยู่หนึ่งชิ้น วิธีเอาคือ ให้ไปที่ตึกที่มีสัญลักษณ์โรงแรมอยู่ “INN” จะมีนาฬิกาเรือนหนึ่งซึ่งเราตั้งเวลาได้ ให้ตั้งเวลาเป็น 6นาฬิกา 10 นาที 50 วินาที..ถ้าถูกต้อง ประตูลับจะเปิด เราจะสามารถเข้าไปหยิบอาวุธได้…..

Setzer : เซ็ทเซอร์

เมื่อกำลังจะออกจากเมืองโซโซ พวกเพื่อนเราจะมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อให้จัดกลุ่มใหม่.. ในกลุ่มต้องมีล็อคและเซลีสรวมอยู่ด้วย.. จากนั้นให้กลับมาที่เมือง “จิดอล” อีกครั้ง.. สำรวจเมือง และเข้าไปในคฤหาสน์ของ “เอ้าท์เซอร์” คุยกับพ่อบ้านแล้วจะเจอจดหมายหล่นหนึ่งฉบับตอนเดินออก กล่าวถึงนักพนันผู้มีบ่อนพนันลอยฟ้า “เซ็ทเซอร์” หนุ่มหล่อสุดเท่ห์อีกคนที่มีเรือเหาะเป็นคาสิโนชื่อว่าเรือเหาะ “แบล็คแจ็ค”.. และเค้ามีแผนจะมาชิงตัวมาเรีย สาวนักแสดงละครโอเปร่า ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับเซลีส.. สำรวจทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม ซื้อไอเท็ม นอนพักผ่อน เดี๋ยวเราต้องไปบู๊กันที่ “โอเปร่าเฮ้าส์” หรือโรงละครนั่นเอง..

เท่ห์ซะไม่มีล่ะ

ออกจากจิดอลตรงมาที่โอเปร่าเฮ้าส์ทางทิศใต้.. เราจะได้เจอกับเจ้าปลาหมึกชั่วตัวร้าย “ออลทรอส” ปรากฏตัวอีกครั้ง.. เซลีสต้องเข้าร่วมการแสดงในบทของ “มาเรีย” เพราะหน้าคล้าย เราจะใช้เซลีสล่อเซ็ทเซอร์ เธอต้องแยกไปแต่งตัวและซ้อมร้อง.. ส่วนพวกเราทุกคนต้องมาอยู่ที่นั่งผู้ชม(ทำบรรยากาศออกมาดีมาก เล่นครั้งแรกรู้สึกประทับใจบอกไม่ถูก).. เมื่อเราบังคับล็อคได้ ล็อคจะรู้สึกเป็นห่วงเซลีส ให้เราเดินไปพูดคุยกับเซลีส เธอจะสวยมากจนล็อคหน้าแดงเลยทีเดียว(เซลีสหน้าคล้ายคนรักเก่าของล็อค).. สักพักเซลีสจะต้องออกไปทำการแสดง.. เป็นอีกหนึ่งฉากในตำนานที่ทำให้แฟนไฟนอลแฟนตาซีประทับใจไม่รู้ลืม.. เราจะต้องเล่นและร้องให้ได้ตามบท(เกร็งอยู่นะ ทำเป็นเล่น).. ห้ามพลาด เลือกเนื้อร้องให้ถูก.. เนื้อที่ 1,2,1 ตามลำดับ.. อย่าทำเป็นเล่นนะ พลาดได้นะ ไม่ตรงพล็อตได้นะ ต้องเริ่มใหม่นะ ตั้งใจนะ….. เมื่อนักแสดงชายเดินเข้ามา ให้เราเดินไปคุย แล้วดูว่านักแสดงชายหันไปทางไหน ก็ให้เดินเข้าไปตามนั้น 3 ครั้ง.. เสร็จแล้วเดินไปที่เฉลียงด้านบน.. ถ้าทำทุกอย่างได้ตามบท ก็จะผ่านไปได้ด้วยดี…..

อยู่ดีๆจะให้นักรบไปแต่งชุดสวย.. เขินแย่สินะ..
ล็อคเป็นห่วงจนต้องลุกไปดู
ฉากร้องเพลงในตำนาน ที่ทำเอาแฟน FF ประทับใจไม่รู้ลืม

เกมจะตัดมาที่ล็อค พอเดินกลับมาจะเจอกับจดหมายที่เจ้าออลทรอสพูดถึงแผนการที่จะทำลายการแสดงครั้งนี้ ให้ล็อครีบกลับไปหาทุกคน เสร็จแล้วไปที่ห้องด้านขวาที่มีสวิทช์เรียงกันอยู่ 4 อัน.. สับสวิทช์อันขวาสุด.. เสร็จแล้วให้ไปที่ห้องทางซ้ายบ้าง จะมีทางทะลุไปยังคานด้านบนเวทีแสดงได้.. ไปเรื่อยๆจนได้เจอตัวเจ้าออลทรอส ฟัดมัน แล้วเราทั้งหมดรวมกับเจ้าออลทรอสจะตกลงไปบนเวที แต่ผู้ชมจะเข้าใจว่าเป็นการแสดงพิเศษที่เอาไว้เซอร์ไพรส์พวกเค้า.. ให้เราสู้กับเจ้าออลทรอส.. เมื่อเราชนะ มันจะหนีไปอีกครั้ง….. จากนั้นเซ็ทเซอร์จะมาชิงตัวเซลีสไป เราจะตามไปช่วยและเซลีสจะพนันกับเซ็ทเซอร์ สุดท้ายเราจะชนะ เซ็ทเซอร์จะมาส่งเราใกล้ๆกับเมืองอัลบรู๊ค..

เจอตัวจนได้ เจ้าตัวแสบ
ไหนๆก็หล่นมาตรงนี้.. เนียนแสดงซะเลย..
ปรากฏตัวจนได้นะเซ็ทเซอร์!

พักผ่อนหาข้อมูลและเตรียมตัวให้พร้อมที่เมืองอัลบรู๊ค ซื้อไอเท็มให้เรียบร้อยเพราะเดี๋ยวเราจะต้องไปบู๊ที่ “ปราสาทจักรวรรดิ์เว็คเตอร์”.. ออกเดินทางไปสู่ปราสาทเว็คเตอร์ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ.. เมื่อเข้าไปสำรวจให้ทั่ว ไปทางซีกขวาของโซนชั้นล่างเราจะเจอคุณลุงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงลัง ให้คุยกับเค้า(โซนชั้นบนยังไปไม่ได้ ทหารยามเยอะมาก) แล้วเค้าจะเป็นตัวล่อเบี่ยงเบนความสนใจทหารให้.. จากนั้นให้เรารีบปีนลังและกระโดดขึ้นท่อ มาทางด้านขวา เราจะเข้ามาด้านในโรงงานได้.. โรงงานแห่งนี้เป็นที่ผลิตเครื่องจักรสังหารต่างๆให้กับกองกำลังของกัสตร้านั่นเอง.. ให้เราเข้าไปเรื่อยๆ ตามท่อและสายพานต่างๆ(ซับซ้อนพอสมควร) จนสุดท้ายเราจะพบกับเจ้าเคฟก้าที่กำลังจะทำลายอสูรสองตน นั่นคือ “อิฟริท” อสูรแห่งเปลวเพลิง และ “ชิวา” อสูรน้ำแข็ง นั่นเอง.. มันจะผลักพวกเค้าลงไปด้านล่าง ให้เรากระโดดตามสายพานลงไปช่วยพวกเค้า แต่ตอนแรกพวกเค้าจะเข้าใจผิดนึกว่าเราเป็นศัตรู ก็เลยต้องสู้กัน เอาชนะพวกเค้าให้ได้ และสุดท้ายพลังของอสูรรามูห์ที่อยู่กับพวกเราจะทำให้พวกเค้าเข้าใจ และพวกเค้าก็จะกลายร่างเป็นศิลาอสูรเพื่อให้เราใช้งานได้ในที่สุด..

ไม่ได้ลุงช่วยล่ะแย่เลย
อิฟริทกับชิวาที่ถูกดูดพลังจนเกือบหมด
สองอสูรยอมกลายร่างเป็นศิลา เพื่อให้เราได้ใช้ประโยชน์

เดินทางต่อจะพบกับหุ่นยนต์หมายเลข 024 จัดการซะ.. ไปต่อจะพบกับห้องทดลองสัตว์อสูร ให้กดปุ่มด้านบนที่แผงควบคุมแล้วหลอดทดลองที่ขังสัตว์อสูรจะแตกออก ศาสตราจารย์ซิดผู้ดูแลจะออกมา เค้าจะทึ่งมากที่ได้เห็นอสูรกลายเป็นศิลาแล้วสามารถให้พลังเวทย์ที่มากมายได้ขนาดนี้.. เราจะได้ศิลาอสูรเพิ่มอีก 6 ชิ้น.. สุดท้ายเคฟก้าจะรู้ตัวแล้วใช้ทหารโจมตีเราแต่เซลีสจะใช้พลังทำให้ทั้งทหารและเซลีสเองวาร์ปหายไปเพื่อปกป้องเรา.. วิ่งตามซิดไปลงลิฟท์ เค้าจะสำนึกได้ แล้วซิดจะพาเราหนีออกมาโดยรถราง ปลายทางจะเจอหุ่นยนต์หมายเลข 128 ขวางทาง จัดการซะ.. เมื่อออกมาได้ เซ็ทเซอร์จะพาเราหนี และเคฟก้าจะใช้เครนยักษ์โจมตีเรา เอาชนะให้ได้ และหนีออกมาอย่างปลอดภัย…..

เซลีสวาร์ปหายไปพร้อมเคฟก้าและทหาร
ซิดช่วยพาเราหนีทางรถราง
จัดการเครนซ้ายได้แล้ว! เหลือขวาอีกอัน!

ไปที่เมืองโซโซเพื่อไปหาทีน่าอีกครั้ง.. จะมีคัทซีนเรื่องราวในอดีตของทีน่าให้ได้ดู ทีน่าจะได้รู้ว่าตัวเองเป็นลูกครึ่งระหว่างอสูร “มาดีน” กับคุณแม่ผู้เป็นมนุษย์.. ส่วนทีน่าถูกกัสตร้าชิงตัวมาตั้งแต่เล็ก.. ทีน่าจะได้สติและกลับมาเป็นพวกเราอีกครั้ง.. จากนั้นขับเรือเหาะกลับไปที่นัลเช.. การ์ดจะพาเราไปหาบานัน เมื่อคุยกันจบรอบแรกให้เราปลีกตัวออกมา ไปที่บ้านขวาสุดของหมู่บ้านก่อน อยู่บริเวณทางใต้ของบ้านคุณผู้ชายที่เคยช่วยทีน่าไว้.. จะมีหมาป่าจอมขโมยอยู่ เค้าจะหนีไป ให้ตามไปจนถึงหน้าผาที่มีอสูรแช่แข็งอยู่ เค้าจะจับม็อคเกิ้ลเอาไว้ เข้าไปคุย มันจะบอกว่าอย่าเข้ามา รอสักพักจนม็อกฟื้น เค้าจะขัดขืน สู้กัน จนกระเด็นไปที่ขอบผาคนละทาง ให้เรารีบไปช่วยม็อก แล้วสุดท้ายเราจะได้ม็อคเกิ้ลเป็นเพื่อนร่วมรบ.. เสร็จแล้วไปคุยปรึกษากับบานัน..แล้วเราจะกลับขึ้นเรือเหาะทั้งหมด เราจะสามารถเดินภายในยานและจัดกลุ่มได้ตามใจชอบ(แต่มิชชั่นหน้าต้องมีทีน่าไปด้วย)..

คุณพ่อคุณแม่ของทีน่า
ทีน่าได้สติ
ช่วยม็อกให้สำเร็จ

เก็บเลเวลให้พอใจ ซื้อของให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ เสร็จแล้วบินไปทางทิศตะวันออกของปราสาทเว็คเตอร์.. จะเจอกับค่ายทหารเล็กๆค่ายหนึ่ง แต่ไม่มีใครอยู่ เดินทะลุเข้าไปจะพบกับถ้ำ(ซึ่งภายในถ้ำนี้จะมีดาบอัลเทม่าอยู่ ห้ามพลาดเด็ดขาด หาให้เจอ).. เดินไปจนสุดทางจะเจอกับ “ประตูอสูร” ซึ่งเป็นประตูกั้นระหว่างโลกมนุษย์กับโลกอสูรเอาไว้.. ทีน่าจะแปลงร่างเป็นอสูรและพยายามเปิดประตู เคฟก้าจะโผล่มาให้เราที่เหลือสู้กับมัน ทีน่าจะเปิดได้สำเร็จ สัตว์อสูรมากมายจะทะลักออกมา.. แล้วจะมีหินมากมายถล่มลงมาปิดปากถ้ำ….. เมื่อออกมาเพื่อนเราจะบอกว่าสัตว์อสูรบินไปทางปราสาทเว็คเตอร์ เราจะมุ่งหน้าขับเรือเหาะไป แต่สุดท้ายจะถูกสัตว์อสูรจำนวนมากบินมาเฉี่ยวบินมาชน จนยานแบล็คแจ็คเสียหายรุนแรง และตกลงใกล้ๆกับเมืองมารันด้า ให้เราเดินเท้าไปที่ปราสาทเว็คเตอร์.. ที่นี่จะถูกสัตว์อสูรโจมตีเสียหายเหมือนกัน.. เราจะได้เจอคนของจักรวรรดิ์และจะได้เข้าพบกับจักรพรรดิ์กัสตร้า(หรือกัสโทร่า)นั่นเอง.. เมื่อเข้าพบเราจะได้พบกับซิดด้วย กัสตร้าจะทำทีเหมือนสำนึกได้ และอยากให้เราร่วมมือเพื่อหยุดยั้งความคลั่งของเหล่าอสูร.. เค้าบอกว่าขังเคฟก้าไว้แล้ว.. เค้าจะให้เราเตรียมตัว 4 นาทีก่อนอาหารค่ำ เดินซื้อของหาข้อมูลให้ทั่ว.. กัสตร้าจะชวนคุยและให้เราทำภารกิจร่วมกับแม่ทัพเลโอ โดยให้เลโอล่วงหน้าไปรอที่เมืองอัลบรู๊คก่อน.. เมื่อเสร็จอาหารค่ำเราจะมาประชุมกัน และพูดถึงความไม่น่าไว้ใจ ล็อคกับทีน่าจะไปทำภารกิจที่อัลบรู๊คส่วนเพื่อนๆที่เหลือจะเฝ้าระวังอยู่ที่เว็คเตอร์..

ทีน่าในร่างอสูรกำลังทำภารกิจ
ไว้ใจได้ไม๊นี่

ให้ล็อคและทีน่าเดินทางไปที่อัลบรู๊ค.. เมื่อถึงอัลบู๊คให้ไปคุยกับเลโอที่อยู่บนเรือ เลโอจะแนะนำให้เจอกับชาโดว์(ซึ่งถูกเลโอจ้างมารับภารกิจ)กับเซลีส(ซึ่งจะร่วมภารกิจด้วย).. ล็อคตกใจพอสมควรที่ได้เจอเซลีสที่นี่ เพราะเธอวาร์ปหายไปตอนปะทะกับเคฟก้าในเว็คเตอร์….. เซลีสยังคงรู้สึกผิดที่ถูกกล่าวหาว่าทำงานให้เคฟก้า จนทุกคนคลางแคลงใจ เธอเจอล็อคแล้วทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าล็อครู้สึกยังไงกับเธอ เธอจึงได้วิ่งหนีไป.. เลโอจะบอกว่าจะเดินทางพรุ่งนี้เช้า คืนนี้ให้พักค้างคืนกันที่อัลบรู๊คก่อน.. ให้เราไปพักที่โรงแรม พนักงานโรงแรมจะบอกว่าไม่ต้องจ่ายเงิน แม่ทัพเลโอจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว.. ตกกลางคืนล็อคจะนอนไม่หลับและเดินออกมานอกโรงแรม จะเจอกับเซลีสที่ยืนมองเหม่อไปที่ทะเล.. ล็อคบอกว่า มีอะไรอยากถามเต็มไปหมด แต่ทำไมเซลีสหลบหน้าและไม่คุยกับเค้า เซลีสได้แต่เงียบแล้ววิ่งหนีไปอีกครั้ง เหมือนเธอเก็บอะไรไว้ในใจ…..

การเดินเรือสู่ซามาซ่า

พอเช้า ให้เราไปคุยกับเลโอบนเรือ แล้วเราจะออกเดินทางไปบริเวณทวีปที่เป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน “ซามาซ่า” เพื่อตามหาอสูรเตลิดต่างๆ.. ในตอนกลางคืนบนเรือ ที่น่าจะนอนไม่หลับและออกมาพบกับนายพลเลโอ.. จะคุยกันถึงเรื่องในอดีต ว่าเค้าไม่ได้โอเคที่เคฟก้าทำกับเธอแบบนั้น.. และบอกให้ทีน่าใจเย็นๆและค่อยๆหาคำตอบของชีวิตไป เพราะทีน่ายังเด็กอยู่.. สักพัก ชาโดว์ที่แอบนั่งฟังอยู่ไม่ไกลก็ได้ออกมา เพราะรู้สึกเอ็นดูทีน่า แต่เค้าพูดไม่ค่อยเก่งนัก พยายามจะให้กำลังใจว่า ไม่มีใครในโลกนี้ที่อยากมีสีหน้าที่ไร้ชีวิตชีวาแบบนั้น(มีความหมายว่า ทีน่าควรมีความสุขบ้าง ควรยิ้มบ้าง).. ล็อคที่แอบฟังอยู่อีกที สุดท้ายก็ออกมาและทำท่าทางเพี้ยนๆเพื่อล้อเลียนชาโดว์ ประมาณว่า พูดแบบนี้เป็นด้วยเหรอ คนแบบนายน่ะ..

Strago : สตราโก้
(หรือ สตรากอส)

เมื่อถึงหมู่บ้านซามาซ่า.. ให้หาข้อมูลให้ทั่ว จะมีอาวุธและเครื่องป้องกันดีๆขายด้วย เครื่องประดับด้วย.. ช้อปให้สาแก่ใจ.. เราจะได้เจอเด็กชอบเล่นเวทย์ไฟหลังหมู่บ้าน.. และได้เจอผู้เฒ่าจอมเวทย์ “สตราโก้” แต่เค้าจะปฏิเสธ ไม่รู้ไม่เห็นทุกอย่างทั้งเรื่องเวทมนตร์และสัตว์อสูร.. สักพัก สาวน้อย “รีล์ม” ก็จะปรากฏตัวออกมาจากห้องพร้อมกับดนตรีที่อบอุ่นน่ารักเป็นเอกลักษณ์ของเธอ.. เธอเป็นศิลปินนักวาดตัวน้อยที่รู้สึกถูกชะตากับเจ้าอินเตอร์เซ็พเตอร์อย่างมาก เธอจะพามันเข้าไปเล่นในห้องได้เลย.. ซึ่งชาโดว์ถึงกับงง พร้อทบอกว่าปกติมันจะไม่เล่นกับใครนะ…..

คุณปู่ปฏิเสธยิกๆ

ให้เราไปพักที่โรงแรม ตกกลางคืนจะเกิดไฟไหม้ที่บ้านหลังหนึ่ง และรีล์มอยู่ในนั้น สตราโก้จะมาขอความช่วยเหลือจากเรา แต่ชาโดว์จะหลับเพลินจนเหลืออยู่คนเดียว.. ผู้เฒ่าสตราโก้ยอมละเมิดกฏ ใช้เวทย์น้ำแข็งต่อหน้าคนแปลกหน้า แล้วทั้งหมู่บ้านก็ช่วยกันใช้เวทย์น้ำแข็ง แต่ไฟแรงมาก เวทย์ที่มีไม่พอ เราจึงต้องบุกเข้าไปช่วยรีล์มด้านใน.. ฝ่าเข้าไปจนสุด จะเจอกับมอนสเตอร์ “เฟลมอีเตอร์” เอาชนะมันให้ได้.. แล้วเราจะเจอกับอินเตอร์เซ็พเตอร์ที่พยายามปกป้องรีล์ม เสร็จแล้วบ้านจะถล่มลงมา แต่ก็จะได้ชาโดว์มาช่วยไว้…..

ไอ่เด็กเปรต เล่นเวทย์ไฟจนเป็นเรื่อง
ร้อนทะลุจอเลยทีเดียว
มอนส์ฯธาตุไฟเพียบ จัดอาวุธน้ำแข็งจะได้เปรียบขึ้น

ตื่นเช้ามารีล์มจะปลอดภัย.. และสตราโก้จะขอให้เราเก็บเป็นความลับ ในเรื่องที่ว่าทุกคนในหมู่บ้านใช้เวทย์ได้ และที่นี่คือหมู่บ้านเวทมนตร์.. สตราโก้จะตอบแทนเราด้วยการเข้าร่วมกลุ่มเพื่อทำภารกิจ รีล์มก็อยากไปด้วย แต่คุณตาเป็นห่วงเลยถูกเบรก…..

เดินทางไปที่ “ถ้ำ 3 เทพ” ทางทิศตะวันตก.. สำรวจให้ทั่ว จะพบกับรูปปั้น 3 มหาเทพสายเวทย์ สีทองอร่ามตั้งอยู่.. ในขณะที่พวกเรากำลังพิจารณารูปปั้นอยู่นั้น เจ้าออลทรอสก็ได้โผล่เข้ามาป่วน มันหวังชิงรูปปั้นทองคำไปเป็นของส่วนตัว.. จัดการมันซะ.. ในระหว่างที่กำลังสู้กันอยู่ น้องรีล์มจะปรากฏตัวขึ้น.. คุณปู่สตราโก้จะตกใจมากที่หลานสาวแอบตามมา.. เธอบอกว่าเธออยากผจญภัย และฝึกฝีมือวาดรูปของเธอให้เก่งขึ้น.. ทันใดนั้นเธอก็หันไปคุยกับเจ้าออลทรอส ถามว่าชื่ออะไร แล้วเธอก็เรียกเจ้านั่นอย่างสนิทว่า “อัลตี้” แล้วขอวาดรูปมัน.. มันตวาดใส่ น้องรีล์มแกล้งร้องไห้ ทีน่าฉุนจนหันไปด่าเจ้าออลทรอสว่ารังแกเด็ก มันเลยเหงื่อแตกรู้สึกผิดและยอมให้วาด(อย่างฮา)..

รูปปั้นตรีเทพสีทองแวววาว

***รีล์มมีความสามารถพิเศษ คือ การสเก็ตท์หรือวาดภาพอะไรก็ตาม แล้วภาพวาดนั้นจะมีชีวิต สามารถโจมตีได้ ….. เราจะได้เธอร่วมกลุ่มด้วย.. รีล์มจะวาดรูปออลทรอส และเจ้าปลาหมึกปากมากก็จะงงงวยเมื่อถูกรูปวาดตัวเองเล่นงาน.. มันจะหนีไปอีกครั้ง..

Relm : น้องรีล์ม
(หรือ ริลมุ ในภาคญี่ปุ่น)

เดินทางต่อเข้าไปในถ้ำ.. เราจะได้พบกับสัตว์อสูรหลายตน เป็นสัตว์อสูรที่หลุดเข้ามาจากประตูนั่นแหละ พวกเค้าจะล้อมเราไว้หมด.. และก่อนที่จะบวกกัน ก็มีอสูรตนหนึ่งที่พูดรู้เรื่องปรากฏตัวขึ้น เค้าชื่อ “ยูระ”.. เราจะคุยกัน เค้าจะบอกว่าเค้าเสียใจที่ทำให้บ้านเรือนและหลายสิ่งเสียหายเพราะความคลุ้มคลั่งของพวกเค้า พวกเค้าไม่สามารถควบคุมพลังตัวเองได้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน.. เราจะคุยกันและตกลงว่าจะพาไปหากัสตร้าเพื่อจบสงครามที่อาจเกิดขึ้น.. เราจะพาอสูรยูระและเพื่อนๆมาพบนายพลเลโอในเมือง.. ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดีจนกระทั่งเจ้าเคฟก้าปรากฏตัวขึ้น.. มันมาพร้อมกับจักรกลสังหารและทหารสามนาย โจมตีทันทีแบบไม่เห็นหัวเลโอเลย ซัดพลังเวทย์ใส่สัตว์อสูรให้กลายเป็นศิลาแล้วเก็บทันที.. แม้แต่ยูระก็ไม่รอด….. เลโอเห็นแบบนั้นจึงฉุนขาด ชักดาบเข้าฟาดฟันทันที..

ถึงแม้เลโอจะเป็นยอดฝีมือ เป็นยอดนักรบ ฝีมือร้ายกาจและทรงพลัง.. แต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับเล่ห์เหลี่ยมของเจ้าเคฟก้า มันแปลงร่างเป็นจักรพรรดิ์แล้วแทงเลโอจากด้านหลังจนเค้าสิ้นใจตายในที่สุด….. หลังจากนั้นหินที่ปิดประตูอสูรเอาไว้ก็ทลายออก เหล่าอสูรทะลักเข้ามาในโลกมนุษย์อีกมากมาย.. เจ้าเคฟก้าซัดเวทย์ใส่อสูรมากมายให้กลายเป็นศิลา แล้วเก็บไปเป็นจำนวนมาก.. ความแข็งแกร่งของมันทวีคูณขึ้นไปอีก..

เราจะทำหลุมศพและจัดงานศพให้กับนายพลเลโอ.. และเซ็ทเซอร์จะมาสมทบกับเราที่ซามาซ่าเมื่อซ่อมเรือเหาะแบล็คแจ็คเสร็จแล้ว.. เค้าจะแจ้งข่าวว่า กัสตร้าได้ไปที่ประตูอสูรอีกครั้งนึงแล้ว น่าจะกำลังทำเรื่องแย่ๆอีก ให้เรารีบไป.. ยังไม่ทันจะขาดคำ ในระหว่างที่กำลังเดินทาง เจ้ากัสตร้าก็ได้ใช้เวทย์ยกแผ่นดินขึ้นบนฟ้าส่วนหนึ่ง.. แผ่นดินสั่นสะเทือน แตกออก ท้องฟ้าปั่นป่วน.. โลกที่เราเคยรู้จักกำลังจะแย่.. เกมจะให้เราเลือกผู้เล่นที่เราต้องการหนึ่งปาร์ตี้.. เลือกมา จัดตัวท็อปหรือตัวที่ต้องการเก็บเลเวลมา.. ได้แล้วรีบขับเรือเหาะมุ่งตรงไปที่เกาะลอยฟ้าทันที.. แต่ระหว่างที่กำลังบินอยู่นั้น เมื่อใกล้ถึงจะเจอกับกองทัพอากาศของจักรวรรดิ์ขัดขวาง นำทีมด้วยเจ้าปลาหมึกปากมากออลทรอสอีกครั้ง(ตายยากจริงๆ) รอบนี้มันจะพาเจ้า “ไทฟ่อน” มาด้วย.. จัดการให้หมด.. เมื่อเราชนะ เจ้าไทฟ่อนจะใช้เวทย์ยิงเราจนกระเด็นตกเรือเหาะทั้งกลุ่ม.. หล่นลงมายังไม่ถึงดิน จะเจอกับเครื่องจักรสังหารสายกองทัพอากาศดักอยู่ จัดการซะ.. แล้วเราจะแลนด์ดิ้งลงบนเกาะลอยฟ้า…..

บนเกาะลอยฟ้าจะมีกลไกซับซ้อนนิดหน่อย พื้นผลุบๆโผล่ๆ ต้องใช้ความสามารถนิดหน่อย.. เราจะเจอกับชาโดว์นอนสลบอยู่เพราะโดนพวกจักรวรรดิ์เล่นงาน เค้าจะร่วมทีมกับเรา.. สำรวจให้ทั่ว เก็บของให้หมด.. มีบางจุดสามารถกระโดดลงไปบนยานแบล็คแจ็คได้(ถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็ไม่ต้อง).. ไปจนสุดจะเจอกับบอส “อัลเทม่า”.. น่าเกรงขามใช้ได้ ปราบให้อยู่.. พอเอาชนะได้ ชาโดว์จะขอแยกตัวออกไปเพราะรู้สึกผิดที่ไปทำงานให้กับจักรวรรดิ์….. เดินขึ้นไปจะพบกับกัสตร้าและเคฟก้าที่กำลังอัพพลังตัวเองผ่านรูปปั้นอยู่ มันจะซัดพลังใส่เราทั้งหมด และให้เซลีสฆ่าพวกเราเพื่อไถ่โทษและกลับไปอยู่กับมัน.. เซลีสทำเนียนรับดาบจากเคฟก้า แต่กลับลำแทงมันตอนเผลอซะเอง.. เคฟก้าโกรธจนเริ่มคลั่ง และมันจะแตกคอกับจักรพรรดิ์ซะเอง.. มันจะสู้กันเอง และสุดท้ายเจ้าเคฟก้าจะเป็นฝ่ายชนะ.. มันจะโยนร่างของกัสตร้าให้ตกลงมาตาย ตายหยั่งเขียด.. แล้วมันจะสะบัดเซลีสจนเกือบตกเกาะ แต่ชาโดว์จะมาช่วยได้ทัน.. เสร็จแล้วชาโดว์จะเคลื่อนรูปปั้นไปทับมันไว้ เพื่อให้เรารีบหนีไป….. ให้เราเผ่นสุดชีวิตไปที่ปลายเกาะด้านขวาตามที่แสงบอกใบ้เอาไว้.. จะมีเวลาคอยบีบด้วย ต้องไปให้ทันเวลา.. เมื่อถึงปลายเกาะ เพื่อนๆบนยานจะขับเรือเหาะมารอให้เรากระโดดลงไป.. จะมีเมนูให้เราเลือกระหว่าง “โดดเลย” กับ “รอชาโดว์ก่อน”.. ถ้าอยากได้ชาโดว์ในแก๊งค์ให้รอเค้าจนถึงที่สุด.. แต่ถ้าหลอน อยากกระโดดก่อน ก็ได้ไม่มีปัญหา แต่คุณก็จะไม่มีชาโดว์ในแก๊งค์ นะจ๊ะ.. เลือกเอา…..

เมื่อเราลงถึงเรือเหาะได้แล้ว.. สมดุลแห่งพลังระหว่างรูปปั้นสามเทพที่อยู่บนเกาะจะเริ่มมีปัญหา ปะทุ แตกระเบิดออก เป็นเปลวพลังกระจัดกระจายลงมาบนโลกเบื้องล่าง.. แผ่นดินจะแยกออก สะเทือนเลื่อนลั่น บ้างยกสูง บ้างพังทลาย บ้างยุบตัว บ้างถล่มทลายกระจุยกระจาย.. เป็นวันมหาวิปโยคแห่งดวงดาวโดยแท้จริง….. เรือเหาะแบล็คแจ็คแตกกระจาย พังพินาศ.. พวกเราทุกคนกระเด็นกระดอน กระจัดจาย ไปคนละทิศละทาง…..

ดูเหมือนโลกที่เรารู้จักจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว….. กลายเป็นดวงดาวแห่งความแห้งแล้งและสิ้นหวัง อย่างที่ไม่เคยมีใครฝันถึง….. …..

โลกแห่งความแห้งแล้งและสิ้นหวัง (โลกที่สอง)

เมื่อเซลีสฟื้นขึ้นมา.. จะพบว่าตัวเองเหลือรอดชีวิตอยู่กับซิดเพียงสองคนเท่านั้น.. และซิดเองก็บาดเจ็บและอาการกำลังแย่ลงเรื่อยๆ.. เราต้องสลับกลับมาดูแลซิดเค้าบ้าง เพราะเค้าเริ่มไม่ไหวแล้ว..

ตอนนี้แผ่นดินทั้งหมดจะมีสภาพเปลี่ยนไปไม่น้อย.. พิกัดของเมือง และสภาพของเมืองต่างๆจะเปลี่ยนไปหมด.. พื้นดินแห้งแล้ง มอนสเตอร์กลายพันธุ์ ทุกอย่างดูแย่ไปหมด….. ให้เราคอยดูแลซิดโดยการไปจับปลาที่ชายหาดมาให้เค้ากินเรื่อยๆทุกวัน.. ปลาจะมีสามประเภทคือปลาที่ว่ายช้า,ปลาที่ว่ายเร็วปลานกลาง,และปลาที่ว่ายเร็วปรี๊ด ต้องเป็น “ปลาที่ว่ายเร็วปรี๊ด” เท่านั้นจึงจะสามารถเอามาใช้รักษาซิดได้.. ความท้าทายอยู่ตรงที่ ปลาจะแรนด้อมหรือสุ่มมา.. บางวันก็มีปลาที่ว่า บางวันก็ไม่มี.. และวิธีรีเซ็ตปลาคือการไปคุยกับซิด(เปลี่ยนวัน).. และวันไหนที่ไม่มีปลาว่ายเร็วปรี๊ดก็ไม่ต้องเอาตัวอื่นไปให้ แค่ไปคุยก็พอ แต่ก็อย่างว่า อาการก็จะทรุดลง(แต่น้อยกว่าเอาปลาอื่นไปให้).. ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ อยู่ที่ดวงเลย.. ถ้าจังหวะไหนมีปลาที่ใช้รักษาได้มาต่อเนื่อง ซิดก็จะหายป่วย.. ผู้เขียนผ่านมาทั้งสองรูปแบบ เล่นรอบแรกบนเครื่อง Super Famicom “ซิดตาย” เศร้าสัส แต่ก็ได้อีกฟิว ความรู้สึกดิ่งๆมาเต็ม.. เล่นรอบสองบนเครื่อง Gameboy Advance รอบนี้ “ซิดรอด” แต่ก็เลี้ยงไข้อยู่นานมากๆ เดินจนเมื่อยอะ(สาเหตุเพราะปลามาไม่สม่ำเสมอ).. ก็ขออวยพรให้รอดกันทุกคนนะครับ.. แต่ถ้าใครอยากดิ่งก็จัดไป ปลาตัวไหนก็ได้ครับ…..

ถ้าซิดรอด.. เค้าจะตื่นมาอย่างร่าเริงพร้อมบอกว่าเค้าหายแล้ว ขอบใจมาก แล้วเค้าจะเดินไปเปิดประตูทางลับเพื่อมอบสิ่งประดิษฐ์ที่เค้าตั้งใจทำให้เรา นั่นคือ “แพไม้” ที่แข็งแรงมากๆนั้นเอง.. เค้าจะบอกให้เราออกไปตามหาเพื่อนๆอย่างมีความหวัง ก็ให้เราลงไปเอาแพเพื่อออกผจญภัยอีกครั้ง…… แต่ถ้าซิดไม่รอด.. อยู่มาวันหนึ่ง ซิดจะเงียบผิดปกติ พอเซลีสไปคุยด้วยก็พบว่า ซิดได้จากเราไปแล้ว.. เซลีสจะเสียใจมากและรับไม่ได้ เพราะซิดเป็นเหมือนพ่อเหมือนปู่ที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ และยังเป็นเหมือนเพื่อนคนสุดท้ายที่เธอเหลืออยู่.. เธอเดินไปเห็นนกพิราบตาย ยิ่งเศร้าเข้าไปอีก เพราะมันเงียบงันและเศร้าหมองไปหมด.. เธอจึงตัดสินใจกระโดดหน้าผาเพื่อจบชีวิตที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเหลืออีกแล้วของตัวเอง.. แต่ก็บังเอิญรอดมาได้ และเธอก็จะได้เจอกับนกพิราบอีกตัวที่มีผ้าพันหัวของล็อคพันขาเอาไว้ ทำให้เธอมีความหวังว่าเพื่อนจะยังมีชีวิตอยู่อีกครั้ง.. กลับมาสำรวจที่บ้านซิดอีกครั้ง จะได้พบกับจดหมายที่ซิดทิ้งเอาไว้ เราจะได้รู้ว่ามีแพซ่อนอยู่ตรงทางลับที่โต๊ะทางซ้าย.. ให้เราลงไปเอาแพ เพื่อออกผจญภัยตามหาเพื่อนๆอย่างมีความหวังอีกครั้ง…..

นำแพออกทะเลกว้าง ล่องมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือด้วยบรรยากาศที่สุดสลด แผ่นดินที่แห้งแล้ง ท้องทะเลสีแดงส้มแสนเศร้า.. เมื่อขึ้นฝั่ง เราจะพบกับหมู่บ้าน “อัลบรู๊ก” ที่เราเคยมาขึ้นเรือเพื่อไปทำภาระกิจกับนายพลเลโอ.. ตอนนี้มันดูเสื่อมโทรมลงพอประมาณ ผู้คนสิ้นหวัง.. ให้หาข้อมูลให้ทั่ว เราจะได้ยินว่าเคฟก้าขึ้นปกครองโลกและลงโทษทุกคนด้วย “แสงพิภากษา” ซึ่งสามารถยิงจากหอคอยไปเผาหมู่บ้านหรือฆ่าใครก็ตามที่ขัดขืนได้ทันที เราจะได้ยินเรื่องราวของมอนสเตอร์ต่างๆที่ออกอาละวาดหนักในช่วงหลังๆ ได้ยินเรื่องมังกรร้ายทั้งแปดตัว และสุดท้าย เรื่องราวของนักบวชคนหนึ่งที่กำลังตามหาเพื่อนฝูงอยู่ ซึ่งได้ออกเดินทางไปที่เมือง “ทเซน” ทางทิศเหนือแล้ว.. ซื้อของเรียบร้อยให้เราออกจากอัลบรู๊กเดินทางขึ้นเหนือเยื้องมาทางตะวันตกนิดๆ ผ่านหอคอยเจ้าเคฟก้าไปก่อน.. เราจะเจอกับเมือง “ทเซน” อยู่ติดกับทะเลทรายเล็กๆ.. เมื่อเข้าไปหาข้อมูล จะเกิดเหตุการณ์บ้านถล่มขึ้น มีเด็กติดอยู่ในนั้นหนึ่งคน และมีนักกล้ามล่ำบึ้กสุดหล่อหนึ่งนายแบกบ้านไม่ให้ถล่มอยู่หนึ่งคน ซึ่งนั่นก็คือหนุ่มมาร์ชสุดหล่อสายห้าวเป้งของเรานั่นเอง.. เข้าไปคุยกับเค้า แล้วเค้าจะบอกให้เรารีบไปช่วยเด็กออกมา เค้าจะแบกโครงสร้างมันไว้ ให้ไว ก่อนจะไม่ไหว….. ภายในบ้านมีมอนสเตอร์ที่ทำให้เราเป็นหินได้อยู่ เรามาคนเดียว ถ้ากลายเป็นหิน คือเกมโอเวอร์ทันที.. ดังนั้น ให้เราสวมใส่ 1.ไอเท็มที่ป้องกันการเป็นหินหนึ่งชิ้น และ 2.แบล็คเบลท์ไอเท็มฟันสวนเมื่อถูกโจมตีอีกหนึ่งชิ้น(ช่วยได้มหาศาลจริงๆในเวลาจำกัด) 3.ติดตั้งอสูรที่มีเวทย์ร้ายกาจโจมตีได้ทั้งกลุ่มแบบทีเดียวตาย ประมาณนั้น.. ถ้าทำครบทั้งสามอย่างจะดีมากๆ ไม่เครียดมาก และโอกาสมิชชั่นค็อมพลีทสูง….. รีบเข้าไปช่วยเด็ก และเก็บไอเท็มสำคัญๆในกล่องให้หมด โดยเฉพาะ “ดาบโลหิต” อย่าพลาด เสียดายของ มีอิทธิฤทธิ์ในการดูดเลือดศัตรูมาใส่เรา.. มีเวลาห้านาทีกว่าๆ ทำให้สำเร็จ…..

เมื่อช่วยเด็กออกมาได้ มาร์ชจะกระโดดออกมา บ้านถล่ม แม่เด็กขอบใจเรา แล้วเราจะได้มาร์ชร่วมเดินทางอีกครั้ง.. ซื้อของให้ทั่ว นอนหลับพักผ่อน คุยกับชาวบ้านจะได้ข้อมูลเรื่อง “ถนนอสรพิษ” ซึ่งใช้เดินทางไป “ม็อพบลิส” และ “นิเคอา” ได้..

ออกเดินทางอีกครั้งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือนิดๆ.. เส้นทางที่เราเดิน จะเป็นแผ่นดินที่เรียงตัวกันเป็นแนวยาวคล้ายงู มันจึงถูกชาวบ้านเรียกว่า “ถนนอสรพิษ”.. ลากยาวมาทางตะวันออกขึ้นเหนือนิดหน่อย ผ่านป่าขนาดย่อมๆไป เราจะได้พบกับเมือง “ม็อพบลิส” อีกครั้ง แต่สภาพจะดูไม่จืด เพราะเมืองถูกโจมตีโดยแสงพิภากษาของเคฟก้าจนยับเยินไปหมด.. คุณพ่อคุณแม่และผู้ใหญ่จะตายหมดเพราะเอาตัวบังเด็กๆหรือลูกๆเอาไว้….. เมื่อเราเข้าไปในเมือง จะได้พบกับหมาเห่าดักเราไว้ และมีเด็กคนนึงวิ่งออกมาดูก่อนจะวิ่งกลับเข้าบ้านไป.. ตามเด็กคนนั้นเข้าไปในบ้าน ลงไปชั้นใต้ดิน เราจะได้พบกับที่หลบซ่อนของเด็กๆทั้งหมดที่เหลือ และเราจะได้เจอกับทีน่า ซึ่งตอนนี้เธอทำหน้าที่ดูแลเด็กๆทั้งหมดอยู่ และเธอเป็นความหวังและแสงสว่างหนึ่งเดียวของที่นี่.. เมื่อคุยกันและชวนทีน่าเข้ากลุ่มอีกครั้ง เธอจะรู้สึกลังเลและรู้สึกว่าตัวเองพลังลดลงมากจากเมื่อก่อน.. คุยกับทีน่าเสร็จ สักพักเจ้าปีศาจ “ฟุนบาบ้า” เจ้าพุงโตตัวแสบจะโจมตีหมู่บ้าน ทีน่าจะวิ่งออกไปไฝว้อย่างไว แต่สุดท้ายทีน่าจะสู้มันไม่ได้ ให้เราเข้าไปช่วยสู้แทน.. ตื้บให้ยับ.. แล้วมันจะหนีไป แต่มันจะทำศิลาอสูร “เฟนรีร์” หล่นเอาไว้.. เมื่อคุยกับทีน่าเสร็จ ออกจากห้อง จะมีเด็กน้อยที่เก็บศิลาอสูรอันนั้นได้มามอบให้กับเรา….. ปล่อยทีน่าให้นอนพักผ่อนและคิดอะไรไปก่อน.. ส่วนเราออกเดินทางต่อเพื่อไปที่เมือง “นิเคอา”.. ในร้านขายแหวน เราสามารถนอนในที่นอนเพื่อเพิ่มพลังได้..

ออกจากเมืองม็อพบลิสกลับมาทางเดิม แต่รอบนี้เราจะตรงขึ้นเหนือบ้าง(ดูในแผนที่ด้านล่าง).. เดินดิ่งขึ้นไปเรื่อยๆจะพบกับเมืองท่า “นิเคอา”.. หาข้อมูลและซื้อของให้ทั่ว เราจะได้รับรู้ถึงเรื่องราวหัวหน้าโจรคนใหม่ เข้าไปในผับ เราจะเจอกับกลุ่มโจรที่กำลังจะออกเดินทาง.. ตามพวกมันออกมา แต่ยังไม่ต้องตามไปถึงท่าเรือ เลี้ยวกลับไปแถวตลาดนัดก่อน.. เราจะเจอกับหัวหน้าโจรคนใหม่ที่หน้าตาเหมือนเอ็ดการ์แบบเป๊ะๆ(เปลี่ยนแค่ชุดนิดหน่อย).. เมื่อเราทักเค้า เค้าจะปฏิเสธว่าไม่ใช่เอ็ดการ์ เค้าจะบอกว่าชื่อเจฟ แล้วไล่เราไป.. ให้เราตามตื๊อคุยกับเค้าไปจนถึงเรือ.. สุดท้ายเราจะแอบกระโดดขึ้นเรือตามไป.. เนื่องจากตอนนี้ เอ็ดการ์เองกำลังหาทางกลับปราสาทฟิกาโร่ที่จมดิ่งและถูกรากไม้ปีศาจดึงเอาไว้ที่ใต้ดิน เค้ารู้ว่าเจ้าโจรพวกนี้รู้ทางลับที่จะทะลุเข้าไปในวังได้ เค้าจึงเนียนทำทีตีสนิทจนได้เป็นหัวหน้าเพื่อให้พวกมันนำทางไป.. เมื่อถึงเมืองเซ้าท์ฟิกาโร่(เมืองที่ล็อคเคยมาปฏิบัติภาระกิจและได้เจอเซรีส) หาข้อมูลและซื้อของให้ทั่ว จะได้ข้อมูลน่าสนใจเยอะทีเดียว ของดีๆก็มีให้ซื้อ.. กล่องสมบัติที่ยังเก็บไม่หมด(บริเวณที่เคยช่วยเซรีส) ก็เดินเก็บให้หมด.. พร้อมแล้วให้ไปคุยกับเอ็ดการ์ในคราบหัวหน้าโจรที่โรงแรมชั้นสอง.. แล้วแอบตามเค้าไป….. ออกจากเมืองเซ้าท์ฟิกาโร่ ไปเข้าถ้ำทางทิศตะวันตก(ใกล้ๆ).. เป็นถ้ำที่เราเคยทะลุไปทะลุมา.. เมื่อถึงสุดทาง เอ็ดการ์จะให้ลูกน้องนำว่าไปทางไหน ทางตันแล้ว.. เจ้าพวกลูกน้องโจรก็จะเรียกคุณเต่าให้มาอยู่ในจุดที่สามารถกระโดดเหยียบได้ เสร็จแล้วพวกมันจะนำทางไป.. ให้เราตามไป จะมาโผล่ที่คุกใต้ดินของปราสาทฟิกาโร่.. ทหารจะขาดอากาศ นอนรวยรินกันหมด.. ให้ตามเอ็ดการ์ไป หาเค้าให้เจอ เค้าจะไปหยุดอยู่หน้าห้องเก็บสมบัติเพื่อกำจัดรากไม้ปีศาจซึ่งรั้งปราสาทเอาไว้.. เมื่อลูกน้องเข้าไปเอาสมบัติกัน เอ็ดการ์จะยอมรับในที่สุดว่าเค้าคือ “เอ็ดการ์” เพื่อนของเรานั่นเอง.. ให้เราช่วยเอ็ดการ์กำจัดรากไม้ปีศาจนั้น แล้วเราจะได้เค้าเข้าร่วมกลุ่มอีกครั้ง…..

เมื่อกำจัดมันได้สำเร็จ ลูกน้องโจรจะกรูกันออกมาพร้อมสมบัติ พวกเราจะรีบแอบ.. พวกเค้าจะนึกว่าเอ็ดการ์ตายซะแล้ว เลยรีบออกไปกันหมด.. ปราสาทจะใช้งานได้อีกครั้ง โผล่ขึ้นเหนือทะเลทรายที่คุ้นเคยได้ในที่สุด….. เดินหาข้อมูลให้ทั่ว พักผ่อนให้เพียงพอ.. อย่าลืมไปร้านอาวุธแล้วซื้ออาวุธชิ้นใหม่ให้เอ็ดการ์ด้วย มันมีชื่อว่า “วีคเมกเกอร์” มีอิทธิฤทธิ์ในการสร้างจุดอ่อนให้ศัตรูเพิ่มหนึ่งอย่าง แพ้นั่นแพ้นี่ ว่ากันไป(เจ๋งนะ)..

พร้อมแล้วเดินไปคุยกับคุณลุงที่ห้องเครื่องยนต์ เพื่อย้ายปราสาทไปที่เมืองโคริงเก้น(หรือโกลินเกน).. เมื่อมาถึงโคริงเก้นให้พูดคุยหาข้อมูลซื้อของให้ทั่ว จากนั้นให้เข้าไปในโรงแรม เราจะเจอกับเซ็ทเซอร์เพื่อนเรานั่งเก๊กหล่ออยู่.. เข้าไปคุยกับเค้า พวกเราจะดีใจมากที่ได้เจอกันอีก แต่เซ็ทเซอร์อยู่ในฟิวเซ็งชีวิตและหมดไฟเพราะเรือเหาะของเค้าพังไปแล้ว ชีวิตเค้าเหมือนไม่เหลืออะไร ไม่มีกำลังจิตกำลังใจจะทำอะไร.. แต่ในที่สุด เซลิสก็พูดให้เซ็ทเซอร์คิดได้ในที่สุด เพื่อกู้ชีวิตที่สดใสของเค้ากลับมาอีกครั้ง ต้องกำจัดเคฟก้าเท่านั้น.. เซ็ทเซอร์จึงนึกขึ้นได้ถึงเรือเหาะของคนรักของเค้า “ดาริล” ที่เค้าจอดฝังมันเอาไว้ในสุสานของดาริล เค้าจึงออกเดินทางอย่างมีความหวังพร้อมเราอีกครั้ง..

ออกจากโคริงเก้น เดินทางไปยังสุสานของดาริลซึ่งเซ็ทเซอร์เคยสร้างไว้ มันอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ใกล้ๆโคริงเก้นนั่นเอง.. ***ก่อนเข้าไปลุยสุสานอย่าลืมติดตั้งเครื่องประดับป้องกันการกลายเป็น “ซอมบี้” ให้ทีมเราก่อน.. ไม่อย่างนั้นจะติดรัวๆจนเซ็ง..

จะมีเรื่องราวคัทซีนในอดีตของเซ็ทเซอร์กับคนรักให้เราดูด้วยช่วงเดินลงบันได.. คนรักของเซ็ทเซอร์เป็นสาวสายแว๊นซ์เบอร์หนึ่งเหมือนกัน ดูเหมือนว่าเรือเหาะของเธอจะแรงกว่าของเซ็ทเซอร์มากอีกด้วย.. แต่แว๊นซ์เร็วเกินจนสู่ขิต(เวร)….. ภายในสุสานของดาริลนี้ มีของดีเยอะอยู่ และที่เจ๋งที่สุดคือ “โกรทเอ้กซ์” หรือไข่ EXPคูณสองนั่นเอง.. ทำให้ฟาร์มเวลเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว.. ห้ามพลาดเด็ดขาด.. วิธีเอาคือ มันจะมีห้องที่มีป้ายหลุมศพป้ายเดียวแล้วถามเราว่าจะสลักอะไรไหมอยู่ ซึ่งตอนแรกเราจะยังทำอะไรไม่ได้ ต้องไปเจอห้องที่มีป้ายหลุมศพสี่ป้ายก่อน ทั้งสี่ป้ายจะมีถ้อยคำสลักอยู่ อ่านให้ครบทั้งสี่ป้าย แล้วกลับมาที่ห้องที่มีป้ายเดียว สำรวจอีกครั้ง รอบนี้จะมีถ้อยคำทั้งสี่เรียงกันให้เราเลือกต่อ.. ถ้าเป็นภาษาไทยให้เรียงว่า “เพื่อยเอ๋ย หลับเถิด” แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่น แอดฯบอกได้คำเดียวว่า ตัวใครตัวมัน 😂😂😂.. จำไม่ได้จริงๆครับ.. ลองเรียงดู แถวบนคู่แถวบนแถวล่างคู่แถวล่าง ประมาณนั้น สลับกัน.. ถ้าเรียงถูก มันจะบอกใบ้ว่า มีโกรทเอ้กซ์อยู่ที่ห้องในสุดของชั้น B3.. ออกจากห้องที่มีหลุมศพป้ายเดียวจะเจอหีบสมบัติ เลี้ยวขวา(คนเล่น)ลงบันไดไป จะเจอกล่องสมบัติอีกกล่อง ห้องนี้ที่มุมขวาล่างจะมีทางลับทะลุไปทางขวาได้อีก จะมีห้องเล็กๆซึ่งมีกล่องสมบัติอยู่ตรงกลางกล่องหนึ่ง กล่องนั้นแหละ สำรวจ เราก็จะได้ “โกรทเอ้กซ์” มาครอบครอง….. จากนั้นบุกตะลุยให้ทั่ว มีกลไกกดน้ำขึ้นน้ำลงนิดหน่อย ขี่เต่านิดหน่อย จัดไป ไม่ยากเกินความสามารถ.. เข้าไปถึงในสุด ปราบบอสให้คว่ำ สุดท้ายเราก็จะได้เรือเหาะของดาริลมาครอบครอง.. เหาะแหวกทะเลขึ้นมาเลย อย่างจ๊าบ!!…

ในขณะที่เรากำลังแว๊นซ์กันอย่างเมามันนั่นเอง เซลิสก็เหลือบไปเห็นนกพิราบตัวหนึ่งที่คุ้นตาเธอ เธอจึงให้เซ็ทเซอร์ตามมันไป.. สุดท้ายเราจะมาจอดที่ใกล้ๆเมือง “มารันด้า” นั่นเอง.. ที่อยากจะรีบบอกเลยก็คือ บ่อทะเลทรายหน้าเมืองมารันด้านั้น เป็นสุดยอดสรวงสรรค์(หรือนรก😂)สำหรับการเก็บเงินหรือฟาร์มเวล.. ในบ่อนี้มีมอนส์ฯแปลกและโหดแต่น่าสนใจมากอยู่สองตัวคือ 1.หนอนทรายยักษ์ที่มีท่าพายุทรายสุดโหด ฆ่าเราได้ง่ายๆเลย แต่เราก็ฆ่ามันได้ง่ายๆเหมือนกันโดยใช้เวย์ “เดธ” เวทย์กระชากวิญญาณ.. ไม่ต้องไปใช้ท่าอื่นให้เสียเวลาเพราะมันจะสวนเราด้วยท่าพายุทราย หวดเวทย์เดธใส่อย่างเดียวพอ.. ถ้าชนะมันได้ จะฉ่ำทั้งค่าเรียนรู้เวทย์และเงินเลย จะได้เงินถึง 10,000G ต่อตัวเลย(รวยจัดๆ).. อีกตัวคือ 2.กระบองเพชรน้อยนักวิ่ง โจมตีด้วยท่าปกติแทบไม่ได้เลย แต่กลับตายได้ง่ายๆด้วยท่า “สว่าน” ของเอ็ดการ์ และท่า “หมัดดินระเบิด” ของมาร์ช.. ให้ค่าเรียนรู้เวทย์ x10.. สะใจไม๊คุณผู้ชม.. กางเต๊นท์เลยไม๊ อยู่ยาวๆ.. 😂

เข้ามาในมารันด้า.. พูดคุยกับประชาชนให้ทั่ว จะมีคนพูดถึงนักดาบผู้หนึ่งที่มีฝีมือร้ายกาจแต่สุภาพอย่างมาก.. ที่บ้านด้านขวาสุด(มีนกพิราบอยู่ข้างๆบ้าน) เราจะเจอกับหญิงสาวท่านหนึ่งที่ได้รับจดหมายรักจากคนรักตลอดทั้งๆที่คนรักเธอน่าจะตายไปแล้ว และข้อความในจดหมายก็ดูเป็นสำนวนที่คล้ายภาษาพูดของไคเอ็นมาก.. เธอจะถามเราว่า เธอจะขอฝากให้เราเอาจดหมายไปส่งให้นกพิราบสื่อสารให้เธอหน่อยได้ไหม ถ้าเราอาสาทำให้เธอจะขอบคุณ ก็ให้เราเดินไปที่นกพิราบแล้วสำรวจที่มัน แล้วเราจะเห็นมันบินไปทางเมือง “โซโซ”….. ในมารันด้านี้ เราจะได้เบาะแสถึงเพื่อนเราคนอื่นๆอีกด้วย……

ต่อไปนี้จะเป็นการรวบรวมเพื่อนๆของเราจากสถานที่ต่างๆทั่วโลก.. ตามเนื้อเรื่องและการไปพูดคุยกับชาวบ้านแล้ว ต่อไปเราจะต้องไปตามหา “ไคเอ็น” ที่เมืองโซโซเป็นรายต่อไป.. แต่เนื่องจากผู้เขียนชอบใช้ “ล็อค” มาก เลยอยากเอาล็อคมาปั้นให้แกร่งที่สุดเกินใคร ทีนี้อะไรก็จะค่อนข้างสะดวกและง่ายไปหมด ดังนั้นผู้เขียนจะไปตามหาล็อคที่ “ถ้ำฟินิกซ์ : Phoenix Cave” ก่อนเป็นอันดับแรก.. หากผู้เล่นท่านใดชอบใช้ล็อคเช่นกัน ก็ทำตามได้เลยครับ แต่ถ้าผู้เล่นท่านใดจะไปตามเนื้อเรื่องและข้อมูลที่ได้รับ จะไปตามหาไคเอ็นก่อนก็ได้ครับ ข้ามไปได้เลยแล้วค่อยมาเก็บล็อคทีหลังก็ได้.. เพราะเอาจริงๆภายในถ้ำฟินิกซ์ก็หินและโหดเอาเรื่องอยู่..

ตามหา “ล็อค”

ขับเรือเหาะตรงไปที่ “ถ้ำฟินิกซ์ : Phoenix Cave” ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเมือง “ทเซน : Tzen” (เมืองที่เราเคยเจอมาร์ชแล้วมีเหตุการณ์บ้านถล่ม ดูจากแผนที่ด้านล่างได้ครับ).. ขับเรือเหาะไปจอดเหนือซอกเขารูปวงกลมตรงใจกลาง แล้วหย่อนพวกเราลงไปด้วยสลิง(กดปุ่มลงจอด).. การมาช่วยล็อคที่นี่เราต้องแบ่งออกเป็นสองทีม เพื่อสลับกันเหยียบกลไกกับดักเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าไปได้เรื่อยๆ บอกเลยว่าใช้สมองประมาณนึงเลยครับ ใครหัวร้อนเตรียมน้ำแข็งไว้รอเลย.. ที่สำคัญ ก่อนเข้าถ้ำ อย่าลืมติดตั้งเครื่องประดับป้องกัน “สับสน” และป้องกันการเป็น “ซอมบี้” เอาไว้.. เนื่องจากเรามากันแค่กลุ่มละสองคน ถ้าติดขึ้นมา โอกาสเกมโอเวอร์สูงมากๆ…..

พร้อมแล้วบุกตลุยเข้าไปเรื่อยๆ.. เก็บหีบสมบัติต่างๆให้ครบก็จะได้ของดีมาไม่น้อย.. และเราจะได้เจอหนึ่งในแปดมังกรอสูรด้วย นั่นคือ “มังกรแดง” นั่นเอง.. ปราบให้ได้ เอาเรื่องอยู่ แต่ก็ไม่เกินมือ.. ***เดินทางติดขัดตรงไหนสามารถกดดูบทสรุปแบบวิดีโอด้านล่างเอาได้ครับ.. เข้าไปเรื่อยๆจนถึงที่สุด เราจะได้พบกับล็อค ชายผู้ซึ่งมาตามหาศิลาอสูร “ฟินิกซ์” เพื่อชุบชีวิตหญิงคนรักนั่นเอง.. ล็อคจะเจอศิลาฟินิกซ์ในที่สุด และเค้าจะดีใจมากที่ได้เจอทุกๆคนอีก แต่ก็มีเรื่องน่ากังวลนิดหน่อยเพราะที่ศิลามีรอยร้าวอยู่พอสมควร…..

เราจะพากันออกมาจากถ้ำและนั่งเรือเหาะมายังเมืองโคริงเก้น เมืองที่มีร่างของเรเชลคนรักของล็อคอยู่นั่นเอง.. ล็อคไม่รอช้า เค้ารีบใช้ศิลาฟินิกซ์เพื่อช่วยเธอทันที.. ตอนแรกก็เหมือนจะไม่ได้ผล แต่ก็เหมือนกับว่าฟินิกซ์จะรับรู้ถึงความมุ่งมั่นและเสียสละมากมายของล็อคที่ทำเพื่อคนรัก ศิลาอสูรจึงได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายนั้นมอบชีวิตชั่วคราวให้กับเรเชลอีกครั้งเพื่อบอกลา.. เธอฟื้นคืนชีพขึ้นมา และพูดทุกอย่างที่ค้างคากับล็อค เธอขอบคุณมากมายและบอกให้ล็อคมอบความรักที่มีให้เธอให้กับ “เธอคนนั้น” ซึ่งก็น่าจะหมายถึงเซลิสนั่นเอง (เอ?.. หรือทีน่าน้อ?.. หรือทั้งสองคนว้า!?..).. เมื่อพูดจบ เรเชลจะสลายไป แต่ก่อนจะจากไปเธอได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายรวมศิลาฟินิกซ์ให้เป็นศิลาที่สมบูรณ์อีกครั้งเพื่อมอบให้เราได้ใช้.. เราจะได้ศิลาอสูรฟินิกซ์ไว้ใช้งาน….. จบเนื้อเรื่องการตามหาล็อค…..

ตามหา “ไคเอ็น”

ต่อไปเราจะไปตามหายอดนักดาบไคเอ็นที่ภูเขาหลังเมืองโซโซกัน.. ขับเรือเหาะตรงไปที่เมืองโซโซ.. ติดตั้งเครื่องประดับ “สไนเปอร์อาย” ให้กับนักรบสายโจมตีทางกายภาพของเราให้เรียบร้อย(ใช้อาวุธโจมตี) เพราะในถ้ำอุดมไปด้วยมอนสเตอร์ความเร็วสูงในแบบที่ฟันโดนได้ยากมากๆถ้าไม่ติดตั้ง.. ที่สำคัญที่สุด ระวังไอ้หมีขี้ขโมยที่จะฉกเงินเราทันทีเมื่อเจอหน้าถึง 8700Gil (เลวมากๆคุณผู้ชม.. ฆ่ากุตายกุยังไม่โกรธขนาดนี้.. 😂).. ถ้าเจอหน้ามัน มีมันอยู่ในกลุ่ม ให้รีบฆ่ามันก่อนตัวอื่นก่อนที่มันจะหนีไปพร้อมกับเงินที่เราหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน.. นะจ๊ะ…..

เข้าเมืองโซโซไป.. เดินอ้อมหลังตึกขึ้นไปด้านบนนิดหน่อย จะเจอชายคนหนึ่งเดินไปมาบอกเรื่องทางเข้าถ้ำโซโซที่อยู่บนตึกผับ “PUB” นั่นเอง.. แต่ประตูจะมีสนิมขึ้นเปิดไม่ออก ให้ซื้อน้ำมันหล่อลื่นจากเค้า แล้วขึ้นไปบนตึกผับชั้นบนสุดและเปิดประตูด้านซ้ายที่ตอนแรกเปิดไม่ได้เพื่อเข้าไปได้เลย…..

พร้อมแล้วลุยได้.. สำรวจให้ทั่วทุกจุด เก็บกล่องสมบัติให้หมด ของดีหลายชิ้นครับ.. เข้าไปจนถึงด้านในสุด เราจะพบกับโต๊ะเขียนหนังสือ จดหมายที่ไคเอ็นเขียนวางไว้ และดอกไม้มากมาย(โรแมนติกจริงๆท่านนี้).. อ่านจดหมาย จะได้รู้ว่า ไคเอ็นเป็นคนเขียนและส่งจดหมายไปหาสาวนางนั้นที่มารันด้านั่นเอง เพราะคนรักของเธอได้ตายไปแล้ว และไคเอ็นกังวลว่าเธอจะเสียใจ จึงส่งจดหมายเนียนเป็นคนนั้นมาตลอด.. แต่ถึงจะอย่างนั้นสุดท้ายแล้ว ไคเอ็นก็ตั้งใจจะบอกความจริงในจดหมายฉบับสุดท้ายนี่นั่นเอง เพราะอย่างไรมันก็คือความจริง.. ให้เราเดินผ่านไปอีก จะพบกับไคเอ็นกำลังยืนปล่อยนกที่หน้าผาอยู่นั่นเอง.. แล้วเราก็จะได้ไคเอ็นเข้าร่วมกลุ่มอีกครั้ง…..

สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ.. ในถ้ำโซโซนี้ มีหนึ่งในแปดมังกรอสูร “มังกรลม” อยู่ด้วย.. ให้เหยียบปุ่มกดเพื่อปล่อยมังกรออกมาจากกล่องสมบัติ แล้ววิ่งไปบวกกับเค้า เอาชนะให้ได้.. ทีนี้เราก็ได้ปราบไปสองในแปดมังกรที่ถูกกล่าวขานแล้ว….. จบมิชชั่นการค้นหาไคเอ็น..

จริงๆแล้วตัวเกมส์ในช่วงเวลานี้ จะค่อนข้างให้อิสระในการผจญภัยพอสมควรเลย เป็นความตื่นเต้นที่จะค้นหาเพื่อนๆของเราด้วยตัวเราเอง เราจะไปที่ไหนก่อนก็ได้ตามความเหมาะสมและเงื่อนไขนิดๆหน่อยๆ.. แต่จะให้ดีที่สุดก็คือ ไปที่ๆจะได้ศิลาอสูรก่อน จะดีที่สุด.. เพราะยิ่งได้มาเร็วเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งสามารถเอาศิลาเหล่านั้นมาปั้นสแต็ทฯหรือค่าพลังต่างๆของตัวละครของเราได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนั่นเอง.. ยิ่งเราปั้นตั้งแต่เลเวลน้อยได้เท่าไหร่ สแต็ทฯก็จะยิ่งสวยและได้ดั่งใจเราเท่านั้น(พลังถึงจุดที่ต้องการ).. “ศิลาอสูร” นอกจากมีหน้าที่หลักในการเรียนรู้เวทย์ที่อสูรนั้นมีแล้ว สังเกตุให้ดีด้านล่างสุดของหน้าแสดงเวทย์ประจำตัวอสูร จะมีเอ็ฟเฟ็คข้างเคียงของศิลานั้นด้วย เช่น HP +10% เมื่อเลเวลเพิ่ม, MP +10% เมื่อเลเวลเพิ่ม, หรือ กำลัง +1 เมื่อเลเวลเพิ่ม, เป็นต้น.. และศิลาก้อนหลังๆก็จะมักให้ผลที่ดีกว่า แรงกว่าอีกด้วย.. แต่บางก้อนก็ไม่มีเอ็ฟเฟ็คที่ว่า มีแต่เวทย์เท่านั้น…..

ตามหา “ทีน่า”

ก่อนไปหาศิลาเพิ่ม แวะรับทีน่าที่ม็อพบลิสก่อนก็ไม่เลว เพราะอีเว้นท์ไม่ยุ่งยาก จบเร็ว.. ว่าแล้วก็ขับเรือเหาะไปกันเลย จอดที่ม็อพบลิส เข้าไปในหมู่บ้าน.. เมื่อลงไปชั้นใต้ดินของบ้านหลังเดิมที่เด็กๆใช้หลบภัย จะเจอกับเด็กๆเท่านั้น เด็กๆจะบอกว่า “คาตารีน่า”(น้องผู้ช่วยทีน่า)หายไปไหนไม่รู้.. ให้เรากลับออกมาแล้วเข้าไปในบ้านหลังถัดไปทางซ้าย เราจะเจอกับดีนนั่งเครียดอยู่.. เรื่องของเรื่องก็คือ คาตารีน่าได้ตั้งท้องกับดีน แต่เมื่อบอกดีนแล้วเค้ากลับทำตัวไม่ถูก ไม่แสดงอาการดีใจ(อาจด้วยเพราะความกังวลในเรื่องต่างๆ) คาตารีน่าจึงรู้สึกเสียใจน้อยใจและวิ่งลงไปให้ทีน่าปลอบอยู่ใต้ดินนั่นเอง.. ให้เราตามลงไปที่ทางลับใต้ดินหลังตู้หนังสือช่องซ้าย ที่มีหมาตัวนึงวิ่งลงไปเมื่อกี๊นี้.. เราจะเจอคาตารีน่าและทีน่า คุยกับทุกคน ทำความเข้าใจกัน.. สักพักไอ่พุงโตปีศาจฟุนบาบ้าจะโจมตีหมู่บ้านอีกครั้ง ให้เราออกไปสู้ แต่เราต้องแพ้ตามบท แล้วทีน่าจะออกไปไฝว้ด้วยตัวเองโดยการแปลงร่างเป็นซุปเปอร์ไซย่าโรสสีชมพู.. ตื้บให้ยับ เอาให้จบ….. พอเราชนะ ลงมาหาเด็กๆ เด็กๆจะกลัวทีน่าร่างอสูรในตอนแรก แต่ในท้ายที่สุด เมื่อเด็กๆเข้าใจทุกคนก็จะเข้าไปหาทีน่าและรักเธอเหมือนเดิม.. เราจะได้ทีน่าเข้าร่วมกลุ่มอีกครั้ง เด็กๆจะให้กำลังใจเพื่อให้เธอสู้เพื่ออนาคตของเราทุกคน….. จบการตามหาทีน่าได้อย่างสวยงาม..

หลังจากนั้น.. แว๊นซ์เรือเหาะไปทักทายซิดที่แข็งแรงดีแล้วที่เกาะของเค้าซักหน่อย.. เสร็จแล้วเดินไปที่ชายหาดที่เซลิสเคยมาจับปลาไปรักษาเค้าในทุกๆวัน.. เราจะเจอศิลาอสูรหล่นอยู่หนึ่งชิ้น เก็บมาใช้งานได้อีก.. แจ่มๆ..

ตามหา “ม็อก” และ “อุมาโร่”

แว๊นซ์เรือเหาะของเราไปที่เมือง “นัลเช” บ้านเกิด.. เดินไปที่รังของม็อคเกิ้ลที่เราเคยไป โดยการผ่านเข้าบ้านคุณผู้ชายที่เคยช่วยทีน่าไว้ ทะลุหลังบ้าน เดินเข้าไปในถ้ำในภูเขา แล้วหารังเค้า ไม่ยาก.. กำลังยืนซึมอยู่คนเดียวเลย เค้าจะดีใจมากที่ได้เจอเรา เพราะเค้านึกว่าเราตายกันหมดแล้ว เค้าจะไม่รอช้าที่จะเข้าร่วมทีมทันทีแถมยังแนะนำให้ไปรับ “อุมาโร่” เพื่อนเค้าอีกด้วย เดี๋ยวจะคุยให้ ประมาณนั้น.. คือแรงเยอะ สายโหด และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อทีมได้อย่างดี….. ให้เราเดินกลับออกมายังกลางหมู่บ้าน แล้วเดินไปทางท้ายเหมือง(ทางเดียวกับที่ไปปราบหอยทากสายฟ้ายูมิลบอสตัวแรก แต่ยังไม่ถึง) ให้เลี้ยวขวาแรกตอนเข้าถ้ำ เดินไปตรงหน้าผาที่เคยมีสัตว์อสูรแช่แข็งอยู่.. ก่อนถึงเราจะเจอกับ “มังกรน้ำแข็ง” บินขวางทางอยู่ เป็นหนึ่งในแปดมังกรอสูร จัดการลงให้ได้ แล้วเราจะได้ศิลาอสูรเพิ่มอีกหนึ่ง.. เดินต่อมาจนถึงอสูรแช่แข็ง เราจะช่วยละลายเค้าออกมาจนได้ แล้วเค้าจะกลายเป็นศิลาให้เราอีกหนึ่งชิ้น เพราะเค้าจะลองเชื่อใจเรา….. จากนั้น หน้าผาจะถล่มหักลงไปหน่อยนึง ให้เรากระโดดลงไปตรงนั้น.. นี่แหละ ทางไปรังของ “อุมาโร่” บิ๊กฟุตพลังช้างสาร ขนดกขาวโพลน สุดหล่อ ของเรา.. มีกลไกนิดหน่อย ไม่โหดมาก.. เก็บของให้หมด.. โยกไปโยกมาให้ตกหลุมเล่น จนสุดท้ายจะไปตกในรังของอุมาโร่พอดี.. สำรวจที่หัวกะโหลก จะมีศิลาอสูรอยู่หนึ่งชิ้น แงะออกมา.. เสร็จแล้วเดินมาตรงบันได ก็จะได้เจอกับพ่อตัวโตทันที.. ยังไม่ทันจะได้คุย อุมาโร่จะกระโดดเข้าบวกกับเราทันที.. เอาชนะเค้าให้ได้ แล้วม็อกจะคุยให้ แล้วเราจะได้อุมาโร่เข้าเป็นสมาชิก แต่เค้าจะไปรอเราบนเรือเหาะ(รู้ดี) ต่อให้เรามาไม่ครบ4คน เค้าก็จะไม่เข้ากลุ่มทันที แต่จะไปรอบนเรือเหาะ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเหมียนกัน อดเทสของเลย….. จบภาระกิจตามหาสองหนุ่มดัชชี่สายบวก..

มาถึงตอนนี้ เราจะมีระดับเลเวลที่สูงพอสมควรแล้ว เรียกว่าถึงเวลาที่จะปั้นสแต็ทฯแบบจริงจังแล้วอย่างน้อยหนึ่งตัว.. และหนึ่งไอเท็มสำคัญที่จะขาดไม่ได้ในการเพิ่มความสะดวกในการปั้นสแต็ทฯของเราก็คือ “กำไลฟัน4ครั้งติด” นั่นเอง.. ซึ่งจะได้มาจากเควสท์ปราสาทลับใต้ดินใต้ปราสาทฟิกาโร่อีกที.. ไปกันเลย…..

เหาะกลับมาที่ปราสาทฟิกาโร่.. เข้าไปคุยกับคุณลุงที่คุมเครื่องยนต์ แล้วบอกให้แกเคลื่อนย้ายปราสาทไปที่เซ้าท์ฟิกาโร่(หรือจากเซ้าท์ฟิกาโร่มาโคริงเก้นก็ได้).. ทุกครั้งที่เราสั่งเคลื่อนย้ายปราสาท กลางทางปราสาทของเราจะหยุดชะงักเหมือนติดกับอะไรเข้า ลุงจะถามว่าให้เดินเครื่องต่อหรือให้หยุดก่อน.. ให้เราเลือก “หยุดก่อน” แล้วเดินไปที่คุกใต้ดินฝั่งขวาของปราสาทเรา ไปที่ห้องฝั่งขวาที่สามารถทะลุออกไปได้.. เราจะเจอกับถ้ำใต้ดิน สำรวจเก็บของให้ทั่วจนทะลุออกมาเจอกับปราสาทโบราณที่เป็นซากปรักหักพัง.. จะมีคัทซีนและเรื่องราวเกิดขึ้น.. เดินเข้าไปสำรวจที่ห้องโถงมืดๆด้านซ้าย(ก่อนเข้าประตูใหญ่) จะเจอกล่องสมบัติ เมื่อเปิดจะเจอมอนสเตอร์ซามูไรนักดาบเฝ้าสมบัติอยู่ จัดการให้ได้ แล้วเราจะได้กำไลฟัน4ครั้งมานั่นเอง.. ห้องโถงด้านขวาก็มีหนึ่งกล่อง.. เสร็จแล้วตรงเข้าไปกลางปราสาท สำรวจให้ทั่ว ตื้บให้หมด แล้วเราจะได้ศิลาอสูร “โอดีน” มาครอบครอง.. ทีนี้เราก็ต้องเลือกว่าจะออกไปเรียนเวทย์ “เมเทโอ” จากศิลานี้ก่อนไม๊(ในกรณีที่ตัวที่เราอยากให้เรียนไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่พามา).. ก็ออกไปก่อน ไปเรียนให้ฉ่ำก่อนค่อยกลับมาอีกครั้ง.. แต่ถ้าไม่ซีเรียส ใครเรียนก็ได้ หรือตัวที่อยากให้เรียนอยู่ในกลุ่ม ก็จัดไป.. ติดตั้งศิลาอสูร แล้วเดินตีมอนส์ฯแถวๆนี้แหละ จนเรียนสำเร็จสมใจ.. ที่นี้เราจะไปอัพเกรดศิลาอสูร “โอดีน” นี้ ให้เป็นศิลาอสูร “ไรดีน” ซึ่งจะให้เวทย์ที่สำคัญที่สุดอีกเวทย์หนึ่ง ซึ่งจะทำให้เราสามารถใช้ท่าฟัน 16 ครั้งติดกันแบบโหดๆ แบบมอนส์ฯหรือบอสมอนส์ฯเห็นแล้วต้องขี้หดตดหาย จนต้องพูดออกมาว่า “กูตายตั้งแต่ดาบแรกละ อิดอก..” 😂 .. ออกมา.. เสร็จสิ้นภาระกิจค้นหากำไล…..

*** มาถึงตอนนี้แล้ว เราต้องถามตัวเองก่อนว่า อยากได้สแต็ทฯโหดๆสวยๆ HP,MPเลขสวยโหดสุดที่ 9999/999 หรือไม่?.. ถ้าเพิ่งเล่นครั้งแรก แล้วไม่แคร์เรื่องนี้ คืออยากได้อะไรที่เป็นธรรมชาติ เมื่อถึงเลเวล99แล้วมีค่าHP/MPที่แตกต่างกันไป ก็น่ารักดี เก๋ดี เป็นธรรมชาติดี ถ้าคิดแบบนี้(เหมือนผู้เขียนเล่นรอบแรก) ก็ไม่ต้องซีเรียส เลือกศิลาอะไรก็ได้ เรียนมนตร์ไปเรื่อยๆตามความเหมาะสม ถึงเวลาก็ไปตีบอสจบ.. ก็เล่นไปแบบออแกนิค ธรรมชาติ ชิวๆไป….. แต่ถ้าใครเคยเล่นจบไปแล้วแบบธรรมชาติรอบนึง ไม่ได้เล่นนานแล้ว.. รอบนี้ขอหล่อๆเว้ย ขอHP/MPแบบMax9999ไปเลย เก๋ๆ.. พลังโจมตีหรือพลังด้านที่ชอบ โหดๆ.. ทางเกมเอ็กซ์แม็กกาซีนก็จะแนะนำการปั้นแสต็ทเบื้องต้นตามนี้ครับ..

อันดับแรก.. เลือกตัวละครที่เราชอบที่สุด อยากให้โหดที่สุดมาหนึ่งตัว.. สวมไอเท็มเครื่องประดับได้Expสองเท่าโกรทเอ้กซ์หรือ “ไข่เติบโต” กับไอเท็มฟันได้สี่ครั้ง “ตราสืบทอด” (ภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่นเทียบหาเอานะครับ ผู้เขียนจำไม่ค่อยได้เหมือนกันครับ).. สวมศิลาอสูร “อสรพิษมิธการ์ธ” ซึ่งเมื่อเลเวลอัพ HP จะบวกเพิ่มถึง 30%, หรือศิลาอสูร “บาฮามุท” ซึ่งเมื่อเลเวลอัพ HP จะบวกเพิ่มถึง 50% (เยอะมากกก).. ขับเรือเหาะแว๊นซ์ไปจอดข้างๆป่าไดโนเสาร์อสูร(แหล่งฟาร์มเวลฯอันยอดเยี่ยม).. มันจะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเกือบสุดของแผนที่โลก.. อย่าเพิ่งเข้าป่า เดินตีมอนส์ฯรอบๆป่าไปก่อน(แค่มอนส์รอบๆป่านี่ก็เพลินละ เลเวลขึ้นอย่างเร็ว).. ถ้าใจถึงพอ ไม่ต้องเอาเพื่อนมาด้วย เพราะถ้าเอามา ต้องหารExpกับเพื่อนทั้งหมดด้วย เดินคนเดียวไปเลย ใจๆ.. เลเวลจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว.. พอได้เลเวลถึง 60++ ก็เข้าป่าได้ เราจะสามารถโค่นทีเร็กซ์ได้แม้มันจะมาสองตัว.. แต่..ย้ำเลยว่า..แต่.. เราจะยังโค่นเจ้าคอยาว “แบร็คคิโอซอรัส” ไม่ได้.. นอกจากมันตีหนัก มีเวทย์เยอะ รวดเร็วมาก มันยังรู้มากอีกด้วย.. ถ้าจะเอาชัวร์ต้องเปลี่ยนไอเท็มอันใดอันหนึ่งออกและใช้เครื่องประดับที่ป้องกันการ “สับสน” มาใส่แทน.. เพราะมันมีเวทย์ที่อัดใส่เราแล้วเรากลายเป็นกัปปะ+สับสนพร้อมกันเลย(เลวมาก).. เอาเพื่อนมาด้วยเผลอๆเพื่อนตายเพราะเราฆ่านี่แหละ เราโหดด้วยไง.. แต่ถ้าฆ่ามันได้ก็ฉ่ำ….. ตีเก็บเวลไปเรื่อยๆ พอHPถึง9999แล้ว ให้เปลี่ยนมาใส่ศิลาอสูร “เฟนรีร์” ซึ่งจะเพิ่ม MP ถึง 30%เมื่อเลเวลอัพ.. อย่าลืมล่ะ ถึงแล้วให้เปลี่ยนทันที ไม่งั้นถ้าเพลินอัพเลเวลอีก จะเสียของนะ.. ตีไปเรื่อยๆจนMPถึง999 ก็เปลี่ยนศิลาอสูรเป็นค่าพลังที่เราชอบหรือต้องการเน้น เช่น กำลัง+2, พลังเวทย์+2 เป็นต้น.. เมื่อเลเวลถึง 99 แล้วก็พอ.. ทีนี้เราก็ได้นักรบมหาปลัยหนึ่งหน่วย.. ไปเควสต์ไหนก็เอาเค้าไปด้วย สนุกชิหาย 😂.. สำหรับการเรียนเวทย์มนตร์ แนะนำให้ไปเรียนที่บ่อทะเลทรายหน้าเมืองมารันด้า กับไอหนอนทรายยักษ์หรือน้องกระบองเพชรนักวิ่งนั่นเอง.. ขึ้นพรวดๆ….. ใครขยันอยากปั้นสแต็ทให้ตัวอื่นต่อ สเต็ปก็ตามนี้ครับ พลิกแพลงเอาตามชอบ.. ส่วนใครที่อยากมันส์หลังจากเบื่อเก็บเวล ก็ไปลุยกันต่อเลย…..

ตามหาน้อง “เกาว์”

ขับเรือเหาะไปจอดบริเวณทุ่งหญ้า “เวลด์” ทุ่งเดิมที่เราเคยเจอเกาว์นั่นแหละ ตอนนี้มันอยู่ทางทิศตะวันออกกลางของแผนที่โลก(สามารถดูได้ในแผนที่ด้านล่าง).. เสียงดนตรีที่มีเอกลักษณ์แบบเดิมที่เราคุ้นเคย เดินตระเวณสู้ไปให้ทั่วทุ่ง สักพักเกาว์ก็จะปรากฏตัว อย่าโจมตีแต่โยนเนื้อดาวให้เค้าอย่างที่เราเคยทำ.. เกาว์จะดีใจมากที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่และได้เจอกันอีก เค้าจะไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมกลุ่มทันที.. เมื่อได้เกาว์แล้ว ให้เข้าไปในถ้ำด้านบน เราจะได้พบกับอินเตอร์เซ็พเตอร์เห่าเรียกให้เราตามไป.. สำรวจให้ทั่วเพื่อเก็บไอเท็ม “คมสังหาร : Striker” ***ต้องเก็บให้ได้นะ เพราะมันจะมีผลต่อการตามหาชาโดว์ในภายหลัง.. สุดท้ายเราจะเจอกับชาโดว์นอนบาดเจ็บหนักอยู่ภายในถ้ำ แผลฉกรรจ์.. ทันใดนั้นเอง มอนสเตอร์ “คิงเบฮิมอส” จะกระโดดเข้าโจมตีเรา.. จัดการให้เรียบร้อย.. แล้วพวกเราจะช่วยพาชาโดว์กลับมารักษาที่หมู่บ้าน “ซามาซ่า”.. จะได้เห็นคัทซีนและใบหน้าในอดีตของชาโดว์ด้วย.. ปล่อยเค้าพักผ่อนที่นี่ก่อน…..

ระหว่างนี้ ไปทำเควสท์ปราบมังกรที่ “โอเปร่าเฮ้าส์” ซักนิด.. ขับเรือเหาะไปที่โอเปร่าเฮ้าส์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแม็พ.. เข้าไปจะพบว่าเกิดเรื่องขึ้นที่นี่ ให้เราไปที่ห้องควบคุมสวิทช์ สับสวิทช์อันที่สามจากซ้าย แล้วเราจะตกไปที่เวทีด้านล่าง เพื่อไฝว้กับ “มังกรผสุธา” หรือเอิร์ธดราก้อน.. จัดการให้เรียบร้อย ที่นี่ก็จะปลอดภัย.. และเราก็ได้ปราบมังกรปิศาจไปอีกตัว..

*** มังกรปิศาจ “เดสเกต” มันจะเหาะอย่างอิสระอยู่บนฟ้า.. เรามักจะเจอมันโดยบังเอิญ.. ฆ่ามันได้ให้ฆ่าเลย จะได้ไม่ต้องมาขับเรือเหาะหาให้เหนื่อยใจ.. ชนะมันได้ เราก็จะได้ศิลาอสูรเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น…..

ตามหา “ชาโดว์”

หลังจากพักฟื้นรักษาตัวหายดีแล้ว ชาโดว์จะมาหมกตัวอยู่ที่ “โคลอสเซี่ยม” ลานประลองยุทธ์ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ.. เข้าไปแล้วขอร่วมประลอง นำไอเท็ม “คมสังหาร” ที่ได้มาจากในถ้ำที่เจอชาโดว์นอนบาดเจ็บอยู่ไว้เป็นเดิมพัน.. ศัตรูที่ออกมาสู้กับเรา ก็จะเป็นชาโดว์นั่นเอง(เพราะเค้าตามหาอาวุธชิ้นนี้อยู่).. เอาชนะเค้าได้ เค้าจะกลับมาร่วมกลุ่มอีกครั้ง ถึงจะแอ็คๆอยู่บ้างก็ตาม.. จบภารกิจตามหาชาโดว์…..

ตามหาน้อง “รีล์ม”

ไปที่เมืองจิดอล.. ตอนนี้เราสามารถเข้าร่วมประมูลของในโรงประมูลได้แล้ว.. สนุกดีเหมือนกัน เข้าไปดูบ่อยๆอาจได้ของดีๆ.. ไปที่คฤหาสน์ของเอ๊าท์เซอร์ซึ่งอยู่เหนือสุดของเมือง บ้านหลังใหญ่ๆ.. เข้าไปไฟจะมืดผิดปกติ ให้เดินตามทางไปจนสุดแล้วกดเปิดไฟ เลี้ยวซ้ายขึ้นไปตรงแกลเลอรี่ แล้วเดินดูรูป จนถึงรูปหนึ่ง ผีมันจะดึงเราเข้าไปในรูป.. ตื้บมัน.. เดินสำรวจเก็บของและตื้บมอนส์บอสเล็กบอสรองไปเรื่อยๆ มีกลไกซับซ้อนประมาณนึง แต่ไม่เกินมือนักผจญภัยที่เดินทางมาถึงเวลานี้แน่นอน.. ฝ่าเข้าไปจนในสุด จะเจอกับเอ๊าท์เซอร์(ตัวใหญ่มาก)นั่งจุ้มปุ้กอยู่ข้างล่าง ส่วนน้องรีล์มกำลังทำอะไรบางอย่างกับรูปอยู่.. ประเด็นก็คือ เอ๊าท์เซอร์ได้ศิลาอสูรกับภาพวาดมา แต่มีผีปีศาจติดมากับรูปด้วย เค้าคิดว่าศิลาน่าจะดึงดูดมันมา.. เราต้องปราบผีให้เรียบ ตื้บให้ยับ.. เมื่อทำสำเร็จ เอ๊าท์เซอร์จะขอบคุณเรา และบอกให้เราหยิบเอาศิลาอสูรที่ชั้นหนังสือได้เลย เอาไปไกลๆเลย.. เค้าบอกว่าเค้าชอบฝีมืองานศิลป์ของน้องรีล์มมาก และคงจะมีโอกาสได้จ้างอีก.. แล้วเราจะได้น้องรีล์มกลับเข้ากลุ่ม….. จบภารกิจการตามหาน้องรีล์ม…..

ตามหาคุณปู่ “สตราโก้”

เมื่อได้น้องรีล์มมาแล้ว.. ปั้นแสต็ท,เลเวล,และเวทย์ ให้น้องรีล์มประมาณหนึ่ง ให้เก่งพอตัวเลย.. เพราะภารกิจต่อไปต้องมีน้องรีล์มไปด้วย.. ต่อไปเราต้องไปตามคุณปู่สตราโก้ที่หอคอยเวทย์มนตร์ ซึ่งต้องใช้เวทย์มนตร์บู๊เท่านั้น เมนูโจมตีปกติจะหายไปเลย.. สำหรับผู้เขียน ถ้าให้แนะนำคือ ให้ 3 คนที่เราเลือกไป เรียนเวทย์ “อัลติม่า” ให้ได้ทุกคน แน่นอนที่สุด.. ส่วนแหวนสะท้อนเวทย์ใส่ให้ซักคนสองคนพอ.. เพราะเอาจริงๆมอนส์มันก็ไม่โง่นะ เวทย์ที่มันซัดใส่เรา เวลาสะท้อนกลับไปหามันก็กลายเป็นฮีลให้มันแทบทั้งนั้น.. ส่วนเวทย์โหดๆที่เล่นเราเกือบตาย ก็เป็นเวทย์ที่แหวนสะท้อนไม่ได้อีก ไม่รู้จะใส่ทุกคนให้มันใช้เวทย์ฮีลลำบากตอนสู้ทำไม.. ผู้เขียนใส่ให้น้องรีล์มคนเดียว เผื่อเวลาจะยิงเวทย์ใส่มอนส์แต่มีมอนส์หลายตัวสะท้อนเวทย์เราได้อีก เราก็ยิงเวทย์โจมตีใส่น้องรีล์มนี่แหละ กระเด้งไปหามัน….. สำหรับใครที่ขยันจะใช้เวทย์อื่น ตามสบาย.. กว่าจะลองจนรู้ว่าไอ้ตัวนี้แพ้เวทย์อะไร เวทย์อะไรกลายเป็นเติมพลังให้มันไปอีก ต้องมานั่งจำอีก แถมเวทย์ระดับไฟก้าหรืออื่นๆที่ระดับ3 ใช้พลังเวทย์ก็แถวๆ50ละ แถมต้องยิงหลายทีมีหลายตัวอีก.. เอาอัลติม่าไปรับประทาน จบๆ.. ดูเหมือนใช้เวทย์เยอะถึง 80 แต่ซัดทีเดียวตายหยั่งเขียด แถมตายยกฝูง.. คุ้ม….. พกไอเท็ม “อิลิคเซอร์” ไปซัก 4 เม็ด ยาเติม MP เยอะๆหน่อย.. แค่นั้นพอ.. เลือกเครื่องป้องกันดีๆ..

เอาเรือเหาะจอดแนบหอคอย แล้วเข้าไปเลย จะพบกับสตราโก้ทันที.. กำลังเดินจงกรมร่วมกับสาวกคนคลั่งเคฟก้าพอดี.. ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอ่อนไหวไปกะมัน.. พอคุณปู่เห็นรีล์มจะตกใจและวิ่งเข้ามาถามสารทุกข์สุกดิบทันที.. สตราโก้ไม่รอช้า เค้าจะรีบเข้ากลุ่มทันที.. เสร็จแล้วให้เราเดินขึ้นไปบนหอคอยจนสุด.. เก็บของให้หมดทุกชิ้น.. และเราจะได้เจอกับหนึ่งในแปดมังกรอสูรอีกด้วย จัดการให้เรียบร้อย.. เมื่อถึงห้องบนสุด เราจะได้เครื่องประดับ “โซลอ็อฟซามาซ่า” ที่สามารถใช้เวทย์เบิ้ลสองครั้งโดยการโจมตีเพียงครั้งเดียว….. จบภาระกิจตามหาคุณปู่สตราโก้…..

ตามหา “โกโก้” นักเลียนแบบ

ขับเรือเหาะไปทางเกาะรูปทรงคล้ายสามเหลี่ยมบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของแผนที่โลก.. ลงไปเดินหามอนส์ เราจะได้เจอะกับเจ้าหนอนยักษ์ลำคอสีฟ้า “โซนอีเตอร์” อย่าฆ่ามันแต่ให้ตั้งการ์ดรอจนมันดูดพวกเราเค้าไปในตัวมันครบทั้งหมด.. ภายในตัวของมันจะเป็นถ้ำอย่างดี มีกลไกพอสมควร มีของให้เก็บ และมีทหารยามเดินไปมาสามสี่คน.. เราต้องกะจังหวะการกระโดดข้ามสะพานต่างๆให้ดี ห้ามโดนตัวยามพวกนั้น เพราะเราจะตกลงไปด้านล่างและต้องเริ่มใหม่อยู่แบบนั้น.. มีแผ่นดินขนาดยักษ์กระแทกลงมาเป็นจังหวะ เราต้องเล็งจุดว่างให้ดี กะจังหวะให้เหมาะ.. เพราะถ้าพลาด ตายสถานเดียว.. ฝ่าอุปสรรคและกลไก จนถึงด้านในสุด เราจะได้พบกับ “โกโก้” นักเลียนแบบ ที่ใส่ชุดสีสุดจี๊ดยืนอยู่.. คุยกับเค้า แล้วเราจะได้เค้าเข้าร่วมรบอีกคน….. จบภารกิจตามหาโกโก้..

เก็บเควสต์ย่อยต่างๆ

*** พามาร์ชไปหาอาจารย์ดันแค่น(ที่ยังมีชีวิตอยู่).. เอามาร์ชให้อยู่ในกลุ่ม ขับเรือเหาะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือนิดๆของเมืองนัลเช จะเจอกับกลุ่มต้นสนห้าต้นที่เป็นบ้านมาร์ชนั่นเอง.. เข้าไป จะเจอกับอาจารย์ดันแค่นสุดดีด สุดทรงพลัง ยังมีชีวิตอยู่.. มาร์ชจะดีใจมากที่ได้เห็นอาจารย์อีกครั้งจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่.. อาจารย์ดันแค่นจะหัวเราะชอบใจ และสอนท่าไม้ตายสุดท้ายให้มาร์ช.. เราจะได้ท่าไม้ตายสุดท้ายนั้นมาใช้(กดเข้าไปดูวิธีกดได้ที่หน้าเมนูท่าพิเศษ)….. เสร็จแล้วอาจารย์ก็จะบอกว่า ไปเตะตูดเคฟก้าได้แล้ว ไม่ต้องห่วงอาจารย์ อาจารย์ฟิตดี..

*** ต่อไปเป็นการพา “สตรากอส” และ “รีล์ม” ไปปราบฮิด้อนเพื่อเก็บมนต์น้ำเงินที่สำคัญของสตากอส.. เลือกตัวละครที่จะไปบู๊สองคนและสตากอสกับรีล์ม รวมเป็นสี่คน.. ขับเรือเหาะไปจอดที่ทามาซ่า เข้าไปในหมู่บ้าน จะเกิดเรื่องราวขึ้น คือมีผู้เฒ่าท่านหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนของสตากอส กำลังบาดเจ็บและไม่สบาย(แกล้งทำ) โดยอ้างว่าถูกมอนสเตอร์โจมตี.. ทำให้สตากอสโกรธมาก และจะไปไฝว้ทันที มันเป็นอสูรที่สตากอสและเพื่อนเคยไปสู้มาตั้งแต่ยังหนุ่มๆ แต่ยังเอามันไม่ลงซักที.. ก็ให้เราพาสตากอสไปที่เกาะถ้ำซึ่งอยู่ทางเหนือใกล้ๆทามาซ่านั่นเอง.. เข้าไปในถ้ำ ซึ่งก็จะมีกลไกอะไรนิดหน่อยให้ลับสมอง.. จนถึงด้านในสุด เราจะได้พบกับเจ้า “ฮิด้อน(หรือไฮด้อน)”.. อย่าเพิ่งรีบฆ่ามัน ให้สู้เลี้ยงไปเรื่อยๆ จนมันใช้ท่าไม้ตาย เพื่อให้สตากอสจดจำมนต์นั้นได้.. (ถ้าเผลอฆ่ามันไปก่อนก็อดนะ).. พอสตากอสจดจำเควสต์ย่อยนั้นได้แล้ว ก็จัดการมันให้เรียบร้อย.. สตากอสจะกลับมาเม้าท์ให้เพื่อนฟังอย่างสนุกปากโดยที่ไม่รู้ว่า จริงๆแล้วเพื่อนแกล้งป่วย..แต่น้องรีล์มจะรู้….. จบเควสต์ย่อยของสตากอส..

*** พาไคเอ็นไปนอนหลับที่ปราสาทโดม่า เพื่อเก็บศิลาอสูร “อเล็กซานเดอร์”.. จัดทีม โดยต้องมีไคเอ็นอยู่ร่วมทีมด้วย.. ขับเรือเหาะไปที่ปราสาทโดม่า(ดูในแผนที่ด้านล่าง).. สำรวจให้ทั่วจะมีสมบัติให้เก็บหลายกล่องเลย.. และจะมีห้องนึงที่สามารถนอนพักได้ ให้เลือกนอนพัก.. แล้วไคเอ็นจะหลับไม่ตื่นในขณะที่เพื่อนๆตื่นแล้ว.. จะมีปีศาจน้อยสามตัวเข้าจู่โจมในความฝัน พวกเราจะกระโดดเข้าไปแจมด้วยเพื่อช่วยไคเอ็นเพื่อนเรา.. เราจะอยู่ในฝันของไคเอ็น มีหลายฉาก ซับซ้อนบ้างแต่ก็ไม่เกินมือ ก็ลุยไปเรื่อยๆ บอสรองเป็นเจ้าปีศาจน้อยสามตัว.. จัดการซะ.. มีฉากหนึ่งสีเหลืองๆ เราจะเดินวนไม่จบ(จนหัวร้อนถ้าไม่รู้) ให้เดินย้อนกลับทางเดิมถึงจะเจอไคเอ็นและเดินฝันต่อ.. มีฉากในรถไฟ มีการสับสวิทช์ มีการจำการเรียงของกล่องแล้วสับสวิทช์(เตรียมหัวร้อน) ไม่ง่ายไม่ยาก.. ฝ่าไปเรื่อยๆจนถึงท้ายที่สุด จะเจอกับจอมมารแห่งความฝัน.. มาถึงมันก็จะสิงพวกเราเลย เหลือแต่ลูกน้องสองตัว ฆ่ายังไงก็ไม่ตาย.. วิธีคือ ให้เราฆ่าเพื่อนเราคนนึงจนตาย.. แล้วมันจะออกมายืนกับลูกน้องมัน.. ฟื้นคืนชีพเพื่อนเรา แล้วตื้บมันซะ….. วิญญาณของภรรยาและลูกของไคเอ็นจะปรากฏ และบอกให้เราช่วยไคเอ็น ช่วยลบปมในใจเค้า พวกเค้าจะช่วยให้กำลังใจไคเอ็น(เศร้าไปอีก).. ไคเอ็นจะได้วิชาดาบสุดยอดของเค้า….. เมื่อเราได้สติให้ไปเก็บศิลาอสูร “อเล็กซานเดอร์” ที่บันลังก์ของพระราชา….. จบเควสต์ย่อยของไคเอ็น..

เตรียมตัวให้พร้อมที่สุด

ปั้นเลเวลและสแต็ททุกตัวละครให้จนเราพอใจ.. แค่ไหนก็ได้ ไม่มีกฏตายตัว .. เอาเท่าที่เราสบายใจ…..


********* ยังไม่จบนะครับ ลงต่อเรื่อยๆครับ

บทสรุปดั้งเดิมจาก Gamemag Special Vol.6

แผนที่ Final Fantasy 6

บทสรุป FF6 แบบวิดีโอต้นจนจบ

Final Fantasy 6, FinalFantasy6, บทสรุป Final Fantasy 6, บทสรุป FinalFantasy6, บทสรุป ไฟนอลแฟนตาซีภาค 6, บทสรุป ไฟนอลแฟนตาซีภาค6, บทสรุป finalfantasy 6, บทสรุป finalfantasy6, ไฟนอลแฟนตาซีภาค 6, ไฟนอลแฟนตาซีภาค6,


แชร์ลงโซเชียลมีเดีย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Next Post

รวมบทสรุป “Final Fantasy Pixel Remaster” ภาค 4,5,6!!

แชร์ลงโซเชียลมีเดียFinal Fantasy Pixel Remaster, บ […]

Subscribe US Now

error: ชอบบทความ กรุณาส่งลิงก์มาที่นี่แทนนะครับ อย่าก็อปปี้บทความไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด..