บทสรุป Final Fantasy 2 (ไฟนอลแฟนตาซีภาค 2)

admin_kwunh
แชร์ลงโซเชียลมีเดีย

บทสรุป Final Fantasy 2

เกริ่นนำ.

บทสานต่อแห่งตำนานนักรบแห่งแสง.. เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้น มีเนื้อเรื่องหลักของตัวเอง มีชื่อตัวเอกในการดำเนินเรื่องราว(ภาคแรกเราตั้ง) การปรากฏตัวครั้งแรกของซิด(Cid)และนกสายซิ่งอย่างโจโคโบะ ซึ่งเป็นไอค่อนสำคัญอีกหนึ่งส่วนของซีรีย์.. เป็นอีกภาคที่กลายเป็นตำนานและขึ้นหิ้งไปแล้ว.. สำหรับเกมเมอร์สายอาร์พีจี หรือเกมเมอร์สายเรโทร(ต้องการเก็บเกมส์เก่าทั้งหมด) ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง.. วางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่อง Famicom แต่ถูกรีเมคใหม่ลง PlayStation1, GameboyAdvance, และ PSP.. อยากได้ความแจ่มของภาพที่สุด แอดมินแนะนำเวอร์ชั่น PSP.. สวยหยด แม้เปิดบนจอคอมฯขนาด 23 นิ้ว+..

บทสรุป.

เริ่มต้นเกม.. จักรวรรดิ์ชั่ว “พาลามีเซีย” เริ่มแผนยึดครองโลกด้วยพลังด้านมืด.. มันได้ทำการโจมตีและยึดครองอาณาจักร “ฟินน์” ด้วยความโหดร้าย.. ทั้งเชื้อพระวงศ์, นักรบ, และชาวบ้าน ต่างแตกพ่ายหนีกระเจิดกระเจิงกันไปคนละทิศละทาง.. อาณาจักรถูกเผาทำลายและยึดครอง.. ชาวบ้านบางส่วนถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม.. กลุ่มวัยรุ่นบางส่วนหนีตายออกมาได้อย่างหวุดหวิด.. และเราเป็นหนึ่งในนั้น….

ฟิริอ้อน, มาเรีย, กาย, และไลอ้อนฮาร์ท.. หนีตายออกมาจากอาณาจักรได้แบบเฉียดฉิว.. ***บทสรุปอื่นอาจเรียกฟีเรียนหรือชื่ออื่นๆ แต่เวอร์ชั่นเกมเอ็กซ์แม็กกาซีนจะเรียกพระเอกว่าฟิริอ้อนนะครับ.. แต่ถึงจะอย่างนั้น ก็ยังไม่วายถูกกองกำลังอัศวินดำแห่งพาลามีเซียตามมาเอาชีวิตอยู่ดี.. พวกเค้าไม่มีทางสู้พวกมันได้เลย.. กลุ่มของพวกเราทั้งหมดจะพ่ายแพ้แก่อัศวินดำของพวกมันอย่างสิ้นท่า.. ทำได้เพียงนอนรอความตายเท่านั้น….. แต่จนแล้วจนรอด ในท้ายที่สุด กองนักรบแห่งอาณาจักรฟินน์ที่เหลือรอดมา ก็ได้มาพบกับพวกเราเข้า.. พวกเค้าได้ช่วยพาพวกเราทั้งหมดมารักษาตัวที่เมือง “อัลแตร์” ซึ่งเจ้าหญิง “ฮิลด้า” และกองกำลังกบฏจะปักหลักกันอยู่ที่นี่…..

เจ้าหญิงฮิลด้ากับจอมเวทย์ขาวสุดเท่ห์ “มินวู” จะพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของเราในขณะที่กำลังรับการรักษาอยู่.. มินวูบอกว่า เค้าสัมผัสได้ถึงพลังฟอร์ชที่แข็งแกร่งจากเรา และเราจะมีโชคชะตาที่สำคัญมากมายต่อโลกนี้.. เราไม่ตายง่ายๆแน่นอน.. ได้ยินแบบนั้นองค์หญิงก็โล่งใจและไปพูดคุยเรื่องสงครามต่อ ปล่อยเรานอนเดียวดายพะงาบๆคนเดียวอยู่ในห้องฮีล…..

องค์หญิงทรงให้รหัสสำคัญที่ต้องจำไว้อย่างดี

เมื่อฟื้นขึ้นมา.. ให้เราเดินออกนอกห้อง.. เราจะได้พบกับมาเรียและกายเพื่อนของเราซึ่งปลอดภัยดีแล้ว แต่ไลอ้อนฮาร์ทกลับหายไปไหนไม่มีใครรู้ ทุกคนเป็นห่วง และได้แต่หวังว่าเค้าจะโอเค.. เดินสำรวจและเข้าไปในห้องประทับขององค์หญิงฮิลด้า.. คุยกับองค์หญิง แล้วเราจะขอเข้าร่วมกองกำลังกบฏทันที แต่องค์หญิงก็จะปฏิเสธทันทีเหมือนกัน.. องค์หญิงบอกว่าเรายังเด็กไปและไม่มีวิชาสู้รบอะไรเลย จะเอาตัวไปตายเปล่าๆ อนุญาตให้อยู่ที่อัลแตร์ได้ตลอดเพื่อความปลอดภัย พร้อมกับให้พาสเวิร์ด “Wild Rose : กุหลาบป่า” ติดตัวเอาไว้ เพื่อการติดต่อทำการต่างๆ.. คุยกับองค์หญิงเสร็จก็ให้คุยกับมินวูต่อ.. มินวูจะแนะนำให้เราหาข้อมูลพูดคุยกับผู้รู้ต่างๆในอัลแตร์นี้ให้หมด และออกเดินทางไปหาข้อมูลที่ “ฟินน์” อย่างระมัดระวัง….. ออกมาจากห้อง และสำรวจพูดคุยกับผู้คนต่างๆ อย่างเช่นในห้องฮีลก็จะได้เทคนิคนู่นนี่ในการเล่นเกมจากผู้รู้มากมาย.. ออกมาจากอาคารสู่กลางหมู่บ้าน พูดคุยกับชาวเมืองให้ทั่วเพื่อหาข้อมูล.. จะได้เจอกับเจ้าชาย “กอร์ด็อน” พระอนุชาของเจ้าชาย “สก็อต” เจ้าชายแห่งเมือง “คาชวน” ซึ่งเจ้าชายสก็อตเป็นคนรักของเจ้าหญิงฮิลด้า.. เจ้าชายกอร์ด็อนกำลังรู้สึกแย่ และมองว่าตัวเองเป็นคนขี้ขลาดที่ไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่ช่วยพี่ชายของตัวเอง เค้ากำลังท้อแท้และรู้สึกแย่กับตัวเองมากๆ..

เตรียมตัวซื้อของ, อาวุธ, และคาถาให้พร้อม ติดตั้งให้เรียบร้อย.. ในไฟนอลแฟนตาซีภาค2 นี้จะมีระบบการเลเวลอัพที่แยกส่วนกันไปทั้ง Hp, Str, Agi, ฯลฯ (ต่างส่วนต่างอัพ แปลกดี)และที่สำคัญคือเรื่องของอาวุธชุดป้องกัน จะมีเลเวลของประเภทตัวเองด้วย คือยิ่งใช้นานก็จะยิ่งโจมตีได้ดียิ่งขึ้นในอาวุธประเภทนั้นๆ.. เรียกว่าเป็นการอัพเลเวลในความถนัดตามความถี่ในการใช้งาน..

พร้อมแล้วออกเดินทางจากเมืองอัลแตร์ขึ้นมาทางสะพานด้านเหนือใกล้ๆนั่นแหละ.. เดินตรงขึ้นเหนือมาจะได้เจอกับเมืองเล็กๆชื่อเมือง “กัลเทรีย”.. แวะหาข้อมูล ซื้อของ นอนหลับได้ ปลอดภัย.. เสร็จแล้วเดินทางต่อมาทางทิศตะวันตก ขึ้นเหนือ เลียบทะเลสาปตีโค้งไปทางทิศตะวันออก(พยายามอย่าออกนอกเส้นทางมาก จะมีมอนส์โหดสัสอยู่ โหดแบบน่าเกลียด).. เลียบทะเลสาปมาเรื่อยๆ สุดท้ายจะได้พบกับ “อาณาจักรฟิน์น” นั่นเอง…..

เราจะยังไม่สามารถเข้าตัวปราสาทได้ เพราะโดนยึดครองอยู่.. แต่เราจะสามารถเข้าหมู่บ้านได้.. แต่ทหารของจักรวรรดิ์ก็จะยึดอยู่เต็มไปหมด.. ห้ามคุยกับทหารเด็ดขาด เพราะเราสู้มันไม่ได้เลย.. ให้เดินอ้อมหลังหมู่บ้านมาแอบเข้าผับทางขวา เราจะเจอกับบาร์เท็นเดอร์ยืนอยู่ที่บาร์ เข้าไปคุยกับเค้าแล้วแจ้งรหัสลับ “Wild Rose : กุหลาบป่า” ให้เค้าฟัง.. แล้วเค้าจะบอกทางลับเพื่อเข้าไปห้องลับด้านหลังได้.. เดินทะลุกำแพงผับไปทางขวา จะเจอกับส่วนห้องลับ ที่เมื่อเดินไปด้านในสุด จะได้พบกับเจ้าชายสก็อตที่นอนอาการแย่อยู่บนเตียง.. เค้าจะเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ต่างๆและการทรยศของลอร์ด “บอร์แกน” ที่เป็นสาเหตุให้อาณาจักรถูกตีแตก.. เค้าจะถามถึงน้องชายของเค้าเจ้าชายกอร์ด็อน.. เค้ารู้ว่ากอร์ด็อนกำลังรู้สึกแย่มาก ไม่มั่นใจในตัวเอง เค้าฝากให้กำลังใจน้องชายของเค้าให้เชื่อมั่นในพลังที่ตัวเองมี.. เค้าเผลอหลุดปากฝากบอกรักฮิลด้า แต่สุดท้ายก็ยั้งเอาไว้ เพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะทำให้ฮิลด้าเจ็บปวด.. สุดท้ายเค้าจึงได้ฝากแหวนประจำตัวของเค้าไปให้ฮิลด้าแทน….. ก่อนที่เค้าจะสิ้นใจตายในที่สุด..

ให้เราออกเดินทางกลับมายังเมือง “อัลแตร์” อีกครั้ง.. เข้าพบเจ้าหญิงฮิลด้า แล้วมอบแหวนของเจ้าชายสก็อตให้.. เธอจะถามว่าเค้าได้พูดอะไรอีกไม๊(เจ็บปวดนะตรงนี้).. เราต้องกัดฟันโกหกไปตามความต้องการของสก็อต ว่าเจ้าชายไม่ได้พูดอะไร….. องค์หญิงได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้ภายใน.. เมื่อฮิลด้าเห็นแหวนและข้อมูลที่เราได้มา จึงเกิดความเชื่อมั่นในตัวเรามากขึ้น.. เธอจะให้เราเก็บแหวนไว้และมอบภาระกิจตามหาแร่ “มิธริล” แร่หายากที่ใช้ในการทำอาวุธให้กับเรา.. แต่เราต้องไปติดต่อกับ “โจเซฟ” ผู้ได้รับมอบหมายภาระกิจการหาแหล่งกำเนิดแร่นี้ที่เมือง “ซาลามานด์” ก่อน.. เพราะเค้าไม่ส่งข่าวสารมาพักใหญ่แล้ว.. รับคีย์เวิร์ด “มิธริล” จากเธอ(กับอีกสองสามคำ).. เธอจะพูดถึงเรื่อง “เรือเหาะ” และ “ซิด” ยอดฝีมือผู้หลงไหลในการสร้างเรือเหาะ จนออกผจญภัยไปอยู่ที่เมืองอื่นแล้ว.. พูดถึงเรื่องเรือเหาะมหันตภัยของฝ่ายจักรวรรดิ์.. คุยจบแล้วให้เราหันไปคุยกับนักเวทย์ขาว “มินวู” เรื่องมิธริล.. เราจะได้มินวูเข้ากลุ่มพร้อมกับ “เรือแคนนู” เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำและบึงหนึ่งลำ..

ออกเดินทางจากอัลแตร์มาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ(สามารถข้ามบึงโดยใช้เรือแคนนูได้แล้ว).. เราจะเจอกับเมืองท่า “พาลูม” สามารถซื้อของและเช่าเรือได้(จริงๆเราสามารถเช่าเรือจากที่นี่ไปลงที่เมืองพอฟต์ และเช่าเรือเหาะจากซิด ไปลงที่น้ำตกได้เลย.. แต่มันจะเป็นการเสียของที่จะได้เดินผจญภัย+ใช้อาวุธ+ใช้เวทย์ เพื่ออัพเลเวลให้ตัวเองซะเปล่าๆ.. ดังนั้นเดินไปจะเป็นการดีกว่า.).. จากพาลูม เดินทางขึ้นเหนือมาแบบสุดกู่ จนเข้าเขตแดนหิมะ.. เลี้ยวกลับไปทางทิศตะวันตกนิดหน่อย จะพบกับเมือง “ซาลามานด์” ในที่สุด.. เป็นเมืองแห่งความหนาวเย็น มีหิมะตกตลอดเวลา.. เข้าไปสำรวจพูดคุยในเมือง เราจะได้พบกับ “โจเซฟ” อยู่ที่บ้านหลังหนึ่งแถบซีกขวาของเมือง.. เค้าจะดูลำบากใจที่จะพูดอะไร เพราะลูกสาวของเค้าถูกจับไว้เป็นตัวประกันเพื่อแลกกับการที่เค้าจะหยุดช่วยกลุ่มกบฏในการตามหาแร่มิธริล.. ถ้าอยากให้เค้าบอกอะไร อันดับแรกต้องไปช่วยลูกสาวเค้าก่อนที่ถ้ำน้ำตก “เซมิตต์”.. ซื้อของซื้อเวทย์ให้พร้อม.. ขอแนะนำนิดหน่อยตรงที่ ในถ้ำจะมีมอนส์บางตัวโจมตีทางกายภาพเข้ายากมาก ต้องใช้เวทย์.. อย่าลืมซื้อเวทย์ดำติดให้หลายๆคนไปด้วย.. อย่าเผลอฮีลจนเวทย์หมดล่ะ เก็บไว้บู๊ด้วย..

เดินทางออกจากซาลามานด์มาทางทิศตะวันตก.. ลงใต้มานิด.. จะพบกับซอกเขาที่มีร่องน้ำยาว.. เอาเรือแคนนูลงเซิฟได้เลย.. ลากยาวกลับไปทางทิศตะวันออก จนทะลุแอ่งน้ำใหญ่ที่มีหน้าผาเก๋ๆรายล้อม มีน้ำตกสวยงาม.. ด้านบนจะมีถ้ำอยู่.. ก่อนเข้าถ้ำให้พายเรือพุ่งลงไปตรงหน้าผาหนึ่งที ทุ้ย! จะบ้ารึ!.. จะพายลงไปทำไมล่ะ เดี๋ยวก็ตายดิ!.. รีบเอาเรือขึ้นแล้วเข้าไปในถ้ำ.. คงไม่ต้องบอก ตามสเต็ป สำรวจให้ทั่ว ทุกตารางนิ้ว.. เก็บของ ลงบันไดไปเรื่อยๆ(ใหญ่กว่าที่คิดนะ).. แล้วเราจะได้เจอผู้คน เด็กๆ และจอมโจรขี้คุย “พอล” ที่มันเคยโม้ให้เราฟังว่ามันเจ๋งยังไงบ้างที่อัลแตร์ถูกจับเอาไว้.. มันจะดีใจมากที่เจอเรา เล่านู่นเล่านี่ให้ฟัง ใกล้ๆกันก็จะเป็นลูกสาวของโจเซฟที่เราตั้งใจมาช่วยนั่นเอง.. ทุกคนจะขอบคุณเราแล้วออกไปก่อน.. ส่วนเราต้องเดินทางต่อ เพื่อไปพบกับบอสประจำถ้ำนี้.. ไปให้ทั่วจนเจอมัน.. มันเป็นทหารของจักรวรรดิ์ เอาชนะมันให้ได้ แล้วเราจะได้ “ชุดเกราะมิธริล” จากการดร็อปของมัน และได้แร่มิธริลจากในหีบสมบัติ.. ได้เสร็จแล้วใช้เวทย์ “เทเลพอร์ต” วาร์ปออกมาได้เลย.. หรือห้าวอยากเดินก็แล้วแต่(เผื่อพลังเหลือเยอะอยากเก็บเวล)..

เดินทางกลับจากถ้ำน้ำตกมาที่เมือง “ซาลามานด์”.. เราจะสังเกตุได้ว่า หลายคนที่เราช่วยได้กลับมาอยู่กับครอบครัวแล้ว.. ไปคุยกับโจเซฟและลูกสาว พวกเค้าจะขอบคุณเราอย่างมาก และให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับแร่มิธริลอีกด้วย..

ออกเดินทางกลับมายังเมืองอัลแตร์.. เข้าพบเจ้าหญิงฮิลด้า.. เธอจะดีใจมากที่เราทำภาระกิจสำเร็จ นำแร่มิธริลกลับมาได้ในที่สุด.. เธอจะบอกให้เราเอาแร่ไปให้แบล็คสมิธ “โตบูล” ช่างตีดาบสุดเก๋าในร้านดาบเมืองอัลแตร์นี้.. อย่ารอช้า เอาแร่ไปให้ลุงทันที.. พอลุงเห็นก็ดีใจตาตั้ง รีบตีดาบตีเครื่องป้องกันให้เราทันที.. ตีเสร็จแกก็จะเดินมาบอกว่า ตีเสร็จแล้วนะ ไปซื้อที่เค้าท์เตอร์ได้เลย.. ทุ้ย!.. นึกว่าจะให้เราฟรี..

ซื้ออาวุธและเครื่องป้องกันจนพอใจแล้ว ให้เราไปปรึกษาหารือกับเจ้าหญิงฮิลด้าอีกครั้ง.. รอบนี้จะประชุมเครียดถึงเรื่องเรือเหาะมฤตยู “เดรดเน้าต์” ที่ฝ่ายจักรวรรดิ์กำลังซุ่มทำอยู่ที่ถ้ำลับแห่งเมือง “บัฟก์”.. เจ้าหญิงจะส่งเราไปทำลายมัน โดยสามารถติดต่อกับสปายของเราได้ที่ท้ายเมืองบัฟก์นั่นเอง..

ไม่รอช้า.. ออกเดินทางทันที.. แต่รอบนี้เราจะไม่เดินไป เพราะเสียเวลา มอนส์ระแวกนี้อ่อนเกินไปสำหรับเราแล้ว.. เดินทางมาเช่าเรือที่เมืองท่า “พาลูม”.. เรือจะมาจอดเทียบท่าที่เมือง “พอฟต์”.. อย่ากระนั้นเลย แวะเข้าไปคุยกับ “ซิด” ในผับเรื่องเรือเหาะและเรือเหาะเดรดเน้าต์ซะทีเดียว.. แกจะเปิดให้เช่าเรือเหาะไปนู่นนี่หลายที่ ถ้าอยากแว๊นซ์ก็ให้คุยกับลูกน้องแกที่โต๊ะได้เลย.. แต่เนื่องจากเมือง “บัฟก์” ไปทางตะวันออกอีกนิดเดียว จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องขึ้นเรือเหาะ.. ก็ออกเดินเท้ามาเลย นิดเดียว..

เมืองถึง “บัฟก์” พูดคุยกับชาวบ้านจะมีแต่คนกังวลถึงเรื่องเรือรบเดรดเน้าต์.. กลางเมืองจะมีไอสารเลวจอมทรยศ “บอร์แกน” ยืนเต๊ะอยู่.. เรารีบเดินมาปฏิบัติภาระกิจทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง.. จะมีสปายของเราที่ใส่ชุดทหารจักรวรรดิ์ยืนอยู่คนเดียว.. ให้ใช้รหัสลับ “Wid Rose” กับเค้า เค้าจะรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน แล้วถามเรื่อง “เดรดเน้าต์” เค้าก็จะรู้ทันทีว่าเรามาเพื่อทำลายมัน.. เค้าจะหลบทางให้ เพื่อให้เราสามารถเข้าไปในทางลับเพื่อทะลุถ้ำได้.. รีบเข้าไป สำรวจให้ทั่วจนทะลุถ้ำ.. ตรงทางออกเราจะเจอกับผู้คุมงานสร้างเดรดเน้าต์ “ดาร์คไนท์” มันจะขวางทางอยู่พร้อมกับบอกว่า เรามาช้าไป เดรดเน้าต์เสร็จแล้ว พร้อมทำงาน.. มันจะสตาร์ทเครื่องออกเรือแล้ววิ่งหนีขึ้นเรือไปพร้อมกับไอหน้าหมาบอร์แกน….. เราทำอะไรไม่ได้นอกจากชูนิ้วกลางตามหลังมันไป.. กลับเข้ามาในถ้ำ ไปที่ห้องด้านขวา เก็บไอเท็ม “Pass” ในหีบสมบัติ และใช้แท่นวาร์ปวาร์ปออกมา..

รีบเดินทางกลับเมืองอัลแตร์.. ระหว่างทางเราจะเจอกับความวินาศของเมืองต่างๆที่เรือรบของมันทำลายทิ้งไว้.. ไม่ว่าจะเป็นเมือง “พอฟต์” เมือง “พาลูม” หรือแม้แต่เมือง “อัลแตร์” ของเรา.. แวะคุยกับซิดที่เมือง “พอฟต์” อีกครั้งโดยใช้คีย์เวิร์ด “AirShip” แล้วซิดจะให้คีย์เวิร์ดใหม่ “SunFire” อย่าลืมกดเรียนรู้คีย์เวิร์ดเอาไว้.. เค้าบอกว่าเรือเหาะทุกลำต้องใช้ และเราสามารถใช้มันเพื่อทำลายเดรดเน้าต์ได้.. กลับมาที่อัลแตร์รีบเข้าไปคุยกับองค์หญิงฮิลด้าโดยใช้คีย์เวิร์ด “SunFire” นั้น.. องค์หญิงจะเล่าว่ามันเป็นยอดวัตถุดิบแห่งเมือง “คาชวน” ทั้งสก็อตและกอร์ดอนเคยเล่าให้เธอฟัง.. ไปคุยกับพระราชาโดยใช้คีย์เวิร์ด “SunFire” พระองค์จะให้คีย์เวิร์ดใหม่มาอีกหนึ่งนั่นคือ “Goddess’s Bell” ต้องใช้กระดิ่งนี้ที่คาชวน.. และคนที่จะพาไปเอาได้ก็คือ “โจเซฟ” ที่อยู่เมือง “ซาลามานด์” นั่นเอง…..

ออกเดินทางไปหาโจเซฟที่เมืองซาลามานด์อีกครั้ง.. คุยกับเค้าโดยใช้คีย์เวิร์ด “Goddess’s Bell” แล้วเค้าจะบอกว่า ทางเดียวที่จะไปเอาได้ต้องใช้ “ล้อเลื่อนหิมะ” ที่เค้ามีเท่านั้น.. ซึ่งเค้าซ่อนมันไว้ที่ถ้ำเซมิตต์ชั้นแรก ด้านขวาของผลึกศิลาที่โผล่ขึ้นมานั่นเอง.. จากนั้นเค้าจะร่วมทีมกับเรา.. โจเซฟจะเป็น “สายหมัด” ไม่ต้องใส่อาวุธให้เค้า ใส่แค่เครื่องป้องกันพอ โล่ห์ก็ไม่ต้อง(ต่อยโคตรแรง ต่อยซะดาบกูเขินเลย เก่ง เก่งจริงๆ พ่อคุณ.. แต่ต้องใช้ไปซักพักนะครับ..).. เดินทางไปที่ถ้ำน้ำตกเซมิตต์ จำได้ไม๊ครับชั้นแรกจะมีอยู่ห้องหนึ่งที่มีผลึกศิลาโผล่ขึ้นมา ที่ตอนมารอบแรกเราก็งงๆกันเหมือนมันจะมีอะไรที่ห้องนี้.. ใช่แล้ว สำรวจที่กำแพงขวาบน โจเซฟก็จะทำการคลึงหัวนม เอ้ย! คลึงก้อนหินก้อนนึงที่เป็นเหมือนสวิทช์เปิดประตูลับ เราจะสามารถเข้าไปและครอบครอง “ล้อเลื่อนหิมะ” ได้ในที่สุด..

ออกมาจากถ้ำเซมิตต์.. ล่องเรือกลับมา.. ทีนี้เราจะขึ้นไปทางทิศเหนือบ้าง.. ซาลามานด์ว่าหนาวแล้ว หิมะแล้ว แต่ที่เรากำลังจะไป หนาวยิ่งกว่า กันดารและชนบทยิ่งกว่า.. มันคือ “SnowCave : ถ้ำหิมะ” นั่นเอง.. เดินขึ้นเหนือไปจนถึงพื้นที่หนึ่งที่จะเป็นซอกเล็กๆที่พื้นดินตัดกันระหว่างพื้นหญ้าและพื้นหิมะชัดเจน.. ถ้าเราไม่มีล้อเลื่อนมาเราจะไม่สามารถเดินเข้าไปได้เลย แต่ถ้ามีมาก็ สไลด์เก๋ๆรัวๆเข้าไปได้เลย.. พื้นที่กว้างทีเดียว.. มอนส์ก็เป็นธาตุน้ำแข็งซะเยอะ.. (ลืมบอกไปนิดนึง เตรียมโพชั่นกับยาเติมพลังเวทย์ไปเยอะๆหน่อยก็ดีนะครับ ถ้ำกว้างและไกลพอสมควรครับ เดี๋ยวจะลำบากตอนใกล้ๆถึงบอส..).. พอเข้ามาในเขตล้อเลื่อนหิมะแล้ว ก็สไลด์ไปทางขวาจนเกือบสุด เราก็จะได้เจอกับ “SnowCave” สมใจ.. ตะลุยทุกชั้นทุกตารางเมตร.. เก็บกล่องสมบัติให้เรียบ.. มอนส์ก็กลางๆไม่โหดมาก.. โหดสุดก็เห็นจะเป็นเจ้ายักษ์สองหัว ทุบทีมีหนาวอยู่.. ลุยไปจนถึงชั้น B5 จะเจอห้องหนึ่งที่มีแก๊งค์บีเวอร์ยักษ์แหวกว่ายน้ำอุ่นกันอยู่อย่างมีความสุข หลั่นล้ามาก.. เดินไปคุยกับเจ้าตัวหัวหน้า ทุกคนจะสื่อสารไม่รู้เรื่อง ยกเว้นกายที่สามารถพูดภาษาสัตว์ได้ เค้าจึงอาสา(เย้ด.. ศิลป์ภาษาก็มา.. ภาษาสัตว์ด้วย เพื่อนกู.. แน่นอนจริงๆ..).. ให้ใช้คีย์เวิร์ด “Goddess’s Bell” นั่นเอง.. เค้าจะบอกว่า มีทางไปเอาตรงกำแพงด้านขวาในห้องนี้แหละซักจุดนึง แต่จะมีคนเฝ้าอยู่นะ ดุมากด้วย ประมาณนั้น..

ก็ให้เราเดินมาคลำดูตรงกำแพงด้านขวา.. จะมีอยู่ช่องนึงที่ไปได้.. ก็ลุยต่อที่ชั้น B6.. เดินไปไม่ไกลก็จะเจอกับกระดิ่งและมีเต่าดุตัวหนึ่งเฝ้าอยู่.. จัดการซะให้เรียบร้อยครับ.. ใช้อาวุธฟันจะไม่ค่อยเข้า แต่ถ้าใช้เวทย์ “น้ำแข็ง” เข้าเน้นๆครับ….. เมื่อจัดการได้ก็เก็บกระดิ่ง.. แล้วเดินทางต่อเลยครับ.. เดินมาอีกนิดหน่อย จะได้พบกับเจ้าคนทรยศ “บอร์แกน”.. ยังคงกวนตีนเช่นเคย ก็ได้เวลาแล้วที่เราจะตื้บมันอย่างเป็นทางการ มันจะปากดีสารพัดแล้วพุ่งมาใฝว้กับเรา.. ไม่เหลือ แค่สองดาบเท่านั้นก็เรียบร้อย.. แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์ของมัน มันจะใช้เฮือกสุดท้ายของมันกดเปิดสวิทช์กับดัก ซึ่งเป็นก้อนหินขนาดใหญ่มากให้กลิ้งมาทับเรา กะให้เราตายกันทั้งหมด.. แต่ด้วยการเสียสละของโจเซฟ เค้าทุ่มพลังกายทั้งหมดที่เค้ามีหยุดก้อนหินยักษ์เอาไว้แล้วให้เราวิ่งหนีไป.. ถึงแม้ตอนแรกเราจะไม่ทิ้งเค้า แต่เค้ารู้ว่ามันหนักมากจริงๆ ถ้าไม่รีบไปได้ตายกันหมดแน่ และภารกิจจะต้องล้มเหลว.. เค้าจึงได้ตวาดเสียงดังให้เรารีบไป เราทุกคนรับรู้ถึงการเสียสละอันมีค่าครั้งนี้ ก็จึงได้ทำตามที่เค้าต้องการ วิ่งหนีรอดจากความตายมาได้หวุดหวิด.. ก่อนสิ้นใจ โจเซฟรำพึงถึงชื่อลูกสาวอันเป็นที่รัก…. เราเสียสมาชิกหนึ่งคน สำหรับการเดินทางครั้งนี้….. …..

กลับมาที่ซาลามานด์.. เมื่อเข้าไปในบ้านของโจเซฟ เราจะได้พบกับผู้หญิงท่านหนึ่งที่มาดูแลลูกสาวโจเซฟแทน.. เธอบอกว่า นี่น่าจะทำให้โจเซฟรู้สึกดีที่สุดแล้ว คือการมีคนดูแลสาวน้อยต่อไป…..

ตอนนี้เราได้ “กระดิ่งเทพเจ้า” ที่ใช้สำหรับเปิดประตูเพื่อเข้าไปเอา “SunFire : ไฟสุริยัน” ที่ปราสาทคาชวนได้แล้ว.. ออกเดินทางจากซาลามานด์ไปที่เมืองพอฟต์เพื่อใช้เรือเหาะของซิดไปลงที่หน้าปราสาทคาชวนเลย(แนะนำให้ทำแบบนี้ เพราะที่คาชวนยังไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย ไม่มีที่พัก และเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ การเดินไปจะทำให้สูญเสียพลังโดยเปล่าประโยชน์ก่อนได้บู๊จริง).. เมื่อลงยังหน้าปราสาทคาชวนแล้ว ให้เดินเข้าไปในปราสาท เราจะได้พบกับ “กองไฟสุริยัน” ลุกโชนบนพื้น แต่ยังเอาไม่ได้ เพราะยังไม่มีภาชนะพิเศษที่ชื่อ “คบไฟแห่งอีกิล” ต้องใช้คบไฟนี้เท่านั้นเคลื่อนที่ไฟสุริยัน คบไฟธรรมดาไม่สามารถทำได้ เป็นไฟพิเศษ….. ให้เราเดินต่อจะพบกับประตูที่ต้องปลดล็อคด้วย “Goddess’s Bell” เท่านั้น.. ก็จัดการหยิบกระดิ่งเทพออกมาใช้ เราก็จะเปิดประตูได้ทันที.. เข้าไปด้านในเราจะได้พบกับเจ้าชาย “กอร์ดอน” ที่เค้าเริ่มจะมีความคิดความกล้าหาญที่จะคิดและทำบางอย่างที่เค้าควรทำขึ้นมาได้บ้างแล้ว.. เค้ากลับมาเพื่อพิทักษ์ไฟสุริยันและคบไฟแห่งอีกิล แต่เนื่องจากมีมอนสเตอร์ที่กินไฟเป็นอาหาร มันเป็นปีศาจแห่งเปลวเพลิงเฝ้าคบเพลิงแห่งอีกิลเอาไว้อยู่ เค้าไม่สามารถเอาชนะมันได้ด้วยตัวคนเดียวแน่.. พวกเราทั้งหมดจึงต้องร่วมมือกัน และเราจะได้เจ้าชายกอร์ดอนเข้าร่วมกลุ่ม.. จริงๆแล้วเจ้าชายกอร์ดอนมีความสามารถอยู่ในตัวไม่น้อย โจมตีรวดเร็วที่สุด และมีพลังเวทย์ที่เหนือยิ่งกว่ามาเรียซะอีกด้วย เพียงแต่เค้าเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจตัวเองเท่าไหร่.. ด้วยจิตใจที่มีสำนึกรู้จักโทษตัวเอง รู้จักสำนึกผิด จะทำให้เค้าพัฒนาตัวเอง จนเป็นคนพิเศษในซักวันหนึ่ง…..

ถึงจุดนี้.. อยากแนะนำให้ผู้เล่น “ออกมาก่อน” จากปราสาทคาชวน.. ด้วยเหตุผลคือ อันดับแรก พลังHPของเจ้าชายกอร์ดอนน้อยมากๆ(แม้MPจะโดดเด่น).. อันดับสอง ถ้าไม่เคยปั้นพลังเวทย์ใครมาเลย ฟันอย่างเดียว พลังเวทย์ทุกคนจะค่อนข้างง่อย ถึงแม้มาเรียจะดูเก่งเวทย์ที่สุดก็ตาม.. ตอนนี้คือวาระดิถีอันดี ที่จะทำสองอย่างพร้อมกันคือ 1.ปั้นHPให้เจ้าชายกอร์ดอนหรือคนอื่นๆด้วย และ 2.ปั้นMPให้ทุกคนอยู่ในระดับที่พึ่งได้ โดยเฉพาะเวทย์น้ำแข็ง เพราะในชั้นลึกๆ จะมีมอนสเตอร์สายเต่าที่ต้องใช้เวทย์น้ำแข็งเป็นหลักอยู่พอสมควร….. การปั้น HP มีเทคนิคพิเศษนิดหน่อยในภาค2นี้ คือ ทุกครั้งที่เริ่มต่อสู้ ให้เราฟันตัวเอง(ตัวที่จะปั้น) จนพลังเหลือแค่ครึ่งเดียวลงไป แต่อย่าให้ตายนะ.. ทุกครั้งที่จบการต่อสู้ เราจะมีโอกาสสูงมากที่จะได้อัพเกรด “Max HP” ของเรา เรียกได้ว่า 90% – 95% เลยล่ะ.. เสร็จแล้วก็ใช้เวทย์เติมพลังให้เต็ม แล้วทำแบบเดิมไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้HPที่พอใจ.. พลังเวทย์หมดก็ไปนอนที่โรงแรม.. แนะนำให้ทำที่หน้าเมือง “บัฟก์” เพราะอยู่ใกล้คาชวนที่สุดแล้ว.. ส่วนการปั้น MP จริงๆก็มีวิธีพิเศษอยู่ แต่แนะนำแบบปกติก็พอแล้วครับ.. คืออยากปั้นMPตัวไหน เวทย์ไหน ก็ไม่ต้องให้เค้าใช้อาวุธเลย ใช้แต่เวทย์นั้นอย่างเดียวไปเรื่อยๆ ไม่นานก็จะอัพจนถึงจุดที่พอใจครับ…..

พอได้ปริมาณ HPและMP ประมาณหนึ่ง.. พร้อมเวทย์น้ำแข็งซัก Lv.4 ซักสองคน ก็กลับไปลุยที่ปราสาทคาชวนอีกครั้งแบบไม่ต้องเครียดมาก.. องค์ชายกอร์ดอนก็แกร่งประมาณหนึ่งแล้ว.. บุกทุกชั้น สำรวจให้ทั่ว เราจะได้เกราะทองคำมาใช้ด้วยครับ.. ไปจนสุดทาง เราจะได้เจอกับเจ้าปิศาจไฟ “เร้ดโซล” ขวางทางคบเพลิงแห่งอีกิลอยู่.. ปราบมันลงให้ได้(มันไม่แพ้เวทย์สายไหนเลย การใช้เวทย์จะกลับกลายเป็นเติมพลังให้มัน ดังนั้นก็ฟันมันไปเรื่อยๆนั่นแหละ เข้าบ้างไม่เข้าบ้าง.. การร่ายเวทย์ Shell ใส่ตัวเอง ก็ช่วยได้อีกระดับหนึ่ง.. มันจะโจมตีวืดบ่อยๆ..).. แล้วเราจะสามารถเข้าไปเอา “คบเพลิงแห่งอีกิล” มาครอบครองจนได้ในที่สุด…..

เอามันกลับมาใช้กับ “กองไฟสุริยัน” ที่เราได้เจอด้านหน้า.. เราจะสามารถตัก “ไฟสุริยัน” มาอยู่ในมือของเราได้ในที่สุด.. เมื่อออกมานอกปราสาท เราจะได้เห็นเรือเหาะเดรดเน้าต์ไล่กวดเรือเหาะของซิด ดูเหมือนมันพยายามจะยึดครองเรือเหาะของซิดให้ได้.. และสุดท้ายมันก็จะยึดได้ในที่สุด..

กลับมาที่อัลแตร์เราจะพบว่าเจ้าหญิงไม่อยู่.. เมื่อสอบถามทุกคน จะได้รู้ว่า เจ้าหญิงเป็นห่วงเรา จึงได้ไปจ้างเรือเหาะของซิดเพื่อนั่งไปหาเราที่ปราสาทคาชวน.. และที่เราเห็นเรือรบเดรดเน้าต์ยึดเรือเหาะของซิด ก็แน่นอนว่า ในเรือเหาะนั้นมีเจ้าหญิงและซิดอยู่ด้วยนั่นเอง.. ทุกคนจะให้เราไปช่วยเจ้าหญิงกลับมาให้ได้.. และเรือรบเดรดเน้าต์ก็กำลังจอดซ่อมแซมอยู่ที่ด้านเหนือของอาณาจักรฟินน์นั่นเอง(ไกลมากก)..

เตรียมตัวให้พร้อมและออกเดินทางทันที.. รอบนี้เมืองที่เราจะพักได้ใกล้ที่สุดคือเมือง “กัลเทรีย” นอนพักผ่อนและซื้อของให้เรียบร้อยที่นี่(กรุณาซื้อ Antidote กับ Eyedrop ไปเยอะๆเลยครับ 99 อันได้ยิ่งดี.. น่ารำคาญมาก ติดพิษและตาบอดรัวๆ..).. ตอนนี้เรามีเรือแคนนูแล้ว สามารถข้ามตัดทะเลสาปมาที่ฟิน์นได้เลย ไม่ต้องอ้อม.. จากฟิน์นเดินขึ้นเหนือเลียบทะเลมาเรื่อยๆ(ไกลชิบผาย..) ก็จะได้เจอเรือรบเดรดเน้าต์จอดซ่อมแซมอยู่ในที่สุด..

เข้าไปในเรือรบ.. ด่านแรกเราจะได้เจอกับทหารยามเฝ้าอยู่ มันจะทักเราอย่างนักเลงว่า “ว่าไง! มาทำอะไรที่นี่!” เรายื่นบัตรผ่านที่เราเก็บได้ที่ถ้ำบัฟก์ตบหน้ามันไปหนึ่งที(ไอเท็ม Pass).. มันก็จะรีบเอามือกุมใข่แล้วขอโทษเราเป็นวักเป็นเวร ประดุจเราเป็นแขกวีไอพีก็ไม่ปาน(คนละคนเลยนะมึง).. เสร็จแล้วมันจะรีบวิ่งไปล็อคประตูทันที(ล็อคทำไม.. เผื่อกุแจ้นหนีด้วยดิ.. บ้าบอ..)..

เข้าไปในเรือรบแล้วก็ไม่ต้องไปคุยกับใครนะครับ เดี๋ยวเป็นเรื่อง.. เดินตรงไปทางขวาเพื่อลงไปด้านล่างก่อน.. ลงไปจะเจอกับห้องเล็กๆห้องนึงที่มีกล่องสมบัติอยู่ตรงกลางแต่มีประตูล็อคอยู่.. เราไม่ต้องเดินอ้อมไปหน้าประตู เราสามารถเดินทะลุกำแพงไปได้เลย.. เก็บเอา “Sleep Blade” กระบี่ง่วงนอนมาก่อนเลยหนึ่ง.. ฟันแล้วเราจะง่วงนอนอยู่ตลอด.. ทุ้ย!.. ศัตรูสิง่วง มันจะหลับ นะจ๊ะ….. ได้แล้วขึ้นมา.. ที่นี้ไปด้านบนบ้าง.. เมื่อเดินขึ้นบันไดไปด้านบน จะเจอประตูห้องสี่ห้องเรียงกัน ไม่ต้องเข้าซักห้อง เป็นห้องว่างเปล่าทั้งหมด เข้าไปก็เจอแต่มอนส์รุมตื้บเราเปล่าๆ.. เดินไปทางซ้ายเพื่อเก็บเงินในกล่องสมบัติ 600 บาท.. เสร็จแล้วมาทางขวาเลย ลงมา เดินให้ทั่ว ไปเก็บสมบัติก่อน เราจะได้ถุงมือโจรมาใช้ด้วย แล้วเราจะเห็นเจ้าหญิงฮิลด้ากับซิดอยู่ห้องขังเดียวกัน.. เดินไปช่วยเธอ.. เธอจะขอบคุณและเล่าทุกอย่างให้ฟัง.. คุยกับซิด ซิดจะบอกว่าอย่าเพิ่งพูดมาก เวลามีน้อย.. เดี๋ยวจะติดเครื่องเรือเหาะแล้วจะรีบพาเจ้าหญิงหนี ส่วนเรารีบไปเอา “ไฟสุริยัน” ขว้างใส่เตาปฏิกรณ์ของเรือ เพื่อให้เรือมันระเบิด.. ก็ออกมา แล้วไปอีกทางที่ยังไม่ได้ไป.. ระหว่างทางเราจะได้เจอสมบัติสำคัญอีกชิ้นคือ “หมวกยักษ์” เก็บมา แล้วจะต้องสู้กับยักษ์ซะก่อน.. ไม่ต้องไปเสียเวลาฟันมัน ฟันไม่ค่อยเข้า ต้องใช้เวทย์ไฟ,สายฟ้า,น้ำแข็ง โจมตีมันเอาครับ.. แป้บเดียวก็ตาย.. เดินทางต่อจะเจอกับห้องนึงที่ทหารยามยืนกันเต็มไปหมด ปิดช่องนั้น อุดช่องนี้.. ก็เดินหลบไปเรื่อยๆตามทางที่ยังไม่เคยผ่าน สุดท้ายเราก็จะทะลุไปถึงห้องเตาปฏิกรณ์ในที่สุด.. ไม่ต้องรอช้า ของถนัดอยู่ละเรื่องทำลายล้าง.. ขว้างไอเท็ม “SunFire : ไฟสุริยัน” ใส่กลางเครื่องมันทันที.. เจ้าดาร์คไนท์จะวิ่งมาดูพร้อมกับด่าเรา.. เมื่อมาเรียได้ยินเสียงเจ้านั่นชัดๆ จะเกิดความแปลกใจว่าทำไมเสียงเจ้านี่ถึงได้คุ้นหูเหลือเกิน.. เพื่อนๆรีบคว้าแขนมาเรียวิ่ง เพราะเรือรบใกล้จะระเบิดเต็มที.. เราทุกคนจะวิ่งหนีมาขึ้นเรือเหาะของซิดแล้วแว๊นซ์หนี.. ส่วนเรือรบเดรดเน้าต์ก็ระเบิดบรรลัยวายป่วงไปตามที่เราต้องการ.. สมน้ำหน้ายิ่งนัก…..

เมื่อเราทั้งหมดแว๊นซ์มาจนถึงเมืองอัลแตร์.. เมื่อเข้าไปพบพระราชา จะพบว่าพระราชาประชวรหนัก จะไม่ไหวแล้ว.. พระองค์จึงได้รีบสั่งเสียสิ่งที่ยังค้างคาให้ทุกคน.. พระองค์ฝากฝังให้เจ้าชายกอร์ดอนช่วยเจ้าหญิงฮิลด้าบัญชาการที่นี่ต่อ.. ฝากฝังให้มินวูใช้คาถาพิเศษให้ได้.. และฝากฝังให้เราไปติดต่อกับ “Dragoons : นักรบมังกร” ที่เมือง “ดีสต์” เพื่อมาเพิ่มเป็นกำลังรบสำคัญให้กับเรา.. สุดท้ายพระองค์จะขอให้เราทุกคนช่วยดูแลเจ้าหญิงฮิลด้าแทนพระองค์ด้วย…..

หลังจากพระราชาสิ้นพระชนม์ องค์ชายกอร์ด็อนจะขึ้นบัญชาการที่นี่แทน เพราะเจ้าหญิงฮิลด้าก็ไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร.. กอร์ด็อนจะออกจากกลุ่มแล้วไปนั่งเต๊ะที่บัลลังก์ห้องบัญชาการเจ้าหญิงฮิลด้าแทน.. ไปคุยกับกอร์ด็อนหน่อยเรื่องภารกิจและคีย์เวิร์ดต่างๆ.. ต่อไปเราจะต้องไปหานักรบมังกรที่เมือง “ดีสต์” กัน.. เตรียมตัวให้พร้อม พักผ่อนนอนหลับ ถ้าเป็นไปได้ก็ซื้อกระโจมไปซักอันสองอัน….. เมืองดีสต์อยู่กลางทะเล จะไปได้เราต้องนั่งเรือไป ดังนั้นอันดับแรกเราต้องไปหาข้อมูลที่เมืองพาลูมก่อน.. ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปในเมือง เราจะได้พบกับแม่สาว “เลย์ล่า” โจรสลัดสาวที่ให้ข้อเสนอว่าจะพาไปส่งให้ เพราะไม่มีเรือไปที่นั่นหรอกวันนี้.. มาเรียรู้สึกว่ามันแปลกๆ แต่ก็ไม่สามารถห้ามเพื่อนๆได้ เราตกลงไปในที่สุด.. ออกจากเมืองและขึ้นเรืออีกลำที่อยู่ทางขวาของเมือง…..

เมื่อเรือออกจากท่าไปได้ไม่ไกลนัก.. แม่เสือสาวก็เผยทาสแท้โจรสลัดออกมาทันที.. เธอบอกเรานี่โง่มากๆเลยนะที่เชื่อคำพูดของโจรสลัดง่ายดายแบบนี้ ส่งของมีค่าทั้งหมดมาแล้วจะไว้ชีวิต.. หึๆ มีหรือที่เราจะยอม อัศวินแห่งแสงเลยนะเฟ้ย! ตลก!.. เมื่อเธอเห็นเราตั้งท่าต่อสู้ จึงบอกว่า นี่ยิ่งโง่หนักเข้าไปอีกที่คิดจะสู้.. ว่าแล้วเธอก็สั่งลูกน้องโจรสลัดของเธอเข้ารุมยำเราทันที.. จัดการให้หมด อย่าให้เสียชื่ออัศวินแห่งแสง….. เมื่อเราจัดการลูกน้องเธอได้ทั้งหมด.. เลย์ล่าก็ถึงกับเหวอรับประทาน และคิดว่าน่าจะโดนตื้บเป็นแน่แท้ในวันนี้.. แต่แทนที่จะได้บาทาอันร้อนแรงจากเรา กลับกลายเป็นได้รับคำเชิญชวนให้เข้าร่วมกับกลุ่มกบฏเพื่อต่อสู้กับเหล่าจักรวรรดิ์.. เธองงๆนิดหน่อย แต่ก็ดูเหมือนว่างๆอยู่พอดี หนำซ้ำเธอยังใช้ถ้อยคำเหมือนว่า ตัวเองเป็นแค่โจรกระจอก แต่กำลังจะได้ร่วมสู้รบกับกลุ่มกบฏในสงครามที่แสนยิ่งใหญ่งั้นเหรอ.. น่าสนุกนี่ โอเค ขอร่วมด้วยละกัน(ซะงั้น).. เธอบอกจะไปไหนก็บอกได้เลย จะไปส่งให้ แม้จะเป็นพื้นที่หลั่งเลือดแค่ไหนก็ตาม…..

บังคับเรือของเลย์ล่าตรงมายังเกาะเมืองดีสต์(ดูในแผนที่ด้านล่าง).. แนะนำให้จอดทางฝั่งตะวันตก จะได้ข้ามไปมาระหว่างเมือง “บัฟก์” และ “ดีสต์” ได้ เผื่อมาซื้อยาหรือนอนพักผ่อน.. เมื่อถึงเกาะ เราจะพบ “ปราสาทดีสต์” อยู่ตรงกลางทิวเขารายล้อม.. เข้าไปในปราสาท เราจะพบกับเด็กน้อยที่พยายามไล่เราและวิ่งหนีเรา ให้ตามเค้าขึ้นไปจนถึงชั้นสอง.. เราจะได้พบคุณผู้หญิงท่านหนึ่งซึ่งเป็นแม่ของเด็กน้อยและเป็นภรรยาของอัศวินมังกรคนสุดท้ายที่หายสาปสูญไปนั่นเอง.. เธอจะเล่าทุกอย่างให้เราฟังในเรื่องที่จักรวรรดิ์ทำเลวทรามอะไรเอาไว้กับอัศวินมังกรบ้าง.. พวกมันวางยาพิษมังกรทุกตัวและฆ่าอัศวินมังกรทีละคนอย่างเลือดเย็น.. ในห้องด้านหลัง มีมังกร(หรือเรียกว่าไวเวิร์น)ตัวสุดท้ายนอนรวยรินอยู่จากพิษเหล่านั้น เค้ายังไม่ตาย และกำลังพยายามจะบอกอะไร แต่เธอฟังไม่รู้เรื่อง ต้องใช้ “สร้อยคอแปลภาษา” ของอัศวินมังกรเท่านั้น ถึงจะฟังเข้าใจ.. และเธอบอกว่าสร้อยนี้น่าจะมีหล่นอยู่ในถ้ำดีสต์ทางทิศเหนือ.. ให้เราเข้าไปคุยกับคุณมังกร ก็คุยกันไม่รู้เรื่องจริงๆ.. “กายว่าไงวะเพื่อน ศิลป์ภาษานี่เราอะ”.. กายบอก กูไม่เคยคุยกับมังกร!!…

ออกมาแล้วเก็บของให้ทั่วปราสาท.. มีของดีหลายชิ้นอยู่ครับ.. เสร็จแล้วออกเดินทางไปที่ถ้ำทางทิศเหนือเพื่อค้นหา “แพนเด้นท์ : สร้อยคอแปลภาษามังกร” ให้เจอ.. เมื่อเจอแล้วให้ออกมาก่อน(เดี๋ยวมาใหม่).. กลับมาคุยกับคุณมังกรอีกครั้ง.. รอบนี้เราจะเข้าใจสิ่งที่เค้าพูดแล้ว เค้าจะเล่าทุกอย่างให้ฟังเรื่องที่เค้าก็โดนยาพิษของจักรวรรดิ์ เค้าเล่าให้ฟังถึงอัศวินมังกรคนสุดท้ายที่ออกไปตามหามหาเวทย์ “อัลติม่า”.. สุดท้ายเค้าจะฝาก “ไข่มังกรไวเวิร์น” ใบสุดท้ายให้กับเรา เพื่อให้เรานำไข่ไปแช่ในบ่อน้ำพุแห่งชีวิตภายในถ้ำดีสต์ที่เราเพิ่งไปเอาสร้อยคอมาให้ได้.. แล้วไข่จะฟักออกมา.. ถ้าไม่ได้แช่ ไข่จะแห้งตายไป….. ทำตามภารกิจที่ได้รับ..

แต่ก่อนจะเข้าถ้ำดีสต์ บอกเลยว่า “ไม่หมู”.. อุปสรรคใหญ่ที่สุดดูเหมือนจะเป็นมอนสเตอร์ยักษ์ “ฮิลกิกะ” ที่ชอบมาคู่กันสองตัว ซึ่งมันโหดยิ่งกว่าแก๊งค์เต่าอดามันท้อยส์ซะอีก.. ทุบทีนึง 300+.. แล้วเลย์ล่าสาวน้อยโจรสลัดของเราถ้ายังไม่ได้ปั้นทั้ง HP และ MP มาเลย เล่นแบบออแกนิคมาเลย โดนทุบทีสองทีก็ตายง่ายๆเลย.. ดังนั้นแนะนำแบบนี้ครับ.. นั่งเรือข้ามฝั่งมาปั้น HP ของเล่ย์ล่าให้แกร่งประมาณนึงก่อน(โดยใช้สูตรฟันตัวเองจนพลังเหลือต่ำกว่าครึ่งแบบคราวก่อนนั่นล่ะ เร็วดี).. บวกกับปั้นเวทย์น้ำแข็งให้ใครซักสองคนให้เลเวลสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้.. เวทย์น้ำแข็งกับสายฟ้าจะใช้ได้ดีกับไอ้ยักษ์นั่น.. อย่าลืมซื้อ “ฟินิกซ์ดาวน์” ยาชุบชีวิตไปซักสี่ห้าเม็ด และ “อีเธอร์” ยาเติมพลังเวทย์ไปด้วยอีกกำมือนึง.. ไม่ต้องรีบครับอีเว้นท์นี้ มอนส์มันค่อนข้างเอาเรื่อง.. ก็แหย่เข้าแหย่ออกอยู่แบบนั้น ลงไปชั้นลึกขึ้นเรื่อยๆ ถ้าท่าทางจะไม่ไหวก็เทเลพอร์ตออกมาแล้วกลับไปพักเอาแรงที่ฝั่งบัฟก์.. ซักพักนึงเราก็จะแกร่งพอที่จะทะลวงไปจนถึงบ่อน้ำพุใต้ดินได้ในที่สุด.. มีของดีหลายชิ้นอยู่ครับถ้ำนี้ เก็บให้หมด….. เมื่อถึงสุดทางจะมีบอสของถ้ำนี้ “ชิเมร่า” ยืนอยู่หน้าบ่อน้ำ มันมากันสี่ตัว.. จัดการให้ได้ เอาให้ลง.. เสร็จแล้วก็ให้เราหย่อนไข่มังกรไวเวิร์นใบสุดท้ายในโลกนี้ลงไปอย่างระมัดระวัง.. เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจที่ถ้ำดีสต์ครับ.. ออกมาจากถ้ำได้เลย..

เดินเรือกลับมาที่ “อัลแตร์”.. เมื่อคุยกับทุกคน จะมีบางคนบอกว่าเจ้าหญิงฮิลด้าทำตัวแปลกๆ.. ก็ให้เราเข้าไปหาเจ้าหญิงฮิลด้าที่ห้องพักส่วนตัว(ห้องทางซีกขวาถัดจากห้องพระราชาลงมา).. เมื่อเจอเจ้าหญิง เจ้าหญิงจะบอกว่ามีธุระอยากคุยกับเราสองคน ให้เพื่อนๆทั้งหมดออกไปก่อน (นั่น!).. เมื่อเพื่อนๆออกไปหมดแล้ว เจ้าหญิงจะพูดจาแปลกๆ ยั่วยวน และเดินไปรอเราที่เตียง (นั่น! เข้าล็อค ทางของเราพอดี).. พระเอกของเราจะเดินตามไป พร้อมกับเอามือบีบหรรมเอาไว้.. เค้าพยายามสะกดความหื่นของตัวเองเพราะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง.. เมื่อถึงเตียง ความจริงก็ปรากฏ เจ้าหญิงฮิลด้าตัวปลอมกลายร่างเป็นพญางูใหญ่ “ราชินีลาเมีย”.. และขณะที่ฟิริอ้อนกำลังจะโดนโจมตีนั่นเอง มาเรียและเพื่อนๆที่แอบเจาะกำแพงดูอยู่ก็ได้วิ่งเข้ามาช่วยได้ทันท่วงที…..

จัดการราชินีงูยักษ์ให้สำเร็จ.. จากนั้นจะมีทหารวิ่งเข้ามาบอกว่า ที่อาณาจักรพาลามีเซียจัดงานประลองขึ้น โดยผู้ชนะจะได้เจ้าหญิงฮิลด้าแห่งอาณาจักรฟินน์เป็นรางวัล!!..

ไม่รอช้า เตรียมตัวออกลุยทันที.. สิ่งหนึ่งที่อยากจะย้ำชัดๆเสมอก่อนออกเควสต์คือ “ซื้อไอเท็มให้พร้อมเสมอ”.. โดยเฉพาะ อีเธอร์(เติมเวทย์), ไฮโพชั่น(เติมพลัง), อายดร็อป(ยาล้างตา), แอนติโด้ท(ยาแก้ไข้), เต้นท์(ซักสองหลัง).. พกไปเต็ม 99 อันได้ยิ่งดี คอยเติมเสมอ.. และมิชชั่นนี้ เพิ่มยาแก้กลายเป็นหินกับยาแก้กลายเป็นกบไปด้วย.. ไม่ได้พูดเล่นนะ ของต้องพร้อมนะเควสต์นี้ ไม่งั้นเครียดแน่ บอกเลย..

พร้อมแล้วออกเดินเรือไปจอดใกล้ๆป่าโจโคโบะทางทิศใต้ของปราสาทคาชวน.. จับโจโคโบะหนึ่งตัวแล้วแว้นซ์ไปที่โคลอสเซี่ยม(ลานประลอง)ของพาลามีเซีย.. อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ลงมา.. เมื่อเจอโคลอสเซี่ยมก็ลงจากโจโคโบะแล้วเข้าไปทันที.. ถุย เราก็นึกว่าคนจะเยอะ มีเราคนเดียว เหมือนมันรอกระทืบเราโดยเฉพาะ.. เดินขึ้นบันไดไป จะเป็นครั้งแรกที่เราจะได้เผชิญหน้ากับ “จักรพรรดิ์” ชั่ว ต้นเหตุของเรื่องร้ายๆทั้งหมด.. มันจะให้เราลงไปสู้กับเจ้า “เบฮิม้อท” หนึ่งในมอนสเตอร์ยักษ์ชื่อเสียงโด่งดังในซีรีย์ไฟนอลแฟนตาซี.. เพื่อแลกกับเจ้าฮิลด้า.. เราตกลงทันที.. จัดการเจ้าเบฮิม้อทให้อยู่หมัด(ก็ไม่ยากเท่าไหร่นะ).. เสร็จแล้วขึ้นไปรับรางวัล.. เจ้าจักรพรรดิ์จะตุกติก หายตัวไป พร้อมกับให้ลูกน้องมันจับเราขังคุกแทน(โคตรเลว สมเป็นตัวร้าย)..

อยู่ในคุกได้ไม่นาน จอมโจรเท้าเบา “พอลลี่ขี้คุย” จะแอบย่องมาช่วยเราออกจากคุกเพื่อตอบแทนที่เราเคยช่วยเค้าที่ถ้ำเซมิตต์.. ช่วยแล้วเค้าก็จะเผ่นไปเลย.. ส่วนเราต้องตามหาเจ้าหญิงต่อ.. อุปสรรคที่จะทำให้เหนื่อยคือ มอนสเตอร์สายแม่มดและนักเวทย์ที่มันจะใช้เวทย์กับเรารัวๆ ทั้งเวทย์ทำให้ง่วง,ดูดMP,ทำให้ติดใบ้,ทำให้เป็นกบ,สารพัด ยังไม่รวมซอมบี้สายพันธุ์ที่ตบแรงจนน่าเกลียด คือแรงมากจริงๆ.. บริหารจัดการการใช้ไอเท็มและพลังเวทย์ให้ดีก็จะพอไปได้เรื่อยๆ.. เก็บของให้หมดและตามหาเจ้าหญิงให้เจอ ไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ เด็กๆ จะเครียดกับการรับมือมอนส์มากกว่า.. เมื่อเจอห้องขังที่มีเจ้าหญิงฮิลด้า เราจะเข้าไปช่วย และเจ้าชายกอร์ดอนจะเป็นคนพาฮิลด้าหนี ส่วนพวกเราจะเป็นตัวล่อความสนใจอีกทาง กอร์ดอนจะออกจากกลุ่ม แล้วเราจะเหลือกันสามคน(เฮียมาก).. ก็ให้เราเดินออกมาเรื่อยๆจนออกจากโคลอสเซี่ยมได้…..

กลับมาที่เมืองอัลแตร์.. เมื่อคุยกับทหาร จะได้ข้อมูลว่า เจ้าหญิงฮิลด้าและทุกๆคนกำลังไปตั้งค่ายพร้อมรบกันที่ใกล้ๆปราสาทฟินน์เพื่อเตรียมออกรบเพื่อชิงอาณาจักรและปราสาทคืน.. ให้เราเตรียมไอเท็มให้พร้อมอีกครั้ง พักผ่อนให้เพียงพอ.. พร้อมแล้วออกเดินทางไปสมทบกับกองทัพขององค์หญิงที่ตั้งอยู่บริเวณทางทิศตะวันตกของเมือง “กัลเทรีย”.. คุยกับองค์หญิงและเจ้าชายกอร์ดอน คุยกับทหาร แล้วเราก็บุกปราสาทฟินน์ได้เลย..

ตอนนี้มีให้เลือกสองรูปแบบคือตรงดิ่งไปตื้บเจ้า “Gostos” ที่บัลลังก์เลย แล้วค่อยเดินเก็บของทีหลังเมื่อไม่มีมอนสเตอร์แล้ว หรือเดินเก็บของฝ่ามอนส์ไปเรื่อยๆเพื่อสะสมเลเวลให้ตัวเอง.. ตามความสะดวก.. มอนส์ก็กลางๆ ไม่โหดมาก เคยเจอมาแล้วทั้งหมด.. เมื่อจัดการเจ้า ” Gostos” เรียบร้อยแล้ว ปราสาทฟินน์ก็จะกลับมาเป็นขององค์หญิงฮิลด้าอีกครั้ง มอนส์เตอร์ทั้งหมดในปราสาทก็จะหายไป…..

จากนั้นให้เราไปคุยกับเจ้าหญิงฮิลด้า.. เจ้าหญิงจะพูดถึง “มินวู” ที่ออกไปตามหาคาถา “อัลติมา” ที่ “มิซีเดีย” ซึ่งองค์หญิงอยากให้เราไปดูหน่อย.. แต่ก่อนไปต้องไปเอาหน้ากาก “White Mask” ที่ชั้นใต้ดินของปราสาทฟินน์นี้ก่อน.. องค์หญิงจะให้พาสเวิร์ดเปิดประตูลับมา คือ “Ekmet Teloess” มา แต่องค์หญิงไม่รู้ว่าประตูอยู่ที่ไหน.. เมื่อเราเอาคีย์เวิร์ดนี้ไปคุยกับเจ้าชายกอร์ดอน เจ้าชายจะแนะนำให้เราไปถาม “พอล” จอมโจรขี้คุยในหมู่บ้านดู.. เค้าน่าจะแนะนำได้.. สรุปคือเราจะได้คีย์เวิร์ดใหม่ทั้งหมดสี่คำด้วยกัน.. 1.Mysidia 2.Mask 3.Ekmet Teloess 4.Ultima Tome..

ออกจากตัวปราสาทแล้วเข้าไปในหมู่บ้าน.. ไปที่บ้านของ “พอล” ซึ่งอยู่ทางซ้ายล่างของหมู่บ้าน.. พอลจะบอกว่าประตูทางลับที่จะเข้าไปในห้องใต้ดินของปราสาทได้จะอยู่ที่กำแพงขวาบนจากห้องที่มีบัลลังก์อยู่(ถัดจากห้องบัลลังก์ของเจ้าหญิงฮิลด้าห้องนึง ขวาสุดบนสุด).. คุยกับพอลเสร็จก็ออกมาซื้อไอเท็ม นอนหลับพักผ่อนให้เรียบร้อย.. เมื่อพร้อมแล้วก็เดินไปที่กำแพงขวาบนจากห้องบัลลังก์ตามที่พอลบอก.. กดใช้พาสเวิร์ด “Ekmet Teloess” ประตูก็จะเปิดออก…..

ลงไปเรื่อยๆ.. ตะลุยให้ทั่ว เก็บของให้หมด.. มอนสเตอร์อยู่ในระดับกลางๆ ไม่ยากเท่าไหร่.. ไอเท็มสำคัญที่ห้ามพลาดก็คือ ดาบ “Orichalcum” กับ “White Mask” นั่นเอง.. ได้แล้วก็เข้าแท่นวาร์ปเพื่อวาร์ปออกมา…..

บทสรุป Final Fantasy 2
บทสรุป Final Fantasy 2
บทสรุป Final Fantasy 2
บทสรุป Final Fantasy 2 แผนที่

Final Fantasy 2, FinalFantasy2, บทสรุป Final Fantasy 2, บทสรุป FinalFantasy2, บทสรุป ไฟนอลแฟนตาซีภาค 2, บทสรุป ไฟนอลแฟนตาซีภาค2, บทสรุป-finalfantasy2, ไฟนอลแฟนตาซีภาค 2, ไฟนอลแฟนตาซีภาค2,


แชร์ลงโซเชียลมีเดีย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Next Post

บทสรุป Final Fantasy 3 (ไฟนอลแฟนตาซีภาค 3)

แชร์ลงโซเชียลมีเดีย เริ่มต้นเกมเรา “ลูเน็ท(L […]

Subscribe US Now

error: ชอบบทความ กรุณาส่งลิงก์มาที่นี่แทนนะครับ อย่าก็อปปี้บทความไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด..