แชร์ลงโซเชียลมีเดีย

เกริ่นนำ.

ในยุคทองของอุตสาหกรรมวิดีโอเกมช่วงต้นสหัสวรรษใหม่ เครื่องเล่นเกมคอนโซล “Dreamcast” (ドリームキャスト – ดรีมแคสต์) จากค่าย Sega ถือเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและเป็นพื้นที่สำหรับนักพัฒนาในการสร้างสรรค์ผลงานที่ทะเยอทะยานที่สุดยุคหนึ่ง ท่ามกลางกระแสของเกมที่พยายามผลักดันกราฟิกสามมิติ (3D) ให้สมจริง ค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง “Capcom” (カプコン – แคปคอม) กลับเลือกที่จะเดินสวนกระแสด้วยการนำเสนอผลงานศิลปะชั้นเลิศในรูปแบบกราฟิกสองมิติ (2D) ระดับมาสเตอร์พีซ ผ่านโปรเจกต์เกมแนวสวมบทบาท (Role-Playing Game หรือ RPG) ฟอร์มยักษ์ที่มีชื่อว่า “El Dorado Gate” (エルドラドゲート – เอลโดราโดเกต) ซึ่งได้สร้างเสียงฮือฮาให้กับวงการเกมอย่างมากด้วยรูปแบบการจัดจำหน่ายที่แปลกใหม่และไม่เคยมีมาก่อน

เกม “El Dorado Gate Volume 1” (エルドラドゲート 第1巻 – เอลโดราโดเกต ไดอิกคัง) ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ปี ค.ศ. 2000 ความทะเยอทะยานของโปรเจกต์นี้คือการวางแผนสร้างเกมทั้งหมด 7 แผ่น (7 Volumes) โดยจะทยอยออกวางจำหน่ายแผ่นใหม่ในทุกๆ สองเดือน (Bi-monthly) ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2001 การตัดสินใจแบ่งเนื้อเรื่องออกเป็นตอนๆ เช่นนี้ ทำให้ผู้เล่นเกิดความผูกพันและเฝ้ารอคอยการผจญภัยในบทต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ คล้ายกับการติดตามซีรีส์โทรทัศน์หรือการอ่านนวนิยายเล่มโปรดที่ต้องรอคอยเล่มต่อไปออกวางแผง

สิ่งที่ทำให้เกมนี้กลายเป็นผลงานที่ “ห้ามพลาด” และได้รับการยกย่องว่าเป็นเพชรเม็ดงาม (Hidden Gem) บนเครื่อง “Dreamcast” คือการรวมตัวกันของสุดยอดทีมงานนักพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ตัวปรมาจารย์ศิลปินนักวาดภาพประกอบระดับตำนานของญี่ปุ่นอย่าง “Yoshitaka Amano” (天野喜孝 – โยชิตากะ อามาโนะ) ผู้ซึ่งมีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์จากซีรีส์ Final Fantasy และ Vampire Hunter D มารับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบตัวละครและภาพวาดศิลปะภายในเกมทั้งหมด ลายเส้นอันวิจิตรตระการตา อ่อนช้อย พลิ้วไหว แต่แฝงไปด้วยความหม่นหมองและมีมนต์ขลังของเขา ได้ถูกถ่ายทอดลงมาเป็นภาพ 2D Sprites และฉากหลังที่วาดด้วยมืออย่างประณีตบรรจง ทำให้ทุกฉากทุกตอนในเกมมีความสวยงามราวกับภาพวาดศิลปะคลาสสิกที่เคลื่อนไหวได้

นอกจากความโดดเด่นด้านงานภาพแล้ว ระบบการเล่นของ “El Dorado Gate” ยังถือเป็นการฉีกกฎเกณฑ์ดั้งเดิมของเกม RPG อย่างสิ้นเชิง ด้วยการถอดระบบการเก็บค่าประสบการณ์ (Experience Points หรือ EXP) ออกไปทั้งหมด ผู้เล่นจะไม่สามารถพึ่งพาการเดินวนต่อสู้กับมอนสเตอร์เพื่อเพิ่มเลเวลให้ตัวละครเก่งขึ้นได้อีกต่อไป แต่ความแข็งแกร่งของตัวละครจะถูกผูกติดอยู่กับการค้นหา การบริหารจัดการ และการผสมผสานอุปกรณ์สวมใส่ รวมถึงการทำความเข้าใจกับระบบธาตุเวทมนตร์อย่างลึกซึ้งแทน ความกล้าหาญในการนำเสนอระบบการเล่นที่แปลกใหม่ ผนวกกับเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ดราม่า และลุ่มลึก จึงทำให้ “El Dorado Gate Volume 1” เป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์การเดินทางที่ดึงดูดให้ผู้เล่นดำดิ่งลงไปในโลกแห่งจินตนาการได้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น และเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้คอเกม RPG ทุกคนควรหาโอกาสสัมผัสประสบการณ์อันล้ำค่านี้ด้วยตัวเองสักครั้ง 🌹

เนื้อเรื่องย่อของเกม (Synopsis)

เรื่องราวในมหากาพย์ “El Dorado Gate” เกิดขึ้นบนโลกสมมติที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม โลกใบนี้ขับเคลื่อนและเจริญรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยีขุมพลังที่เรียกว่า “Stasia Engine” (スタシアエンジン – สตาเซียเอนจิน) ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่สามารถสกัดพลังงานมหาศาลออกมาจากแร่ธาตุลึกลับที่ชื่อว่าแร่ Stasia ทว่า เบื้องหลังความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและวิถีชีวิตที่สะดวกสบายของมวลมนุษยชาติ โลกใบนี้กลับมีประวัติศาสตร์อันมืดมิดและตำนานปรัมปราที่ถูกลืมเลือนซุกซ่อนอยู่

ในอดีตกาลอันไกลโพ้น โลกเคยเป็นสมรภูมิรบของสงครามศักดิ์สิทธิ์ระหว่างทวยเทพสองขั้วอำนาจ ได้แก่ “Dios” (ディオス – ดิออส) เทพเจ้าผู้เป็นตัวแทนของความชั่วร้ายและการทำลายล้าง และ “Razin” (ラジン – ราจิน) เทพเจ้าผู้ปกปักษ์รักษาความดีงามและความสมดุลของโลก สงครามครั้งนั้นกินเวลายาวนานและสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ในท้ายที่สุด ฝ่ายความดีของเทพ “Razin” เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ แต่ทว่า แทนที่เขาจะปลิดชีพและทำลายล้าง “Dios” ให้สูญสิ้น เทพ “Razin” ผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตากลับเลือกที่จะผนึกพลังอำนาจของตนเองเอาไว้เพื่อกักขังเทพแห่งความชั่วร้าย ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาวะหลับใหลไปตลอดกาล

กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปนับพันปี พลังแห่งการผนึกเริ่มเสื่อมคลายลง “Dios” เริ่มสะสมพลังและเตรียมที่จะฟื้นคืนชีพกลับมาสร้างความวิบัติให้กับโลกอีกครั้ง เมื่อสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง เทพ “Razin” ที่ยังคงหลับใหลอยู่ จึงได้ตัดสินใจใช้พลังเฮือกสุดท้าย ส่งผ่านดวงวิญญาณแห่งเหล่านักรบศักดิ์สิทธิ์ของเขาในอดีต ไปจุติใหม่ในร่างของกลุ่มคนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันจำนวน 12 คน

ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็นหนึ่งใน 12 ผู้ถูกเลือกเหล่านี้ ซึ่งแต่ละคนล้วนมีภูมิหลังที่เจ็บปวด มีบาดแผลในจิตใจ (Trauma) และมีเป้าหมายชีวิตที่แตกต่างกันออกไป พวกเขาต้องออกเดินทางรอนแรมไปในโลกกว้างที่เต็มไปด้วยอันตราย โดยมีชายปริศนานามว่า “Bantross” (バントロス – บันโตรอส) ผู้พิทักษ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “Terra Fortuna” (テラ・フォルトゥーナ – เทอร์รา ฟอร์ทูนา) เป็นผู้คอยชี้แนะแนวทางและให้ความช่วยเหลือ

เป้าหมายสูงสุดของการผจญภัยในมหากาพย์นี้ คือการให้ผู้เล่นนำพาตัวละครทั้ง 12 คน เอาชนะอุปสรรคและเผชิญหน้ากับความมืดมิดในจิตใจของตนเอง รวบรวมสมาชิกให้ครบทั้ง 12 คน ค้นหาอัญมณีเวทมนตร์ “Orga Stones” (オルガストーン – ออร์กาสโตน) ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก เพื่อปลดล็อกพลังที่แท้จริง และเดินทางไปเปิดประตูแห่งตำนาน “El Dorado” (エルドラド – เอลโดราโด) ที่นั่น พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับ “Bals” (バルス – บาลส์) ขุนพลมือขวาผู้ทรงพลังที่สุดของ “Dios” ก่อนที่จะบุกทะลวงลงสู่โลกใต้พิภพเพื่อกำจัดเทพแห่งความชั่วร้ายให้สิ้นซาก และทำพิธีกรรมคืนชีพให้กับเทพ “Razin” เพื่อกอบกู้ความสงบสุขของโลกใบนี้ให้กลับคืนมาอีกครั้ง

ใน “El Dorado Gate Volume 1” นี้ การเดินทางอันยิ่งใหญ่จะเริ่มต้นขึ้นผ่านมุมมองและเรื่องราวของตัวละคร 3 คนแรก ได้แก่ “Gomez” (ゴメス – โกเมส) นักดาบหนุ่มผู้ต้องโทษ, “Kanan” (カナン – คานัน) เด็กสาวผู้ต้องคำสาปจากหน้ากากปริศนา, และ “Radia” (ラディア – ราเดีย) จอมโจรสาวน้อยผู้สูญเสียครอบครัว เรื่องราวของพวกเขาจะเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำพาผู้เล่นก้าวเข้าสู่มหากาพย์แห่งโชคชะตาที่ไม่มีวันลืมเลือน

สิ่งควรรู้ก่อนเล่นเกม (Game Systems & Essential Mechanics)

ก่อนที่ผู้เล่นจะก้าวเท้าออกผจญภัยสู่โลกกว้าง มีระบบการเล่นและกลไกสำคัญหลายประการใน “El Dorado Gate” ที่ถูกออกแบบมาอย่างเป็นเอกลักษณ์และฉีกแนวไปจากเกม RPG บนท้องตลาดทั่วไป การทำความเข้าใจระบบเหล่านี้อย่างถ่องแท้ตั้งแต่ต้นเกม จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถวางแผนการต่อสู้ บริหารจัดการไอเท็ม และเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนี่คือสิ่งสำคัญที่ผู้เล่นห้ามพลาดและควรรู้ไว้ก่อนเริ่มเล่น

1. ระบบการพัฒนาตัวละครแบบไร้ค่าประสบการณ์ (No Experience Points System)

สิ่งแรกที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เล่นมากที่สุดคือ เกมนี้ ไม่มีระบบการเก็บค่าประสบการณ์ (EXP) และไม่มีการอัปเลเวล (Level Up) การต่อสู้กับมอนสเตอร์ตามฉากจะไม่ทำให้ตัวละครมีค่าสเตตัส (Status) พื้นฐานเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ความแข็งแกร่ง พลังโจมตี พลังป้องกัน และพลังเวทมนตร์ของตัวละครทุกตัว จะขึ้นอยู่กับ “อุปกรณ์สวมใส่“ (อาวุธและชุดเกราะ) ที่ผู้เล่นสวมใส่ให้ในขณะนั้นล้วนๆ ดังนั้น การสำรวจพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อค้นหาหีบสมบัติ การไขปริศนาเพื่อเข้าถึงพื้นที่ลับ และการบริหารจัดการอุปกรณ์จึงเปรียบเสมือนหัวใจและเส้นเลือดใหญ่ในการพัฒนาตัวละครในเกมนี้

2. กฎเกณฑ์ของธาตุและสามเหลี่ยมแห่งความได้เปรียบ (Elemental Triangle System)

ระบบการต่อสู้ในเกมแม้จะเป็นรูปแบบ Turn-based ปกติ แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบความแพ้ทาง-ชนะทางของธาตุ (Elemental Alignment) อย่างเข้มข้น อุปกรณ์สวมใส่ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นดาบ ค้อน ชุดเกราะ รวมถึงเวทมนตร์ต่างๆ จะถูกกำหนดธาตุเอาไว้อย่างชัดเจนโดยแบ่งตาม “สี” ผู้เล่นจำเป็นต้องสับเปลี่ยนอุปกรณ์ให้ตรงกับสถานการณ์เสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบอส การใส่เกราะผิดธาตุอาจหมายถึงความพ่ายแพ้ในพริบตาเดียว

3. ศิลปะแห่งเวทมนตร์และการผสมผสาน (The Art of Magic & Fusion)

ตัวละครแต่ละตัวจะมีขีดความสามารถในการรองรับเวทมนตร์ที่เรียกว่า Nen Capacity ที่แตกต่างกันออกไป เวทมนตร์ในเกมนี้แบ่งออกเป็น 5 สายหลัก ได้แก่ “Recov” (リカヴ – ริคัฟ) สำหรับฟื้นฟูพลังชีวิต, “Heat”, “Ice”, “Leaf”, และ “Light” สำหรับการโจมตี ผู้เล่นสามารถสร้างเวทมนตร์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้นได้ในระหว่างการต่อสู้ ด้วยระบบ การผสมเวทมนตร์ (Magic Combination)

  • หากผู้เล่นมีเวทมนตร์ระดับ 1 ชนิดเดียวกัน 2 บท สามารถกดเลือกผสมกันในเมนูคำสั่งเพื่อร่ายเวทมนตร์ระดับ 2 ที่รุนแรงกว่าเดิมได้ทันที (ตัวอย่างเช่น เลือกใช้ “Ice” + “Ice” ระบบจะผสานพลังและปล่อยเวทมนตร์น้ำแข็งระดับสูงที่ชื่อว่า “Icen” ออกมา)
  • เวทมนตร์โจมตีหมู่ (Group Magic): หากเวทมนตร์ชิ้นใดมีตัวอักษร “W” นำหน้าชื่อ นั่นหมายความว่าเวทมนตร์บทนั้นสามารถสาดความเสียหายใส่ศัตรูได้ทั้งกลุ่ม (เช่น “W Ice”) และแน่นอนว่าผู้เล่นสามารถนำเวทหมู่มาผสมกันเพื่อสร้างการทำลายล้างขั้นสุดยอดได้เช่นกัน (เช่น “W Ice” + “W Ice” = “W Icen”)
  • ระบบจดจำสูตร (List Option): เพื่อความรวดเร็วในการต่อสู้ เมื่อผู้เล่นค้นพบสูตรผสมเวทมนตร์ใหม่ๆ สามารถบันทึกสูตรนั้นไว้ในคำสั่ง “List” ในเมนูต่อสู้ได้ ทำให้ในเทิร์นต่อๆ ไปสามารถกดเรียกใช้เวทมนตร์ระดับสูงได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลากดผสมใหม่ทุกครั้ง

4. เมนูคำสั่งในฉากต่อสู้ (Battle Menu Commands)

เมื่อผู้เล่นเผชิญหน้ากับศัตรู เกมจะตัดเข้าสู่ฉากต่อสู้ในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-Person View) คล้ายคลึงกับเกมซีรีส์ Dragon Quest สิ่งที่ต้องระวังคือ ตัวละครฝั่งผู้เล่นใน Volume 1 มักจะมีค่าความเร็ว (Speed) ที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้มอนสเตอร์มักจะได้สิทธิ์โจมตีก่อนเสมอ ดังนั้น การวางแผนล่วงหน้าจึงสำคัญมาก เมนูคำสั่งในภาษาญี่ปุ่นแปลเป็นภาษาอังกฤษและไทยได้ดังนี้:

5. ระบบร้านตีเหล็กอัปเกรดอาวุธ (Blacksmith Upgrading System)

แม้จะไม่มีการเก็บเลเวล แต่ผู้เล่นสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้ด้วยการแวะเวียนไปยังร้านตีเหล็ก (Blacksmith) ที่ตั้งอยู่ตามเมืองต่างๆ ช่างตีเหล็กสามารถนำอาวุธระดับ 1 ที่มีลักษณะเหมือนกันและเป็น “ธาตุเดียวกัน” จำนวน 2 ชิ้น มาทำการหลอมรวม (Forge) เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์เป็นอาวุธระดับ 2 ที่มีอานุภาพร้ายแรงกว่าเดิมได้ ดังนั้น กฎเหล็กของเกมนี้คือ “อย่าเพิ่งรีบขายอาวุธเก่าทิ้ง” หากคุณยังมีอาวุธชนิดเดียวกันที่สามารถนำมาหลอมรวมกันได้ในอนาคต

6. การบริหารไอเท็มและคลังสัมภาระที่ Terra Fortuna

อีกหนึ่งความท้าทายคือระบบเศรษฐกิจในเกม มอนสเตอร์ใน “El Dorado Gate” จะไม่ดรอปเงินตราหลังจบการต่อสู้เลยแม้แต่แดงเดียว! เงินทุนทั้งหมดจะได้มาจากการนำอุปกรณ์หรือไอเท็มที่ไม่จำเป็นไปขายให้กับร้านค้าเท่านั้น นอกจากนี้ ช่องเก็บของของตัวละครมีจำกัด เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง หากได้รับไอเท็มจนล้นกระเป๋า หน้าจอจะปรากฏขึ้นให้ผู้เล่นเลือกไอเท็มที่จะถือติดตัวไว้ ส่วนไอเท็มชิ้นใดที่ไม่ได้ถูกเลือก ระบบจะทำการส่งไอเท็มเหล่านั้นกลับไปยังมิติ “Terra Fortuna” (เทอร์รา ฟอร์ทูนา) ซึ่งเปรียบเสมือนฐานทัพหลักและคลังเก็บของรวมโดยอัตโนมัติ ผู้เล่นสามารถเดินทางกลับไปยัง “Terra Fortuna” เพื่อจัดระเบียบไอเท็ม หรือทิ้งอาวุธทรงพลังไว้ให้ตัวละครอื่นๆ ในเนื้อเรื่องบทต่อไปหยิบยืมไปใช้ได้ ถือเป็นระบบที่เชื่อมโยงตัวละครทั้ง 12 คนเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน

7. อัญมณีศักดิ์สิทธิ์ Orga Stones (ภารกิจลับที่ห้ามพลาด!)

ตลอดระยะเวลาการเดินทางในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเมือง ในป่า หรือในดันเจี้ยน ผู้เล่นจะต้องคอยเป็นคนช่างสังเกตและเดินสำรวจทุกซอกทุกมุม เพื่อค้นหาไอเท็มลับที่เรียกว่า “Orga Stones” (オルガストーン – ออร์กาสโตน) ซึ่งมีลักษณะเป็นอัญมณีสีแดงเปล่งประกาย อัญมณีเหล่านี้มักจะถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เช่น ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ หลังกำแพง หรือในจุดอับสายตาที่มองไม่เห็นอย่างชัดเจน ความสำคัญของอัญมณีนี้คือ เมื่อผู้เล่นรวบรวม “Orga Stones” ได้ครบทุกๆ 5 ชิ้น ผู้เล่นสามารถเดินทางกลับไปยัง “Terra Fortuna” และเดินขึ้นไปยังห้องด้านบนของโถงหลัก (Upper Room) เพื่อนำอัญมณีเหล่านี้ไปมอบให้กับ NPC พิเศษเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นสุดยอดไอเท็ม อาวุธ หรือชุดเกราะระดับแรร์ (Rare Items) ที่ไม่มีวางขายที่ร้านค้าใดๆ ในโลก การค้นหา “Orga Stones” จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ตัวละครของคุณแข็งแกร่งทะลุขีดจำกัด

คำเตือน999

บทสรุป.

Scenario 1 : Awake Gomez (ตื่นเถิด!! โกเมซ!!!)

รายชื่อตัวละครสำคัญ.

โกเมซ : นักรบผู้มีพละกำลังในการต่อสู้อันแข็งแกร่ง แต่กลับมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ที่ย่ำแย่ อย่างไรก็ดี เขามีเพื่อนร่วมทางคอยสนับสนุนเป็นอย่างดี หรือสามารถเอาตัวรอดในการต่อสู้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเวทมนตร์.

มาร์ชา : หญิงสาวชาวบ้านผู้พลัดหลงและหายตัวไปในเทือกเขาปัปปุคคาด้วยสาเหตุบางประการ ซึ่งผู้อ่านจะได้ทราบรายละเอียดต่อไป.

แบนทรอสส์ : ชายลึกลับที่เมื่อแรกพบกับโกเมซ เขาได้ขอร้องให้โกเมซออกตามหาหินออร์ก้า โดยไม่ได้ระบุเหตุผลที่แน่ชัด.

เป๊ก : มารดาของมาร์ชา จงผูกมิตรกับนางไว้ให้ดี มิฉะนั้นผู้อ่านอาจต้องนึกเสียใจในภายหลัง.

การูดา : ขุนนางผู้ทรงอิทธิพลและเป็นตัวร้ายของเรื่องราวในบทนี้.

เมืองยอร์ก : York Town (ヨークの町 – โยคโนะมาจิ)

เรื่องราวเปิดฉากด้วยเหตุการณ์ที่โกเมซต้องเข้าต่อสู้กับกลุ่มคนอันธพาลถึงสามระลอกเพื่อปกป้องหญิงสาวคนหนึ่ง จากนั้นแบนทรอสส์จะปรากฏตัวขึ้นเพื่อห้ามทัพ ผู้อ่านสามารถเลือกตอบข้อ 1. เพื่อรับความช่วยเหลือของเขา จากนั้นผู้อ่านจะสามารถออกสำรวจเมืองได้ แบนทรอสส์จะขอร้องให้ผู้อ่านเดินทางไปยังดินแดนมาดราเพื่อตามหาหินออร์ก้าทั้งหมดที่อยู่ที่นั่นโดยไม่ได้อธิบายเหตุผล ผู้อ่านสามารถออกจากเมืองทางฝั่งซ้ายเพื่อเข้าสู่พื้นที่ส่วนที่สอง ที่นั่นผู้อ่านสามารถเก็บไอเทม Recov จำนวน 2 ชิ้นสำหรับใช้ฟื้นฟูพลังในดันเจียนแรก ชิ้นหนึ่งอยู่ในถังไม้ และอีกชิ้นหนึ่งมองเห็นได้ชัดเจนโดยต้องดันกล่องเพื่อเข้าไปเก็บ นอกจากนี้ผู้อ่านยังสามารถช่วยชายคนหนึ่งดันกล่องเพื่อรับไอเทมเพิ่มเติมได้ จากนั้นให้เดินทางออกจากเมือง…

พื้นที่ลับ : ให้กดปุ่ม Start บริเวณป่าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปเพื่อเข้าสู่พื้นที่ลับของบทที่หนึ่ง เมื่อเก็บของเรียบร้อยแล้ว ให้มุ่งหน้าไปยังดันเจียน

เทือกเขาปัปปุคคา : Papucca Mountain (パプカ山 – ปาปูกะยามะ)

ผู้เขียนได้แบ่งพื้นที่ดันเจียนออกเป็นห้องต่างๆ โดยห้องที่ 1 คือหน้าจอแรก ขอให้ผู้อ่านตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีค้อนธาตุไฟติดตั้งพร้อมใช้งาน

ห้องที่ 1 : มีไอเทม Recov 1 ชิ้น และ Heat 1 ชิ้น เก็บแล้วเดินออก
ห้องที่ 2 : สามารถออกได้ทางทิศเหนือและทิศใต้ พื้นที่นี้มีทางออกสามทาง คือ ทิศเหนือฝั่งซ้าย ทิศเหนือฝั่งขวา และทิศใต้
ห้องที่ 3 : อยู่ทางทิศเหนือฝั่งขวาของห้องที่ 2 ให้ปีนบันไดลิงขึ้นไปเพื่อเข้าสู่ห้องนี้และเก็บไอเทมในหีบ
ห้องที่ 4 : ทางออกทิศใต้ของห้องที่ 2 ผู้อ่านจะพบ Heat 1 ชิ้น
ห้องที่ 5 : สามารถฟื้นพลังชีวิตได้ที่นี่โดยสำรวจที่สัญลักษณ์สีเขียว จากนั้นให้เดินข้ามสะพานไป
ห้องที่ 6 : ผู้อ่านจะได้พบกับมาร์ชาที่กำลังถูกตามล่า และต้องเผชิญหน้ากับบอสตัวแรก

บอส : กองทหารการูดาระดับล่าง 2 นาย (Garuda minor) (ใช้อาวุธค้อนสีแดง)

หลังจากเอาชนะได้เราจะได้มาร์ชาจะเข้าร่วมทีม.. ผู้อ่านสามารถย้อนกลับไปฟื้นพลังได้ที่ห้อง 5 และหากต้องการ สามารถเดินออกทางซ้ายไปยังห้อง 7 ได้…

ห้องที่ 7 : สามารถเข้าถึงได้จากทางออกทิศเหนือฝั่งซ้ายของห้อง 3 เช่นกัน ซึ่งผู้อ่านจะเข้าใจสาเหตุในภายหลัง ตอนนี้ให้ย้อนกลับไปที่ห้อง 6 แล้วข้ามสะพานอีกฝั่งหนึ่งไป.
ห้องที่ 8 : ไม่มีไอเทมใดๆ ให้เดินออกทางทิศเหนือ.
ห้องที่ 9 : มีหีบสมบัติ 1 ใบ จากนั้นให้ย้อนกลับไปที่ห้อง 6 แล้วเดินออกทางทิศใต้.
ห้องที่ 10 : ทางทิศเหนือมีไอเทม 1 ชิ้น ที่นี่ผู้อ่านจะพบชายคนหนึ่งกำลังขุดเคลียร์เส้นทางที่ถูกหินถล่มปิดทับ ให้เดินออกทางทิศใต้.
ห้องที่ 11 : เป็นห้องสุดท้ายของดันเจียนแห่งนี้เพื่อทะลุออกไปยังเมืองหลวง.

เมืองหลวงมาดรา : Madra’s Capital (マドラの首都 – มาโดระโนะชูโตะ)

ที่เมืองแห่งนี้ไม่มีผู้ใดรู้จักหินออร์ก้าเลยแม้แต่คนเดียว ตัวเมืองถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วน ทางขวามือคือส่วนที่สอง ผู้อ่านจะพบการ์ดวันอาทิตย์ (Sunday Card) สำหรับโกเมซอยู่ในกองขยะ ทางซ้ายมือคือส่วนที่สาม และส่วนที่สี่คือบริเวณท่าเรือ เมื่อมาถึงส่วนที่สาม ผู้อ่านจะได้พบกับ เป๊ก แม่ของมาร์ชา นางดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบลูกสาวอีกครั้งจนเชื้อเชิญให้เข้าไปในบ้าน มาร์ชาไม่ได้แสดงความยินดีที่ได้พบหน้าปู่ของนางเท่าใดนัก แต่กลับเป็นห่วงเรื่องเงินเก็บ 20,000 เซนิของตนเองมากกว่า ให้ผู้อ่านคุยกับคุณปู่เพื่อพักผ่อนฟรีหนึ่งคืน เช้าวันรุ่งขึ้น พวกอันธพาลสามคนเดิมจะโผล่มาหาเรื่องอีกครั้ง ให้เอาชนะพวกมัน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับเข้าใจผิดและเข้าจับกุมโกเมซ เมื่ออยู่ในคุก ให้คุยกับนักโทษคนอื่นจนกระทั่งผู้คุมมาเปิดประตู เป๊กโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะมาร์ชายอมสละเงินเก็บทั้งหมดเพื่อนำมาประกันตัวโกเมซ นางจึงบีบบังคับให้โกเมซต้องทำงานชดใช้หนี้เงินก้อนดังกล่าว ให้ผู้อ่านออกจากเมืองเพื่อเริ่มต้นการทำงานวันแรก…

ภูเขามาดรา “Madra Mountain” (マドラ山 – มาโดระยามะ) : (ใช้ค้อนสีเขียวสำหรับมอนสเตอร์ทั่วไป และค้อนสีแดงสำหรับมอนสเตอร์ร่างเขียว)

เมื่อเดินทางมาถึง ให้เข้าไปของานทำในเหมือง (เลือกตอบข้อ 1) ชายคุมงานชื่อชีส (Cheese) จะระบุจำนวนแร่ที่ผู้อ่านต้องเก็บในดันเจียน ก่อนเข้าไปในเหมือง ผู้อ่านสามารถเก็บ Heat 3 ชิ้นได้จากกล่องไม้ทางขวามือ…

ห้องที่ 1 : ทางทิศเหนือมีไอเทม 2 ชิ้น และสามารถเก็บได้อีก 3 ชิ้นโดยการอาศัยสายพานลำเลียง จากนั้นให้ปีนบันไดขึ้นไปยังห้องที่ 2 เพื่อเก็บไอเทมชิ้นที่ 6 ซึ่งเป็นชิ้นสุดท้ายตามเป้าหมาย ผู้อ่านจะได้รับเงินค่าจ้าง 600 เซนิ จากนั้นตัวเกมจะตัดพาผู้อ่านกลับมายังบ้านของมาร์ชาโดยอัตโนมัติ ผู้อ่านสามารถเลือกมอบเงินทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนให้แก่นางได้ ให้คุยกับคุณปู่เพื่อเข้านอนพักผ่อนก่อนเริ่มงานวันที่สอง…

ห้องที่ 2 : เดินทางกลับไปที่ภูเขาและของานทำอีกครั้ง จากนั้นมุ่งหน้าเข้าสู่ห้องที่ 2 เก็บไอเทมซูเปอร์แฮมเมอร์ (Super Hammer) ที่นี่ การจะกำจัดมอนสเตอร์ตัวสีเขียวที่เฝ้าหีบสมบัตินั้น ให้ผู้อ่านใช้เวทมนตร์ Heat โจมตี ผู้อ่านจะเก็บไอเทมได้ 4 ชิ้น จากนั้นให้สับสวิตช์คันโยกเพื่อเปิดทางไปสู่ห้องที่ 3 เข้าไปเก็บไอเทมชิ้นสุดท้ายของวัน ผู้อ่านจะได้รับเงิน 500 เซนิ มอบเงินส่วนหนึ่งให้มาร์ชาแล้วเข้านอน แนะนำให้เก็บเงินไว้สัก 100 เซนิเพื่อซื้อเวทมนตร์ Recov จากร้านค้า…

ห้องที่ 3 : ผู้อ่านจะพบไอเทม 3 ชิ้นและเครื่องประดับ 1 ชิ้น ให้ปีนบันไดไปยังห้องที่ 4 เพื่อเก็บไอเทมชิ้นสุดท้าย มอบเงินให้มาร์ชาเช่นเคย แต่มาร์ชาจะบอกให้ผู้อ่านหยุดทำงานชดใช้หนี้ เนื่องจากขุนนางการูดาได้ยื่นข้อเสนอขอแต่งงานกับนางเพื่อแลกกับการยกหนี้ทั้งหมด ผู้อ่านสามารถแวะไปดูหน้าการูดาได้ที่คฤหาสน์ของเขาในเขตที่สองของเมือง จากนั้นกลับมานอนพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวทำงานวันสุดท้าย…

ห้องที่ 4 : ในวันนี้ผู้อ่านต้องเก็บไอเทมทั้งหมด 6 ชิ้น แต่ในห้องที่ 4 จะมีแร่ธรรมดาเหลืออยู่เพียง 5 ชิ้นเท่านั้น โดยชิ้นที่ 6 กลับกลายเป็นหินออร์ก้า ทหารยามผ่านมาพบเข้าจึงสั่งให้ผู้อ่านออกจากเหมืองและนำหินดังกล่าวไปมอบให้แก่การูดา เมื่อออกมาด้านนอก ตัวเกมจะบังคับขายหินก้อนนั้นไปอย่างน่าเสียดาย…

ให้ผู้อ่านกลับไปยังเมืองหลวงมาดราในเขตที่สาม (บริเวณบ้านของมาร์ชา) แล้วคุยกับแบนทรอสส์ จากนั้นให้บุกไปที่คฤหาสน์ของการูดา หลังจากผ่านคัตซีนเหตุการณ์ ผู้อ่านจะถูกส่งกลับมายังส่วนลึกที่สุดของดันเจียนเหมืองแร่ นั่นคือห้องที่ 5…

ห้องที่ 5 : สับสวิตช์คันโยกเพื่อเปลี่ยนทิศทางของสายพานลำเลียง ผู้อ่านจะพบหินออร์ก้าอีกก้อนหนึ่ง จากนั้นพื้นจะถล่มลงมาทำให้โกเมซร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง…

ดินแดนลึกลับ.

เก็บหินออร์ก้าในบริเวณนี้ และพยายามเข้าไปพูดคุยกับสิ่งมีชีวิตประหลาดเพื่อรับไอเทม จากนั้นเดินออกไปทางขวา โกเมซจะได้รับ ตราสัญลักษณ์ควายป่า (Buffalo Emblem) ซึ่งเป็นพลังแห่งผู้กล้าที่แท้จริง ทำให้เขาได้รับการปลุกพลังขึ้นเป็นผู้กล้าคนแรก ทักษะแรกที่โกเมซได้รับคือ “Counter” (การสวนกลับ) จากนั้นให้เดินทางออกจากที่แห่งนี้…

ภูเขามาดรา : (เตรียมอุปกรณ์สีเขียวและสีแดง)

เมื่อออกมาด้านนอก ให้คุยกับแบนทรอสส์ เขาจะแจ้งว่ามาร์ชาถูกการูดาหลอกลวง เป้าหมายที่แท้จริงของการูดาไม่ใช่การแต่งงาน แต่ต้องการนำตัวมาร์ชาไปสังเวยแก่ ดราโก (Draco) อสูรร้ายแห่งเกาะใกล้เมืองยอร์ก ผู้อ่านต้องรีบมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองยอร์ก ระหว่างทางจะต้องตัดผ่านเทือกเขาปัปปุคคาอีกครั้ง ที่นี่ผู้อ่านจะต้องสู้กับกองทหารการูดาระดับล่าง 3 นาย…

ในห้องที่ 11 ให้เดินผ่านไปยังห้องที่ 12 ซึ่งในคราวนี้เส้นทางทิศเหนือจะสามารถผ่านได้แล้วเนื่องจากคนงานได้ขุดเคลียร์หินออกไปจนหมด ผู้อ่านจะต้องปะทะกับศัตรูอีก 3 ตัว…

ห้องที่ 12 : ผู้อ่านจะพบหินออร์ก้า 1 ก้อน เก็บแล้วเดินหน้าต่อ…
ห้องที่ 13 : ผู้อ่านจะพบกับ ราเฟิลมาร์ส (ดอกไม้ปีศาจ) อย่าเสียเวลาอยู่นาน บันไดลิงจะนำทางไปสู่หีบสมบัติ ทางเหนือมีไอเทม 1 ชิ้น ส่วนทางใต้คือเส้นทางที่ถูกต้อง ให้ข้ามสะพานไป…
ห้องที่ 7 : เข้าปะทะกับกองทหารการูดาระดับล่าง 4 นาย เอาชนะแล้วมุ่งหน้าออกสู่เมืองยอร์ก…

เมืองยอร์ก.

มุ่งหน้าไปยังบริเวณท่าเรือ จัดการติดตั้งอาวุธและชุดเกราะธาตุดิน (สีเขียว) ให้เรียบร้อย เมื่อเตรียมพร้อมแล้ว ให้คุยกับเป๊กเพื่อขึ้นเรือมุ่งหน้าสู่ดันเจียนถัดไป ทั้งนี้ควรพกค้อนคู่ธาตุไฟติดตัวไว้เพื่อใช้รับมือกับมนุษย์กิ้งก่าและจระเข้

เกาะของดราโก : (ใช้ค้อนสีเขียวและสีแดง ชุดเกราะสีเขียว)

ก่อนเข้าไปในดันเจียน ให้คุยกับเป๊ก นางจะมอบไอเทมบูสเตอร์ (Booster) ให้ ซึ่งไอเทมชิ้นนี้จะช่วยให้โกเมซสามารถผสมเวทมนตร์ฟื้นพลังระดับ 2 ได้ โดยการผสานเข้ากับ Recov เพื่อเพิ่มปริมาณการฟื้นฟู HP แนะนำให้เก็บทั้งหมดไว้ใช้ในศึกปะทะบอส

ห้องที่ 1 : เข้าสู่ดันเจียนและจัดการยามเฝ้าประตู 2 คน จากนั้นบันทึกข้อมูลและเดินออกทางซ้าย
ห้องที่ 2 : เก็บไอเทม 1 ชิ้นแล้วปีนบันไดลิงขึ้นไป
ห้องที่ 3 : เมื่อเก็บไอเทมทางทิศเหนือ ผู้อ่านจะต้องสู้กับศัตรู 4 ตัว ที่นี่มีห้องลับซ่อนอยู่ทางขวามือ เมื่อสำรวจแล้วให้ใช้ทางออกซ้าย
ห้องที่ 4 : เดินทะลุผ่านออกไป
ห้องที่ 5 : เดินไปทางขวาเพื่อเก็บไอเทม 1 ชิ้น จากนั้นเดินไปทางซ้ายเพื่อเก็บ Heat 1 ชิ้น แล้วเดินออกจากห้อง
ห้องที่ 6 : เปิดประตูเข้าไปจะพบอาวุธอันทรงพลัง จากนั้นให้ย้อนกลับไปที่ห้องที่ 1
ห้องที่ 7 : ออกจากห้องที่ 1 ทางฝั่งขวาแล้วเปิดประตูเข้าไป ผู้อ่านจะสามารถขึ้นไปยังชั้น 2F ได้
ห้องที่ 8 : ให้เดินออกทางฝั่งซ้ายก่อน
ห้องที่ 9 : เก็บไอเทม 2 ชิ้น และหินออร์ก้า 1 ก้อน
ห้องที่ 10 : ย้อนกลับมาที่ห้องที่ 8 แล้วใช้ทางออกอีกฝั่งหนึ่ง

บอส : การูดา (GARUDA) + ทหารการูดาระดับล่าง 2 นาย.

เมื่อกำจัดศัตรูได้แล้ว ให้เข้าไปช่วยมาร์ชาและเปิดหีบสมบัติทั้ง 2 ใบในห้องขัง ฟื้นฟูพลังชีวิตให้เรียบร้อยแล้วเดินออกทางทิศใต้เพื่อขึ้นสู่ชั้น 3F บริเวณนี้จะไม่สามารถบันทึกข้อมูลได้…

ห้องที่ 11 : เก็บไอเทม 3 ชิ้น แล้วเดินไปตามเส้นทาง
ห้องที่ 12 : ผู้อ่านจะได้เผชิญหน้ากับดราโก

บอสใหญ่ประจำบท : มังกร รูน ดรากอน (RUNE DRAGON)

เอาชนะมังกรยักษ์ลงให้ได้เพื่อช่วยมาร์ชาอย่างปลอดภัย จากนั้นผู้อ่านจะได้เพลิดเพลินกับฉากจบของบทเนื้อเรื่องที่หนึ่ง อย่าลืมบันทึกข้อมูลทับลงในเซฟไฟล์เดิมของผู้อ่าน

Scenario 2 : The Adventure of Kanan. (การผจญภัยของคานัน)

รายชื่อตัวละครสำคัญ.

คานัน : จอมเวทสาวผู้เปี่ยมด้วยพลังเวทมนตร์อันมหาศาล ทว่าธนูประจำกายของนางกลับไม่ใช่อาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงดังที่ใจหวัง.

บิงโก, โปลอน และ เปปิ : สามสหายตัวน้อยผู้เป็นเพื่อนรักที่สุดของคานัน นางพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือพวกเขาให้ปลอดภัย แม้จะต้องพึ่งพาพลังชั่วร้ายจากหน้ากากปีศาจก็ตาม.

ฟรีแมน : ผู้พิพากษาแห่งความมืดและเป็นตัวร้ายหลักของเรื่องราวในบทนี้.

คานันถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดและถูกตัดสินประหารชีวิต ในคืนก่อนวันประหาร วิญญาณลึกลับตนหนึ่งได้ตื่นขึ้นและพยายามมอบพลังแห่งหน้ากากปีศาจให้แก่นาง ทว่านางปฏิเสธ แต่ในวันกำหนดโทษ เมื่อเปลวเพลิงเริ่มลุกไหม้แผดเผาร่างของนาง คานันจึงจำต้องปลดปล่อยพลังแห่งหน้ากากออกมาเพื่อเอาชีวิตรอด การผจญภัยของนางจึงได้เริ่มต้นขึ้น…

เมืองหลวงมาดรา.

เดินขึ้นไปทางทิศเหนือเพื่อเก็บหินออร์ก้าก้อนแรก บนพื้นผู้อ่านจะพบการ์ดวันพุธ (Wednesday Card) แต่ราเดียจะโฉบเข้ามาขโมยมันตัดหน้าไป ให้ผู้อ่านเดินไปยังเขตที่สองของเมือง (บริเวณที่มีคฤหาสน์ของการูดา) เข้าไปในบ้านหลังเล็ก เพื่อนๆ ของคานันจะเปิดทางลับใต้ดินให้เห็น จากนั้นพวกเด็กๆ ทั้งหมดจะเข้าร่วมทีมกับผู้อ่าน

ทางเดินลับใต้ดิน.
ห้องที่ 1 : บันทึกข้อมูลและเก็บไอเทม สำรวจไหในห้องเพื่อเก็บ Leaf 1 ชิ้น จากนั้นเดินออก
ห้องที่ 2 : เก็บไอเทม 1 ชิ้นแล้วเดินออก ผู้อ่านจะพบหินออร์ก้าซ่อนอยู่หลังกำแพง และพบ Leaf อีก 1 ชิ้นในไห
ห้องที่ 3 : ผู้อ่านจะพลัดหลงกับเพื่อนๆ ในห้องนี้
ห้องที่ 4 : ผู้อ่านจะได้เผชิญหน้ากับบอสรถถังน้ำแข็ง

บอส : ไอซ์แทงก์. (ICE TANK)

การจะเอาชนะมันได้ ผู้อ่านต้องนำ Leaf 2 ชิ้นมาผสมเป็นเวทมนตร์ดินระดับ 2 โจมตีใส่ จากนั้นใช้ W ice ผสานกับ Ice เพื่อร่ายเวทน้ำแข็งระดับ 2 ซ้ำ เมื่อเอาชนะได้ มันจะดรอปแหวนวิเศษที่ช่วยเพิ่ม HP สูงสุดขึ้น 10 หน่วย ให้เดินหน้าต่อไป…

หลังจากนั้นผู้อ่านจะได้พบกับ ฮีทแทงก์ (Heat Tank) ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะได้ในการต่อสู้นี้ โกเมซและแบนทรอสส์จะปรากฏตัวเข้ามาช่วยชีวิตคานันไว้ได้ทันท่วงที…

หมู่บ้านโคล.

เดินขึ้นบันไดไปยังโบสถ์ประจำหมู่บ้าน ฟรีแมนจะเข้ามาแจ้งข่าวว่าเพื่อนๆ ของคานันกำลังตกอยู่ในอันตราย พร้อมกับมอบหินนำทางให้ ผู้อ่านจำเป็นต้องเดินทางไปช่วยเหลือเพื่อนๆ แม้จะรู้ดีว่าเบื้องหน้าคือกับดักก็ตาม

พื้นที่ลับ : ให้คลิกสำรวจต้นไม้สีเขียวทางตอนเหนือของทวีปเพื่อเข้าสู่พื้นที่ลับ เก็บแหวนพิเศษแล้วเดินทางออก

ทะเลทรายคารูซา : (ธาตุไฟ/สีแดง)

ห้องที่ 1 : ดันก้อนหินเพื่อเข้าไปเก็บไอเทม จากนั้นเดินออก
ห้องที่ 2 : ทางออกฝั่งซ้ายทันทีที่เดินเข้ามาจะเป็นทางตัน ให้ผู้อ่านใช้ทางออกทิศตะวันตกเฉียงใต้
ห้องที่ 3 : เก็บ Heat จากต้นไม้ และเก็บ W heat ได้โดยการดันหินเพื่อเปิดหีบสมบัติ
ห้องที่ 4 : ย้อนกลับไปที่ห้องที่ 2 แล้วออกทางทิศใต้ เก็บ W heat แล้วใช้ทางออกทิศเหนือ
ห้องที่ 5 : จุดฟื้นฟูพลังชีวิต สำรวจที่โอเอซิสเพื่อรับไอเทม Ice แล้วเดินหน้าต่อ
ห้องที่ 6 : ทางทิศเหนือมีหีบสมบัติ ดันก้อนหินเพื่อเก็บไอเทม จากนั้นเดินออก
ห้องที่ 7 : ทางออกแรกที่พบจะพาไปพบบันไดลับใต้ก้อนหินและมีหีบสมบัติในถ้ำ จากนั้นใช้ทางออกอีกทางหนึ่งเพื่อผ่านดันเจียนนี้

สถานที่ลึกลับ.

วางหินนำทางลงบนแท่นเพื่อเปิดทางเข้าถ้ำ ด้านในมีจุดฟื้นพลังและจุดบันทึกข้อมูล ให้เดินไปตรงกลางห้องเพื่อสร้างสะพานเชื่อมไปยังถ้ำสีเขียว

ถ้ำสีเขียว : (ต้องติดตั้งอุปกรณ์ธาตุไฟ/สีแดง หากไม่มี ให้ซื้อจากปีศาจร้านค้าใกล้ทางเข้า)

ห้องที่ 1 : เดินลงใต้เพื่อเก็บไอเทมและชุดเกราะ จากนั้นออกทางทิศเหนือ
ห้องที่ 2 : เก็บไอเทมและใช้วาร์ปจุดแรก โดยคุยแล้วตอบตกลง (Yes) จากนั้นย้อนกลับมาใช้วาร์ปจุดที่สอง
ห้องที่ 3 : เก็บไอเทม ทางขวามีหีบสมบัติ 2 ใบและไอเทม 1 ชิ้น ย้อนกลับมาที่ห้อง 3 แล้วใช้ทางออกทิศตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อเก็บหินออร์ก้า จากนั้นกลับมาห้อง 3 อีกครั้งเพื่อใช้ทางออกทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปยังจุดวาร์ป
ห้องที่ 4 : เก็บไอเทมทางซ้าย และเก็บ Heat จากหีบทางขวา แล้วเดินออก
ห้องที่ 5 : เดินออกทางฝั่งซ้าย
ห้องที่ 6 : สับสวิตช์ตามลำดับสีดังนี้ : แดง, น้ำเงิน, เขียว (หลักการคือ สีที่ชนะทางเขียว, สีที่แพ้ทางเขียว, และสีที่เสมอเหมือนกัน ซึ่งจะใช้ตรรกะเดียวกันนี้กับถ้ำอื่นๆ)
ห้องที่ 7 : ยอมรับพลังแห่งหน้ากากปีศาจ (เลือกตอบข้อ 1) เพื่อดึงพลังมาปราบปีศาจ

บอส : กรีนเดมอน. (GREEN DEMON)

เมื่อชนะแล้ว ให้กลับมาที่กึ่งกลางของห้องโถงหลักอีกครั้งเพื่อเปิดสะพานเชื่อมไปยังถ้ำสีน้ำเงิน…

ถ้ำสีน้ำเงิน : (ต้องติดตั้งอาวุธและชุดเกราะธาตุดิน/สีเขียว)

ห้องที่ 1 : เก็บไอเทมแล้วเดินออก
ห้องที่ 2 : เดินไปทางขวา เก็บไอเทมบนพื้นและในหีบ จากนั้นใช้อุปกรณ์วาร์ป
ห้องที่ 3 : เก็บไอเทม 2 ชิ้นทางทิศใต้แล้วเดินออก
ห้องที่ 4 : แท่นวาร์ปด้านล่างจะส่งผู้อ่านกลับไปทางออกเดิม ให้หลีกเลี่ยงกับดักแล้วใช้แท่นวาร์ปทางขวามือแทน
ห้องที่ 5 : เดินไปทางขวาเพื่อเก็บไอเทมและใช้แท่นวาร์ป จากนั้นเดินย้อนกลับมายังห้องนี้เพื่อออกทางเส้นทางที่ถูกต้อง
ห้องที่ 6 : เก็บหินออร์ก้าที่นี่แล้วเดินออก
ห้องที่ 7 : อย่าเพิ่งใช้อุปกรณ์วาร์ปธรรมดา แต่ให้ใช้วาร์ปที่มีสวิตช์สามสีคุ้มกันอยู่ โดยสับสวิตช์ตามลำดับดังนี้ : เขียว, แดง, น้ำเงิน
ห้องที่ 8 : ยอมรับพลังแห่งหน้ากากปีศาจเพื่อเข้าต่อสู้กับปีศาจสีน้ำเงิน

บอส : บลูเดมอน. (BLUE DEMON)

กลับมายังห้องโถงหลักเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อเปิดสะพานเชื่อมไปยังถ้ำสีแดง

ถ้ำสีแดง : (ต้องติดตั้งอาวุธและชุดเกราะธาตุน้ำ/สีน้ำเงิน)

ห้องที่ 1 : สับสวิตช์สีน้ำเงินแล้วใช้วาร์ปสีน้ำเงิน
ห้องที่ 2 : เดินลงใต้เพื่อเก็บไอเทมบนพื้นและในหีบ 2 ใบ แล้วเดินออก (ระวังลาวาเพราะจะดูดกลืน HP)
ห้องที่ 3 : เก็บไอเทม 2 ชิ้น สับสวิตช์สีเขียว แล้วย้อนกลับไปห้อง 1 เพื่อใช้วาร์ปสีเขียว
ห้องที่ 4 : ใช้วาร์ปสีเขียวแล้วเก็บไอเทม 2 ชิ้นในห้อง จากนั้นเดินออก
ห้องที่ 5 : เก็บไอเทม 2 ชิ้นในหีบแล้วเดินออก
ห้องที่ 6 : ค้นหาสวิตช์สีแดงที่นี่ สับสวิตช์แล้วเดินย้อนกลับไปที่ห้อง 1 เพื่อใช้วาร์ปสีแดง
ห้องที่ 7 : เก็บหินออร์ก้าก้อนสุดท้ายของบทนี้ และสับสวิตช์ตามลำดับดังนี้ : น้ำเงิน, เขียว, แดง
ห้องที่ 8 : ยอมรับพลังแห่งหน้ากากปีศาจอีกครั้งเพื่อเผชิญหน้ากับปีศาจสีแดง

บอส : เรดเดมอน. (RED DEMON)

หลังจบการต่อสู้ ผู้อ่านจะได้พบกับโกเมซซึ่งจะเข้าร่วมทีม จากนั้นให้เดินทางกลับไปยังเมืองหลวงมาดราเพื่อเผชิญหน้ากับวิญญาณแห่งความมืดในศึกตัดสิน ยอมรับพลังขั้นสูงสุดของหน้ากากปีศาจ…

บอสใหญ่ประจำบท : ฟรีแมน (FREEMAN) (ธาตุน้ำ/สีน้ำเงิน)

แนะนำให้ใช้เวทมนตร์ฟื้นฟูพลังชีวิตระดับ 3 ของคานันควบคู่ไปด้วย…

เมื่อโค่นฟรีแมนลงได้ ผู้อ่านจะได้รับชมฉากจบของบทเนื้อเรื่องนี้ แต่ขอให้ผู้อ่านตระหนักไว้ว่า พลังที่คานันได้รับมานั้นล้วนมาจากความมืดมิด นางยังไม่ได้รับตราสัญลักษณ์ผู้กล้าที่แท้จริงอย่างที่โกเมซได้รับ…

Scenario 3: The Misadventure of Radia (การผจญภัยผิดคิวของราเดีย)

รายชื่อตัวละครสำคัญ.

ราเดีย : หญิงสาวผู้มีฝีมือทั้งด้านเชิงดาบและเวทมนตร์ ทว่านางกลับขาดแคลนพลังโจมตีที่รุนแรงเด็ดขาดในแต่ละด้าน

ราดิแกน : บิดาของราเดีย ผู้กลายสภาพเป็นตัวร้ายหลักของเรื่องราวในบทนี้

เมื่อครั้งที่ราเดียมีอายุได้เพียงสามหรือสี่ขวบ นางต้องทนเห็น ราดิแกน ผู้เป็นพ่อ ถูกกลุ่มคนในหมู่บ้านผลักตกลงไปในหม้อต้มขนาดยักษ์จนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา บัดนี้เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปสิบปีเต็มแล้ว

เมืองหลวงมาดรา.

ให้เดินพูดคุยกับทุกคนในเมืองเพื่อขโมยไอเทม นี่คือทักษะเฉพาะตัวของราเดีย นางสามารถขโมยของจากบุคคลได้หนึ่งชิ้นโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว ในตอนนี้ผู้อ่านสามารถไปเก็บการ์ดวันพุธที่ราเดียเคยขโมยมาจากคานันในบทที่สองได้แล้ว โดยจะวางอยู่ในโบสถ์ ดูเหมือนว่าโกเมซและราเดียจะรู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน จากนั้นให้เดินออกจากเมือง

พื้นที่ลับ : การจะเข้าสู่พื้นที่ลับแห่งนี้ ผู้อ่านต้องเดินเข้าไปในป่าซีเนียร์ (Senior Forest) เก็บไอเทมบนพื้นและในหีบให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นเดินออกมานอกป่า แล้วคลิกสำรวจต้นไม้ต้นเล็กทางขวาของป่า ผู้อ่านจะถูกส่งเข้าไปในร้านค้าประหลาด ที่ซึ่งตัวละคร Sega Ta KeSaKi กำลังยืนพรีเซนต์เกม Death Crimson 2 และ Vampire Chronicle ให้ชายคนหนึ่งดู เขาจะเปิดเครื่อง Dreamcast และผู้อ่านจะเห็น URL : http://www.d-direct.ne.jp ปรากฏขึ้นมา (เสียงดนตรีชวนให้นึกถึงเกม Rent A Hero) ให้เปิดหีบเพื่อเก็บไอเทมแล้วออกเดินทางต่อ

ป่าซีเนียร์. (แนะนำให้ซื้อกริช Super Long Dagger สีแดง และเสื้อคลุม Frost Robe สีแดงจากร้านค้า)

ห้องที่ 1 : บันทึกข้อมูลและมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าผ่านทางช่องโหว่บนกำแพงของห้องนี้
ห้องที่ 2 : เดินไปทางซ้ายผ่านพงหญ้าเพื่อเก็บไอเทมและเปิดหีบ อย่าเพิ่งออกทางทิศเหนือ แต่ให้ออกทางขวา
ห้องที่ 3 : มีทางออก 3 ทาง โดยทางออกขวาสองทางจะเชื่อมต่อกัน ผู้อ่านจะพบไอเทมและสามารถใช้เส้นทางนี้เป็นทางผ่านที่ปลอดภัยไปยังทางออกที่สาม ซึ่งจะวนกลับมาห้องที่ 2 คราวนี้ให้ใช้ทางออกทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ห้องที่ 4 : มีไอเทมซ่อนอยู่ในท่อนไม้และในหีบ จากนั้นเดินออกทางขวา
ห้องที่ 5 : ค้นหาหินออร์ก้าบริเวณทิศเหนือของห้องนี้ แล้วเดินออกผ่านช่องโหว่บนกำแพง

เมืองซีเนียร์.

โกเมซจะตามมาพบกับราเดียและช่วยเปิดทางให้นางเข้าไปในเมืองได้ เก็บหินออร์ก้าในบริเวณนี้แล้วเข้าไปในคฤหาสน์ พูดคุยกับท่านซีเนียร์

บอส : ซีเนียร์ (SENIOR) + ทหารคุ้มกัน 2 นาย (ธาตุไฟ/สีแดง)

เมื่อเอาชนะได้ คุณนายซีเนียร์จะวิ่งเข้ามาห้ามทัพ ความจริงจึงเปิดเผยว่านางคือมารดาแท้ๆ ของราเดีย ให้ออกทางซ้ายแล้วอาศัยเรือเพื่อกลับไปยังเมืองหลวงมาดรา โกเมซจะขอแยกตัวออกจากทีมไป และเชา (Chao) จะเข้าร่วมทีมแทน ในกล่องไม้บริเวณนี้มีเสื้อคลุมให้เก็บ 2 ตัว เมื่อฟื้นพลังและบันทึกข้อมูลแล้ว ให้ตอบข้อ 1 กับเชาเพื่อลงเรือมุ่งหน้าไปยังหลุมศพของพ่อ

เกาะซาลาแมนเดอร์. (ต้องติดตั้งอุปกรณ์ธาตุไฟ/สีแดง)

ก่อนเข้าไปในคฤหาสน์ร้าง ให้เดินไปทางซ้ายเพื่อเก็บหินออร์ก้าและสำรวจดูภูเขาไฟ จากนั้นก้าวเข้าสู่คฤหาสน์ผีสิง

ห้องที่ 1 : ดันโลงศพเพื่อเปิดทางเดิน ดันโลงศพอื่นๆ เพื่อเก็บบันไดลับและไอเทม
ห้องที่ 2 : มีทางออก 3 ทาง และมีไอเทมซ่อนอยู่ใต้โลงศพ ทางออกด้านบนจะพาไปรับชุดเกราะ ทางออกด้านล่างมีบันไดสองจุดและไอเทมสองชิ้น มีหินออร์ก้าซ่อนอยู่ใต้โลงศพในเส้นทางนี้ ขอให้ผู้อ่านดันโลงศพให้ครบทุกใบ จากนั้นเดินออกทางขวาของห้อง 2
ห้องที่ 3 : เก็บไอเทมแล้วลงบันไดเพื่อไปเก็บไอเทมและเปิดหีบสมบัติ เดินกลับขึ้นมาเก็บไอเทมอีก 2 ชิ้น แล้วดันโลงศพเพื่อค้นหาทางออกที่แท้จริง
ห้องที่ 4 : มีไอเทม 2 ชิ้นและบันไดที่นำไปสู่ไอเทมอีกชิ้นหนึ่ง จากนั้นเดินออก
ห้องที่ 5 : มีไอเทม 1 ชิ้นใต้โลงศพ เก็บแล้วเดินออก
ห้องที่ 6 : เดินออกทางซ้าย ใช้บันไดเพื่อไปเปิดหีบสมบัติ ย้อนกลับมาแล้วมุ่งหน้าสู่ห้องสุดท้าย
ห้องที่ 7 : ดันโลงศพสีแดงเพื่อปลดปล่อยวิญญาณของ ราดิแกน ผู้เป็นพ่อให้เป็นอิสระ ผู้อ่านจะได้รับไอเทม 1 ชิ้น

เดินทางกลับไปยังเมืองหลวงมาดรา วิญญาณของพ่อจะปรากฏตัวขึ้นกลางเมือง เชาจะขอแยกตัวออกจากทีมไป ในขณะที่ราดิแกนจะเข้ามาร่วมกลุ่มกับผู้อ่านแทน ทว่าราดิแกนกลับถูกครอบงำด้วยความชั่วร้าย ผู้อ่านจะถูกบังคับให้สูบกลืนดวงวิญญาณของผู้คนในเมืองทีละคนโดยการเดินเข้าไปคุย จากนั้นต้องเดินไปสูบวิญญาณผู้คนในเขตอื่นๆ ของเมืองจนหมด เวทมนตร์ดูดวิญญาณนี้ใช้ไม่ได้ผลกับเชา เมื่อพยายามจะเดินออกจากเมือง โกเมซจะพยายามเข้ามาขัดขวางแต่ก็พลันอันตรธานหายตัวไป ผู้อ่านต้องเดินทางไปยังเมืองซีเนียร์และสูบวิญญาณของทุกคนในเมืองนั้นด้วย (ยกเว้นตัวท่านซีเนียร์ที่กำลังนอนหลับอย่างสงบ) จากนั้นให้กลับมาที่เมืองหลวงมาดรา สำรวจรูปปั้นทางตอนเหนือของเมืองซ้ำๆ จนกว่าจะสามารถยกมันขึ้นมาได้ เมื่อคุยกับเชาอีกครั้ง นางจะถูกคำสาปจนกลายสภาพเป็นคนแก่ชรา ราดิแกนเริ่มคุ้มคลั่งและเสียสติ คุยกับเชาเพื่อขอให้นางพาแล่นเรือกลับไปยังเกาะซาลาแมนเดอร์อีกครั้ง แต่เมื่อไปถึง ราดิแกนจะลงมือทำร้ายราเดียจนหมดสติ เมื่อฟื้นขึ้นมา ให้มุ่งหน้าไปยังถ้ำภูเขาไฟและนำรูปปั้นไปใช้งาน

ข้อสังเกต : ผู้อ่านสามารถเข้าไปค้นหาอาวุธและชุดเกราะชั้นดีได้ภายในดันเจียนแห่งนี้ สำหรับการต่อสู้ทั่วไป ให้เน้นการใช้เวทมนตร์ไฟระดับ 2 เป็นหลัก

ถ้ำภูเขาไฟ. (ธาตุน้ำ/สีน้ำเงิน)

ห้องที่ 1 : มีไอเทม 3 ชิ้นและหีบสมบัติ 1 ใบ นำรูปปั้นติดตัวไปด้วยแล้วเดินออกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ห้องที่ 2 : มีหีบสมบัติ 1 ใบ ย้อนกลับมาห้อง 1 แล้วออกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีจุดฟื้นพลัง จากนั้นเดินออก
ห้องที่ 3 : จุดฟื้นพลัง เดินไปทางออกทิศเหนือเพื่อเก็บไอเทม 2 ชิ้นและเปิดหีบสมบัติ จากนั้นย้อนกลับมาห้อง 3 แล้วใช้ทางออกทางซ้ายมือติดกับทางเข้าทันที
ห้องที่ 4 : สับสวิตช์สีเขียวเพื่อเปิดทาง เก็บไอเทมและเปิดหีบสมบัติแล้วเดินออก
ห้องที่ 5 : สับสวิตช์ตามลำดับดังนี้ : 1, 2, 3, 2 เพื่อเปิดทางเดินเข้าไปเก็บไอเทมแล้วออก
ห้องที่ 6 : สับสวิตช์สีแดงแล้วย้อนกลับไปที่ห้อง 4 เพื่อใช้ทางออก
ห้องที่ 7 : เก็บหินออร์ก้าที่นี่ เดินขึ้นเหนือเพื่อเก็บไอเทม 2 ชิ้นแล้วเดินออก
ห้องที่ 5 : ผู้อ่านจะวนกลับมาที่ห้อง 5 เพื่อสับสวิตช์สีน้ำเงิน เดินหน้าต่อไปยังทางออก
ห้องที่ 8 : ราเดียจะได้รับ ตราสัญลักษณ์สุนัขจิ้งจอก (Fox Emblem) ปลุกพลังแห่งผู้กล้าที่แท้จริงขึ้นมา

ในพื้นที่ส่วนถัดจากนี้ อุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดในการใช้งานคือสีแดง (ธาตุไฟ)

ห้องที่ 9 : เก็บไอเทม 2 ชิ้น มีจุดบันทึกข้อมูลและฟื้นฟูพลังชีวิต จากนั้นเดินออก
ห้องที่ 10 : เดินตรงไปข้างหน้าเพื่อเก็บไอเทม 1 ชิ้น
ห้องที่ 11 : เดินตรงไปแล้วขึ้นบันได มีไอเทม 1 ชิ้น
ห้องที่ 12 : เก็บไอเทม 1 ชิ้น เดินออกทางซ้ายและเดินตามทางทะลุผ่านห้องอื่นๆ ไปจนเจอบันไดลงสู่ด้านล่าง ผู้อ่านจะได้เปิดหีบสมบัติ จากนั้นย้อนกลับมาขึ้นบันไดไปด้านบน
ห้องที่ 13 : เก็บไอเทม 1 ชิ้นและเปิดหีบสมบัติ หินออร์ก้าก้อนสุดท้ายจะซ่อนอยู่ใกล้ๆ กับหีบสมบัติบริเวณมุมล่างซ้ายโดยมีแนวกำแพงบดบังอยู่ เก็บแล้วเดินออก
ห้องที่ 14 : เก็บไอเทม 1 ชิ้นแล้วเดินออก
ห้องที่ 15 : เก็บไอเทม 1 ชิ้น แล้วเดินขึ้นบันไดไปเผชิญหน้ากับบอสใหญ่

เมื่อมาถึง ให้ตอบตกลง (Yes) เพื่อเริ่มการต่อสู้

บอสใหญ่ประจำบท : ราดิแกน. (RADIGAN)

แนะนำให้ใช้เวทมนตร์แสงระดับ 3 หรือเวทมนตร์ธาตุดินระดับ 3 โจมตีใส่… (ใช้อาวุธหรือเวทมนตร์สีเขียวและสวมเกราะสีน้ำเงิน)

เมื่อปราบราดิแกนและปลดปล่อยวิญญาณของพ่อให้ไปสู่สุคติได้แล้ว ผู้อ่านจะกลับมายังเมืองหลวงมาดรา ให้นำรูปปั้นไปวางคืนที่เดิม ร่างของราเดียจะถูกเทเลพอร์ตส่งตัวไป จากนั้นผู้อ่านจะได้เพลิดเพลินกับฉากจบของบทเนื้อเรื่องที่สาม และเป็นบทสรุปบริบูรณ์ของแผ่นที่ 1…

********* จบตอนที่ 1 บริบูรณ์ *********

บทส่งท้าย.

การเดินทางอันแสนยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามใน “El Dorado Gate Volume 1” ได้ปิดฉากลงอย่างงดงามแล้ว ตลอดระยะเวลาหลายสิบชั่วโมงที่ผู้เล่นได้ร่วมสวมวิญญาณและใช้ชีวิตเป็น “Gomez”, “Kanan” และ “Radia” พวกเราไม่ได้เพียงแค่สัมผัสกับความสนุกสนานตื่นเต้นในการแก้ปริศนาสุดท้าทาย หรือความสะใจในการอัปเกรดอาวุธเพื่อโค่นล้มบอสตัวฉกาจเท่านั้น แต่ตัวเกมระดับมาสเตอร์พีซผลงานของ Capcom ชิ้นนี้ ยังได้สอดแทรกปรัชญา แง่คิด และศิลปะในการดำเนินชีวิตไว้อย่างลึกซึ้ง แยบยล และงดงาม

จากเรื่องราวทั้งหมด ผู้เล่นจะได้เห็นถึงสัจธรรมที่ว่า “บนโลกใบนี้ ไม่มีใครเกิดมาสมบูรณ์แบบ” ตัวละครอย่าง “Gomez” แม้ภายนอกจะดูเป็นชายหนุ่มเลือดร้อน บุ่มบ่าม และมักจะแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลัง ทว่าเมื่อเจาะลึกลงไปในจิตใจ เขากลับเป็นคนที่มีเกียรติ เต็มไปด้วยความรับผิดชอบ และมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวที่จะสละชีวิตเพื่อปกป้องผู้อื่น และพร้อมที่จะทำงานหนักอาบเหงื่อต่างน้ำในเหมืองแร่เพื่อชดใช้ในสิ่งที่ตนเองทำพลาดไป หรืออย่างในกรณีของ “Kanan” เด็กสาวที่แม้ใบหน้าและจิตใจจะมีบาดแผลฉกรรจ์จากกองไฟในอดีต แต่เธอก็ต่อสู้และเรียนรู้ที่จะไม่ยอมให้ความมืดมิดในหน้ากากมากลืนกินตัวตนที่แท้จริงของเธอ เปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นพลังปกป้องเพื่อนพ้อง และในมุมมองของจอมโจรสาวน้อยอย่าง “Radia” ความเจ็บปวดจากการสูญเสียครอบครัวตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ได้เป็นข้ออ้างให้เธอยอมแพ้ต่อโชคชะตาหรือจมปลักอยู่กับความแค้น แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้เธอออกค้นหาความจริงด้วยความเข้มแข็ง และในที่สุดก็รู้จักที่จะก้าวข้ามอดีตด้วยการ “ให้อภัย”

แง่คิดและอุทาหรณ์อันล้ำค่าที่แฝงอยู่ในวิดีโอเกมเหล่านี้ ล้วนเป็นดั่งกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนกลับมาให้พวกเราผู้อ่านได้กลับมามองดูตัวเองว่า ในโลกแห่งความเป็นจริงอันโหดร้ายที่เต็มไปด้วยปัญหาความขัดแย้ง ความสูญเสีย และอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน เราพร้อมหรือยังที่จะจับมือกับเพื่อนร่วมทาง เรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับความบอบช้ำในจิตใจ ให้อภัยอดีตที่ผิดพลาด และก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยความหวัง เพื่อเติบโตเป็น “นักรบแห่งชีวิต” ที่แข็งแกร่งและดียิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมใบนี้ให้น่าอยู่และสวยงามเฉกเช่นเดียวกับประตูสู่เมืองทองคำ El Dorado ที่เราใฝ่ฝัน

ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือการผจญภัยนี้ จะเป็นดั่งแสงสว่างที่คอยส่องนำทาง คลายความสงสัย และมอบรอยยิ้มให้กับเพื่อนๆ นักเล่นเกมทุกคน ให้สามารถพิชิตทุกอุปสรรคในโลกของ El Dorado ได้อย่างมีความสุข สนุกสนาน และไม่ติดขัดในทุกๆ ระบบ… แล้วโชคชะตาจะนำพาให้เรากลับมาพบกันใหม่กับการผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ครั้งหน้าใน Volume ต่อๆ ไป…

El Dorado Gate : Volume 1, เอล โดราโด้ เกตท์ : วอลลุ่ม 1, บทสรุป El Dorado Gate : Volume 1, บทสรุป เอล โดราโด้ เกตท์ : วอลลุ่ม 1,


แชร์ลงโซเชียลมีเดีย
One thought on “บทสรุปเกม El Dorado Gate : Volume 1. (เอล โดราโด้ เกตท์ : วอลลุ่ม 1)”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: ชอบบทความ กรุณาส่งลิงก์มาที่นี่แทนนะครับ อย่าก็อปปี้บทความไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด..